ログインเธอโดนเขาแกล้งแหย่กลับ!!!
อาหารหอมกรุ่นถูกนำมาเสิร์ฟให้คนทั้งสอง เธอรู้สึกหิวเหลือเกิน แต่ที่บ้านสอนมาดีจึงค่อยๆ ตักกินอย่างเรียบร้อย
“หิวก็กินเยอะๆ นะ” เขาตักอาหารให้เธอ
“ท่านประธานรู้ได้ยังไงคะว่าเพลินหิว”
“ก็คุณทำเหมือนจะกินผม เอ๊ย! กินช้างเข้าไปทั้งตัวแบบนั้น” ได้ฟังประโยคของเขาก็ถึงกับต้องย่นจมูกในทันที
“คุณทำท่านี้บอกเลยน่ารัก” เขาเอ่ยบอกอีก เธอทำท่าจะย่นจมูกแต่ก็เปลี่ยนใจ เสไปตักอาหารรับประทานต่อ
“เดี๋ยวผมไปส่ง” นิรันดร์พูดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้น
“ไม่ต้องหรอกค่ะ มื้อนี้ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ อาหารอร่อยมาก” เธอกล่าวขอบคุณเขา อย่างน้อยมื้อนี้เธอก็รอดไปอีกมื้อ ดีกว่ากินมาม่าเป็นไหนๆ
“เดี๋ยวผมไปส่ง นี่ก็มืดแล้ว คุณเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ จะกลับยังไงคนดียว อีกอย่างคงไม่ชินทาง ผมพาคุณมากินข้าวไกลจากบริษัทมากนะ”
“ก็ได้ค่ะ” เธอทำท่าจะปฏิเสธ แต่คิดว่าเหตุผลของเขาเข้าทีอยู่ เธอก็เลยต้องให้เขาไปส่ง
“นี่คะที่อยู่ของเพลิน ท่านประธานจอดตรงนี้เลยค่ะ จอดตรงนี้เลยค่ะ ท่านประธานจะขับรถเข้าไปที่ลานจอดรถของคอนโดฯ ทำไมคะ” เธอทำหน้าเหลอหลาใส่เขา เพราะกฏของที่นี่ไม่ให้คนนอกเข้า
เพลินตาต้องอ้าปากค้างเมื่อเขาแลกบัตรกับพนักงานรักษาความปลอดภัย ถ้าไม่ได้พักที่นี่จะแลกบัตรได้ยังไง อย่าบอกนะว่าเขาพักที่นี่ด้วย
“ท่านประธานพักที่นี่ด้วยเหรอคะ” เธอถามเขาด้วยใบหน้าแตกตื่น
“ใช่ ผมพักที่นี่”
“อ้าว... แล้วท่านประธานหลอกให้เพลินบอกเส้นทางกลับที่พักทำไมคะ”
“ผมหลอกคุณตรงไหน แค่ไม่ได้บอกคุณเท่านั้นว่าผมพักที่นี่ อีกอย่างที่ผมไม่ได้พูดขัดคุณเพราะว่าผมกำลังตั้งใจขับรถอยู่”
“ค่ะ” เธอรับคำก่อนทำปากยื่นเหมือนเด็กๆ
“คุณจำเส้นทางกลับหอพักได้ก็ดีแล้วนะ แม้จะมาจำเอาตรงปากซอยก็ตามที” ประโยคของเขาทำให้เพลินตาแอบย่นจมูก เธอยังจำทางไม่ได้หรอก เขาขับมาถึงปากซอยทางเข้าคอนโดฯ นั่นแหละเธอถึงจำได้ว่าตรงนี้เป็นทางเข้าที่พักของเธอ
“ลงมาสิครับ นั่งงงอยู่ทำไม” เขาเปิดประตูรถและเรียกเธอลงไป ทำให้เพลินตาหลุดจากภวังค์ความคิด
“ท่านประธานพักอยู่ห้องไหนชั้นไหนคะ” คนปากไวแอบอยากรู้จึงเอ่ยถาม เรื่องนี้เธอไม่ได้ถามเพื่อนรักอย่างมินตรา และมินตราก็ไม่ได้บอกเธอเลยว่านิรันดร์พักอยู่คอนโดฯ เดียวกันกับเธอ ซึ่งคอนโดฯ ที่เธอพัก มินตราเป็นคนจัดการให้นั่นเอง เพราะถ้าตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่าจะหาที่พักได้ดีแบบนี้ที่ไหน เพราะเงินติดตัวอันน้อยนิดคงได้ห้องพักเก่าๆ บรรยากาศเหมือนผีสิง ที่ไหนสักแห่งในตัวจังหวัด
“ทำไมครับ คุณจะเดินขึ้นไปส่งผมถึงห้องนอนเหรอ”
“ใครจะไปทำอะไรแบบนั้น” เธอหน้าแดง ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะร่วนจากเขา
“ท่านประธานแกล้งกันทำไมคะ”
“ผมไปแกล้งอะไรคุณ”
“อุ๊ย!” เธอเดินตามเขามาติดๆ พอเขาหยุดเธอเลยชนเขาเข้าอย่างจัง
“ระหวังหน่อยสิคุณ” เขาโอบร่างของเธอเอาไว้ ก่อนจะดึงร่างของเธอเข้าลิฟต์
“ท่านประธานรู้ด้วยเหรอคะว่าฉันพักชั้นเก้า” เธอเอ่ยถามเขาอย่างงุนงง หรือเขาจะจำได้ว่าเธอพักที่ไหน ชั้นไหนในเอกสารจากใบสมัครงานที่เธอกรอกอย่างละเอียด
“ผมพักชั้นเก้า” ประโยคของเขาทำให้เธอตกใจเล็กน้อย
“คุณทำท่าแบบนั้นทำไม”
“ท่านประธานพักชั้นเดียวกับเพลินเลยค่ะ”
“ก็ดีแล้ว มีอะไรผมจะได้เรียกใช้ได้สะดวก”
“เรียกใช้ให้ไปทำอะไรคะ” เธอทำท่ากอดตัวเองเอาไว้อย่างหวงๆ
“แล้วคุณคิดว่าผมจะเรียกใช้ให้คุณมาทำอะไรล่ะ” เขาเอ่ยถาม จ้องตาเธอนิ่งๆ ทำเอาคนถูกจ้องต้องหลบสายตาอย่างเก้อเขิน
“ห้ามคิดลามกกับเพลินนะคะ”
“ผมยังไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแค่เรื่องงาน หากเอกสารหรืออะไรผิดพลาด คุณพักอยู่ชั้นเดียวกันกับผม ผมก็จะได้จัดการให้คุณแก้”
“อ้อ... เหรอคะ”
“แล้วคุณคิดว่าผมจะเรียกคุณมาทำอะไรเหรอคุณเพลินตา”
“เพลินเปล่าคิดอะไรเสียหน่อยค่ะ” เธอรีบปฏิเสธเสียงระรัว เสียงลิฟต์ดังขึ้นทำให้เขาต้องรั้งแขนของเธอให้เดินออกมาจากลิฟต์
“ท่านประธานจะลากเพลินไปไหนคะ”
“ผมจะพาไปทำความรู้จักห้องของผมไง” เห็นท่าทีของเธอแต่ก็ยังทำปากเก่ง เขาเลยแกล้งต่อ
“ท่านประธานพักห้องนี้เหรอคะ” เธอเอ่ยถามก่อนจะตาโต เขาพักห้องใกล้ๆ กับเธอ!
“ท่านประธานพักห้องใกล้กับเพลินเลยนะคะ”
“นี่ห้องพักของผม” เขาลากเธอเข้ามาในห้อง ไม่ได้สนใจประโยคที่เธอบอกเขานัก
“นี่ห้องพักของผม” เขาบอกซ้ำอีกครั้ง
“ค่ะ แล้วท่านประธานมาบอกเพลินทำไม”
“บอกเอาไว้ เวลามีอะไรจะได้เรียกได้สะดวก” เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ จนเธอต้องถอยใบหน้าหนี
“นอกเวลางานก็ต้องทำงานด้วยเหรอคะ”
“ต้องทำสิ งานน่ะถ้ามีปัญหาขึ้นมา นอกเหนือเวลางานก็ต้องแก้ไข”
“ก็อย่าทำให้มีปัญหาสิคะ”
“คุณยังเด็กมากนะคุณเพลินตาเพิ่งเรียนจบ ประสบการณ์ทำงานถึงจะมีแล้ว ผ่านบริษัทมาบ้างแล้วแต่อายุงานยังน้อยอยู่ เวลาทำงานมันต้องมีปัญหาหรือผิดพลาดกันทุกคน แม้ว่าเราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้วก็ตามที แต่มันก็อาจจะไม่ได้เป็นดังที่เราคาดหมายเสมอไป”
“อ้อ... ค่ะ งั้นเพลินขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ”
“ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆ เลยคุณเพลิน กระหายน้ำมากๆ เลยตอนนี้ ปวดเมื่อย คอแห้งไปหมด” เขาตบต้นคอไปมา บ่นว่าปวดเมื่อย และประโยคของเขาทำให้เธอต้องรีบไปกุลีกุจอไปหาน้ำเย็นๆ มาให้เขาดื่ม
หาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่มก็พอแล้ว แต่จะให้เธอแปลงร่างไปเป็นหมอนวดไม่เอาหรอกนะ
ท่องเอาไว้เพลินตาว่าเขาคือเจ้านายของเธอ ไม่มีเขาก็ไม่มีงาน และบริษัทของเขาก็ต้องอยู่ยงคงกะพันไม่ล่มจมหรือเจ๊งไปเหมือนบริษัทที่เธอทำก่อนหน้านี้ เพราะไม่อย่างนั้นนอกจากเธอจะไม่ได้กินมาม่ากับปลากระป๋องแล้ว ยังยังต้องระเห็จออกไปนอนข้างถนนอีกด้วย
การจะหาห้องครัวไม่ใช่เรื่องยาก เธอรินน้ำใส่แก้วให้เขา ก่อนจะนำมาเสิร์ฟ ตอนรินน้ำก็สำรวจตรวจตราไปทั่ว จึงได้พบว่าห้องของเขาสะอาดสะอ้าน ข้าวของถูกจัดวางสวยงามเป็นระเบียบ ข้าวของน้อยชิ้น ตามประสาห้องผู้ชายที่ไม่ได้มีของจุกจิกเหมือนผู้หญิง เขาคงมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดบ้านให้เลยสะอาดเอี่ยมแบบนี้ แตกต่างจากห้องของเธอที่ต้องทำเองทั้งหมด อย่าไปอาจเอื้อมคิดจะจ้างแม่บ้านเลย ค่ากินยังไม่ค่อยมีปัญญาจ่ายเลย
“ชื่นใจ” เขารับน้ำเย็นๆ ไปดื่มด้วยความกระหาย ก่อนจะพูดต่อ
“คุณไม่ดื่มน้ำเย็นๆ เหรอ นั่งคุยกันก่อนสิ” เขาเรียกเธอเอาไว้ เมื่อเธอทำท่าจะหยิบกระเป๋าเพื่อขอตัวจากลา เธอจำต้องนั่งแหมะลงที่โซฟาราคาแพงของเขา มันนุ่มเหลือเกินจนเธออยากเอนตัวนอนเพราะเธอเหนื่อยมากแล้วในวันนี้
“พรุ่งนี้คุณไปทำงานกับผม จะได้ไม่ไปทำงานสาย”
“ท่านประธานจะหาว่าเพลินตื่นสายจนพานไปทำงานสายเหรอคะ”
“ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ” เธอทำหน้างอใส่
“เอาละคุณคงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปเถอะ! เดี๋ยวผมเดินไปส่งที่ห้องของคุณ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”
“เอาน่า เดี๋ยวผมเดินไปส่ง” เขายังย้ำคำเดิม เธอเลยจำต้องให้เขาเดินไปส่ง พอเข้าห้องมาได้ เขาก็สำรวจห้องของเธอ เพลินตาตาโต เพิ่งนึกได้ว่าเธอวางข้าวของไม่ค่อยเรียบร้อย เธอจึงรีบจับโน่นจับนั่นยัดเก็บอย่างรีบร้อนไม่ให้เขาเห็นว่าห้องของเธอข้าวของวางไม่เป็นที่เพียงใด
“ห้องคุณน่าอยู่มากเลยนะครับ” เขาเอ่ยขึ้น เพลินตาคิดว่าเขาคงคิดว่าเธอมีเงินเช่าห้องพักดีๆ อยู่เพราะว่าได้เงินเดือนจากบริษัทเก่าเยอะแน่ๆ และเธอคงมีเงินเหลือเก็บอย่างไม่เดือดร้อนหลังจากบริษัทปิดตัว
“ผมเชื่อคุณ หลังจากได้เจอเพลินอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าเขามีความสุข มีชีวิตชีวา มีรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้อยู่กับคุณ”“คุณรักษาตัวให้หายดีก่อน เดี๋ยวผมจะช่วยคุณเอง” ประโยคของนิรันดร์ทำให้การันต์ซาบซึ้งใจเป็นอันมาก และเขาก็รู้สึกผิดบาปละอายใจเป็นที่สุดนิรันดร์ได้ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นตำรวจจนได้รู้อะไรหลายอย่างเดี่ยวกับสองพ่อลูก ทำให้เขาต้องขอความช่วยเหลือจากการันต์อีกครั้ง และการันต์ก็มีหลักฐานเอาผิดสองพ่อลูกจริงๆ ตามที่เขาคาดเอาไว้ฤดีนาถและบิดาของหล่อน คงไม่รู้ว่าการันต์ได้รู้ความลับเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา ที่หน้าบิดาของฤดีนาถได้ทำการันต์นั้นเผอิญไปล่วงรู้เมื่อไม่นานมานี้ เขาคิดว่าอนาคตเขาอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเขาจึงเก็บหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ และลางสังหรณ์ของเขาก็ไม่ผิดเลยเพราะตอนนี้หลักฐานที่เขาได้เก็บเอาไว้ มันก็สามารถที่จะช่วยเขาได้ ที่ดินที่เขามากว้านซื้อเพื่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยและอาหารสัตว์นั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นโรงงานผลิตยาเสพติดเพราะบิดาของฤดีนาทนั้นได้ทำธุรกิจผิดกฎหมายสีดำสนิทนั่นก็คือการปั๊มยาบ้าออกขายทางภาคเหนือและส่งขายไปยังภาคอื่นๆ ด้วย โดยมีเครือข่ายมากมายและนาทก็เป็นเจ้าพ่อใหญ
แบบนี้นี่เอง เพลินตาเพิ่งเข้าใจ การที่นิรันดร์ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเธอ เพราะเขาอยากจะแก้ปัญหาทุกอย่างก่อน และแฟนหนุ่มของรสสุคนธ์ก็ไม่เป็นที่ปรารถนาของญาติๆ ฝั่งหล่อน จึงเป็นปัญหาใหญ่ทำให้ทั้งสองยังถอนหมั้นกันไม่ได้“พี่รันมีคนรักแล้วแบบนี้ก็ดีนะคะ รสกับพี่พัน จะได้มีข้ออ้างว่าพี่รันมีคนรักอยู่แล้ว”“พี่เองก็อยากให้รสมีความสุข รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ก็เหมือนพี่น้องกัน” เขาไม่เคยคิดกับรสสุคนเกินกว่าพี่น้อง เขาและเธอรับรู้ความรู้สึกของกันและกันดี จึงไม่หึงหวงปิดกั้นหากอีกฝ่ายจะมีคนรักที่ดีเป็นที่พึงใจเขาเองก็ไม่เคยปิดกั้น จนเคยคบกับฤดีนารถอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลิกรากันไปเพราะเธอตีตัวออกห่าง ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้บังคับ ตามง้อหรือทำให้เธอรำคาญใจแต่อย่างใด สำหรับเขาแล้วความสุขของชีวิตคืออิสรเสรี อีกฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง ขอแค่บอกออกมาตรงๆ ว่าต้องการจากไปหรืออยากหาคนใหม่ที่ดีกว่า ไม่ใช่แอบคบกันลับหลังหรือนอกกายนอกใจกันทั้งๆ ที่ยังคบกันอยู่นิรันดร์พาเพลินตากลับมาส่งที่พัก เธอนั่งเงียบครุ่นคิดไปตลอดเส้นทาง แววตาท่าทางของรสสุคนธ์ทำให้เธออยากช่วยเหลือให้อีกฝ่ายได้สมหวัง
“ไม่หรอกค่ะ เพราะว่าเรากำลังมีปัญหาทะเลาะกันอยู่น่ะค่ะ เขาเห็นหน้าฉันน่าจะป่วยหนักกว่าเดิมเสียอีก” ฤดีนารถพูดติดตลก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ฟังทั้งสองขำได้เลยฤดีนารถตามสองหนุ่มสาวไปดื่มกาแฟ ในขณะที่เพลินตาดื่มเพียงแค่น้ำเย็นๆ เท่านั้น“พี่รันน่ะกินกาแฟรสชาติเดียวกับฤดีเลยนะคะ” ฤดีนารถชวนคุย แต่นิรันดร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ยกกาแฟขึ้นดื่มด้วยสีหน้าเรียบสนิท“ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” นิรันดร์เอ่ยขอตัวเมื่อโทรศัพท์มือถือของเขามีสายเข้า“ตามสบายค่ะ” ฤดีนารถพูดขึ้นแล้วยิ้มหวาน“เธอคงยังไม่รู้ว่าพี่รันกับฉันเคยคบกันมาก่อน”นิรันดร์เดินไปคุยโทรศัพท์อีกมุมหนึ่งของร้านซึ่งเป็นสวนเล็กๆ บรรยากาศดี ฤดีนารถก็เปิดฉากขึ้นมาในทันที“รู้ค่ะ” เธอยิ้มให้ฤดีนารถ มุขเก่าๆ ที่อยากทำให้คนอื่นมีปัญกันแบบนี้เธอรู้ทัน ประโยคของเพลินตาทำให้ฤดีนารถถึงกับชะงัก“รู้ด้วยว่าคุณโทร. หาเจ้านายของฉัน ให้ไปหาเพราะว่ารถเสียระหว่างทาง โอ๊ย! กลัวมาก กลัวที่สุด ตรงนี้เปลี่ยว แล้วคุณนิรันดร์ก็โทร. ให้พี่กานต์กับตำรวจไปดูคุณ ปรากฏว่ารถคุณไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย” ประโยคนั้นของคนตรงหน้าทำให้ฤดีนารถหน้าชาไปทั้งแถม เธอไม่เค
“เป็นห่วงคนอื่นได้ แต่เกิดเหตุแบบนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยเข้าใจไหม”“รู้แล้วค่ะ เราควรโทร. ไปหาว่าที่เจ้าสาวของพี่กานต์ไหมคะ เขาจะได้มาดูแลกัน” เธอยอมรับว่าตกใจ แต่ไม่ได้เป็นห่วงการันต์มากกว่าความรู้สึกนิรันดร์ คนเราเจ็บแล้วต้องจำ แต่ในฐานะพลเมืองดี ที่สำคัญก็คือเหตุการณ์เกิดขึ้นแถวนี้ เธอกับนิรันดร์ต้องเดินทางตรงถนนเส้นนั้นบ่อยๆ ยังไงก็ต้องจับตัวคนร้ายให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ปลอดภัย“ก็ดีนะ”“เพลินไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณฤดีนารถหรอกค่ะ”“ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของเขา”“ทำไมถึงมีคะ”“เขาเป็นลูกค้า” คนพูดจับปลายคางของเธอโยกไปมาเบาๆ เพื่อจะบอกว่าที่เขามีเบอร์โทรศัพท์ของฤดีนารถเพราะเขาเป็นลูกค้า ไม่ได้มีอย่างอื่นแอบแฝง ทำให้เธอถึงกับยิ้มออก ก่อนจะเอ่ยขอโทษเขาทางสายตาที่ระแวงและไม่เชื่อใจเขา ทั้งๆ ที่เขาแสดงให้เธอได้เห็นแล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนสำคัญกับเขาไปมากกว่าเธออีกแล้วนิรันดร์กดโทรศัพท์หาฤดีนารถ ปลายสายรับสายอย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของใคร คิดว่านิรันดร์อาจจะเห็นความดีของเธอ เลยโทร. มางอนง้อที่ทำเย็นชากับเธอก่อนหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัน แหม... โทร. มีอะไรหรือเปล่าคะ” คนที่มีควา
“ผมเป็นคนรักเดียวใจเดียว อดีตก็คืออดีต มองแค่ปัจจุบันและอนาคต” ประโยคของเขากินใจจนเธอแทบน้ำตาไหล เธอเคยเสียใจมาก่อน ถ้าจะต้องเสียใจอีกคงทำใจไม่ได้ หญิงสาวค่อยๆ พิงศีรษะไปกับไหล่กว้างของเขาเบาๆ มองทัศนียภาพด้านนอกอย่างผ่อนคลาย มือแกร่งของเขากุมไหล่บอบบางของเธอเอาไว้ ทำให้เธอหลับตาพริ้มรู้สึกมั่นคงปลอดภัยเสมอที่ได้อยู่กับนิรันดร์คนที่เคยทำให้เพลินตาเจ็บปวด กำลังเบื่อหน่ายกับชีวิตตัวเองเต็มที ไม่คิดมาก่อนเลยว่าแผนการทำลายนิรันดร์จะพังไม่เป็นท่า เขาไม่คิดว่าจะมีคนรักและหวังดีกับนิรันดร์ขนาดนี้ ซึ่งในชีวิตของเขาที่ผ่านมาไม่เคยมีเลย นอกจากเพลินตาเพียงคนเดียวเท่านั้นเขาหลงไปกับความร่ำรวยของผู้หญิงอีกคน จนทิ้งผู้หญิงอีกคน ความผูกพันหลายปีที่มีให้กัน ทำให้เขาระลึกนึกถึงเพลินตาอยู่เสมอในช่วงหลัง เพราะการได้แฟนรวยนั้นไม่ได้ดีอย่างที่ตัวเองคิด เขาจะต้องอวดรวย เสียสละทุกอย่าง ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเพื่อให้ฐานะทัดเทียมกับผู้หญิงที่อยากได้ มันน่าสมเพชเวทนาสิ้นดีเขาคิดว่าการมีแฟนรวยจะได้รวยและสบายตามไปด้วย ผู้หญิงที่หน้ามืดตามัวรักเขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อเขา เปย์เพื่อเขาเหมือนผู้หญิงรวยไร้สมองทั่วไป
“พี่กานต์นี่เลวได้ใจจริงๆ แต่เขาไปเอาเงินมาจากไหน อ้อ... คงจะเป็นว่าที่เจ้าสาวของเขากระมัง” แต่เธอไม่เข้าใจว่าเขาอยากทำแบบนั้นไปทำไมกันและยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น คนที่โทร. เข้ามาคือฤดีนารถเพลินตานั่งตัวเกร็ง ไม่ได้ตั้งใจจะฟังหรอก แต่ก็หูผึ่งในทันทีที่ได้ยินว่าใครโทร. เข้ามาและอยากรู้ว่าหล่อนคุยอะไรกับเจ้านายของเธอดูเหมือนว่านิรันดร์จะรู้ใจเธอ เขาไม่มีอะไรปิดบังเธออยู่แล้ว เขาเปิดลำโพงให้เธอได้ฟังประโยคสนทนานั้นด้วยเธอจับใจความได้ว่าปลายสายรถยางรั่วหรือมีปัญหาอะไรสักอย่าง เลยเรียกให้เจ้านายของเธอไปช่วยดูให้หน่อย แต่ประโยคคำตอบของนิรันดร์ก็ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมา เขาปฏิเสธได้อย่างนุ่มนวลด้วยเหตุผลที่น่าฟังนิรันดร์บอกว่าจะแจ้งการันต์และตำรวจให้ เขาไม่สามารถออกไปหาฤดีนารถได้ในตอนนี้เพราะติดงานอยู่เขาไม่ได้เห็นความสำคัญของผู้หญิงที่เคยทำให้เธอเสียใจ และในอดีตฤดีนารถก็เคยทำให้นิรันดร์เสียใจเช่นกัน หล่อนเคยทิ้งเขาไป แต่เธอก็ยังแอบคิดว่าฤดีนารถเป็นผู้หญิง รถเสียแบบนั้น แถมยังเป็นที่เปลี่ยวเสียด้วย อาจจะเกิดอันตรายขึ้นก็ได้ นิรันดร์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนั้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว เพลินมาทำงานกับมัน แต่งตัวซะสวย มันคงทุ่มเต็มที่เลยสินะ”“ทุ่มเรื่องอะไรคะ”“ก็ทำให้เพลินสวยขนาดนี้ไง ระวังให้ดีนะ มันอาจจะพาเพลินไปหาลูกค้าให้มัน”เพี้ยะ!!!ฝ่ามือของเธอฟาดลงบนซีกแก้มของการันต์เต็มๆ เธอรังเกียจประโยคของเขาเป็นที่สุดทำไมเมื่อก่อนเธอไมเคยเห็นว่าเขาน่ารังเกียจขนาดนี
“คุณเพลิน ต่อไปผมขอสั่งให้คุณเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น”“โหย... นี่เป็นการบังคับกันเลยนะคะ” เธอพูดขึ้นก่อนจะตาโตใส่เขา“คุณต้องทำงานกับผมอีกนาน เราก็ควรที่จะสนิทกันเอาไว้ ไม่ใช่เหรอ” ท้ายประโยคเขาเอ่ยถามเธอเธอฟังแล้วคิดตามเขา เธอเองก็ต้องทำงานอยู่กับเขาอีกนาน จนกว่าจะหางานใหม่ได้ ซึ่งงานใหม่หายาก
เธอยังได้ยินเสียงขำของคนในห้อง อย่าบอกนะว่า... ว่าที่เจ้านายคนใหม่ของเธอหัวเราะเยาะเธอเขาเป็นผู้ชายประเภทไหนกันนะ ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องมาของานเขาทำ เธอจะตั้นหน้าเขาให้ดั้งหักเลย“ซุ่มซ่ามไม่มีใครเกิน” เสียงคุ้นๆ นั้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง เพลินตาถึงกับตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นว่าใครที่มายืนอยู่ตร
“นี่คุณ แครอทหัวนี้ฉันหยิบก่อน” เพลินตาหันไปถลึงตาเข้าใส่ชายหนุ่มแปลกหน้านิรันดร์ยอมปล่อยแต่โดยดีเพราะเขาไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิง แต่พอหันไปหยิบหัวผักกาด เธอก็หยิบหัวเดียวกับเขาอีก“สงสัยว่าคุณจะใจตรงกับผมแล้วล่ะ”“เอ๊ะ! คุณ ฉันไม่อยากไปใจตรงกับคุณหรอก” เธอสะบัดมือพยายามดึงหัวผักกาดออกมา แต่เขาก







