로그인บทที่ 6
แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าเหนือผืนทรายกว้างใหญ่ ลมยามรุ่งอรุณพัดผ่านกระโจมบัญชาการหลัก ทว่าบรรยากาศภายในกลับเคร่งเครียดดุจสายธนูที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ
บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวยาว แพทย์หญิงเลย์ลาคลี่กางแผนที่ภูมิศาสตร์และสมุดบันทึกพฤกษศาสตร์โบราณออก พลางใช้นิ้วชี้ไปยังแนวเทือกเขาหินหยักชันทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
“สมุนไพรตัวนี้มีชื่อท้องถิ่นว่า ‘รากแก้วอัครา’ ค่ะท่านพี่ทาริค” เลย์ลาอธิบายพลางสบตาทาริค “สารประกอบชีวภาพในรากสดมีคุณสมบัติจับตัวกับโมเลกุลไซยาไนด์และโลหะหนักได้อย่างรวดเร็ว หากนำมาบดคั้นสดแล้วเทลงสู่ตาน้ำหลัก จะสามารถลบล้างสารพิษที่ตกค้างในสายน้ำใต้ดินได้ทั้งหมดภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“แต่มันขึ้นอยู่เฉพาะในหุบเขาเคบาร์เท่านั้นใช่ไหม” สุรเสียงทุ้มต่ำของทาริคเอ่ยถาม เรียบนิ่งแต่แฝงความเด็ดขาด
“ใช่ค่ะ... บริเวณรอยแยกหินปูนก้นหุบเขาที่มีความชื้นใต้ดินสูง” เลย์ลาพยักหน้ารับ “และที่สำคัญ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษเคมีเท่านั้นจึงจะแยกแยะรากที่สมบูรณ์ออกจากรากมีพิษชนิดอื่นได้”
“ฉันจะไปเองค่ะ” นับฝันที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตคู่นั้นทอประกายแน่วแน่ “ฉันทำวิจัยเรื่องพืชสมุนไพรเขตแห้งแล้งมาตั้งแต่สมัยเรียนต่อเฉพาะทาง ฉันรู้ดีที่สุดว่าจะคัดเลือกรากแก้วแบบไหนที่ไม่สูญเสียคุณสมบัติทางยาในระหว่างการขนย้าย”
“ไม่ได้ครับหมอนับฝัน!” ยูซุฟส่งเสียงคัดค้านทันควัน “หุบเขาเคบาร์เป็นเขตแดนต้องห้าม เส้นทางคดเคี้ยวอันตราย และที่สำคัญ... หน่วยสอดแนมเพิ่งรายงานว่ากองกำลังรับจ้างของไอ้มาร์คัสและไอ้ทรราชจาซีมกำลังกบดานอยู่แถบนั้น หากพวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเรา ขบวนคาราวานจะถูกดักซุ่มโจมตีทันที”
“ถ้าพวกเรายกกองกำลังใหญ่ไป ศัตรูก็จะไหวตัวทัน” ทาริคกอดอก สายตาคมกริบกวาดมองแผนที่อย่างพิจารณา “ดังนั้น... ข้าจะเดินทางไปกับหมอนับฝันเพียงสองคน ใช้ม้าศึกลัดเลาะตามแนวซอกหิน หลบเลี่ยงเรดาร์และหน่วยลาดตระเวนของพวกมัน”
“ไปกันสองคนเหรอครับ!” นายแพทย์ดนัยน์ที่เพิ่งเดินก้าวเข้ามาในกระโจมพร้อมกล่องเวชภัณฑ์สนาม ร้องอุทานด้วยความตระหนก “มันอันตรายเกินไปครับท่านชีค! นับฝันเป็นพลเรือน เป็นผู้หญิง ไม่เคยฝึกฝนการรบหรือการเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดารมาก่อน จะให้เธอไปเสี่ยงตายในดงคนร้ายแบบนั้นได้อย่างไร!”
ทาริคหันขวับไปมองดนัยน์ สายตาดุจพญาเหยี่ยวตรึงร่างของหมอหนุ่มจนสะดุดกึก
“ไม่มีที่ไหนในทะเลทรายแห่งนี้จะปลอดภัยไปกว่าข้างกายของข้า” ทาริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ “และข้าขอเอาเกียรติยศแห่งสายเลือดอัล-ฟาฮัดเป็นเดิมพัน หากมีเศษทรายแม้เพียงเม็ดเดียวแตะต้องเส้นผมของหมอนับฝัน ข้าจะยอมสละชีวิตของตนเอง”
ดนัยน์มองสบตาทาริค แววตาของชีคหนุ่มเต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงจังจนดนัยน์ต้องยอมถอยหนึ่งก้าว หมอหนุ่มหันมามองนับฝันด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง
“นับฝัน... เธอแน่ใจแล้วใช่ไหม” ดนัยน์ถามเสียงแผ่ว
“ฉันแน่ใจค่ะพี่ดนัยน์” นับฝันยิ้มรับเบาๆ “เด็กๆ ในค่ายและชาวบ้านทุกคนต้องพึ่งพาน้ำจากโอเอซิสนี้ ถ้าเราไม่รีบไปนำสมุนไพรมา พวกเขาก็ไม่มีทางรอด ฝากพี่ดนัยน์ ขวัญข้าว และหมอเลย์ลา ช่วยดูแลคนไข้ในเต็นท์พยาบาลระหว่างที่ฉันไม่อยู่ด้วยนะคะ”
“ไม่ต้องห่วงทางนี้เลยค่ะหมอนับฝัน!” ขวัญข้าวที่ยืนเกาะแขนเลย์ลาอยู่โพล่งขึ้นมาทั้งน้ำตา “ขวัญจะดูแลคนไข้ทุกคนสุดชีวิต หมอนับฝันต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ... แล้วก็... ท่านชีคคะ ฝากดูแลหมอนับฝันของพวกเราด้วยนะคะ”
ทาริคพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น “ข้าสัญญา”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่บริเวณลานผูกม้าด้านหลังค่าย
ทาริคในชุดรบทะมัดแมง เสื้อกั๊กหนังสีเปลือกไม้สวมทับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีทราย กางเกงรัดกุมพร้อมรองเท้าบูตหนังหนา กำลังตรวจเช็กความพร้อมของอานม้า ถุงน้ำหนังแพะ และอาวุธปืนสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรัดกุม
เคียงข้างเขาคือม้าศึกพันธุ์อาหรับสีดำขลับตัวโตเต็มวัย กล้ามเนื้อมัดแน่นทรงพลัง ดวงตามันขลับแฝงความดุร้าย มันส่งเสียงฟ่อในลำคอพลางกระทืบกีบเท้าระบายความคึกคะนองลงบนพื้นทราย
นับฝันในชุดแพทย์สนาม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกากีและกางเกงคาร์โก้ เดินสะพายกระเป๋าเก็บตัวอย่างยาเข้ามาใกล้ ทว่าทันทีที่เห็นขนาดและความดุดันของม้าศึกตัวนั้นที่แตกต่างจากม้าตัวก่อน สองขาของเธอก็ชะงักกึกไปโดยอัตโนมัติ
“ยืนนิ่งทำไมล่ะคุณหมอ” ทาริคเงยหน้าขึ้นมอง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เอ่อ... ม้าตัวนี้มัน... ตัวใหญ่มากเลยนะคะ” นับฝันลอบสูดหายใจเข้าลึก มือเรียวกำสายสะพายเป้เวชภัณฑ์ไว้แน่น
ทาริคหัวเราะหึในลำคอด้วยความขบขัน ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามายืนประชิดเบื้องหลังของเธอ กลิ่นไม้กฤษณาและไอแดดอุ่นลอยมาแตะจมูก ปลายคางสากระคายเฉียดผ่านขมับบางจนนับฝันรู้สึกขนลุกซู่
“เข้าใจครับท่านพ่อ!” สองแฝดขานรับพร้อมเพรียงกัน“แล้วเรื่องหูฟังแพทย์จำลองล่ะ เมื่อกี้แอบเห็นฟาริคเอาหูฟังไม้ไปตรวจหัวใจให้ท่านลุงยูซุฟด้วยใช่ไหม” ทาริคเอ่ยแซวพลางยิ้มขำ“ใช่ครับท่านพ่อ! ฟาริคตรวจชีพจรให้ท่านลุงแล้ว ท่านลุงแข็งแรงดีแต่กินเยอะไปหน่อยครับ!” ฟาริคตอบอย่างจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน“ฟาริคบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นศัลยแพทย์เหมือนแม่ ส่วนฟาริสบอกว่าจะเป็นจอมทัพคุมกองทหารเหมือนพ่อค่ะ” นับฝันเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ลุงดนัยน์เป็นคนเหลาหูฟังไม้ชิ้นนั้นให้หลานๆ เองกับมือเลยนะคะ สองคนนี้เห่อมาก พกติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ”“ลูกๆ ของเราฉลาดและน่ารักเหมือนเจ้าไม่มีผิด” ทาริคดึงมือนับฝันขึ้นมาจูบอย่างทะนุถนอม“แล้วเมื่อเช้าไปเยี่ยมปู่การิมมา ท่านเป็นยังไงบ้างคะทาริค”“ท่านปู่แข็งแรงดีมาก อายุครบแปดสิบปีแล้ว แต่ยังขี่อูฐตรวจค่ายได้สบาย ท่านฝากบอกว่าคิดถึงคุณหมอมาก และขอบคุณที่ส่งยาสมุนไพรบำรุงไขข้อไปให้ท่านเป็นประจำ” ทาริคยิ้มอย่างมีความสุขทาริควางลูกชายทั้งสองลงให้ไปวิ่งเล่นกับลูกสาวของขวัญข้าว ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหาหมอนับฝันที่ยืนส่งยิ้มหวานรออยู่ชายหนุ่มสบตาสีกาแฟคู่งาม
ตอนพิเศษ 3ห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายลมพัดผ่านผืนทรายอันอ่อนโยน ดินแดนโอเอซิสซาฮิลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนเร่ร่อนกลางทะเลทรายอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพกลายเป็น ‘ศูนย์กลางแห่งการแพทย์และสันติภาพ’ ที่รุ่งเรืองและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาคารสีขาวมุกของโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ขยายปีกอาคารออกไปอย่างโอ่อ่า รองรับผู้ป่วยทั้งชาวเบดูอิน ประชาชนจากเมืองใหญ่ และผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนนับพันคนต่อเดือน โดยมีทีมแพทย์นานาชาติที่ดนัยน์ช่วยประสานงานเดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง“ฮ่าๆๆ! จับข้าไม่ได้หรอกท่านลุงยูซุฟ!”เสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายฝาแฝดวัยห้าขวบดังกึกก้องไปทั่วสวนอินทผลัมหลังโรงพยาบาล เด็กชายทั้งสองมีใบหน้าคมคายถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเป๊ะๆ ดวงตาสีกานพลูประกายอบเชยคมกริบแต่ซุกซน เรือนผมสีกาแฟคั่วเข้มหนานุ่มปุกปุย“โอ๊ยยย! เจ้าตัวแสบทั้งสอง! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ครับ!” ยูซุฟในชุดองครักษ์เต็มยศที่ตอนนี้เริ่มมีพุงกะทิเล็กน้อย กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่จับหลานชายฝาแฝดที่วิ่งซิกแซ็กหลบเข้าไปในแปลงสมุนไพรทะเลทรายอย่างทุลักทุเล “ถ้าไปเหยียบต้นว่านหางจระเข้ของน้าเลย์ลาเข้า ข้าโดนตัดเงินเดือนแน่ๆ
“ทาริคคะ ตั้งสติก่อนค่ะ... หายใจเข้าลึกๆ” นับฝันแม้จะเจ็บท้องแทบขาดใจ แต่ความเป็นแพทย์ทำให้เธอต้องคอยเตือนสติตัวเองและพ่อของลูก “อุ้มฉันไปขึ้นรถพยาบาลค่ะ... เราต้องไปที่โรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์เดี๋ยวนี้!”“ครับ! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”ทาริครีบช้อนร่างกลมกลึงของนับฝันขึ้นมาอุ้มในอ้อมแขนแกร่งอย่างนุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ชายหนุ่มวิ่งกึ่งเดินก้าวเท้ายาวๆ ออกไปหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินเปิดไซเรนนำทางเมื่อขบวนรถมาถึงหน้าตึกฉุกเฉิน ดนัยน์ เลย์ลา และทีมสูตินรีแพทย์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เตียงเข็นถูกนำมารองรับนับฝันเข้าสู่ห้องคลอดทันทีทาริคกำลังจะวิ่งตามเข้าไป แต่ถูกพยาบาลกันไว้หน้าประตู “ท่านชีคกรุณารอสักครู่ค่ะ ต้องเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อก่อนค่ะ!”ทาริคยืนกระวนกระวายใจ มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มเดินวนไปมาหน้าห้องคลอดราวกับเสือติดจั่นดนัยน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินเข้ามาตบไหล่ทาริคเบาๆ “ท่านชีค... นับฝันเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและมีสติที่สุด เธอและลูกต้องปลอดภัยแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเธอและทีมแพทย์นะครับ สวมชุดนี้แล้วเข้าไปอยู่ข้างในกับเธอเถอะ กำลังใจจากคุณสำคัญที่สุด”“ขอบใ
ตอนพิเศษ 2แปดเดือนผ่านพ้นไปหลังจากค่ำคืนฮันนีมูนอันแสนหวานฉ่ำ ภายในคฤหาสน์โอเอซิสซาฮิลอันร่มรื่นที่แวดล้อมไปด้วยต้นอินทผลัมและสวนกุหลาบทะเลทราย กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและทะนุถนอมเป็นพิเศษในห้องนั่งเล่นกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียสีน้ำเงินเข้ม หมอนับฝันกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ หน้าท้องของเธอขยายโตกลมกลึงนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะภายในนั้นมีทารกน้อยฝาแฝดกำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงแม้จะตั้งครรภ์แก่จนก้าวเดินอุ้ยอ้าย แต่นับฝันก็ยังคงเปิดสมุดบันทึกเพื่อตรวจเช็กตารางการฉีดวัคซีนเด็กในค่ายอย่างไม่ยอมวางมือ“นับฝัน! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้วางสมุดพวกนั้นลงแล้วนอนพักผ่อน!”สุรเสียงทุ้มดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนล้นอกดังขึ้น ทาริคก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผู้เคยเป็นจอมทัพที่ไร้ความกลัว บัดนี้ได้กลายร่างเป็นชีคสายเห่อเมียแบบเต็มขั้น ทาริครีบเดินเข้ามาแย่งสมุดบันทึกออกจากมือนับฝัน วางลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว“โธ่~ ทาริคคะ ฉันแค่ตรวจดูรายชื่อเด็กที่จะมารับวัคซีนพรุ่งนี้เองค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย” นับฝันอมยิ้ม สบตาพ่อของลูกที่กำลังทำหน้าดุใส่เธอ“ไม
“ฮันนีมูนค่ำคืนนี้... ข้าจะไม่ปล่อยให้คุณหมอนอนเลยนะ~” ทาริคกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีกานพลูลุกโชนไปด้วยไฟเสน่หา“อื้อ... ทาริค~ คุณคลั่งรักเกินไปแล้ว... อ๊ะ...” นับฝันครางรับ มือเรียวสอดเข้าขยุ้มเรือนผมหนานุ่มของเขาทาริคขยับกายลงต่ำ ชายหนุ่มแยกเรียวขาเนียนสวยของเมียให้เปิดกว้าง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไปแนบชิดกับจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำหวาน ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนเกสรดอกไม้ ปรนเปรอจังหวะรักด้วยปลายลิ้นอันร้อนชื้นอย่างช่ำชองและเชี่ยวชาญ“กรี๊ด~ ทาริค! อ๊า... ตรงนั้น... อย่าค่ะ... มันเสียวเกินไปแล้ว!” นับฝันกรีดร้องครางหวาน ร่างระหงบิดเร่า มือเรียวจิกผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้างองุ้มเกร็งทาริคไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มทั้งดูดดึง ตวัดเลีย และบดขยี้จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำจังหวะหนักหน่วงสลับนุ่มนวล คุมเกมอารมณ์รักให้พุ่งทะยานสู่ขีดสุด จนกระทั่งนับฝันส่งเสียงกรีดร้องหวานล้ำ ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานบริสุทธิ์ออกมาอย่างสุขสมล่วงหน้าคาเรียวลิ้นของคนรัก!ทาริคเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ริมฝีปากของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหวานแห่งความสุข ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ สบตาสีกาแฟที่ฉ่ำปรือด้ว
ตอนพิเศษ 1หกเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่วันแต่งงานอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางภาระหน้าที่การบริหารชนเผ่าและงานในโรงพยาบาลซาฮิลเมดิคอลเซ็นเตอร์ที่แน่นขนัด ทาริคได้ตัดสินใจลักพาตัวเมียคนสวย หลบหนีความวุ่นวายทั้งหมดมายังวิลล่าทะเลทรายส่วนตัวสุดหรู ‘คัสร์ อัล-ซารับ’ ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวใจกลางหุบเขาทรายอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุดแผนการลักพาตัวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ในขณะที่หมอนับฝันกำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดผางออก ชีคหนุ่มในชุดลำลองเดินดุ่มๆ เข้ามาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของขวัญข้าวและเลย์ลาที่รู้เห็นเป็นใจ ยื่นแว่นกันแดดและกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้เสร็จสรรพ“ทาริคคะ! วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ คนไข้รอตรวจอยู่อีกตั้งหลายคน!” นับฝันโวยวายเบาๆ พลางทุบแผ่นหลังกว้าง“หมอดนัยน์และทีมแพทย์ประจำการอยู่ครบ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณหมอต้องไปรักษาอาการคิดถึงเมียของท่านชีคแล้ว” ทาริคกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินตรงมายังวิลล่าหรูแห่งนี้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงวิลล่า ทาริครินน้ำทับทิมส







