Mag-log in@คอนโดมิเดียมหรูใจกลางกรุง
“เฮ้อ…เดซี่เรย์ให้ตายเถอะ” เสียงคำรามของแดเนียลนั้นกดต่ำราวกับว่าหากเขาระบายอารมณ์กับใครสักคนได้ เขาคงจะทำมันอย่างไม่ลังเล ภาพตรงหน้าเขาคือ กระดาษแผ่นใหญ่เกือบเท่าผนังห้องถูกแปะอยู่บนผนังห้องตรงข้างประตูทางเข้า บนกระดาษแผ่นนั้นคือสัญญาของเธอและเขา และตอนนี้มันถูกขยายใหญ่จนสามารถอ่านทุกคำได้อย่างชัดเจน “ความแสบของเธอนี่…ไม่เคยเปลี่ยนไปจริง ๆ” ร่างหนาถอนหายใจออกมาก่อนจะยกมือคลึงขมับ เพราะรู้สึกว่ามันปวดตุ้บ ๆ จนไม่อาจจะทนได้ วันนี้เธอทำเขาปวดหัวเป็นรอบที่สองของวันแล้ว หลังจากยอมรับความจริงตรงหน้าพอจะได้แล้ว เขาก็จัดการวางของก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน และพบว่าเจ้าของปัญหานั้นนอนหลับไปแล้วเรียบร้อย แดเนียลเดินเข้าไปใกล้ ๆ คนตัวเล็กที่นอนขดตัวหลับสบายราวกับว่าไม่ได้สร้างเรื่องไว้ให้ใคร นั่นยิ่งทำให้แดเนียลรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ “ยัยเด็กแสบ” เขาพึมพำออกมาก่อนจะละสายตาออกจากร่างบางแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเหมือนกับทุก ๆ วันที่ทำเป็นประจำ ขณะที่แดเนียลกำลังอาบน้ำอยู่นั้น ภาพในอดีตก็ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำของเขาอีกครั้ง ภาพพ่อและแม่ของเขาที่ขับรถกลับเข้ามาในบ้านอย่างเร่งรีบ ไม่นานนักพ่อของเดซี่เรย์ก็มาหาพ่อและแม่ของเขา ภาพในคืนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของแดเนียลไม่เคยหายไปไหน เพราะคืนนั้นคือคืนที่พ่อและแม่ของเขาจากเขาไปตลอดกาล… “ไม่ว่ามันจะเป็นใคร…ผมจะลากมันมารับผิดชอบชีวิตพ่อกับแม่แน่นอน…ผมสาบานเลย” มือหนาของแดเนียลกำหมัดแน่น ก่อนจะยกมันขึ้นมาทุบกำแพงอย่างไม่แรงมากนัก เขาสาบานกับตัวเองแบบนี้เสมอมา แม้กระทั่งวินาทีที่สงสัยในตัวของพ่อเดซี่เรย์เองก็ตาม แม้ว่าเขาจะเคยให้ความเคารพพ่อของเธอมากแค่ไหน แต่ถ้าพ่อของเธอเป็นคนทำ แน่นอนว่าเขาจะไม่ละเว้น ตลอดคืนเดซี่เรย์หลับสบายอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิด ลืมตาตื่นมาด้วยท่าทีสดใส และเหมือนเดิมเช่นทุกวัน ไร้ร่างหนาบนที่นอนแล้ว “เขานอนวันละกี่ชั่วโมงกันแน่เนี่ย” ปากเล็กพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะลุกออกจากเตียงแล้วเดินตรงไปจัดการตัวเอง อาบน้ำ ทาครีม แต่งตัวตามสไตล์ตัวเองจริง ๆ อย่างที่ไม่เคยทำในช่วงเช้ามาก่อน ร่างเล็กเดินออกจากห้องนอนด้วยท่าทีสดใส ก่อนจะพบกับหน้าเคร่งขรึมของแดเนียลที่นั่งกอดอดรอเธออยู่ที่โซฟา ไม่ใช่ที่โต๊ะอาหารอย่างที่ควรจะเป็น “ช่วงนี้กินยาผิดหรือไง? ถึงได้ทำตัวเป็นปัญหานัก” เดซี่เรย์ถึงกับถอนหายใจออกมา ก่อนจะเหลือบไปมองกระดาษแผ่นโตบนกำแพง ฝีมือของตัวเองอย่างนึกเหนื่อยหน่ายกับคำทักทายของสามีกำมะลอ “ปากคุณนี่ก็ร้ายกับฉันไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะ” ร่างบางพูดตอบกลับก่อนจะเดินไปนั่งตรงโซฟาตรงข้ามเขา “ไม่คิดจะหยุดเลยสินะ” แดเนียลพูด โดยไม่ละสายตาไปจากคนตัวเล็กแม้แต่วินาทีเดียว “เธอต้องการเด็กมากนักหรือไง เดซี่เรย์” คำถามของเขาเหมือนค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงบนกลางอกของเธอ เขารู้มาตลอด แต่ก็ไม่ยอมร่วมมือง่าย ๆ อย่างที่เขาเคยปฏิเสธเธอ แถมยังเรียกสิ่งที่เธอต้องการว่า เด็ก แทนที่จะเรียกว่าลูกอีก “ค่ะ ฉันขอคุณดี ๆ แล้ว แต่คุณไม่มห้ ฉันก็ต้องหาทางเอามาให้ได้” แดเนียลถึงกับส่ายหัวใส่เธอทันที เพราะเขารู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกินกับเรื่องนี้ “ทำไม? กลัวว่าถ้าสัญญาสิ้นสุดลงแล้วจะไม่มีใครให้เกาะหรือไง?” คำว่าเกาะของเขาเหมือนเป็นค้อนขนาดยักษ์กว่าเก่าที่ทุบซ้ำลงมา เพราะสถานะของเธอในตอนนี้ มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เธอไม่มีงานทำ ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีใครให้ไปหา และแน่นอนว่าหากเธอต้องหย่ากับเขา เธอจะไม่เหลือใคร นอกจากเพื่อนเพื่อนอย่างมีนา “อยากคิดแบบไหนก็เชิญเถอะค่ะ ฉันไม่ได้มีหน้าที่มาอธิบายอะไรมากนัก” เดซี่เรย์พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเสียอกเสียใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าสวยแสนดื้อของเธอ ราวกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร แดเนียลจ้องมองใบหน้าเล็กอย่างพิจารณาก่อนจะลุกขึ้นยืน คว้าเอาเสื้อสูทขึ้นมาถือก่อนจะเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ “งั้นก็เชิญทำตามวิธีของเธอเลย เพราะฉันมั่นใจว่ามันจะไม่มีทางสำเร็จ” พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทันที เดซี่เรย์ไม่ได้มองเขาอีกต่อไป เพียงแค่นั่งหลังตรง และคิดตามในสิ่งที่เขาพูด “หึ! คุณอนุญาตกันเองนะคะ คุณสามี~” ไม่นานนัก ปากเล็กได้รูปก็เผยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะเขาพลาดที่อนุญาตให้เธอทำอะไรก็ได้น่ะสิ และแน่นอนว่าเธอก็จะทำอย่างสุดความสามารถเหมือนกัน “งั้นก็เตรียมรับมือเอาไว้ได้เลยค่ะ! เดซี่เรย์คนนี้ไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่~”เสียงดนตรีคลาสสิกยังคงบรรเลงคลอเบา ๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงหรู ผู้คนแต่งกายด้วยชุดราตรีราคาแพง เดินพูดคุยแลกเปลี่ยนนามบัตรและผลประโยชน์กันอย่างสง่างาม รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของแต่ละคนล้วนถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ จนแทบแยกไม่ออกว่าใครจริงใจและใครกำลังสวมหน้ากากเดซี่เรย์เดินตามแดเนียลมาเงียบ ๆ แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้จับมือเธอไว้ แต่ฝีเท้าที่ยาวและรวดเร็วของเขาทำให้เธอต้องรีบเดินตามแทบไม่ทัน“คุณคะ…”หญิงสาวเรียกเบา ๆ แต่คนด้านหน้าไม่ตอบ เขายังคงเดินต่อ สีหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งจนจับอารมณ์ไม่ถูกเดซี่เรย์เม้มริมฝีปากอย่างสงสัย เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย แล้วทำไมจู่ ๆ เขาถึงดูอารมณ์เสียขึ้นมาแบบนี้เมื่อเดินมาถึงระเบียงด้านนอกของห้องจัดเลี้ยง เสียงดนตรีด้านในก็เบาลง เหลือเพียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านเบา ๆ พร้อมวิวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับแดเนียลหยุดเดินกระทันหันจนเดซี่เรย์ที่เดินตามมาเกือบชนแผ่นหลังกว้างของเขา แต่ยังโลคดีที่เธอชะงักฝีเท้าไว้ได้ทันเสียก่อน ไม่อย่างนั้น ใบหน้างามในค่ำคืนนี้คงปูดโปนไปเสียแล้ว“คุณ…”ยังไม่ทันพูดจบ แดเนียลก็หันกลับมาหาเธอ ดวงตาคมของเขาจ้องมองมาที่เธอนิ่ง
เซียวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ดวงตาคมยังคงจับจ้องไปยังคนทั้งสองไม่วางในขณะเดียวกัน แดเนียลก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน สายตาของชายหนุ่มเย็นชาและระแวดระวังมากกว่าปกติเขาไม่ชอบสายตาแบบนั้น สายตาของคนที่กำลังประเมินบางอย่าง และสิ่งที่เซียวกำลังประเมินอยู่ในตอนนี้… ก็คือเดซี่เรย์“คุณคะ?”เสียงหวานดังขึ้นข้างตัวทำให้แดเนียลดึงสายตากลับมา“อืม”“คุณมองใครอยู่เหรอคะ”เดซี่เรย์มองตามทิศทางสายตาของเขาอย่างสงสัย แต่ก่อนที่เธอจะหันไปเห็นว่าเป็นใคร แดเนียลก็ขยับตัวเข้ามาบดบังมุมมองของเธอเสียก่อน“ไม่มีอะไร”“ไม่มีอะไรจริงเหรอคะ”“อืม”หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามต่อ เพราะในจังหวะนั้นเอง กลุ่มนักธุรกิจหลายคนก็เดินเข้ามาทักทายแดเนียลพอดี“คุณแดเนียล ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”“ยินดีที่ได้พบครับ”“ได้ข่าวว่าโปรเจกต์ล่าสุดประสบความสำเร็จมากทีเดียว”บทสนทนาทางธุรกิจเริ่มต้นขึ้นทันที เดซี่เรย์จึงถอยออกมายืนด้านหลังอย่างรู้งาน เธอยังไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้สักเท่าไหร่ แต่คิดว่าหน้าที่ของเลขาคือยืนอยู่ไม่ไกลเจ้านายมากนัก คอยช่วยเหลือเมื่อจำเป็น และไม่รบกวนการพูดคุย
แสงไฟระย้าและคริสตัลนับร้อยดวงส่องประกายระยิบระยับอยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ของโรงแรมหรูระดับห้าดาว เพดานสูงโปร่งถูกตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลวดลายสีทองอ่อนตัดกับผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้มที่ทอดยาวลงมาจากด้านบน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยกลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหาร และบุคคลมีชื่อเสียงที่กำลังยืนพูดคุยแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางธุรกิจกันอย่างเป็นกันเองเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ ดังแทรกอยู่ท่ามกลางบทสนทนา เสิร์ฟพร้อมไวน์ราคาแพงและอาหารชั้นเลิศที่ถูกจัดวางอย่างสวยงามนี่ไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดา แต่เป็นงานรวมตัวของบุคคลระดับสูงที่มีอิทธิพลทั้งในและต่างประเทศและแน่นอน… ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังแขกคนสำคัญที่กำลังจะมาถึงประตูทางเข้าหลักถูกเปิดออกช้า ๆ บทสนทนาหลายจุดภายในงานเงียบลงอย่างพร้อมเพรียงชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำตัดเย็บอย่างสมบูรณ์แบบก้าวเข้ามาภายในงานด้วยท่วงท่าสงบนิ่งและสง่างาม ร่างสูงของแดเนียลโดดเด่นจนแทบไม่ต้องพยายามสร้างความสนใจเลยแม้แต่น้อยสูทสีดำเข้มขับให้ไหล่กว้างและรูปร่างสมส่วนของเขาดูทรงอำนาจมากขึ้น เนกไทสีเงินเข้มและนาฬิกาหรูบนข้อมือยิ่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ชายที่เกิดมาเพื่อยืนอยู่บน
การประชุมในครั้งนี้ยาวนานกว่าปกติเพราะกว่าจะเสร็จก็เย็นเสียแล้ว เมื่อแดเนียลออกมาจากห้องประชุม ก็พบว่าเดซี่เรย์ยังนั่งทำงานอยู่ที่เดิม แสงไฟสีอ่อนส่องลงบนใบหน้าหวานที่กำลังก้มอ่านเอกสารอยู่อย่างตั้งใจ ใบหน้าของร่างบางเผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยชายหนุ่มยืนมองเธออยู่พักหนึ่ง โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าถูกเขาแอบมองอยู่“งานยังไม่เสร็จ?”เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อเขามองเธอจนพอใจแล้ว เดซี่เรย์เงยหน้าทันทีที่ได้ยินเสียงถามจากเขา“ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ”“อืม”“งั้นฉันขออีกสิบนาทีนะคะ งานใกล้เสร็จแล้วล่ะค่ะ”แดเนียลเหลือบมองกองเอกสารตรงหน้าร่างบาง ก่อนจะดึงแฟ้มในมือเธอออกไปเฉย ๆ“…”“กลับบ้าน”“แต่ฉันยังทำงานไม่เสร็จนะคะ”“พรุ่งนี้ค่อยมาทำ”“ไม่ได้ค่ะ ส่งคืนมานะคะ”“ทำไม”“ฉันเป็นพนักงานดีเด่นน่ะค่ะ”แดเนียลเงียบไปเพียงสองวินาที ก่อนจะตอบกลับเรียบ ๆ“ฉันเป็นเจ้าของบริษัท”“…”“และฉันสั่งให้เธอกลับบ้าน เดี๋ยวนี้”เดซี่เรย์อ้าปากค้างให้กับคำพูดของเขา เอาจริงดิ? เขาเล่นงี้เลยแล้วเธอจะเอาอะไรไปสู้ หนทางไหนก็สู้เขาไม่ได้เลยเถอะส่วนคนตัวสูงหลังพูดจบก็เดินนำออกไปแล้ว ราวกับไม่คิดจะเปิดโอกาสให้เธอ
หลังจากจัดการเอกสารในห้องประชุมเสร็จ เดซี่เรย์ก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ยังไม่จางหายไปจากใบหน้า แค่คิดถึงสีหน้าของนีร่าเมื่อครู่ เธอก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา บางทีการตอบกลับแบบสุภาพ ๆ แต่เจ็บแสบ อาจจะเป็นวิธีรับมืออีกฝ่ายที่ดีที่สุดก็ได้“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้น”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาเดซี่เรย์สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อหันกลับไปก็พบว่าแดเนียลยืนอยู่ไม่ไกลนัก มือข้างหนึ่งถือแฟ้มเอกสาร ส่วนอีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงตามปกติ“เปล่าค่ะ”“โกหก”“…”“เธอกำลังยิ้มอยู่ เหมือนถูกใจอะไรบางอย่าง ทำไมไปแกล้งใครมาหรือไง”เดซี่เรย์กระแอมเบา ๆ เขาจับผิดอะไรเธอนักหนาก็ไม่รู้ ตั้งแต่ที่ไปเลือกชุดนั่นก็ด้วย เอาแต่หาเรื่องเธออยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน แถมเซ้นส์เขาก็ดันดีเสียด้วย“ฉันไม่ได้แกล้งใครนะคะ เห็นฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอคะ”“ก็รู้ ๆ กันอยู่”เดซี่เรย์ถึงกับอึ้งกับคำตอบของเขา เพราะคำตอบของเขาเหมือนกำลังบอกเธอเป็นคนที่ชอบแกล้งคนอื่นยังไงยังงั้นเลย“หมายความว่าไงคะ?”“ตามที่พูด”เดซี่เรย์เม้มปากแน่น พยายามกลั้นอารมณ์ขุนเคืองเอาไว้ แม้สีหน้าของเธอจะออกมาชัดเจนว่าไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก ส่วนแดเนียลก
บรรยากาศภายในรถดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากนั้น อย่างน้อยเดซี่เรย์ก็เลิกเงียบใส่เขา แม้ว่าจะยังตอบสั้น ๆ ใส่เขาอยู่บ้างก็ตามแดเนียลเหลือบมองคนข้างตัวเป็นระยะ ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนเดซี่เรย์ก็เอาแต่มองวิวข้างทาง ทั้งที่ในหัวไม่ได้จดจ่อกับอะไรเลยคำพูดเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด“แต่เธอก็เป็นภรรยาฉันด้วย”ทั้งที่เป็นคำพูดธรรมดา ๆ ทั้งที่เขาหมายถึงสัญญาแต่งงานปลอม ๆ ของพวกเขา แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นแรงขนาดนั้นก็ไม่รู้มันไม่ควรเกิดขึ้น… เธอควรจะเลิกรู้สึกหวั่นไหวกับเขาไปได้ตั้งนานแล้ว… หรือเป็นเพราะเธอต้องทำให้เขาตกหลุมรักเธอกันแน่ บางทีคนที่ตกหลุมพลางความรักนี่ เห็นจะมีแต่เธอ…รถเคลื่อนเข้าสู่ลานจอดรถคอนโดหรูย่านกลางใจเมืองในช่วงเย็นพอดี ทันทีที่รถจอด เดซี่เรย์ก็รีบเปิดประตูลงไปก่อน เหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง หรือพูดให้ถูกก็คือ…หนีคนข้าง ๆ นั่นแหละแดเนียลมองตามแผ่นหลังบางที่เดินเร็วผิดปกติ ก่อนจะขมวดคิ้วน้อย ๆ“ไม่ได้โกรธเลยสินะ ยัยคนปากแข็ง”เขาพึมพำเบา ๆ แล้วเดินตามเธอเข้าไปด้านในอย่สงไม่ได้รีบร้อนอะไรหลังอาหารเย็นวันนั้น เดซี่เรย์พยายามทำตั
ชายหนุ่มปริศนาสวมหมวกสีดำและสวมมาร์กปิดหน้าเดินกลับไปขึ้นรถก่อนจะกดส่งคลิปวิดีโอและรูปถ่ายส่งไปให้ใครบางคนที่ปลายทาง และไม่นานทางนั้นก็โทรกลับมา“ครับนาย”“ลูกสาวฉัน… แน่เหรอ?”เสียงปลายสายกรอกเสียงถามออกมาราวกับตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็น ชายหนุ่มคนเดิมหยิบเอารูปถ่ายของหญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่รสนิยมการ
คำพูดของน้องชายต่างพ่อแม่ทำเอาแดเนียลไปไม่เป็น มันเป็นแบบที่น้องเขาพูดจริง ๆ เขาไม่เคยปล่อยผ่านเวลามีคนมาล้ำเส้น แต่กับเธอ…“แล้วยังไง”“พี่ไม่ได้เกลียดเดซี่จริง ๆ หรอกใช่ไหม”คำถามต่อมายิ่งทำให้แดเนียลคิ้วขมวดกว่าเก่า เพราะเขาไม่เคยเกลียดเธอแต่แรก“ฉันเคยพูดหรือไงว่าเกลียดยัยนั่น”ดันเต้ส่ายหน้า“
เมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้นของแดเนียลร่างบางก็ลุกขึ้นจากหลังโต๊ะทันที เธอไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา นอกจากเดินไปที่โต๊ะกลางห้อง“นี่คงไม่จำเป็นแล้วเนอะ”เดซี่เรย์พูดก่อนจะหยิบถุงกล่องข้าวขึ้นมา แล้วเดินเอาไปทิ้งด้วยตัวเอง แดเนียลไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองการกระทำนั้นของเธอเท่านั้น“ทีหลังไม่ต้องทำมาอีก”
@บริษัทDNKBก๊อก ก๊อกสิ้นเสียงเคาะประตู เจ้าของเสียงเคาะก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของแดเนียลทันที ร่างบางโผล่ใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางค์ราคาแพงที่เพิ่งซื้อมาใหม่ยกเซ็ตเข้ามาภายในก่อนสายตาหวานกวาดมองไปทั่วห้องทำงานของสามีกำมะลอ แต่ก็ไร้สิ่งมีชีวิตอยู่ภายในห้อง“สงสัยมีประชุมมั







