LOGINบทส่งท้าย18+ทิ้งท้ายภายในรถสองเงาร่างนั่งอยู่เคียงกัน นิ้วเรียวของหญิงสาวยังถูกมือใหญ่ของบุรุษจับไว้แน่น อบอุ่นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทว่าเทียนอวิ๋นรู้สึกได้ ว่าดวงตาของคนรักหนุ่มเหลือบมองตนเองอยู่เนือง ๆ คล้ายมีบางสิ่งที่เขาคิดจะพูด แต่ก็กดเก็บไว้ใต้แววตาคู่นั้นอยู่หลายคราในที่สุดนางก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน“ท่านแม่ทัพ ท่านมีสิ่งใดอยากพูดกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”ซ่งเหวินจิ่นชะงักเล็กน้อย หันกลับมาสบตานาง ก่อนจะกลืนน้ำลายเบา ๆ อย่างลังเลสายตาคมสบนางอย่างไม่หลบ แต่กลับแฝงความเก้อเขินที่หาได้ยากยิ่งในตัวเขา“พูดมาเถิดเจ้าค่ะ...” นางพูดอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มบาง “หากเป็นสิ่งที่ข้าให้ได้ ข้ายินดี”คำพูดของนาง ทำให้เขาหลุดหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าคม พร้อมดวงตาที่คล้ายจะซุกซนขึ้นมาอย่างมิอาจห้าม“สิ่งที่ข้าขอ เจ้าทำได้อยู่แล้วทุกอย่างจริงรึ” เขาเอนตัวเข้าใกล้ สายตาอบอุ่นจนหัวใจนางเต้นระรัว “มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องการมานานแล้ว”“...”เขากระซิบเบา ๆ“เมื่อก่อน ข้าไม่เคยได้สัมผัสความอ่อนนุ่มจากซาลาเปาน้อยสองลูกนี้ของเจ้าเลย ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่ามันจะนุ่มขนาดไหนและมีลักษ
บทที่สิบเก้าบนรถม้าผ่านไปสองวัน...ท้องฟ้าเหนือจวนแม่ทัพแจ่มใสดุจไร้สิ่งใดเคยเกิดขึ้นมาก่อน แสงตะวันยามเช้าไล้ผ่านชายหลังคา ลูบไล้ยอดไม้ และทอดเงาเบา ๆ บนแผ่นหินหน้าครัวเรือนในจวนด้านในชีวิตประจำวันของเทียนอวิ๋นกลับมาเป็นดั่งเดิมนางตื่นแต่เช้า มาช่วยจัดเตรียมอาหารในโรงครัว สามารถแต่งกายด้วยอาภรณ์สตรีเรียบง่าย ได้ผูกผมขึ้นเป็นมวยเล็กตามแบบสาวใช้ทั่วไป ใบหน้าไม่ต้องหลบซ่อนตัวตน ไม่ต้องพันผ้ารัดอก ไม่ต้องฝึกย่ำเท้าแบบบุรุษอีกและที่น่าแปลกไปมากกว่านั้นคือหลังจากบิดาของนางไปแจ้งเรื่องขอพักงานเนื่องจากอาการป่วยของพี่ชายฝาแฝดกับท่านพ่อบ้านชราผู้ดูแลจวนกลับได้รับอนุมัติอย่างง่ายดายโดยที่ไม่โดนไล่ออก หรือแม้กระทั่งโดนลงโทษเลยสักนิดเดียวหากครอบครอบนางรู้เช่นนี้คงไม่สร้างเรื่องยุ่งยากอย่างการให้เทียนอวิ๋นปลอมตัวเป็นพี่ชายหรอก เฮ้อดี แล้ว นางมีคติประจำตัวว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วดีเสมอ เพราะคนเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้นี่นาขณะนี้เทียนอวิ๋นเดินออกมาจากเรือนบ่าวด้วยฝีเท้าเร่งร้อนอย่างเคยหลังจากคืนวันเปลี่ยนไปหลายวันทุกอย่างกำลังลงตัวกลับไปเหมือนอดีตอย่างที่ควรเป็น เช่นเดียวกับที่นางก
บทที่สิบแปดไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป🔥🔥ภายในห้องเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ และเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกันแผ่วเบา แสงตะเกียงบนผนังสั่นไหวตามแรงลมอ่อน ๆ จากหน้าต่างสะท้อนเงาร่างสองร่างที่แนบแน่นกันอยู่บนขอบเตียงซ่งเหวินจิ่นค่อย ๆ ละริมฝีปากลงจากเรียวปากของนางไล้จูบลงข้างแก้ม ลำคอ ไล่ลงตามสาบเสื้อผ้าบางเบาราวกับเขาต้องการประทับรอยไว้เพื่อประกาศว่า ‘ผู้นี้ เป็นของเขาเท่านั้น’ทุกจุมพิตของเขามิได้เร่งเร้าแต่กลับปลุกปลอบ ปลุกเร้าให้ต้องการโดนสัมผัสมากกว่านี้จนนางที่ในใจยังลังเล...ก็เริ่มละลายลงในอ้อมแขนของเขาอย่างช้า ๆมือใหญ่ของเขาเลื่อนมาช่วยปลดสายผ้าตรงช่วงไหล่ อาภรณ์ที่เคยปกปิดมิดชิด ค่อย ๆ หลุดร่วงลงตามแรงโน้มของใจที่ไม่อาจห้ามและในจังหวะที่นางกำลังเคลิ้ม ลืมเลือนโลกทั้งใบปลายนิ้วของเขาก็เลื่อนเข้าหากึ่งกลางผ้ารัดอก เพราะคิดว่าเป็นเพียงผ้าชั้นในของบุรุษตามประสาบ่าวปกติเสียงพรืดของผ้าที่หลุดจากร่างและในวินาทีนั้นเอง เรือนร่างที่เขาคิดว่าเป็นของบุรุษกลับเผยส่วนเว้าโค้งที่ไม่ควรมีในชายผู้ใดยอดเขาขาวนวลอ่อนนุ่มสองลูกที่ควรมีเฉพาะในสตรีเพศกลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเขารูปร่างน
บทที่สิบเจ็ดเจ้าเป็นของข้าโดยชอบธรรม🔥บานประตูปิดลงอย่างเงียบงัน เสียงตะเกียงไส้ฝ้ายแตกดังแจะ กลายเป็นเพียงสิ่งเดียวที่กล้าขัดจังหวะความเงียบในห้อง แผ่นหลังของเทียนอวิ๋นแนบประตูไม้ ขณะที่มือยังถูกชายตรงหน้ากุมไว้แน่นซ่งเหวินจิ่นยืนอยู่ใกล้...ใกล้เสียจนเงาร่างของเขาซ้อนทับกับนาง ใบหน้าคมเข้มยังคงมืดครึ่งหนึ่งภายใต้แสงไฟ หากแต่ดวงตาของเขากลับทอประกายวาบน่ากลัวที่นางอ่านไม่ออก“เจ้าทำอะไรลงไป” เสียงของเขาดังขึ้นช้า ๆ แต่ชัดเจน หนักแน่นดุจค้อนกระทบหิน“...”“เหตุใดจึงส่งนางผู้นั้นเข้ามาแทนตนเอง” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกครึ่งก้าว มือยังคงไม่ปล่อยและดวงตายังจับจ้องเพียงใบหน้านางคนเดียวเทียนอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ และเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เพราะข้าน้อยรู้ตัวว่าไม่สามารถให้ในสิ่งที่คุณชายต้องการได้ทุกอย่างขอรับ”นางพยายามประคองเสียงให้เรียบ แต่ความสั่นเครือในแววตากลับทรยศใจที่ฝืนไว้“บ่าวเป็นผู้ชาย” เสียงนางเบาลงราวมลายละลายไปกับลม “ท่านแม่ทัพคงรังเกียจบ่าวที่เป็นผู้ชาย ไม่มีส่วนนุ่มนิ่มและน่ามองเหมือนเหล่าสตรี ข้าเพียงไม่อยากให้คุณชายต้องฝืนตนเอง และลำบากใจอีกต่อไปขอรับ”ป
บทที่สิบหกตัวแทนอุ่นเตียงจ๊อกเสียงของเหลวสีขาวขุ่นผสมกับน้ำสะอาดที่เทียนอวิ๋นใช้ล้างและล้วงออกมาจากช่องทางสวาทของตนเองดังลั่นสถานที่เอาไว้อาบน้ำของสาวใช้ที่นางแอบเข้ามาข้างในเพื่อใช้บริการชั่วคราวในตอนที่ไม่มีใครมาใช้เพราะต่างแยกย้ายไปทำงานของตนเองในช่วงเวลาใกล้เย็นต้องรีบจัดการงานตนเองให้เสร็จไม่เช่นนั้นคงไม่ได้นอนมือบางไล้น้ำผ่านซอกคออย่างแผ่วเบา ทุกหยดน้ำที่ไหลผ่านลำตัว คล้ายสายฝนที่พยายามลบล้างร่องรอยกลีบบุปผาที่เบ่งบานโดยไม่อาจควบคุม“คืนนี้ ข้าจะต้องไม่ไปปรนนิบัติท่านแม่ทัพ”ขอเพียงคืนนี้ นางต้องการพักหัวใจและร่างกายของตนเพียงแค่คืนเดียวเพื่อหาเวลาคิดใคร่ครวญหาวิธีที่สามารถทั้งช่วยเจ้านายที่ตนเองภักดีและช่วยหัวใจตนเองไม่ให้ตกลงไปในหลุมที่ลึกล้ำยากปีนขึ้นมาในอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึงนี้ในที่สุดยามค่ำคืนก็มาถึง จวนแม่ทัพแสงตะวันลับเหลือเพียงแสงตะเกียงที่ไหวริกไปตามลมเย็นปลายวสันต์รอบเรือนเงียบสงบตามธรรมเนียมของจวนทหาร หากแต่หัวใจของหญิงสาวผู้หนึ่งกลับไม่อาจสงบลงได้แม้แต่น้อยเทียนอวิ๋นยืนเงียบอยู่เสาต้นหนึ่งไม่ไกลจากห้องนอนของท่านแม่ทัพ มือของนางกำชายเสื้อแน่น สายตาแน่วแน่มองไป
บทที่สิบห้าบนม้า 18+🔥🥵นางคิดว่าทุกอย่าง…คงจบลงเพียงค่ำคืนนั้นค่ำคืนที่นางยอมมอบกายเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ตนเองพูดไปและยืนยันความบริสุทธิ์ใจคว่าตนเองนั้นไม่ได้เป็นพวกของฝ่ายหอคณิกาแต่อย่างไรทว่า...แต่นนางหาได้เคยคิดมาก่อนว่าว่านับจากคืนนั้นจะยังมี ‘อีกหลายคืน’ ถัดจากนั้นท่านแม่ทัพเรียกหานางที่เป็นบ่าวชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในยามราตรีท่ามกลางเงาจันทร์ภายใต้ข้ออ้างว่าพิษในกายเขายังมิได้สร่าง และทุกครั้งที่เขาเอ่ยนางที่ตกหลุมรักเขามานานนมก็ยินยอมโดยไม่เอ่ยปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่แน่นอนว่านางต้องช่วยเขาไปด้วยและพยายามปิดความเป็นสตรีของตนเองไปด้วยโชคดีที่เจ้านายคนนี้เป็นคนยอมรับเงื่อนไขง่ายดายไม่ว่านางจะขอให้ปิดตา มัดมือ หรือไม่ให้จับตรงไหน เขาก้ยอมทุกอย่าง ขอเพียงนางซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นชายไม่อาจท้องได้ยอมช่วยเขาถอนพิษนั้นให้สิ้นซากนางเคยถามเขา ด้วยความสงสัยว่าพิษชนิดนี้นั้นจะอยู่นานอีกเท่าใดกันท่านแม่ทัพหลุบตาต่ำแล้วกล่าวอย่างจริงจัง ว่าหมอชราผู้เชี่ยวชาญบอกว่าพิษนี้ถอนด้วยยาไม่ได้ต้องให้คนโดนพิษปลดปล่อยออกจนพิษออกจากตัวหมดจึงจะสงบลงนางฟังแล้วเงียบงันตีความด้วยสมองอันน้อยนิดของตน
บทที่สามข้าหิวน้ำ 🔥18+ไม่รู้ว่าเจ้านายเป็นอันใดไปดังนั้น เทียนอวิ๋นยื่นผ้าเย็นแตะหน้าผากของซ่งเหวินจิ่นอย่างเบามือ ทว่าขณะกำลังจะชักมือกลับ นางพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาดสายตาคมดุของชายหนุ่มที่ควรจะหลับหรือมึนเบลอในห้วงมึนเมากลับกำลังจ้องมาทางนางแน่วนิ่งดวงตาคู่นั้นฉ่ำเยิ้ม เคลิบเคลิ
บทที่สองคณิกาคิดปีนเตียงเสียงหัวเราะเริงร่าดังลั่นอยู่ภายในห้องรับรองชั้นบนของหอเมฆหยก เมื่อสุราไหที่สี่เริ่มพร่องลง ถ้อยคำที่เคยกล่าวอย่างขรึมขลังของเหล่าคุณชายก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวรื่นรมย์ ปนหยอกล้อเร่าร้อนที่ต่างผลัดกันนำมาคุย“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเมื่อคืนก่อนเรือนใต้ของหอเมฆหยกเ
บทที่หนึ่งเกือบโดนจับได้เรือนหลักของแม่ทัพน้อยซ่งเหวินจิ่นในยามเย็นยิ่งเงียบขรึมกว่าเคย แสงอาทิตย์สุดท้ายคล้ายกลืนหายไปกับผืนฟ้าเบื้องหลังแนวกำแพงเมือง เงาเรือนใหญ่ทอดยาวลงบนลานหินแกรนิตจนแลดูเย็นเยียบเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นบนเฉลียงเรือน พร้อมกับกล่องไม้ใส่อาหารที่แผ่กลิ่นหอมอบอวลออกมาเทียนอวิ
บทนำเรือนเก้าท้ายในจวนแม่ทัพเมืองเฟิ่งซีเงียบสงัดยามอรุณ ปลายไผ่โยกไหวแผ่วเบาเพราะสายลมเหนือพัดผ่าน ผ่านเอาปัญหามายังบ้านเล็กหลังหนึ่งของเรือนรับใช้ในจวนในเรือนนั้นครอบครัวเซี่ยนั่งล้อมวงอยู่บนเสื่อผ้าฝ้ายเรียบง่าย ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความกังวล“ข้า... ข้าขอโทษจริง ๆ ขอรับท่านพ่อ ท่านแม่...”เ







