تسجيل الدخولณ ชั้นสิบสอง ห้องทำงานของกู้จิ่งเยี่ยนตอนที่หลินซูเคาะประตูเดินเข้ามา กู้จิ่งเยี่ยนกำลังยืนมองลงไปข้างล่างอยู่ตรงหน้าต่างเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา จึงหันมาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปแล้วเหรอ?”หลินซูพยักหน้ารับ“ได้พูดอะไรไว้บ้างไหม?”หลินซูมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอย่างไรดีกู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ทำไมนับวันยิ่งทำตัวจู้จี้จุกจิกเหมือนผู้หญิงขึ้นเรื่อย ๆ สรุปว่าเธอพูดอะไรไว้กันแน่?”หลินซูกลืนน้ำลายลงคอ เอ่ยเสียงเบา “คุณผู้หญิงฝากผมมาขอโทษแทนเธอครับ เธอบอกว่า... ตอนทำไส้อ่อน ลืมล้างครับ”การเคลื่อนไหวของกู้จิ่งเยี่ยนพลันชะงักกึกแทบในทันใด————ไส้อ่อนนั้นย่อมผ่านการล้างทำความสะอาดมาแล้วแน่นอน เฉียวรั่วซิงแค่ตั้งใจพูดแบบนั้นเพื่อเอาคืนให้กู้จิ่งเยี่ยนให้รู้สึกขยะแขยงเล่น ๆ ใครใช้ให้เขาตลบแตลงไร้สัจจะกันล่ะ?พอคิดถึงสีหน้าอันน่าชมเชยของกู้จิ่งเยี่ยนในเวลานี้ อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมาทันตา หมอนั่นในตอนนี้คงอยากจะเอาน้ำยาฆ่าเชื้อกรอกปากลงไปล้างลำไส้และกระเพาะอาหารให้รู้แล้วรู้รอดแน่ ๆทว่าความสะใจบนความทุกข์ของคนอื่นอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องมาหัวเราะทีหลังดังกว่า——
ในเวลาแบบนี้ เธอยิ่งปล่อยให้เฉียวซวี่เซิงรู้เรื่องที่เธอหย่าร้างไม่ได้เด็ดขาด และกู้จิ่งเยี่ยนเองก็คงไม่มีทางยอมช่วยเธอแสดงละครตบตาต่อไปหลังหย่าแล้วแน่นอนเฉียวรั่วซิงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาในทันใดหรือว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือไม่หย่า?แล้วถ้าอย่างนั้น คำพูดอวดดีที่เธอเคยโพล่งออกไปต่อหน้ากู้จิ่งเยี่ยนก่อนหน้านี้มันคืออะไรกัน? แสดงละครตลกให้เขาดูงั้นเหรอ?แล้วเธอจะไม่เอาหน้าไปไว้ที่ไหน?ยิ่งไปกว่านั้น กู้จิ่งเยี่ยนก็สวมเขาให้เธอจนเธอจะกลายเป็นควายหน้าโง่อยู่แล้ว ถ้าเธอยังไม่ยอมหย่าอีก ไม่แน่วันดีคืนดีอาจจะมีเด็กตัวเป็น ๆ วิ่งเข้ามาหาแล้วร้องเรียกเขาว่า “พ่อ” ก็ได้ ถึงตอนนั้นเธอคงได้กลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองเจียงเฉิงแน่ ๆยังไงการหย่าครั้งนี้ก็ต้องหย่าให้ได้!พอนึกถึงตรงนี้ เธอจึงปรับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางอีกครั้ง “ประธานกู้คะ คุณดูสิคะ การที่คุณหย่าร้างก็ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจียงเซิ่งกรุ๊ปเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ? ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลย นึกจะหย่าก็หย่า มันคงส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อบริษัทและหุ้นอะไรพวกนี้ด้วยใช่ไหมล่ะคะ?”กู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “เธออยากจะพูดอะไร?”“ค
เฉียวรั่วซิง : “...”ใส่น้ำตาลเยอะขนาดนั้น ทำไมไม่เอาน้ำตาลมาราดปิดปากคุณไปเลยล่ะ!ช่างมันเถอะ! ในเมื่อมีเรื่องต้องง้อขอร้องเขา เธอยอมทน!เฉียวรั่วซิงฉีกยิ้มประจบ ท่าทีนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง “ไม่ได้ทำเสียนาน มือไม้เลยฝืดไปหน่อยน่ะค่ะ ไว้คราวหน้าฉันจะระวังนะคะ”สีหน้าของกู้จิ่งเยี่ยนดูดีขึ้นมาอีกหลายส่วนจริง ๆเฉียวรั่วซิงได้ทีจึงฉวยโอกาสเอ่ยขึ้นว่า “ประธานกู้คะ การหย่าก็เหมือนกับการแต่งงานนั่นแหละค่ะ ต้องคัดเลือกฤกษ์งามยามดี คุณดูสิคะ ตอนพวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันก็เพราะเลือกวันเวลาที่ไม่เป็นมงคล ผลสุดท้ายชีวิตการแต่งงานเลยไม่ราบรื่น ครองคู่กันไปจนสุดทางไม่ได้ เพราะฉะนั้นการหย่าร้างเลยต้องพิถีพิถันเลือกวันเวลาให้ดี ๆ ค่ะ เพื่อที่ว่าหลังจากพวกเราสองคนหย่ากันแล้ว จะได้ไม่ต้องโดนพันธนาการจากชีวิตการแต่งงานครั้งก่อน และสามารถไปเริ่มต้นพบเจอที่พึ่งพาดี ๆ ได้ด้วยกันทั้งคู่ ฉันลองเช็กดูแล้ว วันที่ 21, 24, 25, 26, 27, 28 และ 31 ของเดือนนี้ล้วนเป็นวันมงคลฤกษ์ดีทั้งนั้น คุณลองเลือกวันใดวันหนึ่งในบรรดาวันพวกนี้ดูสิคะ คุณคิดว่ายังไงบ้าง?”กู้จิ่งเยี่ยนแค่นหัวเราะ “นอกจากวันเสาร์อาทิตย์ที่เป็นวัน
เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าเมื่อครู่นี้ไม่ขนท่าไม้ตายไม้นี้ออกมา กู้จิ่งเยี่ยนคงไม่มีทางปล่อยให้เธอขึ้นมาบนชั้นนี้แน่ ๆ เธอจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เหลือเพียงชุดเดรสสั้นเข้ารูปกระโปรงทรงเอรัดสะโพกสีขาวเปิดไหล่โชว์ แล้วถ่ายรูปมุมเจาะลึกส่งไปให้กู้จิ่งเยี่ยน พร้อมส่งข้อความถามเขาว่า รูปนี้เอาไปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียได้ไหมอันที่จริงแล้วมันคือการขู่กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ในทีว่า ถ้าหากยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเข้าไปข้างในอีก เธอจะโพสต์รูปนี้ลงโซเชียลจริง ๆ และถึงเวลานั้นถ้าภาพลักษณ์ของเจียงเซิ่งกรุ๊ปต้องเสื่อมเสีย คนที่ต้องขายหน้าก็คือเขานั่นแหละคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนที่ตัวเองงัดออกมาใช้ พอย้ายมาอยู่ในปากของกู้จิ่งเยี่ยน กลับกลายเป็นว่าเธอส่งรูปถ่ายส่วนตัวไปยั่วเขาเสียอย่างนั้น!“ประธานกู้คะ รูปนั้นไม่นับว่าเป็นรูปส่วนตัวสักหน่อย...”กู้จิ่งเยี่ยนทำการกรองคำพูดของเธอออกไปโดยอัตโนมัติ พลางจ้องมองรูปภาพแล้วเอ่ยวิพากษ์วิจารณ์ “ก็ไม่นับจริง ๆ นั่นแหละ แต่งรูปแต่งแสงจนเกินจริงไปหน่อย ฉันจำได้ว่าเธอมีขนาดแค่คัพ A ไม่ใช่เหรอ?”ใบหน้าของเฉียวรั่วซิงมืดมนลงทันตา เธอขนาดคัพ C ต่างหากล่ะย่
น้ำเสียงอันเย็นชาพลันทำลายความรู้สึกหวั่นไหวปั่นป่วนเมื่อครู่นี้ลงจนหมดสิ้นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยไม่สมควรมีปากไว้พูดเลยสักนิดเฉียวรั่วซิงเดินเข้ามาหาอย่างไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา “นั่นคือเห็ดทรัฟเฟิลขาวที่คุณเคยรับปากฉันไว้ค่ะ”เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของกู้จิ่งเยี่ยนจึงละจากกองเอกสารย้ายมามองที่ใบหน้าของเธอเรียบง่ายและดูหมดจด ก้มหน้านอบน้อม ดูภายนอกแล้วแทบจะไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนเลยสักนิด แต่กู้จิ่งเยี่ยนรู้ดีว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพเสแสร้งที่เธอสร้างขึ้นมาเท่านั้นภายใต้เรือนร่างนี้ไม่ใช่แม่กระต่ายหัวอ่อนว่าว่าง่ายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแมวป่าที่ขอเพียงแค่ถูกสะกิดนิดหน่อย ก็พร้อมที่จะกางกรงเล็บเพื่อข่วนใส่ทันทีเขายืดตัวเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาเรียวทรงหงส์หรี่ลงเล็กน้อย แสดงท่าทางเกียจคร้าน พลันเลิกคิ้วเอ่ยว่า “อ้อ? ฉันเคยรับปากอะไรไว้เหรอ?”เฉียวรั่วซิงชะงักไป ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่ากู้จิ่งเยี่ยนจะมาตลบแตลงไม่ยอมรับแบบนี้ เธอจึงกัดฟันแน่นแล้วเอ่ยว่า “คุณเคยบอกเองว่า ถ้าฉันยอมไปช่วยรับแขกในงานต้อนรับน้องสาวคุณ คุณจะช่วยนำของสิ่งนี้ไปส่งต่อ
คงเป็นเพราะดูซีรีส์ไร้สมองมากเกินไป ถึงได้ไปเชื่อประโยคประเภทที่ว่า “หากคิดจะมัดใจผู้ชาย ต้องมัดกระเพาะของเขาก่อน” เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนทำอาหาร ด้วยหวังว่าจะดึงดูดความสนใจจากกู้จิ่งเยี่ยนได้ ทว่าตัวเธอเองกลับไม่มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารเอาเสียเลย เรียนมาตั้งเป็นเดือน อาหารที่ทำออกมาก็แค่พอทานแก้ขัดได้เท่านั้นถึงกระนั้น เธอก็ยังคงกระตือรือร้นทำข้าวกล่องไปให้กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ดีเธอยังจำได้ดีถึงตอนที่นำผลงานที่ตัวเองภาคภูมิใจที่สุดออกมาให้กู้จิ่งเยี่ยนลองชิม เขาให้คำประเมินออกมาเพียงแค่สองคำว่า “ไม่อร่อย”เธอไม่ยอมแพ้ วันต่อมารีบทำข้าวกล่องให้อีก ยัดใส่มือให้ตอนที่กู้จิ่งเยี่ยนกำลังจะไปทำงาน แถมยังหน้าด้านกล้ารับประกันอีกว่า “คราวนี้ต้องอร่อยแน่นอนค่ะ”กู้จิ่งเยี่ยนคร้านที่จะสนใจเธอ ในใจของเธอจึงเต็มไปด้วยความกังวล พอกู้จิ่งเยี่ยนกลับมาในยามค่ำคืน เธอจึงรีบเอ่ยถามเขาด้วยความกระวนกระวายใจ “วันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานบ้างไหมคะ?”ครั้งนี้กู้จิ่งเยี่ยนตอบกลับมาด้วยคำพูดแค่เจ็ดคำเท่านั้น “ไม่อร่อย เลิกทำได้แล้ว”แม้จะพูดออกมาแบบนั้น แต่กล่องใส่อาหารกลับว่างเปล่า นั่นทำให้เธอจึงแอบดีใจอย







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)