Partager

ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู
ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู
Auteur: วรนิษฐา / Miss sexy

บทที่ 1

last update Date de publication: 2024-11-18 12:20:25

เสียงจังหวะการเดินย่ำเท้าวนไปวนมาบริเวณหน้าประตูเพนท์เฮ้าส์ บ่งบอกอารมณ์กระวนกระวายของเจ้าของได้เป็นอย่างดี เท้าเล็กๆ เข้ากับรองเท้าส้นสูงสีแดงสด ขนาดของส้นเข็มที่สูงถึงสี่นิ้วไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินหรือเคลื่อนไหวของเธอได้เลยแม้แต่น้อย

ร่างสวยในชุดรัดรูปเดินไปเดินมาพร้อมกับพยายามติดต่อใครบางคนที่จนถึงขณะนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้ ทั้งๆ ที่นัดหมายเวลารวมถึงสถานที่อย่างชัดเจนแล้วและที่สำคัญเงินก็จ่ายไปแล้วเช่นกัน 

“จนป่านนี้แล้วทำไมถึงยังไม่มาอีกนะ” สีหน้าของกรรวียังคงเคร่งเครียดเพราะหากงานนี้เธอทำไม่สำเร็จ นั่นก็หมายความว่าเงินค่าแรงก้อนโตที่จะได้ก็พลอยปลิวหายไปต่อหน้าต่อตาเช่นกัน

เงินที่เธอหมายมั่นจะนำไปทุบหน้าใหม่ที่เกาหลีให้กลับมาสวยเหมือนสาวรุ่น ทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอก็สวยมากอยู่แล้วแต่ก็อยากสวยไปมากกว่านี้อีก ให้เหมาะกับสโลแกนส่วนตัวว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวย 

“มาหรือยัง” เสียงห้วนดังขึ้นจากด้านหลังนั่นทำให้กรรวีถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหันกลับมามองชายร่างท้วมตรงหน้า 

“ยังเลยค่ะคุณอดุลย์” กรรวีเอ่ยตอบเจ้านาย

“มัวไปโอ้เอ้ทำอะไรอยู่ เดี๋ยวก็เสียงานใหญ่กันพอดี ถ้าเราทำงานนี้พังมีหวังได้ตกงานกันแน่” งานใหญ่ที่ว่าดูเหมือนจะสำคัญต่อหน้าที่การงานของทั้งคู่มาก แม้จะไม่อยากรับปากแต่ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเบื้องบนสั่งเขามาอีกทอดเช่นกัน

 

“น้องชายผมจะบินกลับมาถึงเมืองไทยพรุ่งนี้ คุณอดุลย์ช่วยจัดเซอร์ไพรส์เด็ดๆ ที่เคยจัดให้ผมเมื่อครั้งนั้นให้น้องชายผมหน่อยสิครับ”

“ได้หรือครับท่านประธาน”

“ได้สิ ผมอนุญาต ส่วนค่าเหนื่อยผมจ่ายให้ไม่อั้น ขอแค่ไม่ย้อมแมวก็พอ”  

 

นั่นคือบทสนทนาสั้นๆ ที่ต่างก็เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่เป็นอย่างดี อดุลย์เองก็ไม่คาดคิดว่าเจ้านายใหญ่ที่นั่งในตำแหน่งประธานบริหารจะชื่นชอบเซอร์ไพรส์ที่เขาจัดหามาให้ครั้งนั้นเช่นกัน แม้นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งแต่ก็ถือว่าทำให้หัวใจผู้ชายกระชุ่มกระชวยได้เป็นอย่างดีและผลพลอยได้จากการเซอร์ไพรส์อีกอย่างคือนอกจากไม่ถูกไล่ออกแล้วเงินโบนัสก็ได้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา 

“เดี๋ยวฉันโทรตามอีกทีค่ะ” เสียงของกรรวีทำให้อดุลย์หลุดออกมาจากความคิด แล้วหันมองเลขาส่วนตัวที่สมรู้ร่วมคิดจัดเซอร์ไพรส์กับเขามาตั้งแต่ต้น นั่นเพราะต่างก็อยากมั่นคงในหน้าที่การงานด้วยกันทั้งคู่ บางครั้งการทำงานดีก็รุ่งไม่เท่ารู้และเอาใจเจ้านายเก่ง

“ถ้ายังติดต่อไม่ได้อีกคุณคิดแผนสำรองไว้เลย”

“แผนสำรองหรือคะ” กรรวีหน้าตาตื่นนั่นเพราะเธอไม่ได้คิดแผนสำรองไว้แม้แต่แผนเดียว หนำซ้ำยังต้องมาคิดในสถานการณ์กดดันแบบนี้อีก ใครมันจะคิดออก 

“ใช่ คิดเร็วๆ ถ้าคิดไม่ออกก็เตรียมตกงานได้เลย เงินพิเศษอะไรที่คุณจะได้มันก็จะพลอยปลิวไปด้วย” คำพูดของอดุลย์ยิ่งทำให้เลขาส่วนตัวหน้าซีด 

“คุณอดุลย์” กรรวีเอ่ยเรียกเจ้านายทว่าเขากลับไม่มองเธอด้วยซ้ำ คิ้วที่ขมวดอยู่ก่อนหน้านี้ยิ่งขมวดเข้าหากัน ขืนตกงานในสภาวะเศรษฐกิจดิ่งลงเหวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ไหนจะภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าบัตรเครดิต ค่าภาษีสังคม ยิ่งไปกว่านั้นคือค่าศัลยกรรมหน้าใหม่ที่เธอวางแผนจะไปทำที่เกาหลีอีก วางเงินจองเอเจนซี่ไปแล้วด้วยเธอจะเสียเงินฟรีๆ อย่างนั้นเหรอ ไม่ได้เด็ดขาด  

“ผมเข้าไปรับหน้าคุณอชิระก่อน คิดเร็วๆ” เอ่ยจบอดุลย์ก็เปิดประตูกลับเข้าห้องไป โดยปล่อยกรรวีให้คิดหาทางออกเพียงคนเดียว 

“ให้มาคิดเร็วๆ อะไรตอนนี้ ใครมันจะไปคิดออก โอ๊ยยย ตายแน่ฉัน” กรรวียกมือขึ้นยีผมลอนสวยๆ บนศีรษะของเธอจนฟูฟ่อง คิ้วที่เขียนมาอย่างดีตั้งแต่เช้าขมวดเข้าหากัน สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังเครียดอย่างหนัก

ทันทีที่อดุลย์กลับเข้ามา อชิระที่นั่งกอดอกพร้อมกับไขว่ห้างอยู่บนโซฟาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่พอใจ นั่นเพราะแทนที่ทั้งสองจะกลับออกไปหลังจากส่งเขาเสร็จกลับตื๊อจะอยู่ดูแลนั่นนี่ต่อ ทั้งๆ ที่เขาบอกไปหลายครั้งแล้วว่าไม่จำเป็น 

“ทำไมพวกคุณสองคนถึงยังไม่กลับ”

“กำลังจะกลับแล้วครับ รอ เอ่อ…ไวน์ขวดพิเศษมาส่งแล้วผมจะกลับทันที” อดุลย์ฉลาดพอที่จะไม่เอ่ยบอกตรงๆ แต่อชิระก็ฉลาดกว่าที่รู้ทัน

“แน่ใจใช่ไหมว่าแค่ไวน์” ต่อให้รู้แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ 

“ใช่ครับ แค่ไวน์” เอ่ยจบก็ส่งยิ้มแห้งให้น้องชายของท่านประธาน จะว่าไปอชิระก็มีหน้าตาละม้ายคล้ายพี่ชายอยู่มาก อาจเพราะทั้งคู่เกิดใกล้ๆ กัน 

เท่าที่รู้อชิระทำงานอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เรียนจบ เป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ทำให้บริษัทอื่นเติบโตมานักต่อนัก กระทั่งถูกพี่ชายเรียกตัวให้กลับมาเมืองไทยด่วน ด้วยเหตุผลอะไรเขาก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน 

“ถ้าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ไวน์ ผมเอาเรื่องแน่ ต่อให้พี่ชายผมจะเป็นแบ๊กพวกคุณสองคนก็ตาม”

“อย่ามองผมสองคนในแง่ร้ายแบบนั้นสิครับคุณอชิระ”

“แล้วผมมองถูกไหม” อชิระถามอย่างไม่อ้อมค้อมเพราะเขาไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระพวกนี้อีก

“เอ่อ…คือ”

“คุณสองคนกลับกันไปได้แล้วตอนนี้ผมเหนื่อยอยากพักผ่อนเต็มที ถ้าไวน์ขวดนั้นมาถึงแล้วฝากคุณเอาไปเททิ้งให้ด้วยแล้วกัน”

“แต่ว่า…”

“ออกไปได้แล้ว” น้ำเสียงของอชิระห้วนขึ้นรวมถึงสีหน้าแววตาที่ส่งมานั่นทำให้อดุลย์กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ถ้าเขายังฝืนดันทุรังดีไม่ดีอาจตกงานเอาได้ง่ายๆ 

“ครับๆ” อดุลย์จำต้องกลับออกมาจากเพนเฮาส์ของอชิระ ในเมื่อหน้าที่ยังไม่ลุล่วงนั่นจึงทำให้เขายังคงยืนรออยู่แถวๆ หน้าประตู ในขณะที่เลขาส่วนตัวเวลานี้ไม่รู้หายไปไหน 

อดุลย์หันซ้ายหันขวามองหากรรวีแต่ทว่าก็ยังไม่เห็นแม้กระทั่งเงาจึงตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถืออกมากดโทรหา รอสายอยู่ไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับ

“ไวน์มาแล้วค่ะคุณอดุลย์”

“โอเค รีบพามา ตอนนี้ผมรออยู่ที่หน้าประตู”

“ค่ะๆ”

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 32-จบ

    “คุณเป็นคนเก่ง” อชิระเอ่ยขึ้นในขณะที่เลขากำลังแสดงท่าทางบางอย่างออกมา“ค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของปลายฟ้าเอ่ยรับ สิ่งเดียวที่ทำให้เธอตัดสินใจรับงานนี้ไม่ใช่เงินเดือนเป็นแสนหรือสวัสดิการพิเศษอะไร แต่คือประธานหนุ่มที่ชื่ออชิระที่พยายามยั่วเขามาหลายเดือนกลับไม่เคยสำเร็จ“แล้วทำไมถึงด้อยค่าตัวเองด้วยการทำตัวไม่น่ารักแบบนี้”“เอ้” ปลายฟ้าอุทานออกมาอย่างตกใจ“ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดจะทำอะไร ครั้งนี้ผมแค่เตือน แต่ถ้าคุณไม่หยุดเราคงทำงานร่วมกันไม่ได้” อชิระไม่ใช่คนใสซื่อถึงตามไม่ทันมารยาหญิงและวิธีรับมือ“ทำไมถึงปฏิเสธฉันคะหรือว่าท่านประธานจะเป็นเกย์อย่างที่คนอื่นพูดๆ กัน” ปลายฟ้าเอ่ยถามนั่นเพราะทุกครั้งที่มีโอกาสเธอจะเข้าหาอชิระเสมอแต่ประธานหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย“เปล่าแต่ผมมีผู้หญิงที่อยากให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง”“เธอคนนั้นโชคดี

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 31

    อชิระและสัมปันนีคบหากันได้หลายเดือน จู่ๆ ก็มีข่าวทลายซ่องโสเภณีที่ฮ่องกง โดยหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกให้ไปทำงานจนแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันที่นั่นคือพิจิกา แม้จะเบลอหน้าเหยื่อไว้แต่สัมปันนีก็มองออกว่าเป็นใคร ในขณะที่ข่าววงในจากอชิระก็ช่วยยืนยันว่าคือคนเดียวกันอีกด้วย“เห็นข่าวแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” สัมปันนีเอ่ยรับ อชิระดึงเธอเข้ามากอดเพราะอย่างน้อยเวลานี้พิจิกาก็กำลังรับกรรมที่ก่อไว้ แม้จะไม่ได้มาจากพวกเขาโดยตรงก็ตาม“เห็นว่าเธอติดโรคมาด้วย ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่”“กรรมค่ะ คนเราทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับแบบนั้น” เวลานี้สัมปันนีอโหสิกรรมให้พิจิกาแล้วหลังจากนี้ก็ขอให้ต่างคนต่างอยู่“ผมมีอะไรให้ลูกหนูดู” เอ่ยบอกเสร็จอชิระก็พา สัมปันนีไปที่โต๊ะทำงาน ซึ่งตอนนี้พวกเขาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของชายหนุ่ม“อะไรคะ”“แบบบ้านครับ” เสียงทุ้มเฉลยนั่นทำให้สัมปันนีแปลกใจเป็นอย่างมาก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 30

    ทั้งอชิระและสัมปันนีก็ต่างเป็นคนสำคัญของกันและกัน เพราะไม่อยากให้กระทบกับหน้าที่การงานโดยเฉพาะอิชระ สัมปันนีจึงตั้งกฎว่าห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้คนอื่นรู้อย่างเด็ดขาดแม้จะไม่อยากรับปากแต่อชิระก็จำต้องทำตามกฎที่เธอกำหนดขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นประธานหนุ่มก็มักจะหาโอกาสหรือจังหวะเหมาะๆ เพื่อให้ได้อยู่ตามลำพังกับสัมปันนีในที่ทำงานเสมอๆ ใช้ข้ออ้างเรื่องงานยุ่งเรื่องกาแฟหมดเพื่อให้เธอมาดูแลบ้าง แม้สัมปันนีจะรู้ทันแต่เธอกลับไม่ได้แย้งอะไร“กาแฟค่ะ” เสียงสดใสเอ่ยบอกพร้อมกับวางกาแฟหอมๆ ลงบนโต๊ะทำงานประธานหนุ่มที่เวลานี้เขาคือความรักของเธอเช่นกัน“ขอบคุณครับ อืม…ช่วงนี้งานยุ่งมาก ลูกหนูคิดว่าผมรับเลขาคนใหม่ดีไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามนั่นเพราะตอนนี้ชมดาวได้ลาออกไปแล้วส่งผลให้ประธานหนุ่มไม่ได้มีเลขาส่วนตัว เหตุผลเพราะมั่นใจว่าตนทำงานคนเดียวได้ทว่าพึ่งมาตระหนักว่าเขาไม่ได้มีเวลามากพอที่จะจัดการทุกอย่างงานเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างเขาก็ต้องส่งให้เลขาช่วยจัดการแทน ไม่อย่างนั้นคิวงานเขาจะชนกันอย่างที่เป็นอยู่ แต่สมัยนี้การจะหาเลขาเก่

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 29

    วันรุ่งขึ้นอชิระมาที่บ้านของสัมปันนีตั้งแต่เช้าตรู่ ชายหนุ่มอาสาขับรถไปส่งทั้งคู่ที่โรงพยาบาลท่ามกลางความสงสัยของสัมปันนี นั่นเพราะแม่ของเธอไม่ได้มีปฏิกิริยาตกใจหรือสงสัยที่จู่ๆ อชิระก็มารับแม้แต่น้อย แต่ก็ยังคงเก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ระยะเวลารอคิวที่โรงพยาบาลรัฐใช้เวลาครึ่งค่อนวันแต่อชิระก็ไม่ได้บ่นหรือแสดงท่าทางหงุดหงิดอะไร แต่เพราะอยากให้วรรณีได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้เขาจึงเสนอทางเลือกให้ ซึ่งทั้งคู่กลับปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอนั้นอชิระจึงมัดมือชกจัดการเปลี่ยนโรงพยาบาลจากรัฐไปเอกชนทันที“ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้โอม” ขณะนั่งรอเรียกพบหมอวรรณีก็เอ่ยขึ้น“ผมเต็มใจครับ อีกอย่างลูกเขยดูแลแม่ยายจะเป็นไรไป” อชิระยิ้มออกมา ซึ่งประโยคนี้สัมปันนีไม่ได้ยินเพราะเธอเดินไปซื้อน้ำ แต่พอกลับมาก็คอยสังเกตคนทั้งคู่มาตลอดหลังจากเก็บความสงสัยมาตั้งแต่เช้าในที่สุดก็เอ่ยถามออกไป“แม่รู้จักท่านประธานมาก่อนหรือเปล่าคะ”“ตอบยังไงดีล่ะทีนี้” วรรณีหันมองมาที่อชิระราวก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 28

    “ฉันต้องกลับบ้านแล้ว” สัมปันนีพยายามคุมโทนเสียงอย่างมากเพื่อไม่ให้สั่นสะท้านไปกับสัมผัสของอชิระ แต่ดูเหมือนประธานหนุ่มจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ เพราะนอกจากลูบไล้เขาก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นขย้ำหน้าอกอวบอิ่มของเธอเบาๆ“ท่านประธาน…อา” เสียงครางกระเส่าดังมาจากคนในอ้อมกอด เธอเผลอส่งเสียงที่ทำให้อชิระตื่นตัวแบบนี้เขาจะปล่อยให้เธอกลับบ้านได้ยังไง“ลูกหนูกำลังทำให้ผมหลง”“หนูเปล่า” สัมปันนีขบเม้มริมฝีปากอิ่มแล้วเผลอเอ่ยแทนตัวเองด้วยชื่อนั่นกลับยิ่งทำให้อชิระยิ่งลูบไล้เธอมากขึ้น “สีหน้ายั่วๆ แบบนี้ เสียงกระเส่าแบบนี้ มันทำร้ายผมมากรู้ไหม เพราะฉะนั้นลูกหนูต้องรับผิดชอบ”“ท่านประธาน”“ทำไมถึงยังเรียกผมว่าท่านประธาน” เสียงทุ้มเอ่ยถาม“หนูอยากเรียก ในที่ทำงานหนูจะเรียกคุณว่าท่านประธาน”“แล้วนอกเวลางานจะเรียกว่าอะไร”“เอ่อ…” สัมปันนีอึกๆ อักๆ ทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำ“ว่าไงจะเรียกว่าอ

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 27

    “จะโกรธคุณ ฉันจะไปจากคุณ ฉันจะฆ่า…คุณ”“จะทำแบบนั้นกับผมจริงๆ นะเหรอลูกหนู” ขณะเอ่ยถามอิชระก็เร่งจังหวะนิ้วให้ถี่กระชั้นยิ่งขึ้น “ไม่ค่ะ ฉันไม่ทำ ได้โปรดอย่างทรมานฉันแบบนี้อีกเลย” สัมปันนีครางกระเส่าออกมา ดูเหมือนว่าเวลานี้เธอไม่อาจต่อรองอะไรกับอชิระได้ทั้งนั้น เธอต้องรังเกียจสัมผัสจากเขาไม่ใช่โหยหาอย่างที่เป็นอยู่ แต่ไม่ว่าจะบอกตัวเองยังไงร่างกายและหัวใจกลับไม่ทำตามคำตอบที่ได้ยินทำให้อชิระยิ้ม ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับบนร่างเปลือยของสัมปันนี เขาเองก็อดทนมามากพอแล้วเช่นกัน ทั้งคู่สบตากันก่อนที่อชิระจะมอบจูบให้เธออีกครั้งพร้อมกับค่อยๆ บดเบียดสะโพกสอบเข้าหาแล้วใช้หัวเข่าดันขาทั้งสองข้างของสัมปันนีให้แยกห่างออกจากกันจากนั้นก็ค่อยๆ แทรกตัวฝากฝังความเป็นชายที่เวลานี้ตื่นตัวอย่างเต็มที่ให้เธอ ความคับแน่นก่อเกิดเป็นความเจ็บที่ทำให้สัมปันนีสะดุ้ง แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่เธอก็ยังใหม่อยู่มาก“เจ็บใช่ไหม”“ค่ะ” สัมปันนีเอ่ยรับอย่างไม่ปิดบัง อชิระจึงเพิ่มความนุ่มนวลให

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 16

    “อืม”“เป็นใคร ฉันรู้จักไหม” ตุลย์เอ่ยถามอย่างสนใจ“ไม่รู้จัก พี่รีบหายรีบกลับเพราะตอนนี้ผมอยากมีเวลาไปปั้มลูกจะแย่แล้ว”“อะไรของนาย บทจะโสดก็โสดสนิท บทจะมีเมียอยากมีลูกก็เร็วจนตั้งตัวไม่

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 13

    แต่แม้จะคิดแบบนั้นทว่าสมองของสัมปันนีก็ยังคงฟุ้งซ่าน เธอนอนไม่หลับทั้งคืนและมาทำงานด้วยความหวาดระแวง จากปกติไม่เข้าใกล้ส่วนที่เป็นบอร์ดบริหารเวลานี้เธอยิ่งเลี่ยง แต่ยิ่งเลี่ยงเธอก็เหมือนจะยิ่งโคจรพบอชิระ นั่นเพราะจู่ๆ ก็เจอเขาที่ลานจอดรถหน้าบริษัท “สวัสดีครับคุณสัมปันนี” อ

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 12

    “ค่ะๆ” สัมปันนีพยักหน้ารับ เธอยืนรออยู่ที่หน้าห้องด้วยความร้อนใจ แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีแต่สัมปันนีกลับรู้สึกว่านานเป็นชั่วโมง กระทั่งแม่บ้านเดินจ้ำกลับมาหน้าตาตื่นแล้วบอกว่าเดินจนทั่วทว่าก็ตามหาคุณชมดาวไม่เจอเมื่อสถานการณ์มันบีบบังคับแบบนี้สัมปันนีจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการชงก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 11

    “ดีใจด้วยนะลูกหนู”“ค่ะ” สัมปันนียิ้มออกมาซึ่งนี่เป็นรอยยิ้มที่กว้างที่สุดตั้งแต่เกิดอุบัติกับแม่ก็ว่าได้ ในขณะที่บาดแผลที่เกิดขึ้นกับเธอก็ค่อยๆ สมานแม้จะยังไม่หายสนิท แม้บางคืนยังยังคงฝันร้ายแต่อีกไม่นานเธอจะก้าวผ่านทุกอย่าง สี่เดือนคือระยะเวลาทดลองงานที่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status