LOGIN[ ดาดฟ้าเรือยอชต์ส่วนตัว "The Queen" — กลางทะเลอ่าววิกตอเรีย — 3 เดือนต่อมา ]แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดแสงสีทองกระทบผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ เรือยอชต์ลำหรูขนาดใหญ่แล่นตัดคลื่นลมอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าที่ไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศบนเรือวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดหรือการหลบหนีเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน... แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะและความสุขสมบูรณ์แบบ“ป๊ะป๋าเบลซ! รับนะฮะ!”เสียงตะโกนของ อาลัน ดังลั่น ก่อนที่เด็กชายวัย 6 ขวบจะกระโดดตีลังกาม้วนตัวจากชั้นสองของเรือลงสู่สระว่ายน้ำท้ายเรือด้วยท่วงท่าที่สวยงามและทรงพลังเกินเด็กตูม!“เยี่ยมมากไอ้เสือ! 10 คะแนนเต็ม!” เบลซ ที่ยืนถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อยู่หน้าเตาบาร์บีคิว ปรบมือเชียร์ลูกชาย “ขึ้นมาเลย! เนื้อวากิวย่างเสร็จแล้ว!”ที่เก้าอี้ผ้าใบข้างสระ... เอริน นั่งจิบน้ำผลไม้ปั่นสวยๆ ใส่แว่นกันแดดอันโต โดยมี โซล คอยทาครีมกันแดดให้ที่แขนอย่างทะนุถนอม“ป๊ะป๋าโซลคะ... แดดแรงแบบนี้ค่ายูวีเท่าไหร่คะ?” เอรินถามเสียงเจื้อยแจ้ว“ประมาณ 6 ครับเจ้าหญิง...” โซลตอบยิ้มๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ครีมกันแดดสูตรพิเศษที่ป๊ะป๋าผสมเอง กันได้
การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)“พวกมันกำลังฉลองอะไร?” ซูหนี่เลิกคิ้ว“ฉลองที่ฆ่าผมได้สำเร็จไงครับ” คินน์ แสยะยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ “ข่าวลือแพร่ไปแล้วว่าผู้นำ Devil's Den ถูกยิงตายที่โกดังร้าง... พวกมันเลยคิดว่าตอนนี้คุณไร้ทางสู้”เบลซ หักนิ้วดังกรอบแกรบ หยิบมีดพกขึ้นมาหมุนเล่น “งั้นเราไปเซอร์ไพรส์งานศพพวกมันกันหน่อยไหม? ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว”ซูหนี่เดินไปหยิบปืนพกสีเงินกระบอกงามที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบแม็กกาซีนด้วยท่าทางชำนาญ “ไปกันเถอะ ใครก็ตามที่มันกล้าแตะต้องลูกมังกร... มันต้องเจอกับแม่มังกร”[ Club 88 - โซน VVIP ชั้นดาดฟ้า - เวลา 22:00 น. ]เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แชมเปญราคาแพงถูกเปิดฉลอง กรรมการหวัง นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนัง หัวเราะร่าเริงกับ ชายหน้ากากเงิน ที่ตอนนี้ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นน่ากลัว“ฮ่าๆๆ! งานเยี่ยมมาก!” กรรมการหวังชนแก้ว “ไอ้คินน์ตาย... นังซูหนี่ก็เหมือนเสือสิ้นลาย พรุ่งนี้หุ้นหยางกรุ๊ปจะตกรูด แล้วฉันจะกว้านซื้อบริษัทคืนในราคาถูกๆ!”“เสียดายที่ไม่ได้ตัวเด็กมา...” มือปืนแสยะยิ้ม “แต่ได้ฆ่าหัวหน้า Devil's Den ก็คุ้มค่าจ้างแล้ว”“ดื่ม!
จู่ๆ ก็มีไอร้อนผ่าวพุ่งออกมาจากร่างกายของคินน์ ตรงจุดที่สัมผัสโดนน้ำตาและริมฝีปากของเอริน เลือดที่เคยไหลทะลักเริ่มหยุดชะงัก... เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ราวกับมีการถักทอเซลล์ขึ้นมาใหม่ด้วยเวทมนตร์“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ!” เบลซที่มองกระจกหลังอยู่ตะโกนลั่นจนรถเกือบเสียหลักโซลเบิกตากว้าง ขยับแว่นเพ่งมองปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน “ปฏิกิริยาเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ระดับสูง... นี่มัน...”เอรินยังคงร้องไห้ ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้แค่ว่าเธออยากช่วยพ่อ น้ำลายและน้ำตาของเอรินที่เปรอะเปื้อนหน้าคินน์ ซึมซาบลงสู่ผิวหนัง... สีหน้าซีดเผือดของคินน์เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจที่แผ่วเบาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและลึกขึ้นเฮือก!คินน์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลง เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง หอบหายใจถี่ๆ เหมือนคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ ความเจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง“คินน์!” ซูหนี่โผเข้ากอดเขาทันที ร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “นายฟื้นแล้ว! นายไม่ตาย!”คินน์งุนงง จับที่หน้าอกและแผ่นหลังตัวเอง... แผลฉกรรจ์เมื่อครู่ หายไปจนสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เท่า
[ ภายในรถ SUV หุ้มเกราะ – บนถนนมุ่งหน้าโรงพยาบาล — เวลา 19:10 น. ]บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและความตึงเครียดระดับวิกฤต เบลซ เหยียบคันเร่งจนมิดไมล์ เครื่องยนต์คำรามลั่นขณะรถพุ่งทะยานปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วสูง เพื่อแย่งชิงลมหายใจของพี่ชายจากมือพญามัจจุราชที่เบาะหลัง... ร่างสูงใหญ่ของ คินน์ นอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของ ซูหนี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคมเข้มบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเข้าที่กลางหลังทะลุปอด... ส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด แม้ โซล จะพยายามใช้ผ้ากอซกดปากแผลไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ของเหลวสีชาดก็ยังซึมออกมาจนชุ่มมือที่สั่นเทาของเขา“คินน์... คินน์! มองหน้าฉันสิ! อย่าหลับนะ!” ซูหนี่ตะโกนเรียกสติทั้งน้ำตา มือบางที่เปื้อนเลือดประคองแก้มเขาไว้แน่น “โซล! ทำอะไรสักอย่างสิ! เขาจะหยุดหายใจแล้ว!”“ชีพจรอ่อนมาก...” โซลกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬแตกพลั่กขณะเช็กสัญญาณชีพที่เริ่มแผ่วลงทุกวินาที “กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่และปอดฉีกขาด... เราต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเขาไม่รอดถึงโรงพย
[ ท่าเรือเก่า โกดังหมายเลข 12 - เวลา 18:30 น. ]สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งราวกับฟ้าเป็นใจ บรรยากาศรอบโกดังเก่าทรุดโทรมริมอ่าววิกตอเรีย เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและคาวปลาจากทะเล เงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์ติดอาวุธเดินลาดตระเวนอยู่รอบบริเวณอย่างหนาแน่นรถ SUV หุ้มเกราะสองคันจอดดับเครื่องซุ่มอยู่ในมุมมืดห่างออกไป 500 เมตร ภายในรถ... โซล กำลังรัวนิ้วบนคีย์บอร์ด ควบคุมโดรนขนาดจิ๋วให้บินเข้าไปสำรวจพื้นที่“มีศัตรูติดอาวุธสงคราม 20 คนรอบนอก... 10 คนข้างใน” โซลรายงานเสียงเครียด ภาพจากกล้องอินฟราเรดฉายขึ้นบนหน้าจอ “เป้าหมาย... อาลันและเอริน ถูกมัดอยู่กลางโกดัง ห้อยโตงเตงอยู่เหนือถังสารเคมี... และมีเด็กผู้ชายอีกคนน่าจะเป็นลูกของจิง ถูกมัดรวมอยู่ด้วย”“ไอ้สารเลว!” ซูหนี่ กำปืนในมือแน่น เมื่อเห็นภาพลูกถูกทรมาน “ฉันจะฆ่ามัน!”“ใจเย็นซูหนี่...” คินน์ วางมือบนไหล่เธอ แววตาคมกริบประเมินสถานการณ์ “นี่มันเป็นกับดัก... พวกมันจงใจเปิดพื้นที่โล่งให้เราบุกเข้าไป เพื่อจะตลบหลัง”“แล้วจะเอายังไง?” เบลซ ถามอย่างหัวเสีย นิ้วเคาะไกปืนกลเบาๆ “บุกเลยไหม? กูพร้อมระเบิดภูเขาเผากระท่อมแล้ว”“เราจะเล่นตามเกมมัน... แต่เล่นในแ
[ คฤหาสน์ตระกูลหยาง — เวลา 17:15 น. ]บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกดั่งขั้วโลกเหนือ โซล จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความเครียดขีดสุด จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ บนแผนที่... มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงออกจากห้างสรรพสินค้า แล้วมุ่งหน้าตรงกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง“มันกำลังมาที่นี่...” โซลพูดเสียงเรียบ “พิกัดของเอริน... หยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านเราแล้ว”คินน์ และ เบลซ สบตากันทันที ความเข้าใจบางอย่างแล่นผ่านสายตาโดยไม่ต้องพูด“เตรียมรับแขก...” คินน์สั่งเสียงต่ำ มือกระชับปืนพกที่เอวแน่น[ โถงรับแขกใหญ่ — เวลา 17:20 น. ]ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก พี่เลี้ยงจิง วิ่งถลากเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อย และใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวลงคุกเข่ากลางห้อง ร้องไห้โฮอย่างน่าเวทนา“ช่วยด้วยค่ะ! คุณหนู! ท่านเจ้าสัว!” จิงกรีดร้องเสียงหลง “ช่วยคุณหนูอาลันกับคุณหนูเอรินด้วย! พวกมัน... ฮือๆ... พวกมันจับตัวไป!”ซูหนี่ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สีหน้าเรียบเฉยจนน่ากลัว ข้างกายมีสามหนุ่มยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ“เกิดอะไรขึ้นจิง?” ซูหนี่ถามเสียงเย็น “ไหนบอกว่าพาเด็กๆ







