Share

บทที่ 4

Author: เฉียวสิบเอ็ด
ถังเซี่ยวเซี่ยวสะดุ้งตื่นจากความฝันเพราะเสียงเคาะประตู พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นเฉียวรั่วซิงยืนอยู่อีกฝั่ง มือข้างหนึ่งกุมคันลากกระเป๋าเดินทางเอาไว้

เธอยกริมฝีปากแย้มยิ้ม น้ำเสียงใสไพเราะ "ขอมาเช่าพักด้วยคนจะได้ไหม?"

ถังเซี่ยวเซี่ยวยื่นน้ำอัดลมกระป๋องเย็นเจี๊ยบให้ พอเครื่องดื่มถึงมือเฉียวรั่วซิง เธอก็ตบเข้าที่หัวตัวเองดังปั๊ก "ดูสมองฉันสิ เธอไม่ดื่มน้ำอัดลมสินะ เดี๋ยวฉันไปหยิบนมมาให้"

"ไม่ต้องหรอก" เฉียวรั่วซิงดึงห่วงที่ฝากระป๋องเปิดออก แล้วยกขึ้นจิบเบา ๆ "ไม่มีอะไรที่กินไม่ได้หรอก"

เมื่อก่อนที่ไม่กิน ก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ บุหรี่ สุรา เครื่องดื่ม หรือของรสจัดกระตุ้นประสาท เธอไม่เคยแตะเลยแม้แต่น้อย ทว่าตอนนี้กำลังจะหย่ากันแล้ว ใครยังจะสนเรื่องพวกนี้อีก? แน่นอนว่าอยากทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปเลยสิ

เตรียมพร้อมตั้งครรภ์งั้นเหรอ? ปล่อยให้ผู้ชายไร้น้ำยาอย่างกู้จิ่งเยี่ยนเตรียมไปคนเดียวเถอะ!

"เธอจะหย่ากับกู้จิ่งเยี่ยนจริง ๆ เหรอ?" ถังเซี่ยวเซี่ยวนั่งลงบนโซฟาอีกฝั่ง เอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจเท่าไรนัก

"อืม" เฉียวรั่วซิงชะงักไปนิด ก่อนจะพูดต่อ "เขากลับไปหากับเหยาเข่อซินอีกแล้ว"

ถังเซี่ยวเซี่ยวเปิดปากด่าออกมาทันที "ยัยนั่นไม่อายฟ้าอายดินบ้างหรือไง? ตอนแต่งงานก็วิ่งมาราวี นี่ผ่านไปตั้งสามปีแล้วยังโผล่หัวออกมาอีก? ผู้ชายในโลกนี้ตายห่าหมดแล้วหรือไง? ถึงได้จ้องจะตอดแต่คนที่มีภรรยาแล้วไม่ยอมปล่อย?"

"แล้วก็กู้จิ่งเยี่ยนไอ้ผู้ชายหมา ๆ นั่น หมามันยังรู้จักเลือกกินขี้ใหม่ ๆ แต่มันกลับจ้องจะกินแต่ขี้เก่าก้อนเดิมจนติดใจงั้นเหรอ?"

เฉียวรั่วซิง : "..."

นี่ตกลงว่ากำลังด่าใครกันแน่เนี่ย?

ถังเซี่ยวเซี่ยวกระแอมแก้เขิน "แค่ยกตัวอย่างเฉย ๆ น่ะ อย่าไปใส่ใจรายละเอียดเลย แล้วพวกมันสองคนคบกัน เธอเลยยอมถอยออกมาเนี่ยนะ? ทำไมต้องยอมทำตามใจคู่อริด้วย? เธอต้องสู้กลับสิ! ยัยนั่นชอบสร้างภาพเป็นสาวน้อยบริสุทธิ์ใสซื่อ เธอก็ต้องฉีกหน้ากากยัยนั่นให้ทุกคนเห็นเลย! สาวน้อยบริสุทธิ์อะไรกัน ที่แท้ก็แค่เมียน้อย!"

"แล้วไงต่อล่ะ? ทำให้ทุกคนรับรู้ว่าชีวิตคู่ของฉันพังพินาศ แล้วฉันก็เป็นยายแก่หน้าโง่น่าสงสารที่มัดใจสามีไว้ไม่ได้งั้นเหรอ?" เฉียวรั่วซิงถอนหายใจยาว "ชีวิตการแต่งงานครั้งนี้มันล้มเหลวมากพอแล้ว ในเมื่อตัดสินใจที่จะเดินออกมา ฉันไม่อยากทำให้มันดูแย่จนขนาดไม่เหลือศักดิ์ศรีไว้ค้ำคอเลยสักนิด"

"แบบนี้มันไม่เท่ากับเข้าทางพวกมันเหรอ!"

เมื่อเห็นถังเซี่ยวเซี่ยวมีสีหน้าเจ็บแค้นแทน เธอจึงยิ้มพลางเอ่ยปลอบใจ "จริง ๆ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก หลายปีที่แต่งงานกันมา กู้จิ่งเยี่ยนก็ไม่ได้ปฏิบัติตัวไม่ดีกับฉัน เครื่องประดับกับกระเป๋าของลักชูรีพวกนี้ เมื่อก่อนฉันจะมีโอกาสได้แตะที่ไหนกัน พอนึกว่าวันหน้าจะไม่ได้สะพายอีก ก็แอบเสียดายนิด ๆ เหมือนกันนะ"

ถังเซี่ยวเซี่ยวกลับไม่คิดเช่นนั้น

เฉียวรั่วซิงในตอนนั้น เธอสอบเข้าภาควิชาการแสดง คณะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัย T ด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง ทั้งคะแนนรวมและคะแนนวิชาการแสดง ทั้งสวย ทั้งมีฝีมือการแสดง ได้เกรดนิยมอันดับหนึ่งทุกปี ตอนนั้นเรียกได้ว่าเก่งกาจรอบด้านจัดจ้านสุด ๆ

อาจารย์ผู้สอนทุกคนต่างคิดว่า อนาคตของเธอไกลเกินกว่าจะประเมินได้

หากไม่ใช่เพราะเธอเรียนจบปุ๊บก็แต่งงานปั๊บ และเพราะตระกูลกู้ เธอจึงไม่ได้เดินบนเส้นทางนักแสดง ป่านนี้เธอคงดังเปรี้ยงปร้างไปนานแล้ว เครื่องประดับกับกระเป๋าแบรนด์เนมมันจะไปสำคัญอะไร?

"แล้วหลังจากนี้เธอวางแผนจะทำยังไงต่อ?"

"ขอพักผ่อนสักสองสามวันก่อน ค่อยหาที่พักเป็นหลักเป็นแหล่งให้เรียบร้อย แล้วค่อยคุยเรื่องพากย์เสียงเรื่อง 《สยบฟ้าสยบสวรรค์》"

ถังเซี่ยวเซี่ยวเอ่ยถาม "เคยคิดอยากจะย้ายจากเบื้องหลังมาอยู่เบื้องหน้าบ้างไหม?"

เฉียวรั่วซิงชะงักไปครู่หนึ่ง "ฉันไม่ได้อยู่หน้ากล้องมาสามปีแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองจะยังทำได้อยู่ไหม"

"เธอแค่ไม่ได้อยู่หน้ากล้อง ไม่ได้แปลว่าเธอทิ้งฝีมือการแสดงไปสักหน่อย แค่ทำงานพากย์เสียงอย่างเดียวยังมีแฟนคลับตั้งเกือบสิบล้านคนเลยนะ! งานพากย์เสียงมันก็ต้องใช้อารมณ์ร่วมเหมือนกันนั่นแหละ ดาราสมัยนี้บางคนทักษะพื้นฐานการพูดบทบทท่องยังไม่รอดเลย ยังดังเป็นพลุแตกได้เลยไม่ใช่เหรอ? เธอมีทั้งหน้าตา ทั้งฝีมือการแสดง จะไปกลัวอะไร? ต่อให้ไม่ดังเปรี้ยงปร้าง การเลี้ยงดูตัวเองมันก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว"

ก็จริงอย่างว่า ต่อให้เส้นทางนักแสดงจะเดินไปไม่รอด แต่ด้วยชื่อเสียงของเธอในวงการพากย์เสียงตอนนี้ ก็มากพอที่จะทำให้เธออยู่รอดได้อย่างสุขสบาย มีทางถอยให้ตั้งรับ มีทางหน้าให้ลุย ลองเสี่ยงดูสักตั้งก็คงไม่เสียหายอะไร

ยิ่งไปกว่านั้น เธอชอบการแสดงจริง ๆ

การยอมสละสิ่งที่ตัวเองหลงใหลเพื่อชีวิตแต่งงาน คือการตัดสินใจที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตของเธอ

โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป

ทั้งสองคนนั่งคุยกันอยู่ครึ่งค่อนคืน จนถังเซี่ยวเซี่ยวหาวหวอด ๆ ไม่หยุด จึงถูกเฉียวรั่วซิงไล่กลับเข้าห้องนอนไป

เธอนอนลงบนโซฟา คิดว่าตัวเองคงจะนอนไม่หลับไปพักใหญ่ ทว่ากลับหลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว

ทว่าเธอกลับนอนได้ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบก็ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมา

เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความงัวเงีย "ฮัลโหล?"

เสียงของแม่บ้านส่งมาจากปลายสายด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน "คุณผู้หญิงคะ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวนั้นของคุณผู้ชาย คุณเอาไปไว้ที่ไหนเหรอคะ?"

สมองของเฉียวรั่วซิงยังไม่ตื่นดี จึงตอบไปตามสัญชาตญาณ "ห้องแต่งตัวชั้นสอง ฝั่งทิศตะวันออก นับจากซ้ายมือช่องที่สองค่ะ"

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แม่บ้านจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ป้าหาจนทั่วแล้ว แต่หาไม่เจอเลยค่ะ"

"เป็นไปไม่ได้ ฉันรีดเองกับมือแล้วเก็บเข้าไปเอง ป้าลองถามกู้จิ่งเยี่ยนดูสิคะ ว่าเขาเอาไปย้ายไว้ที่ไหนหรือเปล่า"

แม่บ้านเอ่ยเสียงเบา "คุณผู้ชายบอกว่าไม่ได้ย้ายเลยค่ะ คุณผู้หญิงคะ ไม่อย่างนั้นคุณลองกลับมาหาดูหน่อยดีไหมคะ?"

ถึงตรงนี้ เฉียวรั่วซิงตื่นเต็มตาแล้ว

เธอกล้ายืนยันได้เลยว่า กู้จิ่งเยี่ยนต้องยืนอยู่ข้าง ๆ แม่บ้านแน่ ๆ เสื้อผ้าทุกตัวของเขาเก็บไว้ที่ช่องไหน เธอจดจำได้อย่างแม่นยำ จะหาไม่เจอได้ยังไง?

"หาไม่เจอก็ตั้งใจหาดี ๆ สิคะ ห้องแต่งตัวบ้านตระกูลกู้มีอยู่แค่นั้น ค่อย ๆ หาไปทีละห้อง ถ้ายังหาไม่เจออีก ก็เปลี่ยนไปใส่ตัวอื่นสิ!"

พูดจบ เธอก็กดตัดสายทันที

พอก้มมองเวลา เช้าตรู่หกโมงครึ่ง!

กู้จิ่งเยี่ยนประสาทหรือเปล่า! รุ่งเช้าให้แม่บ้านโทรมาหา เพียงเพื่อจะถามเรื่องเสื้อเชิ้ตเฮงซวยตัวเดียวเนี่ยนะ! สมองเขามีปัญหาหรือไง?!

ณ บ้านตระกูลกู้

แม่บ้านหันกลับมาด้วยความหวาดกลัว "คุณ คุณผู้ชายคะ คุณผู้หญิงกดตัดสายไปแล้วค่ะ"

กู้จิ่งเยี่ยนปรายสายตามองเธอ

เสียงดังขนาดนั้น เขาไม่ได้หูหนวกเสียหน่อย

"คุณผู้ชายคะ ยัง ยังจะใส่ตัวสีฟ้านี้อยู่ไหมคะ?"

กู้จิ่งเยี่ยนทำหน้าตึงเคร่งเครียดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา "ถามเธอว่า เสื้อเชิ้ตตัวนี้ต้องแมตช์กับเนกไทเส้นไหน"

แม่บ้าน : "..."

ต้องแมตช์กับเนกไทเส้นที่มีลายคลื่นสีขาวครีมนั่นไง ป้าเห็นกี่รอบ ๆ ก็จำได้ คุณผู้ชายใส่ทุกวัน จะไม่รู้จริงเหรอ?

แต่แม่บ้านก็เป็นแค่ลูกจ้าง คำพูดของเจ้านาย เธอไม่กล้าถามมากความ ทำได้เพียงกดโทรหาเฉียวรั่วซิงอีกรอบ

คราวนี้ปลายสายดังอยู่นาน กว่าที่เฉียวรั่วซิงจะกดรับ

"คุณผู้หญิงคะ เจอเสื้อเชิ้ตแล้วค่ะ แต่ว่าต้องแมตช์กับเนกไทเส้นไหนเหรอคะ? ปกติเรื่องพวกนี้คุณผู้หญิงเป็นคนแมตช์ให้ตลอด ป้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง กลัวทำออกมาไม่ดีแล้วคุณผู้ชายจะโมโหเอาค่ะ"

เฉียวรั่วซิงคลึงขมับ "เส้นที่มีลายคลื่นสีขาวครีม ลิ้นชักซ้ายมือชั้นที่สี่ ช่องที่สามค่ะ"

ปลายสายกุกกักอยู่พักหนึ่ง จากนั้นแม่บ้านก็เอ่ยเสียงเบาออกมาอีกครั้ง "หาไม่เจอค่ะ..."

เฉียวรั่วซิง : "..."

"เอาโทรศัพท์ให้กู้จิ่งเยี่ยนเดี๋ยวนี้"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 30

    ณ ชั้นสิบสอง ห้องทำงานของกู้จิ่งเยี่ยนตอนที่หลินซูเคาะประตูเดินเข้ามา กู้จิ่งเยี่ยนกำลังยืนมองลงไปข้างล่างอยู่ตรงหน้าต่างเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา จึงหันมาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปแล้วเหรอ?”หลินซูพยักหน้ารับ“ได้พูดอะไรไว้บ้างไหม?”หลินซูมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอย่างไรดีกู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ทำไมนับวันยิ่งทำตัวจู้จี้จุกจิกเหมือนผู้หญิงขึ้นเรื่อย ๆ สรุปว่าเธอพูดอะไรไว้กันแน่?”หลินซูกลืนน้ำลายลงคอ เอ่ยเสียงเบา “คุณผู้หญิงฝากผมมาขอโทษแทนเธอครับ เธอบอกว่า... ตอนทำไส้อ่อน ลืมล้างครับ”การเคลื่อนไหวของกู้จิ่งเยี่ยนพลันชะงักกึกแทบในทันใด————ไส้อ่อนนั้นย่อมผ่านการล้างทำความสะอาดมาแล้วแน่นอน เฉียวรั่วซิงแค่ตั้งใจพูดแบบนั้นเพื่อเอาคืนให้กู้จิ่งเยี่ยนให้รู้สึกขยะแขยงเล่น ๆ ใครใช้ให้เขาตลบแตลงไร้สัจจะกันล่ะ?พอคิดถึงสีหน้าอันน่าชมเชยของกู้จิ่งเยี่ยนในเวลานี้ อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมาทันตา หมอนั่นในตอนนี้คงอยากจะเอาน้ำยาฆ่าเชื้อกรอกปากลงไปล้างลำไส้และกระเพาะอาหารให้รู้แล้วรู้รอดแน่ ๆทว่าความสะใจบนความทุกข์ของคนอื่นอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องมาหัวเราะทีหลังดังกว่า——

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 29

    ในเวลาแบบนี้ เธอยิ่งปล่อยให้เฉียวซวี่เซิงรู้เรื่องที่เธอหย่าร้างไม่ได้เด็ดขาด และกู้จิ่งเยี่ยนเองก็คงไม่มีทางยอมช่วยเธอแสดงละครตบตาต่อไปหลังหย่าแล้วแน่นอนเฉียวรั่วซิงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาในทันใดหรือว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือไม่หย่า?แล้วถ้าอย่างนั้น คำพูดอวดดีที่เธอเคยโพล่งออกไปต่อหน้ากู้จิ่งเยี่ยนก่อนหน้านี้มันคืออะไรกัน? แสดงละครตลกให้เขาดูงั้นเหรอ?แล้วเธอจะไม่เอาหน้าไปไว้ที่ไหน?ยิ่งไปกว่านั้น กู้จิ่งเยี่ยนก็สวมเขาให้เธอจนเธอจะกลายเป็นควายหน้าโง่อยู่แล้ว ถ้าเธอยังไม่ยอมหย่าอีก ไม่แน่วันดีคืนดีอาจจะมีเด็กตัวเป็น ๆ วิ่งเข้ามาหาแล้วร้องเรียกเขาว่า “พ่อ” ก็ได้ ถึงตอนนั้นเธอคงได้กลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองเจียงเฉิงแน่ ๆยังไงการหย่าครั้งนี้ก็ต้องหย่าให้ได้!พอนึกถึงตรงนี้ เธอจึงปรับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางอีกครั้ง “ประธานกู้คะ คุณดูสิคะ การที่คุณหย่าร้างก็ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจียงเซิ่งกรุ๊ปเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ? ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลย นึกจะหย่าก็หย่า มันคงส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อบริษัทและหุ้นอะไรพวกนี้ด้วยใช่ไหมล่ะคะ?”กู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “เธออยากจะพูดอะไร?”“ค

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 28

    เฉียวรั่วซิง : “...”ใส่น้ำตาลเยอะขนาดนั้น ทำไมไม่เอาน้ำตาลมาราดปิดปากคุณไปเลยล่ะ!ช่างมันเถอะ! ในเมื่อมีเรื่องต้องง้อขอร้องเขา เธอยอมทน!เฉียวรั่วซิงฉีกยิ้มประจบ ท่าทีนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง “ไม่ได้ทำเสียนาน มือไม้เลยฝืดไปหน่อยน่ะค่ะ ไว้คราวหน้าฉันจะระวังนะคะ”สีหน้าของกู้จิ่งเยี่ยนดูดีขึ้นมาอีกหลายส่วนจริง ๆเฉียวรั่วซิงได้ทีจึงฉวยโอกาสเอ่ยขึ้นว่า “ประธานกู้คะ การหย่าก็เหมือนกับการแต่งงานนั่นแหละค่ะ ต้องคัดเลือกฤกษ์งามยามดี คุณดูสิคะ ตอนพวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันก็เพราะเลือกวันเวลาที่ไม่เป็นมงคล ผลสุดท้ายชีวิตการแต่งงานเลยไม่ราบรื่น ครองคู่กันไปจนสุดทางไม่ได้ เพราะฉะนั้นการหย่าร้างเลยต้องพิถีพิถันเลือกวันเวลาให้ดี ๆ ค่ะ เพื่อที่ว่าหลังจากพวกเราสองคนหย่ากันแล้ว จะได้ไม่ต้องโดนพันธนาการจากชีวิตการแต่งงานครั้งก่อน และสามารถไปเริ่มต้นพบเจอที่พึ่งพาดี ๆ ได้ด้วยกันทั้งคู่ ฉันลองเช็กดูแล้ว วันที่ 21, 24, 25, 26, 27, 28 และ 31 ของเดือนนี้ล้วนเป็นวันมงคลฤกษ์ดีทั้งนั้น คุณลองเลือกวันใดวันหนึ่งในบรรดาวันพวกนี้ดูสิคะ คุณคิดว่ายังไงบ้าง?”กู้จิ่งเยี่ยนแค่นหัวเราะ “นอกจากวันเสาร์อาทิตย์ที่เป็นวัน

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 27

    เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าเมื่อครู่นี้ไม่ขนท่าไม้ตายไม้นี้ออกมา กู้จิ่งเยี่ยนคงไม่มีทางปล่อยให้เธอขึ้นมาบนชั้นนี้แน่ ๆ เธอจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เหลือเพียงชุดเดรสสั้นเข้ารูปกระโปรงทรงเอรัดสะโพกสีขาวเปิดไหล่โชว์ แล้วถ่ายรูปมุมเจาะลึกส่งไปให้กู้จิ่งเยี่ยน พร้อมส่งข้อความถามเขาว่า รูปนี้เอาไปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียได้ไหมอันที่จริงแล้วมันคือการขู่กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ในทีว่า ถ้าหากยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเข้าไปข้างในอีก เธอจะโพสต์รูปนี้ลงโซเชียลจริง ๆ และถึงเวลานั้นถ้าภาพลักษณ์ของเจียงเซิ่งกรุ๊ปต้องเสื่อมเสีย คนที่ต้องขายหน้าก็คือเขานั่นแหละคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนที่ตัวเองงัดออกมาใช้ พอย้ายมาอยู่ในปากของกู้จิ่งเยี่ยน กลับกลายเป็นว่าเธอส่งรูปถ่ายส่วนตัวไปยั่วเขาเสียอย่างนั้น!“ประธานกู้คะ รูปนั้นไม่นับว่าเป็นรูปส่วนตัวสักหน่อย...”กู้จิ่งเยี่ยนทำการกรองคำพูดของเธอออกไปโดยอัตโนมัติ พลางจ้องมองรูปภาพแล้วเอ่ยวิพากษ์วิจารณ์ “ก็ไม่นับจริง ๆ นั่นแหละ แต่งรูปแต่งแสงจนเกินจริงไปหน่อย ฉันจำได้ว่าเธอมีขนาดแค่คัพ A ไม่ใช่เหรอ?”ใบหน้าของเฉียวรั่วซิงมืดมนลงทันตา เธอขนาดคัพ C ต่างหากล่ะย่

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 26

    น้ำเสียงอันเย็นชาพลันทำลายความรู้สึกหวั่นไหวปั่นป่วนเมื่อครู่นี้ลงจนหมดสิ้นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยไม่สมควรมีปากไว้พูดเลยสักนิดเฉียวรั่วซิงเดินเข้ามาหาอย่างไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา “นั่นคือเห็ดทรัฟเฟิลขาวที่คุณเคยรับปากฉันไว้ค่ะ”เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของกู้จิ่งเยี่ยนจึงละจากกองเอกสารย้ายมามองที่ใบหน้าของเธอเรียบง่ายและดูหมดจด ก้มหน้านอบน้อม ดูภายนอกแล้วแทบจะไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนเลยสักนิด แต่กู้จิ่งเยี่ยนรู้ดีว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพเสแสร้งที่เธอสร้างขึ้นมาเท่านั้นภายใต้เรือนร่างนี้ไม่ใช่แม่กระต่ายหัวอ่อนว่าว่าง่ายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแมวป่าที่ขอเพียงแค่ถูกสะกิดนิดหน่อย ก็พร้อมที่จะกางกรงเล็บเพื่อข่วนใส่ทันทีเขายืดตัวเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาเรียวทรงหงส์หรี่ลงเล็กน้อย แสดงท่าทางเกียจคร้าน พลันเลิกคิ้วเอ่ยว่า “อ้อ? ฉันเคยรับปากอะไรไว้เหรอ?”เฉียวรั่วซิงชะงักไป ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่ากู้จิ่งเยี่ยนจะมาตลบแตลงไม่ยอมรับแบบนี้ เธอจึงกัดฟันแน่นแล้วเอ่ยว่า “คุณเคยบอกเองว่า ถ้าฉันยอมไปช่วยรับแขกในงานต้อนรับน้องสาวคุณ คุณจะช่วยนำของสิ่งนี้ไปส่งต่อ

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 25

    คงเป็นเพราะดูซีรีส์ไร้สมองมากเกินไป ถึงได้ไปเชื่อประโยคประเภทที่ว่า “หากคิดจะมัดใจผู้ชาย ต้องมัดกระเพาะของเขาก่อน” เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนทำอาหาร ด้วยหวังว่าจะดึงดูดความสนใจจากกู้จิ่งเยี่ยนได้ ทว่าตัวเธอเองกลับไม่มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารเอาเสียเลย เรียนมาตั้งเป็นเดือน อาหารที่ทำออกมาก็แค่พอทานแก้ขัดได้เท่านั้นถึงกระนั้น เธอก็ยังคงกระตือรือร้นทำข้าวกล่องไปให้กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ดีเธอยังจำได้ดีถึงตอนที่นำผลงานที่ตัวเองภาคภูมิใจที่สุดออกมาให้กู้จิ่งเยี่ยนลองชิม เขาให้คำประเมินออกมาเพียงแค่สองคำว่า “ไม่อร่อย”เธอไม่ยอมแพ้ วันต่อมารีบทำข้าวกล่องให้อีก ยัดใส่มือให้ตอนที่กู้จิ่งเยี่ยนกำลังจะไปทำงาน แถมยังหน้าด้านกล้ารับประกันอีกว่า “คราวนี้ต้องอร่อยแน่นอนค่ะ”กู้จิ่งเยี่ยนคร้านที่จะสนใจเธอ ในใจของเธอจึงเต็มไปด้วยความกังวล พอกู้จิ่งเยี่ยนกลับมาในยามค่ำคืน เธอจึงรีบเอ่ยถามเขาด้วยความกระวนกระวายใจ “วันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานบ้างไหมคะ?”ครั้งนี้กู้จิ่งเยี่ยนตอบกลับมาด้วยคำพูดแค่เจ็ดคำเท่านั้น “ไม่อร่อย เลิกทำได้แล้ว”แม้จะพูดออกมาแบบนั้น แต่กล่องใส่อาหารกลับว่างเปล่า นั่นทำให้เธอจึงแอบดีใจอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status