LOGINสัมผัสเย็นชุ่มชื้นทำให้สติของนับฝันค่อยๆ คืนกลับมา เธอกะพริบตาถี่ๆ มองใบหน้าคมคายที่มีหนวดเคราเขียวครึ้มกำลังก้มลงมองเธอด้วยแววตาห่วงใยจนปิดไม่มิด
“รู้สึกตัวแล้วหรือ” ทาริคเอ่ยถาม สุรเสียงนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด
“คุณ... พาฉันมาที่นี่ทำไมคะ ทำไมไม่พาไปส่งที่เต็นท์พยาบาล” นับฝันพยายามจะยันกายลุกขึ้น
“นอนลงไป อย่าเพิ่งขยับ” มือหนากดไหล่เธอเบาๆ บังคับให้นอนราบตามเดิม “เต็นท์พยาบาลคนพลุกพล่าน วุ่นวายทั้งคืน พักที่นี่จะสงบกว่า”
นับฝันมองแววตาลึกซึ้งของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความทรงจำเมื่อตอนบ่ายผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
“ทาริค... ฉันมีเรื่องอยากถามคุณค่ะ”
“ถามมาสิ”
“ทำไมตอนนั้น... คุณถึงยอมชักดาบออกมารับประกันความปลอดภัยให้ฉันคะ” นับฝันสบตานิ่ง “ถ้าการผ่าตัดล้มเหลว ถ้าเด็กไม่รอด... คุณจะต้องถูกขับออกจากตำแหน่งชีค หรือไม่ก็ถูกคนในเผ่ารุมประชาทัณฑ์ตามกฎทมิฬ ทำไมถึงกล้าเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพันกับหมอแปลกหน้าอย่างฉัน”
ทาริคนิ่งงันไปครู่หนึ่ง มือหนาที่ถือผ้าชุบน้ำชะงักค้าง ก่อนที่เขาจะวางผ้าลง แล้วเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเล็กของเธอขึ้นมาแนบไว้กับข้างแก้มสากระคายของตนเอง
ไออุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านไปยังผิวแก้มของเขา ขณะที่สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธออย่างไร้การหลบเลี่ยง
“เพราะข้าเชื่อในตัวเจ้า” น้ำเสียงทุ้มพร่าสะกดให้ลมหายใจของเธอสะดุด “สายตาที่เจ้ามองคนไข้ ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่เจ้าแสดงออกมา... มันทำให้ข้ามั่นใจ ยิ่งกว่านั้น... ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้ายิ่งกว่าชีวิตของข้าเองเสียอีกนับฝัน”
คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาดั่งลูกศรพุ่งปักกลางใจ ทำเอาใบหน้าหวานของนับฝันร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู
ทาริคค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไม้กฤษณาเป่ารดพวงแก้มเนียน ปลายจมูกโด่งคมเฉียดผ่านผิวแก้มใสของเธออย่างแผ่วเบาจนขนกายเธอลุกเกรียว
“ทาริค...” นับฝันครางแผ่ว ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงสันกรามแกร่งที่ขบแน่น
กึก!
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของยูซุฟที่หยุดลงหน้ากระโจมทำลายมนต์สะกดอันแสนวาบหวามลงในทันควัน
“ท่านชีคครับ! ผลตรวจตัวอย่างน้ำและเลือดจากอุปกรณ์ในห้องแล็บสนามเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ!”
ทาริคลอบถอนหายใจยาวพลางยืดตัวขึ้น สบตานับฝันอีกครั้งด้วยประกายตาเสียดายระคนเอ็นดู ก่อนจะหันไปสั่งการ “เข้ามาได้ยูซุฟ”
ยูซุฟก้าวเข้ามาในกระโจมพร้อมแผ่นรายงานผลการตรวจทางเคมี สีหน้าขององครักษ์หนุ่มเคร่งเครียดอย่างยิ่ง
“เป็นอย่างไรบ้างยูซุฟ” ทาริคถามเสียงเข้ม
“สารพิษที่ปนเปื้อนในบ่อน้ำโอเอซิสคือสารซายาไนด์ดัดแปลงสูตรสังเคราะห์ของกลุ่มติดอาวุธรับจ้างมาร์คัสครับท่านชีค!” ยูซุฟรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ฤทธิ์ของมันรุนแรงมาก และที่เลวร้ายที่สุดคือ ตาน้ำธรรมชาติใต้ผืนทรายกำลังถูกสารพิษกัดกร่อน หากเราไม่สามารถหาตัวยามาทำปฏิกิริยาลบล้างพิษได้ภายในสามวัน ตาน้ำโอเอซิสซาฮิลแห่งนี้จะกลายเป็นบ่อน้ำพิษจนแห้งแล้ง และพวกเราทุกคนจะขาดน้ำตาย!”
นับฝันเบิกตากว้าง รีบยันกายลุกขึ้นนั่งทันที “สารสังเคราะห์ตัวนี้ไม่มีแอนติโดตสำเร็จรูปในคลังยาของเราค่ะทาริค!”
ทาริคขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงพิโรธ “พวกสุนัขลอบกัด... มันกล้าเล่นสกปรกถึงขนาดวางยาแหล่งน้ำของประชาชน!”
“มีวิธีแก้ทางเดียวเท่านั้นค่ะ” เลย์ลาที่เดินตามเข้ามาพร้อมตำราพฤกษศาสตร์โบราณเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “เราต้องใช้สารสกัดจากรากหญ้าสมุนไพรทะเลทรายโบราณที่ขึ้นอยู่ลึกที่สุดในหุบเขาต้องห้ามเคบาร์เท่านั้น!”
ทาริคหันไปสบตากับนับฝัน แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในเงามืด
“เตรียมม้าศึกให้พร้อมยูซุฟ” ทาริคสั่งการเด็ดขาด “พรุ่งนี้... ข้าจะบุกไปหุบเขาเคบาร์ด้วยตนเอง!”
“เข้าใจครับท่านพ่อ!” สองแฝดขานรับพร้อมเพรียงกัน“แล้วเรื่องหูฟังแพทย์จำลองล่ะ เมื่อกี้แอบเห็นฟาริคเอาหูฟังไม้ไปตรวจหัวใจให้ท่านลุงยูซุฟด้วยใช่ไหม” ทาริคเอ่ยแซวพลางยิ้มขำ“ใช่ครับท่านพ่อ! ฟาริคตรวจชีพจรให้ท่านลุงแล้ว ท่านลุงแข็งแรงดีแต่กินเยอะไปหน่อยครับ!” ฟาริคตอบอย่างจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน“ฟาริคบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นศัลยแพทย์เหมือนแม่ ส่วนฟาริสบอกว่าจะเป็นจอมทัพคุมกองทหารเหมือนพ่อค่ะ” นับฝันเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ลุงดนัยน์เป็นคนเหลาหูฟังไม้ชิ้นนั้นให้หลานๆ เองกับมือเลยนะคะ สองคนนี้เห่อมาก พกติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ”“ลูกๆ ของเราฉลาดและน่ารักเหมือนเจ้าไม่มีผิด” ทาริคดึงมือนับฝันขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม“แล้วเมื่อเช้าไปเยี่ยมปู่การิมมา ท่านเป็นยังไงบ้างคะทาริค”“ท่านปู่แข็งแรงดีมาก อายุครบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังขี่อูฐตรวจค่ายได้สบาย ท่านฝากบอกว่าคิดถึงคุณหมอมาก และขอบคุณที่ส่งยาสมุนไพรบำรุงไขข้อไปให้ท่านเป็นประจำ” ทาริคยิ้มอย่างมีความสุขทาริควางลูกชายทั้งสองลงให้ไปวิ่งเล่นกับลูกสาวของขวัญข้าว ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหาหมอนับฝันที่ยืนส่งยิ้มหวานรออยู่ชายหนุ่มสบตาสีกาแฟคู่งาม
ตอนพิเศษ 3ห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายลมพัดผ่านผืนทรายอันอ่อนโยน ดินแดนโอเอซิสซาฮิลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนเร่ร่อนกลางทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพกลายเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการแพทย์และสันติภาพ’ ที่รุ่งเรืองและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาคารสีขาวมุกของโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ขยายปีกอาคารออกไปอย่างโอ่อ่า รองรับผู้ป่วยทั้งชาวเบดูอิน ประชาชนจากเมืองใหญ่ และผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนนับพันคนต่อเดือน โดยมีทีมแพทย์นานาชาติที่ดนัยน์ช่วยประสานงานเดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง“ฮ่าๆๆ! จับข้าไม่ได้หรอกท่านลุงยูซุฟ!”เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดวัยห้าขวบดังกึกก้องไปทั่วสวนอินทผลัมหลังโรงพยาบาล เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าคมคายถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเป๊ะๆ ดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบแต่ซุกซน เรือนผมสีกาแฟคั่วเข้มหนานุ่มปุกปุย“โอ๊ยยย! เจ้าตัวแสบทั้งสอง! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ครับ!” ยูซุฟในชุดองครักษ์เต็มยศที่ตอนนี้เริ่มมีพุงกะทิเล็กน้อย กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่จับหลานชายฝาแฝดที่วิ่งซิกแซ็กหลบเข้าไปในแปลงสมุนไพรทะเลทรายอย่างทุลักทุเล “ถ้าไปเหยียบต้นว่านหางจระเข้ของน้าเลย์ลาเข้า ข้าโดนตัดเงินเดือนแน่ๆ
“ทาริคคะ ตั้งสติก่อนค่ะ... หายใจเข้าลึกๆ” นับฝันแม้จะเจ็บท้องแทบขาดใจ แต่ความเป็นแพทย์ทำให้เธอต้องคอยเตือนสติตัวเองและพ่อของลูก “อุ้มฉันไปขึ้นรถพยาบาลค่ะ... เราต้องไปที่โรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้!”“ครับ! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”ทาริครีบช้อนร่างกลมกลึงของนับฝันขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ชายหนุ่มวิ่งกึ่งเดินก้าวเท้ายาวๆ ออกไปหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนนำทางเมื่อขบวนรถมาถึงหน้าตึกฉุกเฉิน ดนัยน์ เลย์ลา และทีมสูตินรีแพทย์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เตียงเข็นถูกนำมารองรับนับฝันเข้าสู่ห้องคลอดทันทีทาริคกำลังจะวิ่งตามเข้าไป แต่ถูกพยาบาลกันไว้หน้าประตู “ท่านชีคกรุณารอสักครู่ค่ะ ต้องเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะ!”ทาริคยืนกระวนกระวายใจ มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มเดินวนไปมาหน้าห้องคลอดราวกับเสือติดจั่นดนัยน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินเข้ามาตบไหล่ทาริคเบาๆ “ท่านชีค... นับฝันเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและมีสติที่สุด เธอและลูกต้องปลอดภัยแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเธอและทีมแพทย์นะครับ สวมชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่ข้างในกับเธอเถอะ กำลังใจจากคุณสำคัญที่สุด”“ขอบใ
ตอนพิเศษ 2แปดเดือนผ่านพ้นไปหลังจากค่ำคืนฮันนีมูนอันแสนหวานฉ่ำ ภายในคฤหาสน์โอเอซิสซาฮิลอันร่มรื่นที่แวดล้อมไปด้วยต้นอินทผลัมและสวนกุหลาบทะเลทราย กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและทะนุถนอมเป็นพิเศษในห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียสีน้ำเงินเข้ม หมอนับฝันกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ หน้าท้องของเธอขยายโตกลมกลึงนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะภายในนั้นมีทารกน้อยฝาแฝดกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงแม้จะตั้งครรภ์แก่จนก้าวเดินอุ้ยอ้าย แต่นับฝันก็ยังคงเปิดสมุดบันทึกเพื่อตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนเด็กในค่ายอย่างไม่ยอมวางมือ“นับฝัน! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางสมุดพวกนั้นลงแล้วนอนพักผ่อน!”สุรเสียงทุ้มดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนล้นอกดังขึ้น ทาริคก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้เคยเป็นจอมทัพที่ไร้ความกลัว บัดนี้ได้กลายร่างเป็นชีคสายเห่อเมียแบบเต็มขั้น ทาริครีบเดินเข้ามาแย่งสมุดบันทึกออกจากมือนับฝัน วางลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว“โธ่~ ทาริคคะ ฉันแค่ตรวจดูรายชื่อเด็กที่จะมารับวัคซีนพรุ่งนี้เองค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย” นับฝันอมยิ้ม สบตาพ่อของลูกที่กำลังทำหน้าดุใส่เธอ“ไม
“ฮันนีมูนค่ำคืนนี้... ข้าจะไม่ปล่อยให้คุณหมอนอนเลยนะ~” ทาริคกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีกานพลูลุกโชนไปด้วยไฟเสน่หา“อื้อ... ทาริค~ คุณคลั่งรักเกินไปแล้ว... อ๊ะ...” นับฝันครางรับ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มเรือนผมหนานุ่มของเขาทาริคขยับกายลงต่ำ ชายหนุ่มแยกเรียวขาเนียนสวยของเมียให้เปิดกว้าง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไปแนบชิดกับจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำหวาน ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนเกสรดอกไม้ ปรนเปรอจังหวะรักด้วยปลายลิ้นอันร้อนชื้นอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญ“กรี๊ด~ ทาริค! อ๊า... ตรงนั้น... อย่าค่ะ... มันเสียวเกินไปแล้ว!” นับฝันกรีดร้องครางหวาน ร่างระหงบิดเร่า มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้างองุ้มเกร็งทาริคไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มทั้งดูดดึง ตวัดเลีย และบดขยี้จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำจังหวะหนักหน่วงสลับนุ่มนวล คุมเกมอารมณ์รักให้พุ่งทะยานสู่ขีดสุด จนกระทั่งนับฝันส่งเสียงกรีดร้องหวานล้ำ ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานบริสุทธิ์ออกมาอย่างสุขสมล่วงหน้าคาเรียวลิ้นของคนรัก!ทาริคเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ริมฝีปากของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานแห่งความสุข ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ สบตาสีกาแฟที่ฉ่ำปรือด้ว
ตอนพิเศษ 1หกเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่วันแต่งงานอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางภาระหน้าที่การบริหารชนเผ่าและงานในโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัด ทาริคได้ตัดสินใจลักพาตัวเมียคนสวย หลบหนีความวุ่นวายทั้งหมดมายังวิลล่าทะเลทรายส่วนตัวสุดหรู ‘คัสร์ อัล-ซารับ’ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวใจกลางหุบเขาทรายอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุดแผนการลักพาตัวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ในขณะที่หมอนับฝันกำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดผางออก ชีคหนุ่มในชุดลำลองเดินดุ่มๆ เข้ามาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของขวัญข้าวและเลย์ลาที่รู้เห็นเป็นใจ ยื่นแว่นกันแดดและกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้เสร็จสรรพ“ทาริคคะ! วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ คนไข้รอตรวจอยู่อีกตั้งหลายคน!” นับฝันโวยวายเบาๆ พลางทุบแผ่นหลังกว้าง“หมอดนัยน์และทีมแพทย์ประจำการอยู่ครบ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณหมอต้องไปรักษาอาการคิดถึงเมียของท่านชีคแล้ว” ทาริคกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินตรงมายังวิลล่าหรูแห่งนี้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงวิลล่า ทาริครินน้ำทับทิมส







