LOGINบทที่ 3
แสงอรุณแรกแห่งทะเลทรายสาดส่องลอดผ่านรอยต่อของกระโจมบัญชาการ ไอความเย็นยามค่ำคืนค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยไอร้อนระอุที่เริ่มแผ่ซ่าน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาในกระโจมตั้งแต่เช้าตรู่ ปลุกให้นับฝันสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเบาะนอนหนานุ่ม ร่างกายของเธอยังคงปวดเมื่อยจากการเดินทางไกลและแรงกระแทกเมื่อวาน ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที คือร่างสูงตระหง่านของทาริคที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงมุมห้อง
ชายหนุ่มผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมสีดำสนิท ขลิบดิ้นทองคำที่ขอบคอเสื้อ ขับเน้นให้เรือนกายกำยำดูสง่างามและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
“ตื่นได้แล้ว” ทาริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ที่นี่ไม่มีเวลาให้เจ้ามานอนเอกเขนกเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลหรูหราของเมืองหลวงหรอกนะ”
“ฉันไม่ได้ขอมานอนที่นี่แต่แรก คุณเป็นคนลากฉันมาเองต่างหาก” นับฝันตอบกลับทันควัน สองมือจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
“ถ้ายังปากดีได้ แสดงว่ายังมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ” ทาริคปรายตามองอย่างเย็นชา “ลุกขึ้นแล้วตามข้ามา มีงานที่ต้องใช้มีดผ่าตัดของเจ้ารออยู่”
นับฝันก้าวตามทาริคออกจากกระโจมบัญชาการ ท่ามกลางแสงแดดจ้า ลานกว้างกลางค่ายซาฮิลเต็มไปด้วยความคึกคัก ทว่าเมื่อเดินมาถึงเต็นท์พยาบาลสนามหลังใหญ่ เธอก็พบกับภาพที่ทำให้จิตวิญญาณความเป็นแพทย์ตื่นตัวทันที
ชาวบ้านชนเผ่า ทั้งคนชราและเด็กเล็กนับสิบคนนั่งรอรับการรักษาอยู่ด้านหน้าเต็นท์ หลายคนมีบาดแผลจากการทำงานและโรคติดเชื้อในทะเลทราย
ภายในเต็นท์ หญิงสาวชาวอาหรับรูปร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีฟ้าน้ำทะเลกำลังก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เด็กน้อยอย่างอ่อนโยน เธอมีใบหน้างดงามคมซึ้ง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเปี่ยมด้วยความเมตตา
พญ. เลย์ลา อัล-มูบารัค หรือ หมอเลย์ลา น้องสาวบุญธรรมของทาริค และแพทย์ท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรทะเลทรายประจำเผ่าซาฮิล
“ท่านพี่ทาริค” เลย์ลาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอ่อนโยนให้พี่ชาย ก่อนจะหันมามองนับฝันด้วยความสนใจ “คนนี้ใช่ไหมคะ คุณหมอคนเก่งที่ท่านพี่พาตัวมาจากค่ายแพทย์สนาม”
“ใช่ นางชื่อนับฝัน” ทาริคเอ่ยห้วนๆ “ข้ามอบหมายให้นางมาช่วยงานเจ้า จัดการดูแลคนเจ็บให้เรียบร้อย อย่าให้นางสร้างความวุ่นวายล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะท่านพี่ เลย์ลาจะดูแลคุณหมออย่างดี” เลย์ลารับคำพร้อมหัวเราะเบาๆ
ทาริคปรายตามองนับฝันอีกครั้งด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากเต็นท์ไป ทิ้งให้สองแพทย์สาวเผชิญหน้ากัน
“สวัสดีค่ะคุณหมอนับฝัน ฉันชื่อเลย์ลานะคะ ยินดีที่ได้พบค่ะ” เลย์ลายื่นมือออกมาทักทายอย่างเป็นมิตร
นับฝันชะงักไปเล็กน้อย แปลกใจที่น้องสาวของจอมทัพเถื่อนกลับมีกิริยานุ่มนวลอ่อนหวานเช่นนี้ หญิงสาวยื่นมือไปจับตอบอย่างจริงใจ
“สวัสดีค่ะคุณหมอเลย์ลา เรียกฉันว่านับฝันเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”
“งั้นนับฝันก็เรียกฉันว่าเลย์ลานะคะ” เลย์ลายิ้มกว้าง “ฉันได้ยินกิตติศัพท์ความกล้าหาญของคุณมาจากพวกนักรบแล้ว ที่กล้าใช้แผ่นหลังบังกระสุนช่วยเด็กน้อยกลางดงโจร ช่างน่าประทับใจจริงๆ ค่ะ”
“มันเป็นหน้าที่ของหมอค่ะ ใครตกอยู่ในสถานการณ์นั้นก็ต้องทำเหมือนกัน”
“ท่านพี่ทาริคถึงได้สั่งให้คนพาคุณมาที่นี่ไงคะ” เลย์ลากระซิบน้ำเสียงอ่อนโยน “ท่านพี่อาจจะดูดุดันและพูดจาขวานผ่าซากไปบ้าง แต่เนื้อแท้แล้วท่านรักและห่วงใยชาวบ้านที่นี่มาก คนในเผ่าของเราขาดแคลนศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมานานแล้วค่ะ”
นับฝันฟังแล้วแอบนิ่งคิดในใจ ‘คนเผด็จการอย่างเขาน่ะเหรอจะห่วงใยใครเป็น ขู่จะตัดหัวคนอื่นอยู่ทุกวัน’
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้คุยอะไรกันต่อ เสียงร้องไห้จ้าของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าเต็นท์ ขวัญข้าวรีบวิ่งนำหน้าผู้เป็นแม่ที่อุ้มลูกน้อยเข้ามาอย่างเร่งด่วน
“หมอนับฝัน! หมอเลย์ลา! ช่วยด้วยค่ะ น้องโดนอะไรกัดมาไม่รู้ ขาบวมเป่งไปหมดเลย!” ขวัญข้าวร้องบอกด้วยความตื่นตระหนก
นับฝันและเลย์ลารีบปราดเข้าไปดูอาการทันที ที่ข้อเท้าขวาของเด็กชายมีรอยเขี้ยวคู่เล็กๆ สองจุด ผิวหนังรอบแผลบวมแดงคล้ำและเริ่มมีเนื้อตายสีม่วงเข้ม
“พิษแมงป่องทะเลทรายหางดำค่ะ” เลย์ลาตรวจดูรอยแผลแล้ววินิจฉัยอย่างรวดเร็ว “พิษชนิดนี้ทำลายระบบประสาทและเนื้อเยื่อ ต้องรีบกรีดระบายน้ำเหลืองเสียและล้างพิษออกเดี๋ยวนี้!”
“ขวัญ เตรียมชุดกรีดแผล ลิโดเคนชาเฉพาะที่ และน้ำเกลือล้างแผลด่วน!” นับฝันออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด สัญชาตญาณศัลยแพทย์ฉุกเฉินทำงานเต็มร้อย
“รับทราบค่ะ!” ขวัญข้าวรีบจัดเตรียมเครื่องมืออย่างคล่องแคล่ว
นับฝันลงมือฉีดยาชาเฉพาะที่อย่างแม่นยำ ก่อนจะใช้มีดผ่าตัดกรีดเปิดปากแผลอย่างประณีตเพื่อระบายเลือดคั่ง เลย์ลานำผงสมุนไพรสีเขียวเข้มกลิ่นฉุนที่บดเตรียมไว้มาพอกทับลงบนบาดแผลเพื่อดูดซับพิษร้าย
การผสานการทำงานระหว่างศัลยกรรมแผนปัจจุบันของนับฝันและภูมิปัญญาสมุนไพรทะเลทรายของเลย์ลาดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที อาการบวมแดงของเด็กน้อยก็เริ่มยุบลง สัญญาณชีพกลับมาคงที่อีกครั้ง
“เข้าใจครับท่านพ่อ!” สองแฝดขานรับพร้อมเพรียงกัน“แล้วเรื่องหูฟังแพทย์จำลองล่ะ เมื่อกี้แอบเห็นฟาริคเอาหูฟังไม้ไปตรวจหัวใจให้ท่านลุงยูซุฟด้วยใช่ไหม” ทาริคเอ่ยแซวพลางยิ้มขำ“ใช่ครับท่านพ่อ! ฟาริคตรวจชีพจรให้ท่านลุงแล้ว ท่านลุงแข็งแรงดีแต่กินเยอะไปหน่อยครับ!” ฟาริคตอบอย่างจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน“ฟาริคบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นศัลยแพทย์เหมือนแม่ ส่วนฟาริสบอกว่าจะเป็นจอมทัพคุมกองทหารเหมือนพ่อค่ะ” นับฝันเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ลุงดนัยน์เป็นคนเหลาหูฟังไม้ชิ้นนั้นให้หลานๆ เองกับมือเลยนะคะ สองคนนี้เห่อมาก พกติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ”“ลูกๆ ของเราฉลาดและน่ารักเหมือนเจ้าไม่มีผิด” ทาริคดึงมือนับฝันขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม“แล้วเมื่อเช้าไปเยี่ยมปู่การิมมา ท่านเป็นยังไงบ้างคะทาริค”“ท่านปู่แข็งแรงดีมาก อายุครบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังขี่อูฐตรวจค่ายได้สบาย ท่านฝากบอกว่าคิดถึงคุณหมอมาก และขอบคุณที่ส่งยาสมุนไพรบำรุงไขข้อไปให้ท่านเป็นประจำ” ทาริคยิ้มอย่างมีความสุขทาริควางลูกชายทั้งสองลงให้ไปวิ่งเล่นกับลูกสาวของขวัญข้าว ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหาหมอนับฝันที่ยืนส่งยิ้มหวานรออยู่ชายหนุ่มสบตาสีกาแฟคู่งาม
ตอนพิเศษ 3ห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายลมพัดผ่านผืนทรายอันอ่อนโยน ดินแดนโอเอซิสซาฮิลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนเร่ร่อนกลางทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพกลายเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการแพทย์และสันติภาพ’ ที่รุ่งเรืองและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาคารสีขาวมุกของโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ขยายปีกอาคารออกไปอย่างโอ่อ่า รองรับผู้ป่วยทั้งชาวเบดูอิน ประชาชนจากเมืองใหญ่ และผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนนับพันคนต่อเดือน โดยมีทีมแพทย์นานาชาติที่ดนัยน์ช่วยประสานงานเดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง“ฮ่าๆๆ! จับข้าไม่ได้หรอกท่านลุงยูซุฟ!”เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดวัยห้าขวบดังกึกก้องไปทั่วสวนอินทผลัมหลังโรงพยาบาล เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าคมคายถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเป๊ะๆ ดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบแต่ซุกซน เรือนผมสีกาแฟคั่วเข้มหนานุ่มปุกปุย“โอ๊ยยย! เจ้าตัวแสบทั้งสอง! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ครับ!” ยูซุฟในชุดองครักษ์เต็มยศที่ตอนนี้เริ่มมีพุงกะทิเล็กน้อย กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่จับหลานชายฝาแฝดที่วิ่งซิกแซ็กหลบเข้าไปในแปลงสมุนไพรทะเลทรายอย่างทุลักทุเล “ถ้าไปเหยียบต้นว่านหางจระเข้ของน้าเลย์ลาเข้า ข้าโดนตัดเงินเดือนแน่ๆ
“ทาริคคะ ตั้งสติก่อนค่ะ... หายใจเข้าลึกๆ” นับฝันแม้จะเจ็บท้องแทบขาดใจ แต่ความเป็นแพทย์ทำให้เธอต้องคอยเตือนสติตัวเองและพ่อของลูก “อุ้มฉันไปขึ้นรถพยาบาลค่ะ... เราต้องไปที่โรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้!”“ครับ! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”ทาริครีบช้อนร่างกลมกลึงของนับฝันขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ชายหนุ่มวิ่งกึ่งเดินก้าวเท้ายาวๆ ออกไปหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนนำทางเมื่อขบวนรถมาถึงหน้าตึกฉุกเฉิน ดนัยน์ เลย์ลา และทีมสูตินรีแพทย์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เตียงเข็นถูกนำมารองรับนับฝันเข้าสู่ห้องคลอดทันทีทาริคกำลังจะวิ่งตามเข้าไป แต่ถูกพยาบาลกันไว้หน้าประตู “ท่านชีคกรุณารอสักครู่ค่ะ ต้องเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะ!”ทาริคยืนกระวนกระวายใจ มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มเดินวนไปมาหน้าห้องคลอดราวกับเสือติดจั่นดนัยน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินเข้ามาตบไหล่ทาริคเบาๆ “ท่านชีค... นับฝันเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและมีสติที่สุด เธอและลูกต้องปลอดภัยแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเธอและทีมแพทย์นะครับ สวมชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่ข้างในกับเธอเถอะ กำลังใจจากคุณสำคัญที่สุด”“ขอบใ
ตอนพิเศษ 2แปดเดือนผ่านพ้นไปหลังจากค่ำคืนฮันนีมูนอันแสนหวานฉ่ำ ภายในคฤหาสน์โอเอซิสซาฮิลอันร่มรื่นที่แวดล้อมไปด้วยต้นอินทผลัมและสวนกุหลาบทะเลทราย กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและทะนุถนอมเป็นพิเศษในห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียสีน้ำเงินเข้ม หมอนับฝันกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ หน้าท้องของเธอขยายโตกลมกลึงนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะภายในนั้นมีทารกน้อยฝาแฝดกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงแม้จะตั้งครรภ์แก่จนก้าวเดินอุ้ยอ้าย แต่นับฝันก็ยังคงเปิดสมุดบันทึกเพื่อตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนเด็กในค่ายอย่างไม่ยอมวางมือ“นับฝัน! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางสมุดพวกนั้นลงแล้วนอนพักผ่อน!”สุรเสียงทุ้มดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนล้นอกดังขึ้น ทาริคก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้เคยเป็นจอมทัพที่ไร้ความกลัว บัดนี้ได้กลายร่างเป็นชีคสายเห่อเมียแบบเต็มขั้น ทาริครีบเดินเข้ามาแย่งสมุดบันทึกออกจากมือนับฝัน วางลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว“โธ่~ ทาริคคะ ฉันแค่ตรวจดูรายชื่อเด็กที่จะมารับวัคซีนพรุ่งนี้เองค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย” นับฝันอมยิ้ม สบตาพ่อของลูกที่กำลังทำหน้าดุใส่เธอ“ไม
“ฮันนีมูนค่ำคืนนี้... ข้าจะไม่ปล่อยให้คุณหมอนอนเลยนะ~” ทาริคกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีกานพลูลุกโชนไปด้วยไฟเสน่หา“อื้อ... ทาริค~ คุณคลั่งรักเกินไปแล้ว... อ๊ะ...” นับฝันครางรับ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มเรือนผมหนานุ่มของเขาทาริคขยับกายลงต่ำ ชายหนุ่มแยกเรียวขาเนียนสวยของเมียให้เปิดกว้าง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไปแนบชิดกับจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำหวาน ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนเกสรดอกไม้ ปรนเปรอจังหวะรักด้วยปลายลิ้นอันร้อนชื้นอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญ“กรี๊ด~ ทาริค! อ๊า... ตรงนั้น... อย่าค่ะ... มันเสียวเกินไปแล้ว!” นับฝันกรีดร้องครางหวาน ร่างระหงบิดเร่า มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้างองุ้มเกร็งทาริคไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มทั้งดูดดึง ตวัดเลีย และบดขยี้จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำจังหวะหนักหน่วงสลับนุ่มนวล คุมเกมอารมณ์รักให้พุ่งทะยานสู่ขีดสุด จนกระทั่งนับฝันส่งเสียงกรีดร้องหวานล้ำ ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานบริสุทธิ์ออกมาอย่างสุขสมล่วงหน้าคาเรียวลิ้นของคนรัก!ทาริคเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ริมฝีปากของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานแห่งความสุข ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ สบตาสีกาแฟที่ฉ่ำปรือด้ว
ตอนพิเศษ 1หกเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่วันแต่งงานอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางภาระหน้าที่การบริหารชนเผ่าและงานในโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัด ทาริคได้ตัดสินใจลักพาตัวเมียคนสวย หลบหนีความวุ่นวายทั้งหมดมายังวิลล่าทะเลทรายส่วนตัวสุดหรู ‘คัสร์ อัล-ซารับ’ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวใจกลางหุบเขาทรายอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุดแผนการลักพาตัวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ในขณะที่หมอนับฝันกำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดผางออก ชีคหนุ่มในชุดลำลองเดินดุ่มๆ เข้ามาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของขวัญข้าวและเลย์ลาที่รู้เห็นเป็นใจ ยื่นแว่นกันแดดและกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้เสร็จสรรพ“ทาริคคะ! วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ คนไข้รอตรวจอยู่อีกตั้งหลายคน!” นับฝันโวยวายเบาๆ พลางทุบแผ่นหลังกว้าง“หมอดนัยน์และทีมแพทย์ประจำการอยู่ครบ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณหมอต้องไปรักษาอาการคิดถึงเมียของท่านชีคแล้ว” ทาริคกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินตรงมายังวิลล่าหรูแห่งนี้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงวิลล่า ทาริครินน้ำทับทิมส







