LOGINแม้เปลวพิษในร่างจะมอดลงแล้ว แต่เปลวไฟที่ซ่อนอยู่ในใจชายหนุ่มกลับยังลุกไหม้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะดับ
เขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างสูงที่ยังเปลือยเปล่าภายใต้แสงตะเกียงสลัว โน้มกายก้มเข้าหาเบื้องหน้าช้า ๆ เพื่อเข้าใกล้ตรงที่หญิงสาวยังคุกเข่าหอบหายใจแรงอยู่
หยาดขาวอุ่นที่เขาหลั่งออกเมื่อสักครู่ยังเปื้อนไหลออกาจากขอบริมฝีปากของนาง ราวกับมุกขุ่นที่กลิ้งอยู่บนกลีบบุปผาแดง
มือใหญ่ค่อย ๆ ยื่นไปแตะใบหน้าของหญิงสาวอย่างเงียบงัน นิ้วโป้งหยาบกร้านแตะมุมปาก ก่อนจะลากผ่านแนวแก้มอ่อนนุ่ม เนื้อเนียนอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวล
นางมิได้หลบหนี มิได้ผละออก มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ปิดลงช้า ๆ ราวกับยินยอมให้เขาใช้ปลายนิ้ววาดรอยไว้บนใบหน้า
นิ้วโป้งลูบผ่านคางมน แล้ววนขึ้นอีกครั้งตรงรอยเปื้อนของหยาดพิรุณที่ยังค้างอยู่ มือนั้นเคลื่อนไปตามแนวกราม เหมือนศิลปินผู้กำลังลบสีเกินบนผืนผ้าไหมด้วยความอ่อนโยน
แต่ในใจเขานั้นหาได้ต้องการลบออกไม่ หากกลับอยาก นางจำไว้ว่าระหว่างเขากับนาง เคยใกล้ชิดกันเพียงนี้
ทุกสัมผัสนั้นดูเหมือนจะอ่อนโยน หากแฝงแรงอารมณ์ที่ถูกเก็บกดจนใกล้ระเบิดเต็มทีเสียแล้ว
มืออีกข้างวางลงบนบ่าข้างหนึ่งของหญิงสาว ผ่านชั้นอาภรณ์บางเบาที่เปียกเหงื่อ ร่างเล็กสะท้านเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขากดผ่านเนื้อเนียนอย่างแรงราวกับพยายามปลุกบางสิ่งบางอย่างของนางให้ออกมา
เขากดนิ้วช้า ๆ คลึงเบา ๆ ในทุกจุดที่มือเคื่อนผ่านกายสาวเหมือนหยอกล้อกลีบบัวที่ยังไม่บานเต็มที่
หญิงสาวยังหลับตา ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย หอบหายใจแผ่วเบาไปตามแรงสัมผัสนั้นอย่างเผลอไผล
จากนั้นเขาจึงโน้มกายเข้ามาใกล้อีก…
ปลายหน้าผากของเขาแนบชิดกับหน้าผากนาง ลมหายใจร้อนปะทะกันตรงกลางเหมือนหมอกสองสายที่ผสานกันโดยไม่ทันรู้ตัว
และเมื่อปลายนิ้วเคลื่อนกลับมายังริมฝีปากนุ่ม สัมผัสเริ่มหนักหน่วงขึ้น ลูบย้ำ ๆ ที่บริเวณนี้
เทียนอวิ๋นลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาเปียกชื้นด้วยแรงอารมณ์ปนความหวั่นไหว นางสบตาเขานิ่งอยู่เพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเบากว่าลมหายใจ
“ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการจุมพิตข้าหรือไม่”
คำถามนั้นเบาราวกับไม่ต้องการคำตอบ
และเขาก็มิได้ตอบนางด้วยคำพูดเช่นกัน
มีเพียงการเคลื่อนไหวช้า ๆ ของร่างที่โน้มลง ริมฝีปากของเขาประกบลงบนกลีบปากของหญิงสาวเบาเสียยิ่งกว่าใบไม้ปลิว
จุมพิตแรกเหมือนเงาแสงตะเกียงแตะปลายม่าน บางเบา ชวนหวั่นไหวหากแต่นำความอุ่นซ่านมาสู่กลางอกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
หญิงสาวเบิกตากว้างครู่หนึ่ง แต่เมื่อเขาไม่ผละออกกลับแนบชิดกว่าเดิม นางค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง ยินยอมให้ไฟแผ่วในจิตใจถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
ริมฝีปากของเขาไล้แผ่ว ๆ จากมุมปากซ้ายไปขวา ก่อนจะกดจูบซ้ำลงไปอย่างมั่นคงกว่าเดิม มือหนึ่งเลื่อนไปวางที่ท้ายทอยนางอย่างอ่อนโยน ขณะปลายนิ้วมืออีกข้างยังเคลื่อนคลึงที่หัวไหล่มน
กลีบกุหลาบนี้แม้ไร้กลิ่นหอม แต่กลับทำให้เขาหลงใหลจนลืมหายใจ
จูบนั้นไม่จบลงง่าย ๆ
เมื่อเขารู้สึกถึงความร่วมมือของหญิงสาวที่ค่อย ๆ ขยับริมฝีปากตาม เขาก็เริ่มใช้ปลายลิ้นอุ่นของตนแตะกลีบปากนาง
ดั่งมังกรเงียบที่เคาะประตูถ้ำขออนุญาตเข้าไปสำรวจข้างในโพรงอ่อนนุ่มภายในถูกแตะแต้มทีละน้อย เริ่มจากแตะปลายลิ้นนาง สัมผัสซ้ำสอง ซ้ำสาม ก่อนจะพลิ้วไหวเข้าไปลึกล้ำมากกว่าเดิม
กลิ่นของความเร่าร้อนและรสชาติจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นยังไม่เลือนหาย เมื่อปลายลิ้นของเขาแตะต้องถึงผนึกบุปผาด้านใน เขากลืนน้ำลายลงช้า ๆ กลิ่นกรุ่นนั้นกระจายในโพรงปากทันที
มันทั้งร้อนกรุ่น
ฉ่ำแฉะ
เขาขยับลิ้นช้าบ้าง เร็วบ้าง หยอกล้อราวกับจะจดจำรสชาตินี้ไว้ให้แน่นยิ่งกว่าแผนที่ศึกในหัว
หญิงสาว…มิได้ผลักไสเขาแม้แต่น้อย
ริมฝีปากที่แนบชิดกันยังไม่ผละห่าง กลีบปากบดเบียดราวกับสายลมสองทิศที่ต้านกันและกันก่อนจะกลืนเข้าสู่จุดเดียว
จากจุมพิตแผ่วเบา บัดนี้กลับเปี่ยมแรงดึงดูดดั่งคลื่นทะเลโถมซัดฝั่งไม่หยุดจ๊วบ
“อืม”
“อ๊ะ...”
เสียงดูดดื่มกันดังชัด… แผ่ว ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เสียงของน้ำหวานจากโพรงปากแลกเปลี่ยนกันอย่างลึกล้ำ รินไหลจากมุมปากเป็นสาย คล้ายหยาดน้ำค้างตกจากกลีบบุปผาที่ถูกลมแรงพัดผ่าน
ร่างหญิงสาวยังคงอยู่ในอาภรณ์เต็มชุด หากแต่ชุดนั้นหลุดรุ่ยอย่างไร้แบบแผน ผ้าชั้นนอกเลื่อนจากไหล่ เผยให้เห็นผิวขาวสะอาดนวลเนียนราวหยกน้ำแข็ง ไหล่บางนั้นสั่นระริกยามฝ่ามือใหญ่ของเขาไล้ผ่านแนวกระดูกอย่างช้า ๆ
มือหนึ่งของเขาเลื่อนลงแนบหลัง กดเบา ๆ ให้ร่างของนางเอนตัวลงไปกับพื้น แผ่นหลังบางราวกลีบดอกเหมยสัมผัสพื้นไม้เย็นเยียบ แต่กลับไม่มีอาการต่อต้าน
เพียงอึดใจเดียว ร่างหนาของชายหนุ่มก็ตามลงมาครอบทับเหนือร่างบอบบางนั้น
ความอบอุ่นจากกายเขาแผ่ซ่านเข้าปะทะผิวนางอย่างรุนแรง กลิ่นเหงื่อ กลิ่นกาย และกลิ่นปรารถนาเข้มข้นคล้ายหมอกกลางดึก
ภายในห้องไม้ที่เงียบสงัด ร่างของหญิงสาวบอบบางนอนแนบพื้นห้องใต้ร่างของบุรุษผู้เร่าร้อน มือหนาแนบอยู่ข้างแก้ม ดวงตาคมที่ปรือด้วยแรงพิษและแรงปรารถนา สบลงมาอย่างแน่วแน่
เทียนอวิ๋นหลุบตาลงครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเบา ๆ เสียงสั่น
“ท่านแม่ทัพ ท่านจำข้าได้หรือไม่…ว่าข้าคือใคร…”
นางถามพลางหลบสายตา ดวงหน้าร้อนผ่าว ทั้งด้วยความประหม่าหวั่นไหว และความกลัวว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพียงเงาแห่งพิษในร่างเขา
หากแต่ชายตรงหน้านั้น…หาได้ตอบนางด้วยคำใด
เขาโน้มใบหน้าลงมาอย่างเชื่องช้า สายตาเหมือนถูกกลืนหายไปในเปลวไฟที่ไม่มีใครควบคุมได้ จากนั้นริมฝีปากก็แนบลงตรงซอกคอขาวนวล สูดลมหายใจลึก คล้ายต้องการกลืนกลิ่นกายของนางให้จมซึมเข้าไปถึงกระดูก
ปลายลิ้นอุ่นไล้แตะผิวนวล ขบเม้มเล็กน้อยจนกลีบผิวสั่นไหว เสียงหอบเบา ๆ หลุดจากลำคอหญิงสาว
มือหนึ่งของเขาเลื่อนลงมาแนบเอว อาภรณ์ตัวโคร่งที่หลวมกว่ากายของนางมากนัก เพราะถูกออกแบบมาให้สวมในฐานะบ่าวชายถูกปลดออกอย่างง่ายดาย
เขาไม่ได้เร่งร้อน…แต่ก็ไม่ได้ลังเล ปลายนิ้วแข็งแรงคลี่ผ้าลงอย่างเป็นจังหวะ ราวกับกำลังแกะห่อดอกเหมยกลางฤดูหนาวที่เพิ่งผลิบานใต้หิมะ
เทียนอวิ๋นเงียบงัน ปล่อยให้เขาเป็นผู้กำหนดจังหวะ
จนกระทั่งชั้นผ้าสุดท้ายถูกปลดลง เผยให้เห็นสายผ้าผืนบางที่พันรัดอยู่รอบอก เป็นสิ่งเดียวที่ยังคงปิดบังสรีระแท้จริงของนางไว้
มือหนาชะงัก…
สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความฉงนปนตกใจ หากแต่ชั่วเพียงพริบตาเดียว ความลังเลก็สลายไป เหลือเพียงสายตาที่หม่นด้วยความหลงใหล
มือหนาคู่นั้นยื่นไปแตะสายผ้าอย่างมั่นคง ปลายนิ้วค่อย ๆ สอดเข้าใต้รอยรัดแน่น แล้วดึงสายผ้านั้นออกอย่างไม่มีคำถาม ไม่มีเสียงเอื้อนเอ่ย
ผ้าที่เคยรัดแน่นหลุดจากกันในชั่วอึดใจ และทันใดนั้นเอง…
ยอดเขาหิมะที่ถูกอัดแน่นไว้นานก็เผยตนออก เขาสองก้อนกลมเนียนแน่น ดุจซาลาเปาสีขาวอมชมพู ถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ และเด้งออกมาต่อสายตาเขา
เขายืนนิ่งครู่หนึ่ง กลืนน้ำลายช้า ๆ โดยไม่รู้ตัว
จากนั้น… เขาก็โน้มกายลงอย่างเงียบงัน ราวกับอยากทำความรู้จักกับก้อนเนื้อเนียนเด้งคู่นี้ด้วยจมูกและริมฝีปากมากกว่าดวงตา
และหญิงสาวหลับตาแน่น ยินยอมให้ตนเองถูกกลืนไปในห้วงเพลิงราคะ
บทส่งท้าย18+ทิ้งท้ายภายในรถสองเงาร่างนั่งอยู่เคียงกัน นิ้วเรียวของหญิงสาวยังถูกมือใหญ่ของบุรุษจับไว้แน่น อบอุ่นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทว่าเทียนอวิ๋นรู้สึกได้ ว่าดวงตาของคนรักหนุ่มเหลือบมองตนเองอยู่เนือง ๆ คล้ายมีบางสิ่งที่เขาคิดจะพูด แต่ก็กดเก็บไว้ใต้แววตาคู่นั้นอยู่หลายคราในที่สุดนางก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน“ท่านแม่ทัพ ท่านมีสิ่งใดอยากพูดกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”ซ่งเหวินจิ่นชะงักเล็กน้อย หันกลับมาสบตานาง ก่อนจะกลืนน้ำลายเบา ๆ อย่างลังเลสายตาคมสบนางอย่างไม่หลบ แต่กลับแฝงความเก้อเขินที่หาได้ยากยิ่งในตัวเขา“พูดมาเถิดเจ้าค่ะ...” นางพูดอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มบาง “หากเป็นสิ่งที่ข้าให้ได้ ข้ายินดี”คำพูดของนาง ทำให้เขาหลุดหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าคม พร้อมดวงตาที่คล้ายจะซุกซนขึ้นมาอย่างมิอาจห้าม“สิ่งที่ข้าขอ เจ้าทำได้อยู่แล้วทุกอย่างจริงรึ” เขาเอนตัวเข้าใกล้ สายตาอบอุ่นจนหัวใจนางเต้นระรัว “มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องการมานานแล้ว”“...”เขากระซิบเบา ๆ“เมื่อก่อน ข้าไม่เคยได้สัมผัสความอ่อนนุ่มจากซาลาเปาน้อยสองลูกนี้ของเจ้าเลย ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่ามันจะนุ่มขนาดไหนและมีลักษ
บทที่สิบเก้าบนรถม้าผ่านไปสองวัน...ท้องฟ้าเหนือจวนแม่ทัพแจ่มใสดุจไร้สิ่งใดเคยเกิดขึ้นมาก่อน แสงตะวันยามเช้าไล้ผ่านชายหลังคา ลูบไล้ยอดไม้ และทอดเงาเบา ๆ บนแผ่นหินหน้าครัวเรือนในจวนด้านในชีวิตประจำวันของเทียนอวิ๋นกลับมาเป็นดั่งเดิมนางตื่นแต่เช้า มาช่วยจัดเตรียมอาหารในโรงครัว สามารถแต่งกายด้วยอาภรณ์สตรีเรียบง่าย ได้ผูกผมขึ้นเป็นมวยเล็กตามแบบสาวใช้ทั่วไป ใบหน้าไม่ต้องหลบซ่อนตัวตน ไม่ต้องพันผ้ารัดอก ไม่ต้องฝึกย่ำเท้าแบบบุรุษอีกและที่น่าแปลกไปมากกว่านั้นคือหลังจากบิดาของนางไปแจ้งเรื่องขอพักงานเนื่องจากอาการป่วยของพี่ชายฝาแฝดกับท่านพ่อบ้านชราผู้ดูแลจวนกลับได้รับอนุมัติอย่างง่ายดายโดยที่ไม่โดนไล่ออก หรือแม้กระทั่งโดนลงโทษเลยสักนิดเดียวหากครอบครอบนางรู้เช่นนี้คงไม่สร้างเรื่องยุ่งยากอย่างการให้เทียนอวิ๋นปลอมตัวเป็นพี่ชายหรอก เฮ้อดี แล้ว นางมีคติประจำตัวว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วดีเสมอ เพราะคนเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้นี่นาขณะนี้เทียนอวิ๋นเดินออกมาจากเรือนบ่าวด้วยฝีเท้าเร่งร้อนอย่างเคยหลังจากคืนวันเปลี่ยนไปหลายวันทุกอย่างกำลังลงตัวกลับไปเหมือนอดีตอย่างที่ควรเป็น เช่นเดียวกับที่นางก
บทที่สิบแปดไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป🔥🔥ภายในห้องเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ และเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกันแผ่วเบา แสงตะเกียงบนผนังสั่นไหวตามแรงลมอ่อน ๆ จากหน้าต่างสะท้อนเงาร่างสองร่างที่แนบแน่นกันอยู่บนขอบเตียงซ่งเหวินจิ่นค่อย ๆ ละริมฝีปากลงจากเรียวปากของนางไล้จูบลงข้างแก้ม ลำคอ ไล่ลงตามสาบเสื้อผ้าบางเบาราวกับเขาต้องการประทับรอยไว้เพื่อประกาศว่า ‘ผู้นี้ เป็นของเขาเท่านั้น’ทุกจุมพิตของเขามิได้เร่งเร้าแต่กลับปลุกปลอบ ปลุกเร้าให้ต้องการโดนสัมผัสมากกว่านี้จนนางที่ในใจยังลังเล...ก็เริ่มละลายลงในอ้อมแขนของเขาอย่างช้า ๆมือใหญ่ของเขาเลื่อนมาช่วยปลดสายผ้าตรงช่วงไหล่ อาภรณ์ที่เคยปกปิดมิดชิด ค่อย ๆ หลุดร่วงลงตามแรงโน้มของใจที่ไม่อาจห้ามและในจังหวะที่นางกำลังเคลิ้ม ลืมเลือนโลกทั้งใบปลายนิ้วของเขาก็เลื่อนเข้าหากึ่งกลางผ้ารัดอก เพราะคิดว่าเป็นเพียงผ้าชั้นในของบุรุษตามประสาบ่าวปกติเสียงพรืดของผ้าที่หลุดจากร่างและในวินาทีนั้นเอง เรือนร่างที่เขาคิดว่าเป็นของบุรุษกลับเผยส่วนเว้าโค้งที่ไม่ควรมีในชายผู้ใดยอดเขาขาวนวลอ่อนนุ่มสองลูกที่ควรมีเฉพาะในสตรีเพศกลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเขารูปร่างน
บทที่สิบเจ็ดเจ้าเป็นของข้าโดยชอบธรรม🔥บานประตูปิดลงอย่างเงียบงัน เสียงตะเกียงไส้ฝ้ายแตกดังแจะ กลายเป็นเพียงสิ่งเดียวที่กล้าขัดจังหวะความเงียบในห้อง แผ่นหลังของเทียนอวิ๋นแนบประตูไม้ ขณะที่มือยังถูกชายตรงหน้ากุมไว้แน่นซ่งเหวินจิ่นยืนอยู่ใกล้...ใกล้เสียจนเงาร่างของเขาซ้อนทับกับนาง ใบหน้าคมเข้มยังคงมืดครึ่งหนึ่งภายใต้แสงไฟ หากแต่ดวงตาของเขากลับทอประกายวาบน่ากลัวที่นางอ่านไม่ออก“เจ้าทำอะไรลงไป” เสียงของเขาดังขึ้นช้า ๆ แต่ชัดเจน หนักแน่นดุจค้อนกระทบหิน“...”“เหตุใดจึงส่งนางผู้นั้นเข้ามาแทนตนเอง” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกครึ่งก้าว มือยังคงไม่ปล่อยและดวงตายังจับจ้องเพียงใบหน้านางคนเดียวเทียนอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ และเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เพราะข้าน้อยรู้ตัวว่าไม่สามารถให้ในสิ่งที่คุณชายต้องการได้ทุกอย่างขอรับ”นางพยายามประคองเสียงให้เรียบ แต่ความสั่นเครือในแววตากลับทรยศใจที่ฝืนไว้“บ่าวเป็นผู้ชาย” เสียงนางเบาลงราวมลายละลายไปกับลม “ท่านแม่ทัพคงรังเกียจบ่าวที่เป็นผู้ชาย ไม่มีส่วนนุ่มนิ่มและน่ามองเหมือนเหล่าสตรี ข้าเพียงไม่อยากให้คุณชายต้องฝืนตนเอง และลำบากใจอีกต่อไปขอรับ”ป
บทที่สิบหกตัวแทนอุ่นเตียงจ๊อกเสียงของเหลวสีขาวขุ่นผสมกับน้ำสะอาดที่เทียนอวิ๋นใช้ล้างและล้วงออกมาจากช่องทางสวาทของตนเองดังลั่นสถานที่เอาไว้อาบน้ำของสาวใช้ที่นางแอบเข้ามาข้างในเพื่อใช้บริการชั่วคราวในตอนที่ไม่มีใครมาใช้เพราะต่างแยกย้ายไปทำงานของตนเองในช่วงเวลาใกล้เย็นต้องรีบจัดการงานตนเองให้เสร็จไม่เช่นนั้นคงไม่ได้นอนมือบางไล้น้ำผ่านซอกคออย่างแผ่วเบา ทุกหยดน้ำที่ไหลผ่านลำตัว คล้ายสายฝนที่พยายามลบล้างร่องรอยกลีบบุปผาที่เบ่งบานโดยไม่อาจควบคุม“คืนนี้ ข้าจะต้องไม่ไปปรนนิบัติท่านแม่ทัพ”ขอเพียงคืนนี้ นางต้องการพักหัวใจและร่างกายของตนเพียงแค่คืนเดียวเพื่อหาเวลาคิดใคร่ครวญหาวิธีที่สามารถทั้งช่วยเจ้านายที่ตนเองภักดีและช่วยหัวใจตนเองไม่ให้ตกลงไปในหลุมที่ลึกล้ำยากปีนขึ้นมาในอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึงนี้ในที่สุดยามค่ำคืนก็มาถึง จวนแม่ทัพแสงตะวันลับเหลือเพียงแสงตะเกียงที่ไหวริกไปตามลมเย็นปลายวสันต์รอบเรือนเงียบสงบตามธรรมเนียมของจวนทหาร หากแต่หัวใจของหญิงสาวผู้หนึ่งกลับไม่อาจสงบลงได้แม้แต่น้อยเทียนอวิ๋นยืนเงียบอยู่เสาต้นหนึ่งไม่ไกลจากห้องนอนของท่านแม่ทัพ มือของนางกำชายเสื้อแน่น สายตาแน่วแน่มองไป
บทที่สิบห้าบนม้า 18+🔥🥵นางคิดว่าทุกอย่าง…คงจบลงเพียงค่ำคืนนั้นค่ำคืนที่นางยอมมอบกายเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ตนเองพูดไปและยืนยันความบริสุทธิ์ใจคว่าตนเองนั้นไม่ได้เป็นพวกของฝ่ายหอคณิกาแต่อย่างไรทว่า...แต่นนางหาได้เคยคิดมาก่อนว่าว่านับจากคืนนั้นจะยังมี ‘อีกหลายคืน’ ถัดจากนั้นท่านแม่ทัพเรียกหานางที่เป็นบ่าวชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในยามราตรีท่ามกลางเงาจันทร์ภายใต้ข้ออ้างว่าพิษในกายเขายังมิได้สร่าง และทุกครั้งที่เขาเอ่ยนางที่ตกหลุมรักเขามานานนมก็ยินยอมโดยไม่เอ่ยปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่แน่นอนว่านางต้องช่วยเขาไปด้วยและพยายามปิดความเป็นสตรีของตนเองไปด้วยโชคดีที่เจ้านายคนนี้เป็นคนยอมรับเงื่อนไขง่ายดายไม่ว่านางจะขอให้ปิดตา มัดมือ หรือไม่ให้จับตรงไหน เขาก้ยอมทุกอย่าง ขอเพียงนางซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นชายไม่อาจท้องได้ยอมช่วยเขาถอนพิษนั้นให้สิ้นซากนางเคยถามเขา ด้วยความสงสัยว่าพิษชนิดนี้นั้นจะอยู่นานอีกเท่าใดกันท่านแม่ทัพหลุบตาต่ำแล้วกล่าวอย่างจริงจัง ว่าหมอชราผู้เชี่ยวชาญบอกว่าพิษนี้ถอนด้วยยาไม่ได้ต้องให้คนโดนพิษปลดปล่อยออกจนพิษออกจากตัวหมดจึงจะสงบลงนางฟังแล้วเงียบงันตีความด้วยสมองอันน้อยนิดของตน
บทที่เก้าจำไม่ได้ (?)รุ่งเช้าวันถัดมาแสงแดดอุ่นสาดลอดบานหน้าต่างไม้เข้ามายังห้องนอนในเรือนรับรองในหอหยกเมฆ เสียงนกบนกิ่งหลี่ยังไม่ทันแว่วชัดนัก ร่างสูงบนเตียงก็ค่อย ๆ พลิกกาย ลืมตาขึ้นซ่งเหวินจิ่นกระพริบตาเบา ๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองเพดานไม้เหนือศีรษะ ศีรษะของเขาหนักเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับเวียน เพียงรู
บทที่หกตอบรับทุกสัมผัส🔥🥵18+ซ่งเหวินจิ่นโน้มกายลงอีกครั้ง ใบหน้าคมคร้ามซุกเข้าหาเนินเนื้อที่กลมกลึงดุจลูกพีชคู่สุกงอม ฝังปลายจมูกไว้ตรงจุดอ่อนโยนซึ่งกลิ่นหอมละมุนคล้ายกลีบบุปผาแรกแย้มยามย่ำค่ำเคราหนานุ่มตรงปลายคางของเขาสัมผัสผิวเนียนละเอียดของนาง ทำเอาร่างใต้ร่างสะดุ้งเล็กน้อย กลั้นหัวเราะไว้ไม
บทที่สี่ช่วยข้าด้วย 🔥🥵18+มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงไปคว้าแท่งหยกที่ร้อนจัด ร้อนราวกับเพิ่งหล่อออกจากเตาเปลวไฟ ร่างสูงกระตุกเล็กน้อยยามที่ฝ่ามือหยาบของตนเคลื่อยขยับขึ้นลงช้า ๆ โดยไร้ซึ่งแบบแผนเนื่องจากหวังเพียงเพื่อระบายความร้อนในร่างที่กำลังแผดเผาตอนนี้เสียงหอบดังสม่ำเสมอ หยาบกระด้างและติดขัด สะ
บทที่สามข้าหิวน้ำ 🔥18+ไม่รู้ว่าเจ้านายเป็นอันใดไปดังนั้น เทียนอวิ๋นยื่นผ้าเย็นแตะหน้าผากของซ่งเหวินจิ่นอย่างเบามือ ทว่าขณะกำลังจะชักมือกลับ นางพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาดสายตาคมดุของชายหนุ่มที่ควรจะหลับหรือมึนเบลอในห้วงมึนเมากลับกำลังจ้องมาทางนางแน่วนิ่งดวงตาคู่นั้นฉ่ำเยิ้ม เคลิบเคลิ







