เข้าสู่ระบบ“ปลอดภัยแล้วค่ะคุณแม่” นับฝันเอ่ยบอกหญิงชาวเผ่าพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น หญิงผู้นั้นน้ำตาไหลพราก คุกเข่าลงจับมือนับฝันขึ้นมาแนบหน้าผากเพื่อขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
“ขอบคุณมากนะนับฝัน ฝีมือกรีดแผลของคุณยอดเยี่ยมและแม่นยำมากจริงๆ” เลย์ลาเอ่ยชมจากใจจริง
“ถ้าไม่ได้สมุนไพรดูดพิษของเลย์ลา เด็กคงมีอาการไข้สูงจนชักแน่ๆ ค่ะ พวกเราทำงานเข้าขากันได้ดีมากเลย” นับฝันตอบรับด้วยความจริงใจ
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้น ยูซุฟเดินถือกล่องไม้ใส่เวชภัณฑ์และขวดสมุนไพรล็อตใหม่เข้ามาในเต็นท์
“เอ้า เอายามาส่งให้แล้ว” ยูซุฟวางกล่องลงบนโต๊ะเสียงดังตึง
“วางเบาๆ ไม่เป็นหรือไงคะคุณทหาร!” ขวัญข้าวแหวใส่ทันที “ขวดยาข้างในไม่ใช่ก้อนหินนะ แตกขึ้นมาจะทำยังไง!”
ยูซุฟหันมามองขวัญข้าวตั้งแต่หัวจรดเท้า ยกยิ้มกวนประสาท “กล่องไม้หนาขนาดนี้ ถ้าทำแตกได้ มึงก็คงต้องเอาค้อนมาทุบแล้วล่ะแม่พยาบาลหน้าหวาน”
“นี่คุณ! พูดจาให้มันสุภาพหน่อยสิคะ ฉันเป็นพยาบาลนะ ไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณ!”
“แต่ในสายตาของกู มึงก็คือเชลยที่ต้องทำงานให้ค่ายนี้เหมือนกันนั่นแหละ” ยูซุฟยักคิ้วให้
“ไอ้คนป่าเถื่อน!” ขวัญข้าวเชิดหน้าใส่ด้วยความหมั่นไส้
เลย์ลาที่ยืนมองอยู่หัวเราะคิกคักกับท่าทางของทั้งคู่ ยูซุฟหันมาสบตากับเลย์ลา แววตากวนประสาทเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและเคารพรักอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านหญิงเลย์ลา เหนื่อยไหมครับ วันนี้คนไข้เยอะเป็นพิเศษเลย” ยูซุฟเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดกับตอนที่พูดกับขวัญข้าวลิบลับ
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะยูซุฟ ได้คุณหมอนับฝันกับคุณขวัญข้าวมาช่วย งานเบาลงไปเยอะเลยค่ะ” เลย์ลายิ้มหวานตอบ ยูซุฟแอบมองรอยยิ้มนั้นด้วยความหลงใหลจนใบหูขึ้นสีแดงจางๆ
“นับฝัน!”
เสียงเรียกคุ้นหูที่เปี่ยมด้วยความร้อนรนดังขึ้นที่ปากเต็นท์ นพ. ดนัยน์ ก้าวพรวดเข้ามาด้านใน ใบหน้าของแพทย์หนุ่มเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“พี่ดนัยน์!” นับฝันหันไปมองด้วยความดีใจ
ดนัยน์ตรงดิ่งเข้ามาหานับฝัน สองมือของเขาเอื้อมออกไปจับมือนุ่มทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น สายตากวาดมองสำรวจร่างกายของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“นับฝัน ปลอดภัยดีใช่ไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไอ้ชีคเถื่อนนั่นมันทำร้ายอะไรเธอไหม!” ดนัยน์ถามรัวเร็วด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ
“นับไม่เป็นไรค่ะพี่ดนัยน์ เขาไม่ได้ทำร้ายอะไรนับ...”
“ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากร่างของนางเดี๋ยวนี้!”
เสียงคำรามดุดันประดุจเสียงฟ้าผ่าฟาดลงกลางเต็นท์พยาบาล!
ทาริคก้าวพรวดเข้ามา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตรุนแรงจนทุกคนในเต็นท์สะดุ้งสุดตัว สายตาสีกานพลูลุกเป็นไฟเมื่อเห็นมือของดนัยน์กุมมือของนับฝันไว้แน่น
เพียงพริบตาเดียว ทาริคสาวเท้าเข้ามาประชิด มือหนาคว้าข้อมือของดนัยน์แล้วบิดออกอย่างแรงจนแพทย์หนุ่มร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ทาริคจะกระชากร่างของนับฝันเข้ามาไว้ในอ้อมอกของตนเองอย่างหวงแหน!
“ท่านชีค! อย่าทำพี่ดนัยน์นะ!” นับฝันร้องห้าม พยายามดันอกกว้างออก
“ข้าเคยเตือนแล้วใช่ไหม!” ทาริคตวาดกร้าวใส่หน้าดนัยน์ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเดือดดาล “ผู้หญิงคนนี้เป็นสิทธิ์ขาดของข้า ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องนาง... ข้าจะหักกระดูกมือของมันทิ้งเสีย!”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนับฝัน!” ดนัยน์กุมข้อมือที่ปวดระบม จ้องหน้าทาริคอย่างไม่ยอมแพ้ “นับฝันเป็นคน เป็นแพทย์ ไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะมายึดครองตามอำเภอใจ!”
“บนแผ่นดินซาฮิล ข้าคือกฎหมาย!” ทาริคก้าวเข้าไปหมายจะลงมือซ้ำ
“ท่านพี่ทาริค หยุดเถอะค่ะ!” เลย์ลารีบวิ่งเข้ามาขวางหน้าพี่ชายไว้ “ที่นี่คือเต็นท์พยาบาล มีคนไข้และเด็กๆ อยู่เต็มไปหมด อย่าใช้กำลังที่นี่เลยนะคะ!”
ยูซุฟรีบก้าวเข้ามายืนขนาบข้าง ดึงท่อนแขนของทาริคไว้เบาๆ “ใจเย็นก่อนครับท่านชีค อย่าให้เรื่องเล็กน้อยทำให้เสียการปกครองเลยครับ”
ทาริคสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์คลั่งที่กำลังพลุ่งพล่าน ชายหนุ่มก้มลงมองนับฝันที่อยู่ในอ้อมแขน แววตาของเธอมองเขาด้วยความโกรธเกลียด ซึ่งยิ่งเติมเชื้อเพลิงในใจของเขาให้ลุกไหม้
“จำใส่หัวของมึงไว้ไอ้หมอ” ทาริคชี้หน้าดนัยน์ “ถ้าข้าเห็นมึงเข้าใกล้นางในระยะสามก้าวอีกแม้แต่ครั้งเดียว ข้าจะสั่งตัดแขนของมึงทิ้งทันที!”
ทาริคกระชับเอวคอดของนับฝันแน่นขึ้น แล้วหันไปออกคำสั่งกับทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผู้หญิงคนนี้จะต้องติดตามข้าไปทุกที่... พรุ่งนี้เช้า นางจะต้องเดินทางไปตรวจตาน้ำศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลทรายกับข้าเพียงลำพังสองคน!”
“อะไรนะ!” นับฝันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ขณะที่ทาริคยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ
“เข้าใจครับท่านพ่อ!” สองแฝดขานรับพร้อมเพรียงกัน“แล้วเรื่องหูฟังแพทย์จำลองล่ะ เมื่อกี้แอบเห็นฟาริคเอาหูฟังไม้ไปตรวจหัวใจให้ท่านลุงยูซุฟด้วยใช่ไหม” ทาริคเอ่ยแซวพลางยิ้มขำ“ใช่ครับท่านพ่อ! ฟาริคตรวจชีพจรให้ท่านลุงแล้ว ท่านลุงแข็งแรงดีแต่กินเยอะไปหน่อยครับ!” ฟาริคตอบอย่างจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน“ฟาริคบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นศัลยแพทย์เหมือนแม่ ส่วนฟาริสบอกว่าจะเป็นจอมทัพคุมกองทหารเหมือนพ่อค่ะ” นับฝันเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ลุงดนัยน์เป็นคนเหลาหูฟังไม้ชิ้นนั้นให้หลานๆ เองกับมือเลยนะคะ สองคนนี้เห่อมาก พกติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ”“ลูกๆ ของเราฉลาดและน่ารักเหมือนเจ้าไม่มีผิด” ทาริคดึงมือนับฝันขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม“แล้วเมื่อเช้าไปเยี่ยมปู่การิมมา ท่านเป็นยังไงบ้างคะทาริค”“ท่านปู่แข็งแรงดีมาก อายุครบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังขี่อูฐตรวจค่ายได้สบาย ท่านฝากบอกว่าคิดถึงคุณหมอมาก และขอบคุณที่ส่งยาสมุนไพรบำรุงไขข้อไปให้ท่านเป็นประจำ” ทาริคยิ้มอย่างมีความสุขทาริควางลูกชายทั้งสองลงให้ไปวิ่งเล่นกับลูกสาวของขวัญข้าว ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหาหมอนับฝันที่ยืนส่งยิ้มหวานรออยู่ชายหนุ่มสบตาสีกาแฟคู่งาม
ตอนพิเศษ 3ห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายลมพัดผ่านผืนทรายอันอ่อนโยน ดินแดนโอเอซิสซาฮิลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนเร่ร่อนกลางทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพกลายเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการแพทย์และสันติภาพ’ ที่รุ่งเรืองและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาคารสีขาวมุกของโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ขยายปีกอาคารออกไปอย่างโอ่อ่า รองรับผู้ป่วยทั้งชาวเบดูอิน ประชาชนจากเมืองใหญ่ และผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนนับพันคนต่อเดือน โดยมีทีมแพทย์นานาชาติที่ดนัยน์ช่วยประสานงานเดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง“ฮ่าๆๆ! จับข้าไม่ได้หรอกท่านลุงยูซุฟ!”เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดวัยห้าขวบดังกึกก้องไปทั่วสวนอินทผลัมหลังโรงพยาบาล เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าคมคายถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเป๊ะๆ ดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบแต่ซุกซน เรือนผมสีกาแฟคั่วเข้มหนานุ่มปุกปุย“โอ๊ยยย! เจ้าตัวแสบทั้งสอง! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ครับ!” ยูซุฟในชุดองครักษ์เต็มยศที่ตอนนี้เริ่มมีพุงกะทิเล็กน้อย กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่จับหลานชายฝาแฝดที่วิ่งซิกแซ็กหลบเข้าไปในแปลงสมุนไพรทะเลทรายอย่างทุลักทุเล “ถ้าไปเหยียบต้นว่านหางจระเข้ของน้าเลย์ลาเข้า ข้าโดนตัดเงินเดือนแน่ๆ
“ทาริคคะ ตั้งสติก่อนค่ะ... หายใจเข้าลึกๆ” นับฝันแม้จะเจ็บท้องแทบขาดใจ แต่ความเป็นแพทย์ทำให้เธอต้องคอยเตือนสติตัวเองและพ่อของลูก “อุ้มฉันไปขึ้นรถพยาบาลค่ะ... เราต้องไปที่โรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้!”“ครับ! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”ทาริครีบช้อนร่างกลมกลึงของนับฝันขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ชายหนุ่มวิ่งกึ่งเดินก้าวเท้ายาวๆ ออกไปหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนนำทางเมื่อขบวนรถมาถึงหน้าตึกฉุกเฉิน ดนัยน์ เลย์ลา และทีมสูตินรีแพทย์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เตียงเข็นถูกนำมารองรับนับฝันเข้าสู่ห้องคลอดทันทีทาริคกำลังจะวิ่งตามเข้าไป แต่ถูกพยาบาลกันไว้หน้าประตู “ท่านชีคกรุณารอสักครู่ค่ะ ต้องเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะ!”ทาริคยืนกระวนกระวายใจ มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มเดินวนไปมาหน้าห้องคลอดราวกับเสือติดจั่นดนัยน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินเข้ามาตบไหล่ทาริคเบาๆ “ท่านชีค... นับฝันเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและมีสติที่สุด เธอและลูกต้องปลอดภัยแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเธอและทีมแพทย์นะครับ สวมชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่ข้างในกับเธอเถอะ กำลังใจจากคุณสำคัญที่สุด”“ขอบใ
ตอนพิเศษ 2แปดเดือนผ่านพ้นไปหลังจากค่ำคืนฮันนีมูนอันแสนหวานฉ่ำ ภายในคฤหาสน์โอเอซิสซาฮิลอันร่มรื่นที่แวดล้อมไปด้วยต้นอินทผลัมและสวนกุหลาบทะเลทราย กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและทะนุถนอมเป็นพิเศษในห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียสีน้ำเงินเข้ม หมอนับฝันกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ หน้าท้องของเธอขยายโตกลมกลึงนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะภายในนั้นมีทารกน้อยฝาแฝดกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงแม้จะตั้งครรภ์แก่จนก้าวเดินอุ้ยอ้าย แต่นับฝันก็ยังคงเปิดสมุดบันทึกเพื่อตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนเด็กในค่ายอย่างไม่ยอมวางมือ“นับฝัน! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางสมุดพวกนั้นลงแล้วนอนพักผ่อน!”สุรเสียงทุ้มดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนล้นอกดังขึ้น ทาริคก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้เคยเป็นจอมทัพที่ไร้ความกลัว บัดนี้ได้กลายร่างเป็นชีคสายเห่อเมียแบบเต็มขั้น ทาริครีบเดินเข้ามาแย่งสมุดบันทึกออกจากมือนับฝัน วางลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว“โธ่~ ทาริคคะ ฉันแค่ตรวจดูรายชื่อเด็กที่จะมารับวัคซีนพรุ่งนี้เองค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย” นับฝันอมยิ้ม สบตาพ่อของลูกที่กำลังทำหน้าดุใส่เธอ“ไม
“ฮันนีมูนค่ำคืนนี้... ข้าจะไม่ปล่อยให้คุณหมอนอนเลยนะ~” ทาริคกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีกานพลูลุกโชนไปด้วยไฟเสน่หา“อื้อ... ทาริค~ คุณคลั่งรักเกินไปแล้ว... อ๊ะ...” นับฝันครางรับ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มเรือนผมหนานุ่มของเขาทาริคขยับกายลงต่ำ ชายหนุ่มแยกเรียวขาเนียนสวยของเมียให้เปิดกว้าง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไปแนบชิดกับจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำหวาน ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนเกสรดอกไม้ ปรนเปรอจังหวะรักด้วยปลายลิ้นอันร้อนชื้นอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญ“กรี๊ด~ ทาริค! อ๊า... ตรงนั้น... อย่าค่ะ... มันเสียวเกินไปแล้ว!” นับฝันกรีดร้องครางหวาน ร่างระหงบิดเร่า มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้างองุ้มเกร็งทาริคไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มทั้งดูดดึง ตวัดเลีย และบดขยี้จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำจังหวะหนักหน่วงสลับนุ่มนวล คุมเกมอารมณ์รักให้พุ่งทะยานสู่ขีดสุด จนกระทั่งนับฝันส่งเสียงกรีดร้องหวานล้ำ ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานบริสุทธิ์ออกมาอย่างสุขสมล่วงหน้าคาเรียวลิ้นของคนรัก!ทาริคเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ริมฝีปากของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานแห่งความสุข ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ สบตาสีกาแฟที่ฉ่ำปรือด้ว
ตอนพิเศษ 1หกเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่วันแต่งงานอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางภาระหน้าที่การบริหารชนเผ่าและงานในโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัด ทาริคได้ตัดสินใจลักพาตัวเมียคนสวย หลบหนีความวุ่นวายทั้งหมดมายังวิลล่าทะเลทรายส่วนตัวสุดหรู ‘คัสร์ อัล-ซารับ’ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวใจกลางหุบเขาทรายอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุดแผนการลักพาตัวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ในขณะที่หมอนับฝันกำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดผางออก ชีคหนุ่มในชุดลำลองเดินดุ่มๆ เข้ามาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของขวัญข้าวและเลย์ลาที่รู้เห็นเป็นใจ ยื่นแว่นกันแดดและกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้เสร็จสรรพ“ทาริคคะ! วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ คนไข้รอตรวจอยู่อีกตั้งหลายคน!” นับฝันโวยวายเบาๆ พลางทุบแผ่นหลังกว้าง“หมอดนัยน์และทีมแพทย์ประจำการอยู่ครบ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณหมอต้องไปรักษาอาการคิดถึงเมียของท่านชีคแล้ว” ทาริคกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินตรงมายังวิลล่าหรูแห่งนี้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงวิลล่า ทาริครินน้ำทับทิมส







