LOGINตกบ่าย สายลมร้อนอบอ้าวพัดเอากลิ่นน้ำมันเครื่องและคราบฝุ่นลอยอบอวลไปทั่วอู่ ‘กัสการาจ’ พายรุ้งในชุดเสื้อยืดตัวโคล่งกับกางเกงเจเจลายดอก นั่งยองๆ อยู่ข้างรถกระบะเก่าๆ มือเรียวสวยที่เคยผ่านแต่การทำเล็บเจลราคาแพง กำลังถือผ้าเช็ดคราบน้ำมันกอดอกมองบอยที่กำลังง่วนกับการไขนอตล้อรถอย่างชำนาญ
"นี่... บอย" พายรุ้งส่งเสียงเรียกเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปทางหน้าอู่ เห็นกัสนอนไถลตัวอยู่ใต้ท้องรถคันหนึ่ง เสียงประแจกระทบเหล็กดัง แคล้ง! แคล้ง! เป็นระยะ "ถามอะไรหน่อยสิ ตลาดหรือตัวเมืองแถวนี้มันมีร้านขายโทรศัพท์ไหม?"
บอยเงยหน้าขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ยิ้มกว้างให้คุณหนูตกอับ "มีครับพี่พาย เดินออกไปหน้าปากซอยนั่งรถสองแถวไปสักสิบนาทีก็ถึงตัวอำเภอแล้ว ร้านขายมือถือมีเพียบเลยครับ ทั้งมือหนึ่งมือสอง... ทำไมเหรอครับ? พี่พายจะซื้อโทรศัพท์เหรอ?"
"อือดิ" พายรุ้งถอนหายใจยาว พลางทำหน้ามุ่ย "ตอนออกมาฉันไม่ได้หยิบโทรศัพท์มาด้วย บัตรเครดิตก็โดนระงับ ถ้าได้โทรศัพท์สักเครื่อง อย่างน้อยฉันก็น่าจะหาทางติดต่อเพื่อนสนิทให้มันแอบโอนเงินมาช่วย หรือไม่ก็สั่งงานผ่านโซเชียลได้บ้าง"
"อ้าว แล้วทำไมไม่ลองขอมือถือเก่าๆ หรือขอยืมเงินพี่กัสดูละครับ?" บอยเสนอไอเดียซื่อๆ "พี่กัสแกปากหมาไปงั้นแหละ แต่จริงๆ แกใจดีนะ มือถือเครื่องเก่าสำรองแกก็น่าจะมีเก็บไว้ในออฟฟิศ"
พายรุ้งทำปากขมุบขมิบ ยักไหล่อย่างเซ็งๆ "เหอะ! ขอยืมเงินหรือขอของจากหมอนั่นเนี่ยนะ? บ้าไปแล้ว! ขืนไปเอ่ยปากขอ มีหวังโดนข่มขู่แล้วใช้แรงงานทาสไปจนตายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ๆ! แค่นี้ก็ขู่จะคิดค่าน้ำ ค่านอน ค่าข้าววันละแปดรอบอยู่แล้ว!"
บอยหัวเราะแห้งๆ ไม่กล้าเถียง เพราะรู้ดีว่าเฮียกัสของตนเวลางวดเงินงวดงานมันโหดขนาดไหน
เมื่อเห็นว่ากัสยังคงง่วนกับการซ่อมเครื่องยนต์อยู่อย่างไม่ลืมหูลืมตา และบอยก็ขอตัวไปยกยางหลังอู่ พายรุ้งก็มองซ้ายมองขวาฉวยโอกาสช่วงที่ไม่มีคนสนใจ สไลด์ตัวหลบเข้าไปในห้องออฟฟิศรับรองลูกค้าเล็กๆ ติดแอร์ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของอู่ทันที!
ห้องออฟฟิศขนาดกะทัดรัดมีโซฟาหนังเก่าๆ โต๊ะทำงานไม้ และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นเก่าที่กำลังเปิดหน้าต่างโปรแกรมบัญชีทิ้งไว้ พายรุ้งยิ้มกว้างด้วยความดีใจ พุ่งตรงไปนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างรวดเร็ว
"เสร็จฉันล่ะ! แค่เข้าเว็บโซเชียลล็อกอินบัญชีตัวเอง ทักหาเพื่อนยืมเงินสักหมื่นสองหมื่น ซื้อโทรศัพท์ใหม่... ชีวิตคุณหนูพายรุ้งก็จะกลับมามีความหวังอีกครั้ง!"
มือเรียวคลิกเปิดเบราว์เซอร์อย่างคล่องแคล่ว ทว่าในระหว่างที่กำลังกดเปลี่ยนภาษาเพื่อพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ สายตาอันแหลมคมของคุณหนูก็ดันไปสะดุดเข้ากับโฟลเดอร์หนึ่งบนเดสก์ท็อปที่ถูกซ่อนไว้ในมุมอับของหน้าจอ ชื่อโฟลเดอร์เขียนไว้สั้น ๆ เพียงแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษเดียว...
'M'
ด้วยความเสือก... เอ๊ย! ความอยากรู้อยากเห็นระดับสิบเต็มสิบ พายรุ้งขมวดคิ้วย่น "โฟลเดอร์อะไรหว่า? ตั้งชื่อรหัสลับซะด้วย Secret File ของไอ้ช่างปากหมาหรือเปล่าเนี่ย? แอบเก็บหนังผู้ใหญ่ไว้แหงๆ!"
ด้วยสัญชาตญาณความนึกสนุก พายรุ้งดับเบิลคลิกเปิดโฟลเดอร์นั้นทันที!
ภาพที่ปรากฎบนหน้าจอไม่ได้เป็นหนังผู้ใหญ่หรือไฟล์งานซ่อมรถอย่างที่เธอคิด... แต่มันคืออัลบั้มรูปภาพนับร้อยรูป!
พายรุ้งกดคลิกเปิดดูรูปแรก ภาพในจอคือชายหนุ่มในชุดนิสิตมหาวิทยาลัยที่ดูสะอาดสะอ้าน รอยยิ้มสดใส อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความสุข... ชายหนุ่มคนนั้นคือ 'กัส' ในเวอร์ชันที่แตกต่างจากช่างซ่อมรถปากจัด เสื้อผ้าเปื้อนคราบน้ำมันในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง!
และข้างกายของกัสในทุกๆ รูป มีหญิงสาวหน้าตาน่ารัก อ่อนหวาน รอยยิ้มสดใสสวมชุดนิสิตสถาบันเดียวกันยืนอยู่ข้างๆ ทั้งสองคนถ่ายรูปคู่กันในสถานที่ต่างๆ ทั้งทะเล สวนสาธารณะ ร้านกาแฟ ทุกรูปเต็มไปด้วยสายตาที่กัสใช้มองหญิงสาวคนนั้น... สายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความทะนุถนอม ชนิดที่พายรุ้งไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้ชายปากหมาอย่างกัสจะทำสายตาแบบนี้เป็นด้วย!
ภาพความทรงจำหวานชื่นถูกบันทึกไว้เรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงรูปสุดท้ายในโฟลเดอร์... ซึ่งเป็นรูปแต่งงานริมหาด แต่ภาพนั้นกลับโดนตัดขอบและมีรอยยับราวกับผ่านการสแกนมาจากภาพถ่ายที่เคยถูกฉีกพังทลายไปแล้ว
พายรุ้งจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์นิ่ง หัวใจกระตุกวูบไปนิดอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกซุกซนและกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปในพริบตา เหลือเพียงความอึ้งและจุกอยู่ในอก
ที่แท้... ไอ้ช่างปากจัดที่ไม่เคยยอมใคร แท้จริงแล้วก็มีความทรงจำที่เจ็บปวดซ่อนอยู่ข้างหลังเหมือนกันสินะ
แกร๊ก!
เสียงลูกบิดประตูออฟฟิศหมุนเปิดขึ้นอย่างกะทันหัน!
พายรุ้งสะดุ้งโหยง สติกลับมาเต็มร้อย มือเรียวรีบกดกากบาทปิดหน้าต่างโฟลเดอร์ 'M' และเบราว์เซอร์ลงอย่างรวดเร็วระดับสปีดแสง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ วางท่าเชิดหน้ายโสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสองวินาที!
กัสเดินถือเอกสารใบเสร็จเข้ามาในห้อง ใบหน้าคมเข้มยังมีคราบน้ำมันเครื่องเปรอะแถวข้างแก้ม เขามองพายรุ้งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของเขาด้วยสายตาจับผิด
"เข้ามาทำอะไรในออฟฟิศคุณหนู? แอบมาอู้งานหรือไง?" กัสถามเสียงเรียบ เดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ
พายรุ้งยักไหล่ หมุนเก้าอี้ไปมาอย่างกวนๆ "เปล่าซะหน่อย ข้างนอกมันร้อน ฉันเลยเข้ามานั่งตากแอร์แป๊บเดียวเอง ทำเป็นงกไปได้!"
กัสมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับลงเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปว่างเปล่า ก่อนจะมองสบตากับพายรุ้ง ดวงตาคมกริบคู่โตของเขาฉายแววระแวงวูบหนึ่ง แต่เมื่อเห็นท่าทางเชิดๆ และสีหน้าที่ยังคงดูหมั่นไส้เขาเหมือนเดิมของเธอ เขาก็ตอบกลับเสียงกวนประสาทตามเดิม
"ร้อนก็ไปอาบน้ำประปาภูเขาโน่น มานั่งเปิดแอร์เปลืองค่าไฟอู่ผมทำไม" กัสโยนเอกสารลงบนโต๊ะ "ออกไปได้แล้ว ไปช่วยไอ้ต๋อมจัดล้อรถข้างนอก ถ้ายังอยากกินข้าวเย็น!"
"รู้แล้วย่ะ! สั่งจริงสั่งจังเลย!" พายรุ้งลุกขึ้นยืน สะบัดผมใส่กัสเบาๆ ก่อนจะเดินปั้นปึ่งออกจากออฟฟิศไป
ทว่ายามที่ก้าวพ้นประตูห้องออฟฟิศ พายรุ้งชะงักเท้าแล้วแอบหันกลับไปมองผ่านกระจกใสตากับแผ่นหลังกว้างของกัส ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ ทิ้งตัวพิงอย่างเหนื่อยล้า มือหนาของเขายื่นไปจับเมาส์ แล้วคลิกเปิดโฟลเดอร์เดิมที่เธอเพิ่งปิดไปเมื่อครู่...
กัสนั่งจ้องมองรูปภาพในหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและแฝงไปด้วยความรวดร้าวลึกๆ สายตาแบบเดียวกับที่พายรุ้งเคยเห็นเวลาตัวเธอเองแอบคิดถึงบ้าน
พายรุ้งถอนหายใจออกมาเบาๆ ความรู้สึกอยากด่า อยากเอาชนะช่างซ่อมรถปากหมาในหัวเธอเริ่มลดลงไปวูบหนึ่ง เปลี่ยนเป็นความสงสัยและเห็นใจอย่างประหลาด
ผู้หญิงในรูปคนนั้นคือใครกันนะ? แล้วทำไม... คนอย่างกัสถึงต้องมาซ่อนตัวเองอยู่ในอู่เก่าๆ กับความทรงจำที่แตกสลายแบบนี้? คุณหนูพายรุ้งได้แต่ตั้งคำถามอยุ่ภายในใจ
แดดบ่ายแผดเผาลงมาจนพื้นปูนหน้าอู่สะท้อนความร้อนเป็นริ้วๆ พายรุ้งยืนหน้าง้ำหน้าบึ้งอยู่หน้ากองยางรถยนต์ขนาดใหญ่ มือเรียวสวยพยายามออกแรงดันยางเส้นหนาหนักอึ้งอย่างทุลักทุเล"ฝากไว้ก่อนเหอะไอ้ช่างปากหมา! ถ้าฉันกลับบ้านได้เมื่อไหร่ จะให้ป๊าซื้ออู่นายมาทำเป็นห้องน้ำหมาเลยคอยดู!"พายรุ้งบ่นงึมงำในลำคอพลางทุ่มแรงทั้งหมดที่มีเพื่อจะยกยางเส้นที่สี่ขึ้นตั้ง แต่เพราะไม่เคยจับงานหนักและขาดทักษะ ยางรถยนต์เส้นหนาก็เกิดเสียหลักพลิกคว่ำลงมาอย่างรวดเร็ว!พลั่ก!"โอ๊ยยยยยย!"เสียงร้องแหลมสูงดังลั่นไปทั่วอู่! ยางรถยนต์หนาขอบเหล็กตกกระแทกอัดเข้ากับปลายนิ้วนางข้างขวาของเธอเข้าอย่างจัง พายรุ้งทิ้งตัวลงไปนั่งกองกับพื้นปูนทันที เอามือซ้ายกุมมือนิ้วนางที่เริ่มปูดแดงและบวมเต่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความเจ็บแปลบแล่นปราดจนน้ำตาเม็ดโตไหลพรากออกมาจากดวงตากลมโตกัสที่กำลังเช็ดหัวเทียนอยู่ข้างๆ พุ่งตัวเข้ามาดูทันที เขาย่อตัวล
หลังจากก้าวพ้นประตูออฟฟิศมาได้ไม่กี่ก้าว พายรุ้งก็ต้องหยุดชะงัก สายตามองไปที่กองยางรถยนต์ขนาดมหึมาที่บอยกับต๋อมกำลังช่วยกันยกอย่างทุลักทุเล แล้วหันกลับมามองมือเรียวสวยของตัวเองที่เริ่มมีคราบน้ำมันเกรอะกรัง"เรื่องอะไรฉันต้องไปแบกยางรถยนต์ด้วยเนี่ย? มือสวยๆ ของฉันพังหมดพอดี!" พายรุ้งบ่นงึมงำในลำคอ ก่อนที่ความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมาในหัว "จริงสิ! เมื่อกี้ยังไม่ได้เข้าโซเชียลเลยนี่นา ขืนออกไปยกยาง มีหวังวันนี้ทั้งวันไม่ได้หาทางติดต่อใครแน่!"คิดได้ดังนั้น คุณหนูพายรุ้งจึงตัดสินใจหมุนตัวกลับ เดินย้อนเข้าไปในห้องออฟฟิศรับรองลูกค้าทันที!กัสที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสลับหน้าต่างเก็บโฟลเดอร์รูปภาพลงไป ขมวดคิ้วย่นเมื่อเห็นร่างของพายรุ้งเดินยิ้มแห้งกลับเข้ามา ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอ เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาจับผิด"กลับเข้ามาทำไมอีกคุณหนู? ผมบอกให้ไปช่วยไอ้ต๋อมข้างนอกไม่ใช่หรือไง?" กัสถามเสียงเรียบติดกวนประสาทพายรุ้งปรับ
ตกบ่าย สายลมร้อนอบอ้าวพัดเอากลิ่นน้ำมันเครื่องและคราบฝุ่นลอยอบอวลไปทั่วอู่ ‘กัสการาจ’ พายรุ้งในชุดเสื้อยืดตัวโคล่งกับกางเกงเจเจลายดอก นั่งยองๆ อยู่ข้างรถกระบะเก่าๆ มือเรียวสวยที่เคยผ่านแต่การทำเล็บเจลราคาแพง กำลังถือผ้าเช็ดคราบน้ำมันกอดอกมองบอยที่กำลังง่วนกับการไขนอตล้อรถอย่างชำนาญ"นี่... บอย" พายรุ้งส่งเสียงเรียกเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปทางหน้าอู่ เห็นกัสนอนไถลตัวอยู่ใต้ท้องรถคันหนึ่ง เสียงประแจกระทบเหล็กดัง แคล้ง! แคล้ง! เป็นระยะ "ถามอะไรหน่อยสิ ตลาดหรือตัวเมืองแถวนี้มันมีร้านขายโทรศัพท์ไหม?"บอยเงยหน้าขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ยิ้มกว้างให้คุณหนูตกอับ "มีครับพี่พาย เดินออกไปหน้าปากซอยนั่งรถสองแถวไปสักสิบนาทีก็ถึงตัวอำเภอแล้ว ร้านขายมือถือมีเพียบเลยครับ ทั้งมือหนึ่งมือสอง... ทำไมเหรอครับ? พี่พายจะซื้อโทรศัพท์เหรอ?""อือดิ" พายรุ้งถอนหายใจยาว พลางทำหน้ามุ่ย "ตอนออกมาฉันไม่ได้หยิบโทรศัพท์มาด้วย บัตรเครดิตก็โดนระงับ ถ้าได้โทรศัพท์สักเครื่อง อย่างน้อยฉันก็น่าจะหาทาง
ปัง! ปัง! ปัง!เสียงเคาะประตูไม้ดังสนั่นหวั่นไหวตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี พายรุ้งที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง ดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสภาพผมฟูกระเซิง ดวงตากลมโตงัวเงียมองไปที่นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือที่วางอยู่ข้างเตียง... ตีห้าครึ่ง!"ยัยคุณหนูตื่นได้แล้ว! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน? ลุกขึ้นมาทำงานแลกข้าวแลกที่นอนได้แล้ว!" เสียงกัสโวยวายดังมาจากหน้าห้องพายรุ้งลุกขึ้นมาเปิดประตูด้วยใบหน้าหงุดหงิดขั้นสุด เธอถลึงตาใส่ช่างซ่อมรถปากจัดที่ยืนกอดอกแต่งตัวพร้อมทำงานอยู่แล้ว "นี่นาย! จะบ้าหรือไง! ตีห้าครึ่งเนี่ยนะ? ไก่ยังไม่ทันตื่นเลยมั้ง!""ไก่ไม่ตื่นแต่ช่างซ่อมรถตื่นแล้วครับคุณหนู" กัสเหยียดยิ้มกวนประสาท กวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า "เมื่อคืนยึดห้องผมไปนอนสบายใจเฉิบ คืนนี้อยากมีที่นอนต่อ แถมอยากมีข้าวตกถึงท้อง ก็ลงไปทำอาหารเช้าให้ผมกินซะ มะเขือเทศ ไข่ไก่ ผักสดในตู้เย็นมี ไปจัดการ! ถ้าทำกินไม่ได้ ค่าน้ำค่านอนเมื่อคืนคิดเต็มราคา!""เออ! ทำก็ทำ! นึกว่าทำอาหารมันยากนักหรือไง!" พายรุ้งเชิดหน้าใส่ แล้วสะบัดตูดเดินตรงไปยังครัวเล็กๆ หลังอู่อย่างไม่ยอมแพ้กัสแค่นหัวเราะ
กัสเดินหายเข้าไปในห้องพักเล็กๆ หลังอู่ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับยื่นชุดเสื้อผ้ายับๆ คู่หนึ่งให้พายรุ้ง มันคือเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่โอเวอร์ไซซ์กับกางเกงเจเจขาสั้นแถบข้างที่ดูผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน"เอ้านี่ ชุดนอนคุณหนู" กัสโยนเสื้อผ้าใส่แขนพายรุ้งจนเธอเกือบรับไม่ทัน "ห้องน้ำอยู่ตรงมุมหลังอู่ นู่น... ขวาเดินไปสุดทาง น้ำเป็นน้ำประปาภูเขา ไม่มีระบบอุ่นร้อน ไม่มีฝักบัวทองคำ มีแต่ขันพลาสติกสีฟ้า ตักอาบเอาเอง""ฮะ?! ขันพลาสติกเนี่ยนะ!" พายรุ้งหน้าเหวอ เบ้ปากมองชุดยืดๆ เน่าๆ ในมือ "แล้วกางเกงนี่มันอะไรเนี่ย ลายดอกไม้ขนาดนี้ นายเอาผ้าปูโต๊ะมาทำกางเกงหรือไงย่ะ!""เรื่องมากจริง ถ้าไม่ใส่นอนชุดเดิมเน่าๆ เปื้อนฝุ่นนั่นไปแล้วกัน" กัสแค่นหัวเราะ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่โซฟาไม้สักยาวทรงโบราณสภาพแข็งปั๋งริมผนัง "อาบน้ำเสร็จก็นอนตรงนี้ ไฟปิดทุ่มครึ่ง อย่าส่งเสียงดังรบกวนเวลาผมพักผ่อน ถ้าร้องโวยวายกลางดึก ผมจะเขวี้ยงรองเท้าคอมแบทใส่จริงๆ ด้วย"พูดจบ กัสก็สะบัดตูดเดินกลับเข้าห้องนอนส่วนตัว ปิดประตูดัง ปัง! ล็อกกลอนเสร็จสรรพ ทิ้งให้พายรุ้งยืนอ้าปากค้างกอดกางเกงเจเจอยู่คนเดียวกลางอู่"ฝันไปเถอะไอ้ช่างปากหมา! คนอ
เอี๊ยด!เสียงเบรกดังลากยาวสะท้านทรวงอก พายรุ้งที่นอนหมดสภาพอยู่ท้ายกระบะถูกแรงเหวี่ยงอัดเข้ากับขอบเหล็กจนเจ็บซี่โครงไปหมด รถกระบะเก่าโทรมของกัสจอดนิ่งสนิทอยู่กลางอู่ ‘กัสการาจ’ สภาพรอบตัวเต็มไปด้วยคราบน้ำมันดำปี๋ ซากอะไหล่รถยนต์กองพะเนิน และกลิ่นควันรถที่ลอยคละคลุ้งจนเธอต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก“ถึงแล้วครับคุณหนู ตื่นจากฝันร้ายได้แล้ว” กัสเปิดประตูฝั่งคนขับ เดินเลียบลัดกองยางรถยนต์มาเคาะขอบกระบะดัง ปังๆ! ด้วยท่าทางสบายอารมณ์พาย หรือ ‘พายรุ้ง’ คุณหนูผู้ไม่เคยลำบาก พยายามดันตัวลุกขึ้นยืนด้วยสภาพสุดอนาถ ชุดแบรนด์เนมยับยู่ยี่และเปรอะคราบฝุ่นเป็นวงกว้าง ผมยาวสลวยที่เคยเซ็ตมาอย่างดีฟูฟ่องไม่ต่างจากรังนก เธอถลึงตาใส่ช่างซ่อมรถตรงหน้าด้วยความโมโหที่กรุ่นอยู่ในอก“ย้อนกลับไปตรงนั้นทำไมตั้งนาน! ขับรถก็กระโชกโฮกฮาก ร่างกายฉันบอบช้ำไปหมดแล้วเนี่ย!” พายรุ้งก้าวข้ามขอบกระบะลงมา แต่เพราะส้นสูงสามนิ้วดันไปเหยียบเข้ากับเศษนอตบนพื้น ทำให้เธอเสียหลักหัวเกือบขมำ ดีที่กัสเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อด้านหลังของเธอไว้ได้ทันเหมือนหิ้วลูกแมวตกน้ำ“ระวังหน่อยคุณ ถ้าหน้าคะมำฟันกระแทกพื้นปูนขึ้นมา อู่ผมไม่มีปัญญาจ่ายค่







