LOGINปัง! ปัง! ปัง!
เสียงเคาะประตูไม้ดังสนั่นหวั่นไหวตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี พายรุ้งที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสภาพผมฟูกระเซิง ดวงตากลมโตงัวเงียมองไปที่นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือที่วางอยู่ข้างเตียง... ตีห้าครึ่ง!
"ยัยคุณหนูตื่นได้แล้ว! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน? ลุกขึ้นมาทำงานแลกข้าวแลกที่นอนได้แล้ว!" เสียงกัสโวยวายดังมาจากหน้าห้อง
พายรุ้งลุกขึ้นมาเปิดประตูด้วยใบหน้าหงุดหงิดขั้นสุด เธอถลึงตาใส่ช่างซ่อมรถปากจัดที่ยืนกอดอกแต่งตัวพร้อมทำงานอยู่แล้ว "นี่นาย! จะบ้าหรือไง! ตีห้าครึ่งเนี่ยนะ? ไก่ยังไม่ทันตื่นเลยมั้ง!"
"ไก่ไม่ตื่นแต่ช่างซ่อมรถตื่นแล้วครับคุณหนู" กัสเหยียดยิ้มกวนประสาท กวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า "เมื่อคืนยึดห้องผมไปนอนสบายใจเฉิบ คืนนี้อยากมีที่นอนต่อ แถมอยากมีข้าวตกถึงท้อง ก็ลงไปทำอาหารเช้าให้ผมกินซะ มะเขือเทศ ไข่ไก่ ผักสดในตู้เย็นมี ไปจัดการ! ถ้าทำกินไม่ได้ ค่าน้ำค่านอนเมื่อคืนคิดเต็มราคา!"
"เออ! ทำก็ทำ! นึกว่าทำอาหารมันยากนักหรือไง!" พายรุ้งเชิดหน้าใส่ แล้วสะบัดตูดเดินตรงไปยังครัวเล็กๆ หลังอู่อย่างไม่ยอมแพ้
กัสแค่นหัวเราะในลำคอ เขามองตามหลังยัยคุณหนูตระกูลดังไปพลางส่ายหัว คิดในใจว่าสภาพแบบนี้อย่างมากก็คงทำได้แค่ไข่ดาวไหม้ๆ หรือไข่เจียวอมน้ำมันจนกินไม่ลง แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ได้ดัดนิสัยคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่แตกซะบ้าง
ผ่านไปราวๆ สี่สิบนาที...
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและเครื่องเทศลอยเตะจมูกกัสที่กำลังนั่งเช็ดนอตอยู่หน้าอู่ กลิ่นมันหอมยั่วน้ำลายจนท้องของเขาเริ่มส่งเสียงร้องประท้วง ชายหนุ่มขมวดคิ้วย่นด้วยความงุนงง ก่อนจะลุกเดินกลับเข้าไปดูในครัว
สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาช่างซ่อมรถอย่างกัสถึงกับยืนตกตะลึงตาค้าง!
บนโต๊ะไม้เก่าๆ เปื้อนฝุ่น ถูกเนรมิตด้วยจานอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเบรคฟาสต์ระดับโรงแรมห้าดาว! ไข่ม้วนเนื้อนุ่มฟูสีเหลืองทองวางคู่กับเบคอนกรอบกำลังดี มะเขือเทศย่างหอมกรุ่น ซอสสปาเกตตีมินิโฮมเมดสีชมพูอมแดง และขนมปังปิ้งทาเนยหอมฉุย ทั้งหมดจัดวางอย่างพิถีพิถัน สวยงามราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารอาหาร
พายรุ้งในชุดเสื้อยืดตัวโคล่งกับกางเกงเจเจลายดอก ถือแก้วกาแฟดำที่ส่งกลิ่นหอมหวน ยืนยิ้มแป้นพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางผู้ชนะ
"มองอะไรย่ะ? ไม่เคยเห็นอาหารเช้าฝีมือเชฟนักเรียนนอกหรือไง?" พายรุ้งยักคิ้วให้กวนๆ "เห็นแบบนี้ ฉันเคยลงคอร์สกับเชฟมิชลินที่ฝรั่งเศสมานะจะบอกให้ อุปกรณ์ในครัวนายอย่างกับยุคหิน แต่คนมันมีฝีมือ ได้แค่นี้ก็หรูหราหมาเห่าแล้ว!"
กัสกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามเก็บอาการตื่นตะลึงไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉย เขาเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ หยิบส้อมขึ้นมาจิ้มไข่ม้วนเข้าปากไปคำโต
รสชาติความนุ่มละมุน ลิ้นสัมผัสของเนยแท้ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ มันอร่อยจนแทบจะแสงพุ่งออกจากปาก! รสชาติระดับนี้อย่าว่าแต่ช่างซ่อมรถเลย คนทั้งอำเภอนี้ก็คงไม่เคยได้กิน!
แต่มีหรือคนอย่างกัสจะเอ่ยชมให้เสียปาก...
"อืม... พอใช้ได้" กัสเคี้ยวกลืนลงคอแล้วพูดเสียงเรียบ "เค็มไปนิด เนยเยอะไปหน่อย กินแล้วเลี่ยน แต่ก็พอจะยัดลงท้องแก้หิวได้ ไม่ถึงกับท้องเสียตาย"
"นี่นาย!" พายรุ้งกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ "ปากอย่างนี้น่าเอาเนยร้อนๆ เทราดจริงๆ อร่อยก็บอกว่าอร่อยสิยะ ไอ้ช่างปากแข็ง!"
"กินๆ ไปเหอะน่า โวยวายอยู่ได้" กัสตักเบคอนเข้าปากอีกชิ้น แม้ปากจะติแต่รสมือกลับจ้วงกินไม่หยุดจนหมดจานในเวลาไม่ถึงห้านาที ทำเอาพายรุ้งได้แต่ยืนยิ้มสะใจอยู่ลึกๆ
ครืดดดด!
เสียงเปิดประตูเหล็กดัดหน้าอู่ดังขึ้น พร้อมกับเสียงคุยจอแจของลูกน้องคู่ใจสองคนของกัส บอย ช่างเครื่องหนุ่มวัย 22 ปี กับ ต๋อม เด็กฝึกงานวัย 19 ปี ที่สวมชุดหมีสีน้ำเงินเดินเข้ามาเตรียมเปิดอู่รับลูกค้าประจำวัน
"สวัสดีครับพี่กัส! วันนี้ผมมาตรงเวลา..."
บอยพูดไม่ทันจบประโยค สายตาก็ดันสะดุดเข้ากับร่างของพายรุ้งที่ยืนอยู่ในครัว ผิวขาวออร่าพุ่งกระจายแม้จะอยู่ในชุดเสื้อยืดโคล่งๆ และกางเกงเจเจลายดอก ผมยาวสลวยปล่อยสบายๆ ใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางแต่สวยจัดจนอู่ซ่อมรถเน่าๆ สว่างวาบขึ้นมาทันตา
บอยและต๋อมยืนตกตะลึงตาค้าง อ้าปากค้างจนแทบลงไปกองกับพื้น อะไหล่และกล่องเครื่องมือในมือบอยเกือบจะหลุดร่วงลงพื้นปูน
"เชี่ย... พี่บอย" ต๋อมสะกิดแขนบอยเบาๆ ตาไม่ยอมกะพริบ "กูตาฝากเปล่าวะ? นั่นคนหรือนางฟ้าลงมาโปรดอู่วะ?"
"ไม่ใช่ตาฝากหรอกไอ้ต๋อม... นั่นมันนางฟ้าชัดๆ!" บอยตาโต ก่อนจะร้องแซวขึ้นมาเสียงดังลั่นอู่ "โห้ยยยย! พี่กัส! ลูกพี่ไปเก็บนางฟ้ามาจากไหนเนี่ยครับ?! สวยขนาดนี้ไปซ่อนไว้ในครัวได้ยังไง! บอกพิกัดหน่อยดิ คืนนี้ผมจะได้ตามไปเก็บมาไว้ที่บ้านสักคน!"
พายรุ้งยิ้มรับคำชมอย่างอารมณ์ดี เชิดหน้าขึ้นนิดๆ ตามนิสัยคุณหนูที่ชอบให้คนป้อยอ "แหม... ปากหวานกันจังเลยนะพวกนาย"
กัสที่กำลังจิบกาแฟอยู่ถึงกับสำลัก เขาหันไปถลึงตาใส่ลูกน้องสองคนทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเอาประแจในมือเคาะหัวไอ้บอยไปทีหนึ่งดัง โป๊ก!
"นางฟ้งนางฟ้าอะไรของพวกมึง! ตาบอดหรือไง?!" กัสโวยวายเสียงดัง ชี้ไปที่พายรุ้งด้วยสายตาหมั่นไส้ "มองยังไงเป็นนางฟ้า? นี่มันคนเร่ร่อนคนจรจัด! กูเก็บได้แถวข้างทางเมื่อคืน!"
"ฮะ?! คนจรจัดเนี่ยนะพี่?!" ต๋อมทำหน้าไม่อยากเชื่อ "คนจรจัดอะไรจะผิวเนียนกริบ ออร่าจับขนาดนี้! ต่อให้เป็นคนจรจัด กูก็ยอมยกบ้านให้เลยเอ้า!"
"ไอ้ต๋อม! มึงอยากโดนประแจเขวี้ยงใส่หัวอีกคนไหม?" กัสชี้หน้าขู่ "กวาดอู่! นำเครื่องมือออกมา! แล้วก็ยัยคนจรจัดนี่..." กัสหันมามองพายรุ้งที่ยืนถลึงตาใส่เขาอย่างแค้นเคือง "กินข้าวเสร็จแล้วก็ไปล้างจาน แล้วมาช่วยงานข้างหน้าอู่ด้วย อย่าคิดว่าทำอาหารอร่อยจานเดียวแล้วจะรอด!"
"ฉันชื่อพายรุ้งย่ะ! ไม่ใช่คนจรจัด!" พายรุ้งตะโกนล้งเล้งไล่หลังกัสที่เดินหนีไป
บอยกับต๋อมแอบหันมามองพายรุ้งแล้วอมยิ้ม บอยก้าวเข้ามาเบาๆ แล้วกระซิบ "คุณพายรุ้งอย่าไปถือสาพี่กัสเลยครับ ปากแกก็หมาแบบนี้แหละ แต่เอาจริงพวกผมไม่เคยเห็นพี่กัสพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในอู่เลยนะ คุณคนแรกเลยเนี่ย!"
พายรุ้งเหยียดยิ้มกวนๆ มองแผ่นหลังของกัสที่กำลังยกยางรถยนต์อยู่หน้าอู่ "เหอะ... เป็นคนแรกที่โชคร้ายสิไม่ว่า! คอยดูเถอะ ไอ้ช่างปากหมา... ฉันจะป่วนอู่นายให้พังคามือเลย!"
การปะทะกันยามเช้าจบลงพร้อมกับการเปิดอู่ซ่อมรถอย่างเป็นทางการ พายรุ้งที่ต้องรับบทเป็น 'คุณหนูคนจรจัด' จะต้องเจอกับงานซ่อมรถสุดโหดอะไรในวันนี้... และเคมีคู่ปรับสุดแซ่บจะป่วนอู่ 'กัสการาจ' ขนาดไหน ต้องติดตาม!
แดดบ่ายแผดเผาลงมาจนพื้นปูนหน้าอู่สะท้อนความร้อนเป็นริ้วๆ พายรุ้งยืนหน้าง้ำหน้าบึ้งอยู่หน้ากองยางรถยนต์ขนาดใหญ่ มือเรียวสวยพยายามออกแรงดันยางเส้นหนาหนักอึ้งอย่างทุลักทุเล"ฝากไว้ก่อนเหอะไอ้ช่างปากหมา! ถ้าฉันกลับบ้านได้เมื่อไหร่ จะให้ป๊าซื้ออู่นายมาทำเป็นห้องน้ำหมาเลยคอยดู!"พายรุ้งบ่นงึมงำในลำคอพลางทุ่มแรงทั้งหมดที่มีเพื่อจะยกยางเส้นที่สี่ขึ้นตั้ง แต่เพราะไม่เคยจับงานหนักและขาดทักษะ ยางรถยนต์เส้นหนาก็เกิดเสียหลักพลิกคว่ำลงมาอย่างรวดเร็ว!พลั่ก!"โอ๊ยยยยยย!"เสียงร้องแหลมสูงดังลั่นไปทั่วอู่! ยางรถยนต์หนาขอบเหล็กตกกระแทกอัดเข้ากับปลายนิ้วนางข้างขวาของเธอเข้าอย่างจัง พายรุ้งทิ้งตัวลงไปนั่งกองกับพื้นปูนทันที เอามือซ้ายกุมมือนิ้วนางที่เริ่มปูดแดงและบวมเต่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความเจ็บแปลบแล่นปราดจนน้ำตาเม็ดโตไหลพรากออกมาจากดวงตากลมโตกัสที่กำลังเช็ดหัวเทียนอยู่ข้างๆ พุ่งตัวเข้ามาดูทันที เขาย่อตัวล
หลังจากก้าวพ้นประตูออฟฟิศมาได้ไม่กี่ก้าว พายรุ้งก็ต้องหยุดชะงัก สายตามองไปที่กองยางรถยนต์ขนาดมหึมาที่บอยกับต๋อมกำลังช่วยกันยกอย่างทุลักทุเล แล้วหันกลับมามองมือเรียวสวยของตัวเองที่เริ่มมีคราบน้ำมันเกรอะกรัง"เรื่องอะไรฉันต้องไปแบกยางรถยนต์ด้วยเนี่ย? มือสวยๆ ของฉันพังหมดพอดี!" พายรุ้งบ่นงึมงำในลำคอ ก่อนที่ความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมาในหัว "จริงสิ! เมื่อกี้ยังไม่ได้เข้าโซเชียลเลยนี่นา ขืนออกไปยกยาง มีหวังวันนี้ทั้งวันไม่ได้หาทางติดต่อใครแน่!"คิดได้ดังนั้น คุณหนูพายรุ้งจึงตัดสินใจหมุนตัวกลับ เดินย้อนเข้าไปในห้องออฟฟิศรับรองลูกค้าทันที!กัสที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสลับหน้าต่างเก็บโฟลเดอร์รูปภาพลงไป ขมวดคิ้วย่นเมื่อเห็นร่างของพายรุ้งเดินยิ้มแห้งกลับเข้ามา ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอ เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาจับผิด"กลับเข้ามาทำไมอีกคุณหนู? ผมบอกให้ไปช่วยไอ้ต๋อมข้างนอกไม่ใช่หรือไง?" กัสถามเสียงเรียบติดกวนประสาทพายรุ้งปรับ
ตกบ่าย สายลมร้อนอบอ้าวพัดเอากลิ่นน้ำมันเครื่องและคราบฝุ่นลอยอบอวลไปทั่วอู่ ‘กัสการาจ’ พายรุ้งในชุดเสื้อยืดตัวโคล่งกับกางเกงเจเจลายดอก นั่งยองๆ อยู่ข้างรถกระบะเก่าๆ มือเรียวสวยที่เคยผ่านแต่การทำเล็บเจลราคาแพง กำลังถือผ้าเช็ดคราบน้ำมันกอดอกมองบอยที่กำลังง่วนกับการไขนอตล้อรถอย่างชำนาญ"นี่... บอย" พายรุ้งส่งเสียงเรียกเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปทางหน้าอู่ เห็นกัสนอนไถลตัวอยู่ใต้ท้องรถคันหนึ่ง เสียงประแจกระทบเหล็กดัง แคล้ง! แคล้ง! เป็นระยะ "ถามอะไรหน่อยสิ ตลาดหรือตัวเมืองแถวนี้มันมีร้านขายโทรศัพท์ไหม?"บอยเงยหน้าขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ยิ้มกว้างให้คุณหนูตกอับ "มีครับพี่พาย เดินออกไปหน้าปากซอยนั่งรถสองแถวไปสักสิบนาทีก็ถึงตัวอำเภอแล้ว ร้านขายมือถือมีเพียบเลยครับ ทั้งมือหนึ่งมือสอง... ทำไมเหรอครับ? พี่พายจะซื้อโทรศัพท์เหรอ?""อือดิ" พายรุ้งถอนหายใจยาว พลางทำหน้ามุ่ย "ตอนออกมาฉันไม่ได้หยิบโทรศัพท์มาด้วย บัตรเครดิตก็โดนระงับ ถ้าได้โทรศัพท์สักเครื่อง อย่างน้อยฉันก็น่าจะหาทาง
ปัง! ปัง! ปัง!เสียงเคาะประตูไม้ดังสนั่นหวั่นไหวตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี พายรุ้งที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสภาพผมฟูกระเซิง ดวงตากลมโตงัวเงียมองไปที่นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือที่วางอยู่ข้างเตียง... ตีห้าครึ่ง!"ยัยคุณหนูตื่นได้แล้ว! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน? ลุกขึ้นมาทำงานแลกข้าวแลกที่นอนได้แล้ว!" เสียงกัสโวยวายดังมาจากหน้าห้องพายรุ้งลุกขึ้นมาเปิดประตูด้วยใบหน้าหงุดหงิดขั้นสุด เธอถลึงตาใส่ช่างซ่อมรถปากจัดที่ยืนกอดอกแต่งตัวพร้อมทำงานอยู่แล้ว "นี่นาย! จะบ้าหรือไง! ตีห้าครึ่งเนี่ยนะ? ไก่ยังไม่ทันตื่นเลยมั้ง!""ไก่ไม่ตื่นแต่ช่างซ่อมรถตื่นแล้วครับคุณหนู" กัสเหยียดยิ้มกวนประสาท กวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า "เมื่อคืนยึดห้องผมไปนอนสบายใจเฉิบ คืนนี้อยากมีที่นอนต่อ แถมอยากมีข้าวตกถึงท้อง ก็ลงไปทำอาหารเช้าให้ผมกินซะ มะเขือเทศ ไข่ไก่ ผักสดในตู้เย็นมี ไปจัดการ! ถ้าทำกินไม่ได้ ค่าน้ำค่านอนเมื่อคืนคิดเต็มราคา!""เออ! ทำก็ทำ! นึกว่าทำอาหารมันยากนักหรือไง!" พายรุ้งเชิดหน้าใส่ แล้วสะบัดตูดเดินตรงไปยังครัวเล็กๆ หลังอู่อย่างไม่ยอมแพ้กัสแค่นหัวเราะ
กัสเดินหายเข้าไปในห้องพักเล็กๆ หลังอู่ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับยื่นชุดเสื้อผ้ายับๆ คู่หนึ่งให้พายรุ้ง มันคือเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่โอเวอร์ไซซ์กับกางเกงเจเจขาสั้นแถบข้างที่ดูผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน"เอ้านี่ ชุดนอนคุณหนู" กัสโยนเสื้อผ้าใส่แขนพายรุ้งจนเธอเกือบรับไม่ทัน "ห้องน้ำอยู่ตรงมุมหลังอู่ นู่น... ขวาเดินไปสุดทาง น้ำเป็นน้ำประปาภูเขา ไม่มีระบบอุ่นร้อน ไม่มีฝักบัวทองคำ มีแต่ขันพลาสติกสีฟ้า ตักอาบเอาเอง""ฮะ?! ขันพลาสติกเนี่ยนะ!" พายรุ้งหน้าเหวอ เบ้ปากมองชุดยืดๆ เน่าๆ ในมือ "แล้วกางเกงนี่มันอะไรเนี่ย ลายดอกไม้ขนาดนี้ นายเอาผ้าปูโต๊ะมาทำกางเกงหรือไงย่ะ!""เรื่องมากจริง ถ้าไม่ใส่นอนชุดเดิมเน่าๆ เปื้อนฝุ่นนั่นไปแล้วกัน" กัสแค่นหัวเราะ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่โซฟาไม้สักยาวทรงโบราณสภาพแข็งปั๋งริมผนัง "อาบน้ำเสร็จก็นอนตรงนี้ ไฟปิดทุ่มครึ่ง อย่าส่งเสียงดังรบกวนเวลาผมพักผ่อน ถ้าร้องโวยวายกลางดึก ผมจะเขวี้ยงรองเท้าคอมแบทใส่จริงๆ ด้วย"พูดจบ กัสก็สะบัดตูดเดินกลับเข้าห้องนอนส่วนตัว ปิดประตูดัง ปัง! ล็อกกลอนเสร็จสรรพ ทิ้งให้พายรุ้งยืนอ้าปากค้างกอดกางเกงเจเจอยู่คนเดียวกลางอู่"ฝันไปเถอะไอ้ช่างปากหมา! คนอ
เอี๊ยด!เสียงเบรกดังลากยาวสะท้านทรวงอก พายรุ้งที่นอนหมดสภาพอยู่ท้ายกระบะถูกแรงเหวี่ยงอัดเข้ากับขอบเหล็กจนเจ็บซี่โครงไปหมด รถกระบะเก่าโทรมของกัสจอดนิ่งสนิทอยู่กลางอู่ ‘กัสการาจ’ สภาพรอบตัวเต็มไปด้วยคราบน้ำมันดำปี๋ ซากอะไหล่รถยนต์กองพะเนิน และกลิ่นควันรถที่ลอยคละคลุ้งจนเธอต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก“ถึงแล้วครับคุณหนู ตื่นจากฝันร้ายได้แล้ว” กัสเปิดประตูฝั่งคนขับ เดินเลียบลัดกองยางรถยนต์มาเคาะขอบกระบะดัง ปังๆ! ด้วยท่าทางสบายอารมณ์พาย หรือ ‘พายรุ้ง’ คุณหนูผู้ไม่เคยลำบาก พยายามดันตัวลุกขึ้นยืนด้วยสภาพสุดอนาถ ชุดแบรนด์เนมยับยู่ยี่และเปรอะคราบฝุ่นเป็นวงกว้าง ผมยาวสลวยที่เคยเซ็ตมาอย่างดีฟูฟ่องไม่ต่างจากรังนก เธอถลึงตาใส่ช่างซ่อมรถตรงหน้าด้วยความโมโหที่กรุ่นอยู่ในอก“ย้อนกลับไปตรงนั้นทำไมตั้งนาน! ขับรถก็กระโชกโฮกฮาก ร่างกายฉันบอบช้ำไปหมดแล้วเนี่ย!” พายรุ้งก้าวข้ามขอบกระบะลงมา แต่เพราะส้นสูงสามนิ้วดันไปเหยียบเข้ากับเศษนอตบนพื้น ทำให้เธอเสียหลักหัวเกือบขมำ ดีที่กัสเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อด้านหลังของเธอไว้ได้ทันเหมือนหิ้วลูกแมวตกน้ำ“ระวังหน่อยคุณ ถ้าหน้าคะมำฟันกระแทกพื้นปูนขึ้นมา อู่ผมไม่มีปัญญาจ่ายค่







