Share

ตอบแทนบุญคุณ

last update publish date: 2026-04-22 16:29:26

เสียงสายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว กระทบหลังคาสังกะสีผุพังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายเสียงกรีดร้องของคนจนตรอกที่แข่งกับเสียงฟ้าผ่า

ภายในห้องเช่าเท่ารูหนู กลิ่นอับชื้นของเชื้อราผสมกับกลิ่นน้ำขังโชยแตะจมูก มินตรา นั่งขดตัวอยู่บนฟูกเก่าที่มีรอยด่างดวง แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ สาดส่องลงบนเหรียญและธนบัตรใบย่อยที่เธอกำลังนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“สามร้อย... สี่ร้อยห้าสิบ... โธ่เว้ย! ยังขาดอีกตั้งเยอะ”

หญิงสาวสบถเบาๆ ด้วยความอัดอั้น ใบหน้าสวยหวานที่มักจะซ่อนความทุกข์ไว้ใต้รอยยิ้มบัดนี้หมองหม่นจนน่าใจหาย เธอรวบผมยาวสลวยขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงที่ขาวผ่องตัดกับผนังห้องซอมซ่อ ดวงตากลมโตจ้องมองปฏิทินแขวนผนังที่มีกากบาทสีแดงตัวใหญ่ทับวันที่สิ้นเดือน... วันเส้นตาย

พรุ่งนี้คือวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบก้อนโตที่พ่อของเธอไปก่อไว้... อีกแล้ว

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงทุบประตูไม้แทบพังทำให้มินตราสะดุ้งสุดตัว เหรียญในมือร่วงกราวลงพื้นกลิ้งระเนระนาด

“มิน! เปิดประตู! มิน... ช่วยพ่อด้วย!”

ทันทีที่ปลดกลอน ร่างท้วมของชัย ก็ถลาเข้ามาล้มลงแทบเท้า เลือดสดๆ ไหลอาบหน้าผากผสมกับน้ำฝน กลิ่นเหล้าหึ่งจนมินตราต้องเบือนหน้าหนี

“ถ้าคืนนี้พ่อไม่มีเงินไปคืน เสี่ยคินน์ พ่อตายแน่... มันขู่ว่าจะเอาพ่อไปโยนบ่อจระเข้! มันเอาจริงนะมิน!”

“เสี่ยคินน์...”

มินตราทวนชื่อนั้นด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก ชื่อของเจ้าพ่อมาเฟียผู้คุมอาณาจักร Devil's Den ชื่อที่เปรียบเสมือนมัจจุราชของคนในสลัมแห่งนี้

“แต่พ่อจ๊ะ... ไหนพ่อบอกว่าพ่อเคลียร์จบไปแล้วไง!”

มินตราตะโกนใส่พ่อเป็นครั้งแรก ความอดทนที่สั่งสมมาถึงขีดสุด

“เงินก้อนนั้น... เงินที่มินยืนขาแข็งเป็นพริตตี้งานมอเตอร์โชว์ทั้งอาทิตย์ มินเทให้พ่อหมดหน้าตักแล้ว พ่อบอกว่ามันจบแล้วไม่ใช่เหรอ”

ชัยหลบสายตาตัดพ้อของลูกสาว แสร้งทำเป็นบีบน้ำตาฟูมฟายหนักกว่าเดิม มือหยาบกร้านคว้าข้อเท้าลูกสาวไว้แน่น

“โธ่เอ๊ย! มินไม่รู้อะไร... เงินแค่นั้นมันแค่เศษเงินค่าดอกเบี้ยรายวันของพวกมัน!”

ชัยโกหกหน้าตายเพื่อเอาตัวรอด

“เงินต้นมันยังอยู่ครบ แถมดอกเบี้ยมันวิ่งเร็วยิ่งกว่าจรวด... ตอนนี้พวกมันยื่นคำขาดแล้ว... มันจะฆ่าพ่อคืนนี้”

“แล้วจะให้มินทำยังไง... มินไม่มีแล้ว... ไม่เหลืออะไรให้ขายแล้วนะพ่อ!”

มินตราทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ความสิ้นหวังกัดกินหัวใจจนเย็นเฉียบ

“มีทาง... มีทางรอดทางเดียว”

ชัยรีบละล่ำละลักพูด

“พ่อไปกราบกรานเลขาหน้าห้องเขามาแล้ว เขาบอกว่าเสี่ยคินน์ยอม ประนอมหนี้ ให้... เห็นแก่ที่พ่อเป็นลูกค้าเก่าแก่ แต่พ่อต้องส่งคนไปเซ็นเอกสารค้ำประกันเพิ่ม”

ชัยรีบล้วงซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อออกมายื่นให้เธอ ตราประทับครั่งสีแดงรูปหัวกะโหลกไขว้บนซองดูน่าสะพรึงกลัว

“ลูกแค่เอาเอกสารนี้ไปยื่นให้เสี่ยคินน์ แล้วเซ็นชื่อเป็นพยานรับทราบการประนอมหนี้แทนพ่อ... แค่นั้นหนี้สินทั้งหมดก็จะจบลงจริงๆ”

มินตรามองซองเอกสารในมือสลับกับสภาพดูไม่ได้ของพ่อ ความลังเลฉายชัดในแววตา

“เปิดดูได้ไหมพ่อ?”

“ไม่ได้!”

ชัยตวาดเสียงหลง ก่อนจะรีบปรับเสียงให้อ่อนลงเมื่อเห็นลูกสาวชะงัก

“เอ่อ... คือ เลขาเขาสั่งมาว่าห้ามเปิดก่อนถึงมือเสี่ยคินน์เด็ดขาด เดี๋ยวมันจะหาว่าเราแอบแก้ไขสัญญา แล้วเรื่องจะบานปลาย... ลูกไม่อยากให้พ่อตายใช่ไหม?”

“แล้วทำไมพ่อไม่ไปเอง...”

“พวกการ์ดหน้าประตูมันจำหน้าพ่อได้ ขืนพ่อโผล่หัวไปอีกมันกระทืบพ่อตายคาตีนแน่... มิน... มินต้องไปแทนพ่อ... ถือว่าพ่อขอนะลูก ครั้งสุดท้ายจริงๆ”

คำว่า ครั้งสุดท้าย เป็นเหมือนคำสาปที่มินตราได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ภาพพ่อที่เลือดท่วมตัวทำให้กำแพงในใจเธอพังทลายลงอีกครั้ง... ด้วยความรักและความกตัญญูที่ค้ำคอ

“ก็ได้จ้ะ... มินจะไป”

ชัยลอบยิ้มมุมปาก รีบผลักไสลูกสาวไปที่ตู้เสื้อผ้า “ดีมากลูกรักของพ่อ... ไปแต่งตัวสวยๆ นะ ใส่ชุดเดรสสีขาวที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้วน่ะ ชุดนั้นมินใส่แล้วสวยที่สุด... ผู้ใหญ่เขาเห็นจะได้เอ็นดู รีบไปเดี๋ยวนี้เลย”

มินตราพยักหน้าอย่างว่าง่าย เธอเดินเข้าไปในมุมห้องที่มีผ้าม่านกั้นเป็นตู้เสื้อผ้าชั่วคราว

มินตรายืนอยู่หน้ากระจกเงาเก่าๆ ที่มีรอยร้าวพาดผ่าน สะท้อนภาพหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องราวกับไข่มุก

'ชุดนี้... พ่อให้ตอนวันเกิดปีที่แล้ว'

เธอหมุนตัวดูเงาของตัวเองอย่างเศร้าสร้อย นึกถึงวันที่พ่อยื่นกล่องของขวัญให้ด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยาก วันนั้นพ่อบอกว่า

'ลูกสาวพ่อต้องสวยที่สุด'

มือบางยกขึ้นรวบผมยาวสลวยขึ้นเพื่อจะติดกิ๊บ แต่แล้วปลายนิ้วก็ชะงัก... เธอยกมือขึ้นลูบ ต้นคอ ตัวเองตามความเคยชิน... ตรงบริเวณที่มี ปานแดงรูปทรงประหลาด ที่ติดตัวมาตั้งแต่จำความได้ นิ้วเรียวลูบไล้ไปบนผิวที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ลวดลายของมันดูวิจิตรบรรจงคล้ายตัวอักษรโบราณ หรือสัตว์ในตำนานบางชนิดที่ขดตัวอยู่

'ปานนี้... พ่อชัยบอกว่าเป็นของขวัญจากสวรรค์...'

ภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมา... ทุกครั้งที่เธอพยายามจะมัดผมโชว์ท้ายทอย พ่อชัยจะรีบเข้ามาห้ามด้วยท่าทีตื่นตระหนก

'ห้ามให้ใครเห็นนะมิน... ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่ามีมันอยู่'

พ่อเคยกำชับเสียงเครียด

'มันเป็นของสำคัญ... ถ้าใครเห็น เขาจะมาแย่งตัวมินไปจากพ่อ'

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   ปลายทางแห่งความสุข

    [ ดาดฟ้าเรือยอชต์ส่วนตัว "The Queen" — กลางทะเลอ่าววิกตอเรีย — 3 เดือนต่อมา ]แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดแสงสีทองกระทบผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ เรือยอชต์ลำหรูขนาดใหญ่แล่นตัดคลื่นลมอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าที่ไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศบนเรือวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดหรือการหลบหนีเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน... แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะและความสุขสมบูรณ์แบบ“ป๊ะป๋าเบลซ! รับนะฮะ!”เสียงตะโกนของ อาลัน ดังลั่น ก่อนที่เด็กชายวัย 6 ขวบจะกระโดดตีลังกาม้วนตัวจากชั้นสองของเรือลงสู่สระว่ายน้ำท้ายเรือด้วยท่วงท่าที่สวยงามและทรงพลังเกินเด็กตูม!“เยี่ยมมากไอ้เสือ! 10 คะแนนเต็ม!” เบลซ ที่ยืนถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อยู่หน้าเตาบาร์บีคิว ปรบมือเชียร์ลูกชาย “ขึ้นมาเลย! เนื้อวากิวย่างเสร็จแล้ว!”ที่เก้าอี้ผ้าใบข้างสระ... เอริน นั่งจิบน้ำผลไม้ปั่นสวยๆ ใส่แว่นกันแดดอันโต โดยมี โซล คอยทาครีมกันแดดให้ที่แขนอย่างทะนุถนอม“ป๊ะป๋าโซลคะ... แดดแรงแบบนี้ค่ายูวีเท่าไหร่คะ?” เอรินถามเสียงเจื้อยแจ้ว“ประมาณ 6 ครับเจ้าหญิง...” โซลตอบยิ้มๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ครีมกันแดดสูตรพิเศษที่ป๊ะป๋าผสมเอง กันได้

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)

    การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)“พวกมันกำลังฉลองอะไร?” ซูหนี่เลิกคิ้ว“ฉลองที่ฆ่าผมได้สำเร็จไงครับ” คินน์ แสยะยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ “ข่าวลือแพร่ไปแล้วว่าผู้นำ Devil's Den ถูกยิงตายที่โกดังร้าง... พวกมันเลยคิดว่าตอนนี้คุณไร้ทางสู้”เบลซ หักนิ้วดังกรอบแกรบ หยิบมีดพกขึ้นมาหมุนเล่น “งั้นเราไปเซอร์ไพรส์งานศพพวกมันกันหน่อยไหม? ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว”ซูหนี่เดินไปหยิบปืนพกสีเงินกระบอกงามที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบแม็กกาซีนด้วยท่าทางชำนาญ “ไปกันเถอะ ใครก็ตามที่มันกล้าแตะต้องลูกมังกร... มันต้องเจอกับแม่มังกร”[ Club 88 - โซน VVIP ชั้นดาดฟ้า - เวลา 22:00 น. ]เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แชมเปญราคาแพงถูกเปิดฉลอง กรรมการหวัง นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนัง หัวเราะร่าเริงกับ ชายหน้ากากเงิน ที่ตอนนี้ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นน่ากลัว“ฮ่าๆๆ! งานเยี่ยมมาก!” กรรมการหวังชนแก้ว “ไอ้คินน์ตาย... นังซูหนี่ก็เหมือนเสือสิ้นลาย พรุ่งนี้หุ้นหยางกรุ๊ปจะตกรูด แล้วฉันจะกว้านซื้อบริษัทคืนในราคาถูกๆ!”“เสียดายที่ไม่ได้ตัวเด็กมา...” มือปืนแสยะยิ้ม “แต่ได้ฆ่าหัวหน้า Devil's Den ก็คุ้มค่าจ้างแล้ว”“ดื่ม!

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การล้างแค้นของนางพญา

    จู่ๆ ก็มีไอร้อนผ่าวพุ่งออกมาจากร่างกายของคินน์ ตรงจุดที่สัมผัสโดนน้ำตาและริมฝีปากของเอริน เลือดที่เคยไหลทะลักเริ่มหยุดชะงัก... เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ราวกับมีการถักทอเซลล์ขึ้นมาใหม่ด้วยเวทมนตร์“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ!” เบลซที่มองกระจกหลังอยู่ตะโกนลั่นจนรถเกือบเสียหลักโซลเบิกตากว้าง ขยับแว่นเพ่งมองปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน “ปฏิกิริยาเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ระดับสูง... นี่มัน...”เอรินยังคงร้องไห้ ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้แค่ว่าเธออยากช่วยพ่อ น้ำลายและน้ำตาของเอรินที่เปรอะเปื้อนหน้าคินน์ ซึมซาบลงสู่ผิวหนัง... สีหน้าซีดเผือดของคินน์เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจที่แผ่วเบาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและลึกขึ้นเฮือก!คินน์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลง เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง หอบหายใจถี่ๆ เหมือนคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ ความเจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง“คินน์!” ซูหนี่โผเข้ากอดเขาทันที ร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “นายฟื้นแล้ว! นายไม่ตาย!”คินน์งุนงง จับที่หน้าอกและแผ่นหลังตัวเอง... แผลฉกรรจ์เมื่อครู่ หายไปจนสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เท่า

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   เลือดมังกร

    [ ภายในรถ SUV หุ้มเกราะ – บนถนนมุ่งหน้าโรงพยาบาล — เวลา 19:10 น. ]บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและความตึงเครียดระดับวิกฤต เบลซ เหยียบคันเร่งจนมิดไมล์ เครื่องยนต์คำรามลั่นขณะรถพุ่งทะยานปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วสูง เพื่อแย่งชิงลมหายใจของพี่ชายจากมือพญามัจจุราชที่เบาะหลัง... ร่างสูงใหญ่ของ คินน์ นอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของ ซูหนี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคมเข้มบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเข้าที่กลางหลังทะลุปอด... ส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด แม้ โซล จะพยายามใช้ผ้ากอซกดปากแผลไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ของเหลวสีชาดก็ยังซึมออกมาจนชุ่มมือที่สั่นเทาของเขา“คินน์... คินน์! มองหน้าฉันสิ! อย่าหลับนะ!” ซูหนี่ตะโกนเรียกสติทั้งน้ำตา มือบางที่เปื้อนเลือดประคองแก้มเขาไว้แน่น “โซล! ทำอะไรสักอย่างสิ! เขาจะหยุดหายใจแล้ว!”“ชีพจรอ่อนมาก...” โซลกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬแตกพลั่กขณะเช็กสัญญาณชีพที่เริ่มแผ่วลงทุกวินาที “กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่และปอดฉีกขาด... เราต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเขาไม่รอดถึงโรงพย

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   รังมังกรและกับดักมรณะ

    [ ท่าเรือเก่า โกดังหมายเลข 12 - เวลา 18:30 น. ]สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งราวกับฟ้าเป็นใจ บรรยากาศรอบโกดังเก่าทรุดโทรมริมอ่าววิกตอเรีย เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและคาวปลาจากทะเล เงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์ติดอาวุธเดินลาดตระเวนอยู่รอบบริเวณอย่างหนาแน่นรถ SUV หุ้มเกราะสองคันจอดดับเครื่องซุ่มอยู่ในมุมมืดห่างออกไป 500 เมตร ภายในรถ... โซล กำลังรัวนิ้วบนคีย์บอร์ด ควบคุมโดรนขนาดจิ๋วให้บินเข้าไปสำรวจพื้นที่“มีศัตรูติดอาวุธสงคราม 20 คนรอบนอก... 10 คนข้างใน” โซลรายงานเสียงเครียด ภาพจากกล้องอินฟราเรดฉายขึ้นบนหน้าจอ “เป้าหมาย... อาลันและเอริน ถูกมัดอยู่กลางโกดัง ห้อยโตงเตงอยู่เหนือถังสารเคมี... และมีเด็กผู้ชายอีกคนน่าจะเป็นลูกของจิง ถูกมัดรวมอยู่ด้วย”“ไอ้สารเลว!” ซูหนี่ กำปืนในมือแน่น เมื่อเห็นภาพลูกถูกทรมาน “ฉันจะฆ่ามัน!”“ใจเย็นซูหนี่...” คินน์ วางมือบนไหล่เธอ แววตาคมกริบประเมินสถานการณ์ “นี่มันเป็นกับดัก... พวกมันจงใจเปิดพื้นที่โล่งให้เราบุกเข้าไป เพื่อจะตลบหลัง”“แล้วจะเอายังไง?” เบลซ ถามอย่างหัวเสีย นิ้วเคาะไกปืนกลเบาๆ “บุกเลยไหม? กูพร้อมระเบิดภูเขาเผากระท่อมแล้ว”“เราจะเล่นตามเกมมัน... แต่เล่นในแ

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การไล่ล่าและน้ำตาของคนทรยศ

    [ คฤหาสน์ตระกูลหยาง — เวลา 17:15 น. ]บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกดั่งขั้วโลกเหนือ โซล จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความเครียดขีดสุด จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ บนแผนที่... มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงออกจากห้างสรรพสินค้า แล้วมุ่งหน้าตรงกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง“มันกำลังมาที่นี่...” โซลพูดเสียงเรียบ “พิกัดของเอริน... หยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านเราแล้ว”คินน์ และ เบลซ สบตากันทันที ความเข้าใจบางอย่างแล่นผ่านสายตาโดยไม่ต้องพูด“เตรียมรับแขก...” คินน์สั่งเสียงต่ำ มือกระชับปืนพกที่เอวแน่น[ โถงรับแขกใหญ่ — เวลา 17:20 น. ]ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก พี่เลี้ยงจิง วิ่งถลากเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อย และใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวลงคุกเข่ากลางห้อง ร้องไห้โฮอย่างน่าเวทนา“ช่วยด้วยค่ะ! คุณหนู! ท่านเจ้าสัว!” จิงกรีดร้องเสียงหลง “ช่วยคุณหนูอาลันกับคุณหนูเอรินด้วย! พวกมัน... ฮือๆ... พวกมันจับตัวไป!”ซูหนี่ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สีหน้าเรียบเฉยจนน่ากลัว ข้างกายมีสามหนุ่มยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ“เกิดอะไรขึ้นจิง?” ซูหนี่ถามเสียงเย็น “ไหนบอกว่าพาเด็กๆ

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   โจรกรรมหัวใจ

    [ห้องสวีท VIP ชั้นบนสุดของโรงแรมเซ็นทรัล]ประตูห้องสวีทถูกเปิดออก คินน์วางร่างระหงของซูหนี่ลงบนพื้นพรมอย่างนุ่มนวล ไฟในห้องสว่างไสวเผยให้เห็นชายหนุ่มทั้งสามที่ค่อยๆ ถอดหน้ากากแฟนซีออก เผยใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายเบลซวางอาลันลง โซลวางเอรินลง เด็กแฝดทั้งสองยิ้มร่า แปะมือไฮไฟฟ์กันอย่าง

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   แผนโจรกรรมหัวใจ

    [เพนต์เฮาส์หรูใจกลางฮ่องกง - ฐานบัญชาการชั่วคราวของ Devil’s Den]"โธ่เว้ย!"เสียงแก้ววิสกี้ราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเบลซ เดินงุ่นง่านไปมาเหมือนเสือที่ถูกขังอยู่ในกรง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนลูกน้องในห้องไม่กล้าสบตา"สามวันแล้วนะเว้ยคินน์! สามวันแล้วที่ไอ้แก่นั่นขังเมียกับลูกเราไว้! มึงจะให้ก

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   กุญแจสำคัญ

    ซูหนี่ได้สติจากภวังค์ รีบดึงลูกทั้งสองเข้ามาในอ้อมกอด "เด็กๆ... พอแล้วลูก"คินน์มองภาพสามแม่ลูกตรงหน้า... แทนที่จะโกรธ เขากลับยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่ภูมิใจ "ดุเหมือนพ่อ... ฉลาดเหมือนพ่อ..." เขาพึมพำกับตัวเองคินน์ยอมถอยห

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   สงครามแย่งชิงหัวใจ

    หน้าห้องฝึกเทควันโด - 1 ชั่วโมงต่อมาซูหนี่เดินกลับมารับลูกชาย แต่ภาพที่เห็นผ่านกระจกใสทำให้เธอหยุดยืนตัวแข็งทื่อ กลางห้องฝึก... เบลซกำลังให้อาลันขี่คอ วิ่งไล่จับเด็กคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะของลูกชายเธอดังลั่นอย่างมีความสุขแบบที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน"คุณ!" ซูหนี่เปิดประตูผัวะเข้าไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status