Masukในวันที่เธอรู้สึกหวั่นไหวกับเขาก็เป็นวันที่เขาพาคนในใจเข้ามาอยู่ในบ้าน แล้วเขาก็บอกเธอว่า "ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปฉันไม่ได้เข้ามานอนกับเธอแล้วนะ"
Lihat lebih banyakแนะนำตัวละคร
มิลเลอร์ อายุ26ปี สูง 189 เซนติเมตร เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ติดอันดับท็อป5ในประเทศ และใหญ่ติดอันดับท็อป10ในเอเชีย เอรินทร์ อายุ21ปี สูง 160 เซนติเมตร . . . . . ตัวอย่าง "ถ้าเธอยอมให้ฉันทำฉันก็จะเลิกจ้างสองคนนั้นมาเป็นนางบำเรอ ฉันจะมีแค่เธอคนเดียว" "..." "ถ้าเธอเป็นของฉันแล้ว ฉันจะไม่ไปนอนกับใครแน่นอน" . . . . . "ให้ฉันใส่เข้าไปในตัวเธอได้ไหม" "รอให้เอรินทร์เรียนจบก่อนนะคะ อีกแค่ไม่กี่เดือนเองค่ะ" "เธอใจแข็งกับฉันมากเลยเอรินทร์ เธอรู้ไหมว่าฉันทรมานแค่ไหน" "ทนอีกหน่อยนะคะคุณมิลเลอร์" "ฉันอดทนมาสองเดือนแล้วนะ" "ก็ทนต่อไปอีกสิคะ" "ให้ฉันเอาเข้าแค่หัวก็ได้ แล้วฉันค่อยหลั่งนอกเอา" "แบบนั้นก็ไม่ได้ค่ะ" "งั้นให้ฉันถูๆแค่ด้านนอกได้ไหม แต่ฉันจะไม่ดันเข้าไป" "แบบนั้นก็ไม่ได้ค่ะ" . . . . . . . . . . . . . . . ไนท์คลับหรูแห่งหนึ่ง 23.50 น. ในขณะที่ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีเดินออกมาจากไนท์คลับเพื่อจะไปขึ้นรถหรูของตัวเองที่จอดอยู่ในที่จอดวีไอพี จู่ๆก็มีหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งที่อยู่ในเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวอวดร่างสมส่วน สวมกางเกงขายาวรัดรูปโชว์เรียวขาสวยวิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถราคาแพงของคนตัวสูงแล้วทำท่าจะกระชากประตู ทว่าเสียงทุ้มเข้มของเจ้าของรถก็ตะโกนออกไปทันที "นี่เธอ! จะทำอะไรน่ะ!" "คุณช่วยฉันด้วยค่ะ" หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับวิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปหายังร่างสูงที่ยังมีสีหน้างุนงงอยู่ ก่อนเรียวปากหนาจะเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าสงสัย "เธอวิ่งหนีอะไรมา" "พวกนั้นจะพาฉันไปขายน่ะค่ะ คุณต้องช่วยฉันนะคะ" เธอพูดขอร้องคนตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นกลัวพลางจับแขนแกร่งของคนตัวสูงเอาไว้แน่น "ใครเป็นคนขายเธอมา" เรียวปากหนาขยับถาม "แม่เลี้ยงขายฉันให้พวกค้ามนุษย์ค่ะ" เธอเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าตื่นกลัว แววตาหวั่นวิตกกลัวว่าพวกนั้นจะเข้ามาตามเธอ ตอนที่เธอกลับมาถึงบ้านเมื่อตอนสี่ทุ่มกว่าก็เห็นรถตู้และผู้ชายสองคนนั่งอยู่หน้าบ้าน แล้วแม่เลี้ยงของเธอก็บอกว่าได้ขายเธอให้พวกนั้นไปแล้ว เมื่อรู้อย่างนั้นเธอก็วิ่งออกไปหมายจะขึ้นรถหนี ทว่าพวกผู้ชายสองคนนั้นก็วิ่งมาจับตัวเธอไปขึ้นรถตู้ "แล้วเธอหนีมาได้ยังไง" "ฉันบอกพวกนั้นว่าปวดท้องมากอยากเข้าห้องน้ำ แล้วพวกนั้นก็จอดรถให้ฉันลงข้างทาง ฉันหันมาเห็นแสงไฟในคลับนี้ก็เลยวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือค่ะ คุณช่วยพาฉันไปอยู่กับคุณด้วยนะคะ คุณจะให้ฉันทำอะไรฉันยอมทำตามทุกอย่างเลย ฉันยอมเป็นทาสของคุณไปตลอดชีวิตเลยค่ะ" "แล้วเธอรู้เหรอว่าฉันเป็นคนดี ถึงได้อยากฝากชีวิตไว้กับฉันทั้งที่เธอเพิ่งจะได้เจอฉันครั้งแรก" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่มีเรือนผมสีน้ำตาลอมเทาเอ่ยพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก "แต่ดูจากลักษณะของคุณแล้ว ฉันคิดว่าคุณไม่ใช่คนเลวอย่างไอ้พวกค้ามนุษย์เลวๆนั้นแน่นอนค่ะ" ปึก ว่าแล้วเธอก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าร่างสูงพร้อมกับพนมมือขึ้นกลางหว่างอกแล้วพูดออกไปด้วยแววตาอ้อนวอนน่าสงสาร "ได้โปรดช่วยฉันด้วยนะคะ ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ ถ้าฉันไม่ได้อยู่กับคุณ แม่เลี้ยงของฉันก็ต้องพาฉันไปขายอีกแน่นอนค่ะ" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางน้ำตาคลอเบ้าเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ช่วย "แล้วพ่อเธอไปไหนล่ะ" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก้มถามยังร่างบางที่นั่งคุกเข่าไหว้เขาอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาอ้อนวอน "พ่อเสียแล้วค่ะ" "แล้วแม่เธอล่ะ" "แม่เสียตอนฉันอายุได้สองขวบค่ะ" "เธออายุเท่าไหร่" "ยี่สิบเอ็ดปีค่ะ" "เรียนหนังสืออยู่หรือเปล่า" "ฉันเรียนอยู่ปีสี่ค่ะ" สิ้นเสียงหวานตอบ เสียงทุ้มของร่างสูงที่ยืนอยู่ก็เอ่ยออกไป "งั้นก็ไปขึ้นรถ" "คุณจะพาฉันไปอยู่กับคุณใช่ไหมคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าตื่นเต้นและดีใจเมื่อคิดว่าตัวเองได้รอดจากเงื้อมมือจากพวกค้ามนุษย์นั่น "อืม" เขาตอบในลำคอพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ "ฉันขอขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉัน ชาตินี้ฉันจะไม่ลืมบุญคุณของคุณเลยค่ะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็สาวเท้าไปขึ้นรถ ก่อนที่หญิงสาวจะลุกจากพื้นแล้วเดินไปขึ้นรถหรูที่มีกลิ่นหอมของน้ำหอมของรถ และกลิ่นหอมของเจ้าของรถที่นั่งอยู่ประจำที่คนขับ กลิ่นน้ำหอมของเขาได้โชยเข้ามาเตะจมูกของเธออย่างจัง อีกด้าน เมื่อหญิงสาวที่ตัวเองจะนำไปขายในซ่องวิ่งปร๋อเข้าไปในไนท์คลับซึ่งอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม ชายฉกรรจ์สองคนก็เกิดอาการหัวเสียเมื่อคิดว่าต้องมาเสียรู้ให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆแค่คนเดียว เมื่อเป็นอย่างนั้นหนึ่งในชายฉกรรฉ์ก็โทรหาแม่เลี้ยงของหญิงสาวทันที ตู๊ด 'พวกมึงจะโทรมาหากูทำไมอีก!' วันเพ็ญพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหยาบคาย 'ลูกเลี้ยงมึงหนีไปแล้ว! มึงตามลูกเลี้ยงมึงมาให้ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นนายกูเอามึงตายแน่!' 'พวกมึงโง่เอง แค่ผู้หญิงคนเดียวมึงยังเอาไม่อยู่ มันเป็นความผิดพลาดของพวกมึง ไม่ใช่ความผิดของกู!' 'แต่ถึงยังไงมึงก็ต้องเอาตัวลูกเลี้ยงมึงมาให้กูให้ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นมึงตาย!' ว่าแล้ว ชายฉกรรจ์ก็กดวางสายทันที ก่อนวันเพ็ญจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหยาบคาย แววตาอาฆาต "นังเอรินทร์! มึงทำให้กูเดือดร้อน! มึงได้เจอดีแน่นังเอรินทร์!" ว่าจบ วันเพ็ญก็โทรหาเอรินทร์ทันที ด้านเอรินทร์ Rrrr! "คุณ! แม่เลี้ยงฉันโทรมาทำไงดี!" เอรินทร์ที่เห็นเบอร์ของแม่เลี้ยงใจยักษ์ก็มีท่าทีตื่นตระหนกจนตัวสั่นเพราะหวั่นกลัว พร้อมกับหันถามยังคนตัวสูงที่กำลังขับรถอยู่ "เอาโทรศัพท์มา เดี๋ยวฉันคุยเอง" เขาพูดพร้อมกับยื่นมือมารับโทรศัพท์จากมือเธอแล้วยกไปแนบข้างหูพร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงห้วน 'มีอะไร!' 'มึงเป็นใครถึงได้มารับโทรศัพท์นังเอรินทร์!' 'กูเป็นเจ้าชีวิตของลูกเลี้ยงมึง กูขอสั่งห้ามมึงเลิกยุ่งกับคนของกู' เรียวปากหยักได้รูปเค้นเสียงออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก 'ถ้ามึงอยากได้นังเอรินทร์! งั้นมึงก็เอาเงินมาให้กูสามล้าน! แล้วกูจะไม่ไปยุ่งกับนังเอรินทร์อีก' 'ตกลง งั้นเดี๋ยวกูจะโอนเงินให้มึงเดี๋ยวนี้เลย แล้วมึงก็ห้ามมายุ่งกับคนของกู ถ้ามึงยังมายุ่งกับคนของกูอีก กูจะลากคอมึงเข้าคุก!' เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แววตาดุดัน วันเพ็ญที่ได้ยินน้ำเสียงทุ้มเข้มน่าเกรงขามนั้นก็ถึงกับหวาดกลัว ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนลง 'งั้นก็โอนมา นังเอรินท์มันรู้เลขบัญชีกู' ว่าจบ ชายหนุ่มก็จอดรถข้างทางแล้วหันบอกกับร่างบางที่ยังมีสีหน้าตื่นกลัวอยู่ "บอกเลขบัญชีแม่เลี้ยงเธอมา" "คุณจะโอนให้แม่เลี้ยงฉันตั้งสามล้านเลยเหรอคะ" ที่ถามเพราะเธอคิดว่าเงินสามล้านมันไม่ได้น้อยเลยที่เขาต้องให้แม่เลี้ยงใจยักษ์ของเธอไปง่ายๆทั้งที่เขาเพิ่งรู้จักเธอ "ก็ใช่น่ะสิ หรือเธออยากไปอยู่ในซ่อง?" คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าขึงขังแกมดุ "เอ่อ...ค่ะ" เธอรับคำด้วยสีหน้าที่ยังตกใจอยู่ จากนั้นจึงรับโทรศัพท์จากมือหนาแล้วเปิดเข้าคลังภาพที่มีหน้าสมุดบัญชีของวันเพ็ญ เอรินทร์ยื่นรูปหน้าบัญชีให้ร่างสูงดู จากนั้นเขาจึงโอนเงินสามล้านบาทเข้าบัญชีแม่เลี้ยงของเธออย่างไม่ลังเล เสร็จแล้วเขาก็ออกรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของเขาที่อยู่ไม่ไกลบ้านมิลเลอร์ 23.35 น.ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนที่ยังเปิดไฟสว่างจ้า สายตาคมจ้องมองไปยังเตียงนอนที่ร่างเล็กซึ่งอยู่ในชุดนอนกระโปรงนอนตะแคงอยู่เอรินทร์ที่ยังไม่หลับเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาจึงหันไปมองปลายเตียง เมื่อเห็นร่างสูงยืนอยู่ใบหน้าใสจึงระบายยิ้มดีใจเมื่อเห็นเขากลับมา เธอมัวแต่รอเขาจึงนอนไม่หลับ"ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางคลี่ยิ้มอ่อนๆพร้อมกับก้าวมาหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ"เอรินทร์ยังไม่ง่วงค่ะ""ที่ไม่ง่วงเพราะพี่ไม่ได้กอดใช่ไหม""..." เธอชะงักไปกับสรรพนามที่เขาใช้แทนตัวเองว่าพี่ แล้วเธอก็รู้สึกชอบมากเลย"ที่ยังไม่นอนเพราะนอนคิดถึงพี่อยู่ใช่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยพลางฝ่ามือหนาลูบไปบนศีรษะของเธออย่างนุ่มนวล"..." เธอเม้มปากเข้าหากันพลางดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าหล่อเหลานิ่งอยู่อย่างนั้นพอนึกไปถึงตอนที่เขาออกไปกับแฟนเก่าจึงทำให้เธอรู้สึกยังข้องใจไม่หาย อยากถามแต่ก็ไม่กล้าถาม"ช่วงบ่ายพี่ออกไปกินข้าวกับลูกค้าคนสำคัญแล้วก็คุยธุระกันไปจนถึงหกโมงเย็น พอแยกย้ายกับลูกค้าเพื่อนพี่ก็โทรมาชวนไปดื่มน่ะ"แล้วเอรินทร์ก็เอ่ยขึ้น"วันนี้ช่วงบ่ายเอ
บ้านมิลเลอร์วันต่อมาหลังจากที่เมื่อวานมิลเลอร์กับเอรินทร์ได้พูดคุยกันจนเข้าใจทุกอย่างแล้ว วันนี้เขาก็พาเธอกลับมาอยู่ที่บ้านทันทีห้องนอนมิลเลอร์เมื่อมิลเลอร์ช่วยเอาเสื้อผ้าของเอรินทร์เข้าตู้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นทั้งสองก็พากันลงชั้นล่างไป มิลเลอร์พาเอรินทร์ไปนั่งในห้องนั่งเล่นแล้วหันบอกกับเธอที่นั่งอยู่ข้างกัน"วันนี้ตอนเย็นฉันจะพาเธอไปเปิดตัวกับพ่อและแม่ว่าเธอเป็นเมียของฉัน" เขาเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาที่จ้องมองเธอนั้นสะท้อนความจริงใจออกมาอย่างชัดเจน"ตอนที่คุณพาเอรินทร์ไปครั้งก่อน คุณยังบอกคุณป้าอยู่เลยว่ายังไม่รีบมีแฟนไงคะ" เจ้าของใบหน้าสวยเอ่ยด้วยรอยยิ้มแซว ก่อนเจ้าของเสียงทุ้มมีเสน่ห์จะพูดแซวกลับไป"ไม่ได้อยากมีแฟน แต่อยากมีเมียมากกว่า...""ตอนนั้นเธอยังเรียนไม่จบก็เลยต้องพูดแบบนั้น แต่พอเรียนจบก็จับทำเมียทันที ฉันอยากได้เธอมาเป็นเมียนานแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมเป็นเมียฉันสักทีนี่" มุมปากหยักยกยิ้มหยอกล้อจนทำเอาเอรินทร์เขินจนหน้าแดง ทุกครั้งที่เขาพูดคำว่าผัวเมีย เธอจะรู้สึกเขินทุกครั้งเพราะเธอยังไม่รู้สึกชินกับคำนั้นสักที ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามแก้เก้อเพื่อกลบเกลื่อนความอาย"ว
"ที่นอนเธอเล็กแค่นี้แล้วจะนอนพอเหรอ" คนที่เคยนอนแต่เฉพาะที่นอนขนาดคิงไซส์เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นที่นอนขนาดสามฟุตของเธอ"เอรินทร์นอนคนเดียวมันก็พออยู่แล้วค่ะ""แต่ฉันจะนอนกับเธอด้วย ที่นอนเล็กแบบนั้นคงนอนไม่พอหรอก""ถ้าคุณอยากนอนที่นอนกว้างๆ งั้นคุณก็กลับบ้านไปนอนบ้านของคุณดีกว่านะคะ""ฉันบอกจะนอนที่นี่ก็จะนอนที่นี่ งั้นเดี๋ยวฉันจะโทรสั่งทางร้านให้เอาเตียงกับที่นอนมาส่งก็แล้วกัน แล้วก็สั่งแอร์มาติดด้วย""ไม่ต้องติดแอร์หรอกค่ะคุณมิลเลอร์""เธอไม่ร้อนหรือไงเปิดแต่พัดลมน่ะ""ไม่ร้อนค่ะ เพราะเอรินทร์นอนตากพัดลมมาจนชินแล้ว""แต่ฉันไม่ชิน" พูดจบเขาก็จัดการโทรไปหาร้านเฟอร์นิเจอร์แล้วบอกให้เอาเตียงและที่นอนขนาดหกฟุตมาส่งที่นี่ จากนั้นก็โทรไปหาร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าบอกให้พนักงานเอาแอร์เข้ามาติดตั้งวันนี้เลยหลายชั่วโมงผ่านไปตอนเย็นหลังจากที่พนักงานร้านเฟอร์นิเจอร์และพนักงานติดตั้งแอร์กลับไปแล้ว มิลเลอร์ก็เข้ามาในห้องนอนแล้วบอกคนตัวเล็กที่กำลังจะเข้าห้องน้ำ"เดี๋ยวเราออกไปกินข้าวข้างนอกกันนะ""ค่ะ" ว่าแล้วเอรินทร์ก็เข้าห้องน้ำไป จากนั้นร่างสูงก็ออกไปข้างนอกจึงเห็นหญิงวัยกลางคนยืนอยู่หน้าบ้าน มิลเลอร
"เธออยากกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันสั่งของกินจากทางโรงแรมมาให้ อาหารที่นี่รสชาติอร่อยมากเลยนะ" เจ้าของใบหน้าหล่อไร้ที่ติหันถามยังร่างบอบบางที่นั่งอยู่ด้านข้างของตัวเองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน"คุณเคยมากินใช่ไหมคะถึงได้รู้ว่าอร่อย" เรียวปากสวยเอ่ยถามพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนๆ"ฉันมากินบ่อย เพราะโรงแรมนี้เป็นของเพื่อนฉัน""อ๋อค่ะ""ตกลงจะกินไหม เดี๋ยวฉันสั่งให้""กินค่ะ""ดีแล้วแหละที่กิน เพราะคืนนี้เธอยังต้องโดนอีกหลายน้ำ" เขายกยิ้มส่งสายตาเจ้าชู้ จนทำเอาเอรินทร์แก้มร้อนผ่าวและรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวเมื่อเห็นแววตาคมที่สะท้อนออกมาแบบนั้นมิลเลอร์ลุกไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแล้วจัดการโทรสั่งอาหารมาสองที่ ก่อนจะเดินกลับมาหย่อนกายนั่งลงข้างร่างเล็ก ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็มีสายโทรเข้ามาจากออมRrrr!'ว่าไงออม'เอรินทร์ที่ได้ยินว่าผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยโทรเข้ามาก็ถึงกับหัวใจวูบไหว'มิลเลอร์อยู่ไหน มืดแล้วทำไมถึงยังไม่กลับบ้านล่ะ''คืนนี้ฉันไม่ได้กลับนะออม''แล้วตอนนี้มิลเลอร์อยู่ไหน''ฉันอยู่โรงแรมน่ะ''มิลเลอร์พาสาวเข้าโรงแรมเหรอ''อืม''ใครเหรอ' ออมถามพลางรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเมื่อคิดว่ามิ





