مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: เฉียวสิบเอ็ด
ไอร้อนเป่ารดข้างใบหู พร้อมอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนผ่าว ทำเอาปลายหูของเฉียวรั่วซิงเห่อแดง ทว่าริมฝีปากของเธอกลับซีดเผือด เนื่องจากอาการเจ็บปวดระบมตรงรอยช้ำบริเวณหน้าท้อง

โชคดีที่ไฟในห้องปิดอยู่ เขาจึงมองไม่เห็น

เธอเงยหน้าขึ้นประทับจูบลงบนลูกกระเดือกของเขา ลมหายใจของกู้จิ่งเยี่ยนเริ่มปั่นป่วน แววตาเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มลงขบเม้มตรงลำคอของเธอเบา ๆ ทว่าวินาทีถัดมา กลับได้ยินน้ำเสียงราบเรียบของเธอเอ่ยขึ้นว่า "วันนี้เป็นช่วงไข่ตกของฉัน ได้เวลาส่งการบ้านแล้วค่ะ"

ร่างของกู้จิ่งเยี่ยนชะงักกึก ความปรารถนาในดวงตาสลายไปในพริบตา สีหน้าพลันสลดลง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรุนแรง "ในสมองของเธอมีแต่เรื่องนี้หรือไง?"

เฉียวรั่วซิงจ้องมองเพดาน ความร้อนที่ปลายหูค่อย ๆ จางหายไป "คุณแม่คอยเร่งฉันตลอด เรื่องแบบนี้ฉันทำคนเดียวไม่ได้เสียหน่อย ไม่อย่างนั้นคุณก็บริจาคอสุจิตัวเองมาสิ ฉันไปทำเด็กหลอดแก้วเอาเองก็ได้"

กู้จิ่งเยี่ยนหัวเราะเยาะอย่างชาเย็น "ตกลงว่าแม่เร่ง หรือเธอกลัวว่าตำแหน่งคุณนายกู้จะไม่มั่นคง เลยอยากจะคลอดลูกออกมาไว้เป็นข้อต่อรองกันแน่?"

หัวใจเหมือนถูกบีบรัดอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ แต่สีหน้าของเฉียวรั่วซิงกลับไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า "นั่นสิคะ กลัวคุณจะไม่เอาฉันแล้ว เลยอยากมีอะไรผูกมัดคุณไว้บ้าง"

กู้จิ่งเยี่ยนติดกระดุมเสื้อ มองเธอด้วยสายตารำคาญใจ "อย่ามาใช้แผนสกปรกกับฉัน ฉันไม่มีทางอยากมีลูกหรอก"

รอยยิ้มของเฉียวรั่วซิงค่อย ๆ แข็งค้าง ตอนที่เขากำลังจะเดินออกจากห้อง เธอเอ่ยรั้งเขาไว้ "กู้จิ่งเยี่ยน คุณไม่อยากมีลูกจริง ๆ หรือแค่ไม่อยากมีลูกกับฉันกันแน่?"

กู้จิ่งเยี่ยนหยุดชะงักเท้า ตอบกลับอย่างเย็นชา "แล้วมันต่างกันตรงไหน?"

เฉียวรั่วซิงกำมือแน่น "ถ้าไม่ต่างกัน แล้วจะแต่งงานกันไปเพื่ออะไร? หย่ากันเหอะ!"

"ตามใจเธอ!"

ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว กู้จิ่งเยี่ยนก็กระแทกประตูเดินออกไป

เฉียวรั่วซิงหยิบหมอนปาใส่ประตู ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตา

เช้าวันรุ่งขึ้น กู้จิ่งเยี่ยนวิ่งออกกำลังกายเช้ากลับมา เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารเพื่อเช็กอีเมล

อาหารเช้าถูกวางทิ้งไว้นานแล้ว แต่ไม่เห็นเขาแตะเลยสักนิด

แม่บ้านเอ่ยถาม "คุณผู้ชายคะ ให้ป้าเอาไปอุ่นให้อีกรอบไหมคะ?"

กู้จิ่งเยี่ยนก้มมองนาฬิกา แล้วขมวดคิ้ว "ไปเรียกเธอลงมากินข้าว"

ผ่านไปไม่นาน แม่บ้านก็รีบวิ่งลงมาจากชั้นบนด้วยความลนลาน "คุณผู้ชายคะ คุณผู้หญิงหายตัวไปแล้วค่ะ แถมยังทิ้ง... สิ่งนี้ไว้ด้วย"

"อะไร?" เขาเอ่ยถามพลางยื่นมือไปรับมา

ข้อความว่า "หนังสือสัญญาหย่า" บนกระดาษแผ่นนั้น ช่างบาดตาบาดใจเป็นพิเศษ

เขาหน้ารูปไข่เครียดเขม็งขณะพลิกอ่าน สีหน้าค่อย ๆ มืดมนลงเรื่อย ๆ พอเห็นเนื้อหาตรงการแบ่งทรัพย์สิน ทั้งบ้าน รถ และหุ้น ให้แบ่งคนละละครึ่ง เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโหทันที "กล้าคิดดีนี่!"

ทว่าพอสายตาเลื่อนไปเห็นเหตุผลการหย่า เขากลับหัวเราะไม่ออกอีกต่อไป ในบรรทัดนั้นเขียนไว้เพียงประโยคเดียวว่า "เนื่องจากฝ่ายชายเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ได้ตามปกติ ทำให้ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาแตกร้าว"

ใบหน้าของเขาก็มืดครึ้มขึ้นมาทันที ชักโทรศัพท์ออกมาแล้วกดสายหาเฉียวรั่วซิงทันที

"ฮัลโหล"

น้ำเสียงเรียบเย็นของหญิงสาวส่งมาจากปลายสาย ฟังดูน่าแค้นใจอยู่ไม่น้อย

เขากัดฟันถาม "หมายความว่ายังไง?"

"ก็หมายความตามตัวอักษรนั่นแหละค่ะ" น้ำเสียงของเฉียวรั่วซิงราบเรียบ "คุณเซ็นเสร็จแล้วค่อยแจ้งฉัน เราค่อยไปจดทะเบียนหย่ากัน หลังจากนี้ไม่ว่าจะแต่งงานใหม่หรือตายจาก ก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก"

เส้นเลือดตรงขมับของกู้จิ่งเยี่ยนเต้นตุบ ๆ "ฉันถามว่า เหตุผลการหย่ามันหมายความว่ายังไง!"

เฉียวรั่วซิงเงียบไปครู่หนึ่ง "สามเดือนมีอะไรกันครั้งหนึ่ง คุณคิดว่ามันปกติเหรอคะ? กู้จิ่งเยี่ยน จริง ๆ แล้วมีคำหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกคุณมานานแล้ว หาเวลาไปหาหมอแผนกบุรุษบ้างนะ แม่คุณประเคนยาจีนให้ฉันกินทุกวัน ฉันดื่มไปตั้งเยอะแยะจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อคนที่ไม่มีน้ำยาคือคุณต่างหาก"

"เฉียวรั่วซิง!"

เฉียวรั่วซิงพูดจบก็กดวางสายทันที ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ปลดปล่อยความโมโหเลยแม้แต่น้อย

สีหน้าของกู้จิ่งเยี่ยนย่ำแย่ถึงขีดสุด แม่บ้านหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง คุณผู้หญิงว่าง่ายและแสนดีมาโดยตลอด ทำไมอยู่ ๆ ถึงอยากจะหย่าขึ้นมาล่ะ? แล้วอีกอย่าง เธอพูดอะไรกันแน่ ถึงทำให้คุณผู้ชายโมโหได้ขนาดนี้?

หลังจากพูดจบ เฉียวรั่วซิงก็รู้สึกโปร่งโล่งสบายไปทั้งตัว เธอเพิ่งมารู้สึกตัวว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา เธออึดอัดทรมานอยู่ในตระกูลกู้มากแค่ไหน

ทว่าความรู้สึกโปร่งสบายนี้กลับคงอยู่ได้ถึงแค่ช่วงค่ำของวันนั้น ผู้จัดการโรงแรมก็เคาะประตูห้องพักของเธอ และแจ้งอย่างสุภาพว่าเธอไม่สามารถเข้าพักในห้องชุดนี้ได้อีกต่อไป

สาเหตุเป็นเพราะบัตรเข้าพักที่เธอใช้เป็นบัตรห้องพักระดับเอ็กเซคลูซีฟของบริษัทกู้ซื่อกรุ๊ป ซึ่งตอนนี้บัตรใบนี้ถูกระงับการใช้งานแล้ว เธอจึงไม่มีสิทธิ์ใช้บริการห้องชุดหรูหรานี้ต่อ

เฉียวรั่วซิง : "..."

"แน่นอนครับ หากบัตรใช้งานไม่ได้ คุณผู้หญิงก็สามารถจ่ายเงินชำระค่าห้องเองได้เช่นกัน ทางเรายินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงต้องการต่อเวลาพักไหมครับ?" ผู้จัดการแจ้งด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ในเมื่อทำธุรกิจ ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเงินทองอยู่แล้ว

เฉียวรั่วซิงเม้มริมฝีปากแน่น เธอมีเหตุผลเต็มร้อยที่จะเชื่อว่า นี่คือการล้างแค้นอย่างตั้งใจของกู้จิ่งเยี่ยน

ตอนเช้าโดนตัดสาย ตอนเย็นก็สั่งระงับบัตรของเธอ นิสัยเสียและเจ้าคิดเจ้าแค้นสุด ๆ! เมื่อก่อนเธอตาบอดไปได้ยังไง ถึงได้ไปตกหลุมรักคนแบบนี้ลงไปได้?

"จ่ายเงินต่อแล้วกันค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ

"ถ้าอย่างนั้นต้องการต่อเวลานานเท่าไหร่ดีครับ?"

"ต่อสักหนึ่งเดือนก่อนค่ะ"

"ได้ครับ รวมทั้งหมดเป็นเงินห้าล้านแปดแสนสามหมื่นบาทครับ หากเข้าพักไม่ครบสามสิบวัน วันที่เหลือทางเราจะคิดค่าธรรมเนียมการยกเลิกสามสิบเปอร์เซ็นต์ เงินค่าห้องส่วนที่เหลือจะโอนคืนเข้าบัญชีของท่านเมื่อเช็กเอาต์ครับ ตอนนี้รบกวนคุณผู้หญิงเชิญที่ชั้นล่างเพื่อชำระค่าห้องด้วยนะครับ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ"

เฉียวรั่วซิง : "..."

เธอเสยผมขึ้นเบา ๆ ริมฝีปากเรียวสวยยกโค้งเป็นรอยยิ้มงดงาม "ขอโทษนะคะ คุณช่วยถามคำถามแรกใหม่อีกรอบได้ไหมคะ?"

ผู้จัดการตะลึงงันไปชั่วขณะกับรอยยิ้มนั้น

เวลาที่เฉียวรั่วซิงไม่ยิ้ม เธอจะดูงดงามเย็นชา ทว่ายามที่เธอยิ้มออกมา กลับดูงดงามอ่อนหวานเย้ายวนใจอย่างยิ่ง

งามเลิศและมีเสน่ห์ที่สุดปฐพี ก็คงไม่เกินจริงไปกว่านี้

ผู้จัดการดึงสติกลับมา คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลองเอ่ยถาม "ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงต้องการต่อเวลาพักไหมครับ?"

รอยยิ้มของเฉียวรั่วซิงหดแคบลงเล็กน้อย "ขอบคุณนะคะ ไม่ต่อแล้วค่ะ เช็กเอาต์เลยแล้วกัน"

ผู้จัดการ : "..."

จริง ๆ แล้วเธอสามารถย้ายไปอยู่ห้องชุดที่ราคาถูกกว่านี้ได้ เดือนละไม่กี่หมื่นหรือแสนกว่าบาทก็ใช่ว่าจะจ่ายไม่ไหว แต่ลองมาคิด ๆ ดูแล้ว พอดีกว่า

ในเมื่อกู้จิ่งเยี่ยนล็อกบัตรห้องพักของเธอ มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาคงจะล็อกบัตรเครดิตของเธอด้วยเช่นกัน

เรื่องแบ่งทรัพย์สินคนละครึ่ง นั่นเป็นแค่เรื่องที่เธอเขียนขึ้นมาเพื่อประชดเขาเท่านั้น รถและบ้าน ก่อนแต่งงานเธอไม่ได้ออกเงินสักสตางค์แดงเดียว ยังไงก็ไม่มีทางมีส่วนของเธอแน่ ทรัพย์สินหลังแต่งงาน... เธอเองก็ไม่รู้ว่ากู้จิ่งเยี่ยนมีทรัพย์สินหลังแต่งงานเท่าไหร่ ต่อให้มีมากแค่ไหน การแบ่งคนละละครึ่งก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี

หากเขานึกถึงความเหน็ดเหนื่อยของเธอตลอดสามปีที่ผ่านมา แล้วแบ่งเงินให้เธอสักกี่สิบล้านก็คงดี แต่ถ้าเขาไม่นึกถึง แล้วปล่อยให้เธอระเห็จออกมาตัวเปล่า ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เธอต้องวางแผนไว้สำหรับอนาคตข้างหน้าด้วย

เพราะการเปลี่ยนจากชีวิตหรูหรามาใช้ชีวิตสมถะนั้น... มันทำได้ยากเหลือเกิน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 30

    ณ ชั้นสิบสอง ห้องทำงานของกู้จิ่งเยี่ยนตอนที่หลินซูเคาะประตูเดินเข้ามา กู้จิ่งเยี่ยนกำลังยืนมองลงไปข้างล่างอยู่ตรงหน้าต่างเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา จึงหันมาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปแล้วเหรอ?”หลินซูพยักหน้ารับ“ได้พูดอะไรไว้บ้างไหม?”หลินซูมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอย่างไรดีกู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ทำไมนับวันยิ่งทำตัวจู้จี้จุกจิกเหมือนผู้หญิงขึ้นเรื่อย ๆ สรุปว่าเธอพูดอะไรไว้กันแน่?”หลินซูกลืนน้ำลายลงคอ เอ่ยเสียงเบา “คุณผู้หญิงฝากผมมาขอโทษแทนเธอครับ เธอบอกว่า... ตอนทำไส้อ่อน ลืมล้างครับ”การเคลื่อนไหวของกู้จิ่งเยี่ยนพลันชะงักกึกแทบในทันใด————ไส้อ่อนนั้นย่อมผ่านการล้างทำความสะอาดมาแล้วแน่นอน เฉียวรั่วซิงแค่ตั้งใจพูดแบบนั้นเพื่อเอาคืนให้กู้จิ่งเยี่ยนให้รู้สึกขยะแขยงเล่น ๆ ใครใช้ให้เขาตลบแตลงไร้สัจจะกันล่ะ?พอคิดถึงสีหน้าอันน่าชมเชยของกู้จิ่งเยี่ยนในเวลานี้ อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมาทันตา หมอนั่นในตอนนี้คงอยากจะเอาน้ำยาฆ่าเชื้อกรอกปากลงไปล้างลำไส้และกระเพาะอาหารให้รู้แล้วรู้รอดแน่ ๆทว่าความสะใจบนความทุกข์ของคนอื่นอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องมาหัวเราะทีหลังดังกว่า——

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 29

    ในเวลาแบบนี้ เธอยิ่งปล่อยให้เฉียวซวี่เซิงรู้เรื่องที่เธอหย่าร้างไม่ได้เด็ดขาด และกู้จิ่งเยี่ยนเองก็คงไม่มีทางยอมช่วยเธอแสดงละครตบตาต่อไปหลังหย่าแล้วแน่นอนเฉียวรั่วซิงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาในทันใดหรือว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือไม่หย่า?แล้วถ้าอย่างนั้น คำพูดอวดดีที่เธอเคยโพล่งออกไปต่อหน้ากู้จิ่งเยี่ยนก่อนหน้านี้มันคืออะไรกัน? แสดงละครตลกให้เขาดูงั้นเหรอ?แล้วเธอจะไม่เอาหน้าไปไว้ที่ไหน?ยิ่งไปกว่านั้น กู้จิ่งเยี่ยนก็สวมเขาให้เธอจนเธอจะกลายเป็นควายหน้าโง่อยู่แล้ว ถ้าเธอยังไม่ยอมหย่าอีก ไม่แน่วันดีคืนดีอาจจะมีเด็กตัวเป็น ๆ วิ่งเข้ามาหาแล้วร้องเรียกเขาว่า “พ่อ” ก็ได้ ถึงตอนนั้นเธอคงได้กลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองเจียงเฉิงแน่ ๆยังไงการหย่าครั้งนี้ก็ต้องหย่าให้ได้!พอนึกถึงตรงนี้ เธอจึงปรับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางอีกครั้ง “ประธานกู้คะ คุณดูสิคะ การที่คุณหย่าร้างก็ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจียงเซิ่งกรุ๊ปเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ? ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลย นึกจะหย่าก็หย่า มันคงส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อบริษัทและหุ้นอะไรพวกนี้ด้วยใช่ไหมล่ะคะ?”กู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “เธออยากจะพูดอะไร?”“ค

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 28

    เฉียวรั่วซิง : “...”ใส่น้ำตาลเยอะขนาดนั้น ทำไมไม่เอาน้ำตาลมาราดปิดปากคุณไปเลยล่ะ!ช่างมันเถอะ! ในเมื่อมีเรื่องต้องง้อขอร้องเขา เธอยอมทน!เฉียวรั่วซิงฉีกยิ้มประจบ ท่าทีนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง “ไม่ได้ทำเสียนาน มือไม้เลยฝืดไปหน่อยน่ะค่ะ ไว้คราวหน้าฉันจะระวังนะคะ”สีหน้าของกู้จิ่งเยี่ยนดูดีขึ้นมาอีกหลายส่วนจริง ๆเฉียวรั่วซิงได้ทีจึงฉวยโอกาสเอ่ยขึ้นว่า “ประธานกู้คะ การหย่าก็เหมือนกับการแต่งงานนั่นแหละค่ะ ต้องคัดเลือกฤกษ์งามยามดี คุณดูสิคะ ตอนพวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันก็เพราะเลือกวันเวลาที่ไม่เป็นมงคล ผลสุดท้ายชีวิตการแต่งงานเลยไม่ราบรื่น ครองคู่กันไปจนสุดทางไม่ได้ เพราะฉะนั้นการหย่าร้างเลยต้องพิถีพิถันเลือกวันเวลาให้ดี ๆ ค่ะ เพื่อที่ว่าหลังจากพวกเราสองคนหย่ากันแล้ว จะได้ไม่ต้องโดนพันธนาการจากชีวิตการแต่งงานครั้งก่อน และสามารถไปเริ่มต้นพบเจอที่พึ่งพาดี ๆ ได้ด้วยกันทั้งคู่ ฉันลองเช็กดูแล้ว วันที่ 21, 24, 25, 26, 27, 28 และ 31 ของเดือนนี้ล้วนเป็นวันมงคลฤกษ์ดีทั้งนั้น คุณลองเลือกวันใดวันหนึ่งในบรรดาวันพวกนี้ดูสิคะ คุณคิดว่ายังไงบ้าง?”กู้จิ่งเยี่ยนแค่นหัวเราะ “นอกจากวันเสาร์อาทิตย์ที่เป็นวัน

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 27

    เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าเมื่อครู่นี้ไม่ขนท่าไม้ตายไม้นี้ออกมา กู้จิ่งเยี่ยนคงไม่มีทางปล่อยให้เธอขึ้นมาบนชั้นนี้แน่ ๆ เธอจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เหลือเพียงชุดเดรสสั้นเข้ารูปกระโปรงทรงเอรัดสะโพกสีขาวเปิดไหล่โชว์ แล้วถ่ายรูปมุมเจาะลึกส่งไปให้กู้จิ่งเยี่ยน พร้อมส่งข้อความถามเขาว่า รูปนี้เอาไปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียได้ไหมอันที่จริงแล้วมันคือการขู่กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ในทีว่า ถ้าหากยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเข้าไปข้างในอีก เธอจะโพสต์รูปนี้ลงโซเชียลจริง ๆ และถึงเวลานั้นถ้าภาพลักษณ์ของเจียงเซิ่งกรุ๊ปต้องเสื่อมเสีย คนที่ต้องขายหน้าก็คือเขานั่นแหละคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนที่ตัวเองงัดออกมาใช้ พอย้ายมาอยู่ในปากของกู้จิ่งเยี่ยน กลับกลายเป็นว่าเธอส่งรูปถ่ายส่วนตัวไปยั่วเขาเสียอย่างนั้น!“ประธานกู้คะ รูปนั้นไม่นับว่าเป็นรูปส่วนตัวสักหน่อย...”กู้จิ่งเยี่ยนทำการกรองคำพูดของเธอออกไปโดยอัตโนมัติ พลางจ้องมองรูปภาพแล้วเอ่ยวิพากษ์วิจารณ์ “ก็ไม่นับจริง ๆ นั่นแหละ แต่งรูปแต่งแสงจนเกินจริงไปหน่อย ฉันจำได้ว่าเธอมีขนาดแค่คัพ A ไม่ใช่เหรอ?”ใบหน้าของเฉียวรั่วซิงมืดมนลงทันตา เธอขนาดคัพ C ต่างหากล่ะย่

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 26

    น้ำเสียงอันเย็นชาพลันทำลายความรู้สึกหวั่นไหวปั่นป่วนเมื่อครู่นี้ลงจนหมดสิ้นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยไม่สมควรมีปากไว้พูดเลยสักนิดเฉียวรั่วซิงเดินเข้ามาหาอย่างไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา “นั่นคือเห็ดทรัฟเฟิลขาวที่คุณเคยรับปากฉันไว้ค่ะ”เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของกู้จิ่งเยี่ยนจึงละจากกองเอกสารย้ายมามองที่ใบหน้าของเธอเรียบง่ายและดูหมดจด ก้มหน้านอบน้อม ดูภายนอกแล้วแทบจะไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนเลยสักนิด แต่กู้จิ่งเยี่ยนรู้ดีว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพเสแสร้งที่เธอสร้างขึ้นมาเท่านั้นภายใต้เรือนร่างนี้ไม่ใช่แม่กระต่ายหัวอ่อนว่าว่าง่ายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแมวป่าที่ขอเพียงแค่ถูกสะกิดนิดหน่อย ก็พร้อมที่จะกางกรงเล็บเพื่อข่วนใส่ทันทีเขายืดตัวเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาเรียวทรงหงส์หรี่ลงเล็กน้อย แสดงท่าทางเกียจคร้าน พลันเลิกคิ้วเอ่ยว่า “อ้อ? ฉันเคยรับปากอะไรไว้เหรอ?”เฉียวรั่วซิงชะงักไป ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่ากู้จิ่งเยี่ยนจะมาตลบแตลงไม่ยอมรับแบบนี้ เธอจึงกัดฟันแน่นแล้วเอ่ยว่า “คุณเคยบอกเองว่า ถ้าฉันยอมไปช่วยรับแขกในงานต้อนรับน้องสาวคุณ คุณจะช่วยนำของสิ่งนี้ไปส่งต่อ

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 25

    คงเป็นเพราะดูซีรีส์ไร้สมองมากเกินไป ถึงได้ไปเชื่อประโยคประเภทที่ว่า “หากคิดจะมัดใจผู้ชาย ต้องมัดกระเพาะของเขาก่อน” เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนทำอาหาร ด้วยหวังว่าจะดึงดูดความสนใจจากกู้จิ่งเยี่ยนได้ ทว่าตัวเธอเองกลับไม่มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารเอาเสียเลย เรียนมาตั้งเป็นเดือน อาหารที่ทำออกมาก็แค่พอทานแก้ขัดได้เท่านั้นถึงกระนั้น เธอก็ยังคงกระตือรือร้นทำข้าวกล่องไปให้กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ดีเธอยังจำได้ดีถึงตอนที่นำผลงานที่ตัวเองภาคภูมิใจที่สุดออกมาให้กู้จิ่งเยี่ยนลองชิม เขาให้คำประเมินออกมาเพียงแค่สองคำว่า “ไม่อร่อย”เธอไม่ยอมแพ้ วันต่อมารีบทำข้าวกล่องให้อีก ยัดใส่มือให้ตอนที่กู้จิ่งเยี่ยนกำลังจะไปทำงาน แถมยังหน้าด้านกล้ารับประกันอีกว่า “คราวนี้ต้องอร่อยแน่นอนค่ะ”กู้จิ่งเยี่ยนคร้านที่จะสนใจเธอ ในใจของเธอจึงเต็มไปด้วยความกังวล พอกู้จิ่งเยี่ยนกลับมาในยามค่ำคืน เธอจึงรีบเอ่ยถามเขาด้วยความกระวนกระวายใจ “วันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานบ้างไหมคะ?”ครั้งนี้กู้จิ่งเยี่ยนตอบกลับมาด้วยคำพูดแค่เจ็ดคำเท่านั้น “ไม่อร่อย เลิกทำได้แล้ว”แม้จะพูดออกมาแบบนั้น แต่กล่องใส่อาหารกลับว่างเปล่า นั่นทำให้เธอจึงแอบดีใจอย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status