LOGINเธอยังได้ยินเสียงขำของคนในห้อง อย่าบอกนะว่า... ว่าที่เจ้านายคนใหม่ของเธอหัวเราะเยาะเธอ
เขาเป็นผู้ชายประเภทไหนกันนะ ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องมาของานเขาทำ เธอจะตั้นหน้าเขาให้ดั้งหักเลย
“ซุ่มซ่ามไม่มีใครเกิน” เสียงคุ้นๆ นั้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง เพลินตาถึงกับตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นว่าใครที่มายืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
หญิงสาวรีบลุกขึ้น สะบัดมือของเขาที่ยื่นมาให้การช่วยเหลืออย่างโกรธๆ
“ไม่จำเป็น”
“หมายความว่าคุณไม่อยากสัมภาษณ์งานกับผม” ประโยคของเขาทำให้เธอชะงักกึก ก่อนจะปรับสีหน้าเสียใหม่ แย่แล้ว ผู้ชายคนนี้เป็นเจ้าของบริษัทอย่างนั้นเหรอ เธอเจอเขาสามครั้งแล้วนะ แต่ทำตัวไม่น่ารักกับเขาเอาเสียเลย
เพลินตาท่องเอาไว้ในใจเพื่องานเพื่อเงิน และเพื่อที่อยู่ เธอไม่อยากไปนอนข้างถนน นี่ก็เอาของมีค่า ออกมาขายจนหมดตูดแล้ว นั่นก็คือทองที่เธอแอบเก็บสะสมเอาไว้ ถ้าต้องขายอีกก็คงขายตัวเป็นแน่
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ”
“อ้อ... เหรอครับ ผมเห็นคุณทำหน้าหงิกงอใส่ผม ผมนึกว่าคุณไม่อยากทำงานกับผมเสียอีก”
“ฉันแค่นิ่วหน้าเพราะเจ็บค่ะ เมื่อกี้ฉันล้ม มันเจ็บน่ะค่ะ” เธอโกหกคำโต ฉีกยิ้มกว้างขวางใส่เขา
“เชิญนั่งสิคุณเพลินตา ธนกร” เขาผายมือให้เธอนั่ง เธอก็จำต้องนั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะยืนสัมภาษณ์ก็ดูจะไร้มารยาทจนเกินไป
เธอเหลือบมองป้ายชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของเขา นิรันดร์ เลิศทรัพย์สกุล ก่อนจะคิดในใจ คนอะไรชื่อนิรันดร์
แล้วคนอะไรชื่อเพลินตาล่ะ ถ้าเขาสวนกลับเธอจะตอบยังไง ชื่อแส้คงไม่สำคัญเท่านิสัยกระมัง เธอขยับตัวอย่างอึดอัด มองเขาอ่านประวัติของเธอซ้ำๆ แล้วลุ้นจนตัวโก่ง เขาจะรับหรือไม่รับก็เอาสักอย่าง จะสัมภาษณ์หรือไม่สัมภาษณ์ก็บอกมา เธอพร้อมมากตอนนี้
ไม่ใช่พร้อมตกงานอย่างถาวร แต่พร้อมคุกเข่าลงไปอ้อนวอนขอร้องให้เขารับเธอเข้าทำงาน!!!
“ใช่ค่ะ” เธอตอบอย่างยิ้มแย้ม
“ชื่อเพราะ มีประสบการณ์ทำงาน คุณแน่ใจเหรอว่าคุณทำงานได้ทุกอย่าง” ประโยคคำถามของว่าที่เจ้านายหนุ่ม ทำเอาเธอถึงกับกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะรีบพยักหน้าฉีกยิ้มกว้าง
“ใช่ค่ะ ฉันทำงานได้ทุกอย่างค่ะ” เธอรีบตอบรับ นี่เป็นนิมิตรหมายอันดี แสดงว่าเขาสนใจที่จะรับเธอเข้าทำงาน
“ถ้าทำงานได้ทุกอย่าง งั้นผมรับคุณเข้าทำงาน”
“คะ!” เธอหลุดอุทานออกมาทำสีหน้าตกใจไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเขา ท่าทีดีใจของเจ้าหล่อนทำให้เขารับไหว้แทบไม่ทัน
ยายเด็กนี่ก็มีมารยาทเหมือนกันนะ นิรันดร์คิดในใจ
“เอาละ ที่ผมรับคุณเข้ามาเป็นเลขาเพราะคุณทำงานทุกอย่างได้จริงๆ นะ”
“ฉันทำงานได้ทุกอย่างหรือคุณไม่เชื่อ” เธอเชิดหน้าขึ้น ไม่ชอบให้ใครมาสบประมาท
“ก็ต้องทดสอบกันก่อน” เขาตรงเข้าหากอดรัดเธอแนบอก ก่อนจะบดจูบริมฝีปากอวบอิ่มนั้น
“อือ... อะไรของคุณ ปล่อยนะ” เธอดิ้นหนี ส่ายหน้าไปมามองเขาอย่างเอาเรื่อง
“บอกให้ปล่อยยังไงล่ะ”
“ไหนบอกว่าทำได้ทุกอย่างยังไงล่ะ”
“ฉันมาทำงานไม่ได้มาขายตัว ถ้าคุณไม่ได้อยากรับฉันเข้าทำงานจริงๆ แค่อยากจะรังแกหรือแกล้งก็ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
น้ำตาที่รื้นขึ้นมาจากหน่วยตาทำให้เขาอึ้งไป นิรันดร์ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกว่าตัวเองนิสัยไม่ดีเอามากๆ และใจของเขาก็ไม่ได้คิดจะรับเธอเข้าทำงานแต่แรก เลยทำให้รู้สึกผิดวูบขึ้นมาในอก
เขาร้องเสียงหลงเมื่อโดนเข่าของเธอกระแทกเข้าเต็มๆ หว่างขา ในขณะที่เขากำลังเผลอ
“นี่คุณทำอะไรของคุณ”
“ถึงฉันจะไม่มีกิน ฉันก็ไม่เคยคิดที่จะขายตัว” เสียงประโยคหลังเธอแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่เธอจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้คนอย่างเขาแน่นอน เธอหันไปอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจ
“ฉันไม่ทำงานกับคนชีกอแบบคุณหรอก”
“ผมล้อคุณเล่น ก็คุณบอกว่าทำได้ทุกอย่าง” นิรันดร์รีบพูด เขามีความรู้สึกว่าเหมือนตัวเองต้องรับผิดชอบเธอที่เรียกเธอมาสัมภาษณ์ คราแรกคิดแค่จะแกล้งและไม่รับ แต่พออ่านประวัติของเธอ ทั้งเรียนเก่งได้เกียรตินิยม ทั้งเคยผ่านการทำงานมาก่อน ไม่มีประวัติด่างพร้อย เขาก็สนใจอยากรับเธอเข้ามาทำงานในทันที
“ทำได้ทุกอย่างคือทำงาน ไอ้บ้า!” เธออยากจะถอดรองเท้าตบหน้าเขานัก ชีกอเอ๊ย!
“งานเดี๋ยวนี้หายากนะคุณ” นิรันดร์เห็นหญิงสาวเอาจริง จะเดินหนีเขาจริงๆ เขาจึงรีบเรียกเธอเอาไว้ เพลินตาชะงัก ก่อนจะหันมายืดอกมองเขาอย่างไม่แคร์
“หายากแล้วไง ฉันไม่ทำงานกับคนแบบคุณแน่นอน ไอ้ชีกอเอ๊ย!” เธอย่นจมูกใส่เขาอีก ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีออกไปจากห้อง ทำเอานิรันดร์กะพริบตาปริบๆ ไม่คิดว่าเธอจะไปจริงๆ ก็เห็นเธอกระตือรือร้นอยากจะทำงานกับเขานี่นา
เอาจริงดิ๊! หนึ่ง สอง สาม ยังไงก็ต้องหันมาแน่ๆ
“ผมขอโทษก็ได้ ที่ทำแบบนั้นกับคุณไป” เธอเดินใกล้จะถึงประตู เขาก็พูดขึ้น คนที่ยิ้มในหน้า พยายามเดินให้ช้าที่สุดชะงัก ก่อนจะหันมาทำหน้าขรึม
“คุณว่ายังไงนะ”
“ผมขอโทษคุณไง”
“อ้อ... ฉันรับคำขอโทษของคุณก็ได้ เห็นว่าคุณยังไม่มีเลขา ฉันจะทำงานในตำแหน่งเลขาของคุณก็ได้” เธอเดินมาทรุดนั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงานของเขาเหมือนเดิม นิรันดร์หรี่ตามอง ก่อนจะพยักหน้ารับเธอเข้าทำงาน
“เซ็นสัญญานี่ด้วย” เขาเลื่อนกระดาษบางอย่างให้เธอ เพลินตาจึงนำมาอ่านรายละเอียดด้านใน
“สัญญาทาสชัดๆ” เธอถึงกับร้องออกมา เพราะข้อความในนั้นระบุว่าหากเธอทำงานไม่ครบสามเดือนจะถูกปรับถึงสิบเท่า
“จะไม่เซ็นก็ได้นะ เพราะผมก็คิดอยู่แล้วว่าเด็กอย่างคุณ คงเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ รับปากว่าทำได้ทุกอย่าง จะทำงานก็คงทำไม่ได้จริงๆ”
“ฉันเซ็น ฉันทำได้” ไม่รู้วิญญาณอะไรเข้าสิง เธอถึงได้จรดชื่อเซ็นลงไป เซ็นแล้วก็ยื่นให้เขาแบบมั่นอกมั่นใจ
“ดี” เขารับมาถือเอาไว้
“งานแรกคือไปประชุมกับผม” คนพูดดึงแขนของเธอให้เดินตาม เธอเดินตามไปจนขาขวิด นิรันดร์เห็นหญิงสาวปรับตัวกับการทำงานได้อย่างดีเยี่ยมก็ทำให้เขาถึงกับทึ่งในความสามารถของเธอไปเลยทีเดียว
“ทำงานเก่งนะ ไม่คิดว่าจะทำงานเก่งขนาดนี้” เขาเอยขึ้นหลังจากประชุมเสร็จ
“คะ? ท่านประธานชมฉันเหรอคะ” เธอเรียกเขาเหมือนที่พนักงานคนอื่นเรียก
“อะ แฮ่ม... ผมหิวข้าวแล้ว” เขาเผลอชมเธอก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ยายเด็กแสบนี่ทำกับเขาเอาไว้เยอะ เขาจะไปชมให้หล่อนได้ใจทำไม นิรันดร์เตือนสติตัวเอง
ภายใต้ชุดคุณยายดูเฉิ่มเชยของเธอ แต่รอยยิ้มของเธอกลับกระชากใจของเขายิ่งนัก
“หิวข้าวก็ไปกินข้าวสิคะ ท่านประธาน อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อเขาจับมือของเธอมากุมเอาไว้
“คุณต้องไปกินข้าวเป็นเพื่อนผม”
“มันไม่เกี่ยวกับงานสักหน่อยนี่คะ”
“เกี่ยวสิ เพราะว่าผมเป็นเจ้านายของคุณ คุณเป็นเลขาก็ต้องไปกินข้าวกับผม ไหนคุณบอกว่าทำได้ทุกอย่างยังไงล่ะ” เธอกลอกตาไปมาทำท่าจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ต้องรับปากเพราะว่าตัวเองก็หิวอยู่เหมือนกัน ก็ดีนะไปกินข้าวกับเขา เธอกำลังถังแตกมีคนจ่ายค่าอาหารให้เธอก็จะได้รอดไปอีกหนึ่งมื้อ
“ก็ได้ค่ะ” เธอรีบรับคำให้เขาพาเข้าไปในร้านอาหาร
“ทำไมเปลี่ยนใจเร็วจัง มีแผนการอะไรหรือเปล่า” คนเอ่ยถามมองอย่างไม่ไว้วางใจ
“ท่านประธานนี่ก็แปลก อยากให้มากินข้าวด้วย พอมากินข้าวด้วยกลับบอกว่ามีแผนการอะไรหรือเปล่า” เธอจ้องหน้าเขา เขาก็พาหน้าถอยหนี ทำเอาเธอหัวเราะร่วน
“หัวเราะอะไร”
“ท่านประธานกลัวฉันเหรอคะ”
“คุณมีชื่อเล่นว่าอะไร” นิรันดร์เอ่ยถามเสียงขรึม
“ชื่อเพลินค่ะ”
“ผมเชื่อคุณ หลังจากได้เจอเพลินอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าเขามีความสุข มีชีวิตชีวา มีรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้อยู่กับคุณ”“คุณรักษาตัวให้หายดีก่อน เดี๋ยวผมจะช่วยคุณเอง” ประโยคของนิรันดร์ทำให้การันต์ซาบซึ้งใจเป็นอันมาก และเขาก็รู้สึกผิดบาปละอายใจเป็นที่สุดนิรันดร์ได้ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นตำรวจจนได้รู้อะไรหลายอย่างเดี่ยวกับสองพ่อลูก ทำให้เขาต้องขอความช่วยเหลือจากการันต์อีกครั้ง และการันต์ก็มีหลักฐานเอาผิดสองพ่อลูกจริงๆ ตามที่เขาคาดเอาไว้ฤดีนาถและบิดาของหล่อน คงไม่รู้ว่าการันต์ได้รู้ความลับเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา ที่หน้าบิดาของฤดีนาถได้ทำการันต์นั้นเผอิญไปล่วงรู้เมื่อไม่นานมานี้ เขาคิดว่าอนาคตเขาอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเขาจึงเก็บหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ และลางสังหรณ์ของเขาก็ไม่ผิดเลยเพราะตอนนี้หลักฐานที่เขาได้เก็บเอาไว้ มันก็สามารถที่จะช่วยเขาได้ ที่ดินที่เขามากว้านซื้อเพื่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยและอาหารสัตว์นั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นโรงงานผลิตยาเสพติดเพราะบิดาของฤดีนาทนั้นได้ทำธุรกิจผิดกฎหมายสีดำสนิทนั่นก็คือการปั๊มยาบ้าออกขายทางภาคเหนือและส่งขายไปยังภาคอื่นๆ ด้วย โดยมีเครือข่ายมากมายและนาทก็เป็นเจ้าพ่อใหญ
แบบนี้นี่เอง เพลินตาเพิ่งเข้าใจ การที่นิรันดร์ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเธอ เพราะเขาอยากจะแก้ปัญหาทุกอย่างก่อน และแฟนหนุ่มของรสสุคนธ์ก็ไม่เป็นที่ปรารถนาของญาติๆ ฝั่งหล่อน จึงเป็นปัญหาใหญ่ทำให้ทั้งสองยังถอนหมั้นกันไม่ได้“พี่รันมีคนรักแล้วแบบนี้ก็ดีนะคะ รสกับพี่พัน จะได้มีข้ออ้างว่าพี่รันมีคนรักอยู่แล้ว”“พี่เองก็อยากให้รสมีความสุข รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ก็เหมือนพี่น้องกัน” เขาไม่เคยคิดกับรสสุคนเกินกว่าพี่น้อง เขาและเธอรับรู้ความรู้สึกของกันและกันดี จึงไม่หึงหวงปิดกั้นหากอีกฝ่ายจะมีคนรักที่ดีเป็นที่พึงใจเขาเองก็ไม่เคยปิดกั้น จนเคยคบกับฤดีนารถอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลิกรากันไปเพราะเธอตีตัวออกห่าง ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้บังคับ ตามง้อหรือทำให้เธอรำคาญใจแต่อย่างใด สำหรับเขาแล้วความสุขของชีวิตคืออิสรเสรี อีกฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง ขอแค่บอกออกมาตรงๆ ว่าต้องการจากไปหรืออยากหาคนใหม่ที่ดีกว่า ไม่ใช่แอบคบกันลับหลังหรือนอกกายนอกใจกันทั้งๆ ที่ยังคบกันอยู่นิรันดร์พาเพลินตากลับมาส่งที่พัก เธอนั่งเงียบครุ่นคิดไปตลอดเส้นทาง แววตาท่าทางของรสสุคนธ์ทำให้เธออยากช่วยเหลือให้อีกฝ่ายได้สมหวัง
“ไม่หรอกค่ะ เพราะว่าเรากำลังมีปัญหาทะเลาะกันอยู่น่ะค่ะ เขาเห็นหน้าฉันน่าจะป่วยหนักกว่าเดิมเสียอีก” ฤดีนารถพูดติดตลก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ฟังทั้งสองขำได้เลยฤดีนารถตามสองหนุ่มสาวไปดื่มกาแฟ ในขณะที่เพลินตาดื่มเพียงแค่น้ำเย็นๆ เท่านั้น“พี่รันน่ะกินกาแฟรสชาติเดียวกับฤดีเลยนะคะ” ฤดีนารถชวนคุย แต่นิรันดร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ยกกาแฟขึ้นดื่มด้วยสีหน้าเรียบสนิท“ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” นิรันดร์เอ่ยขอตัวเมื่อโทรศัพท์มือถือของเขามีสายเข้า“ตามสบายค่ะ” ฤดีนารถพูดขึ้นแล้วยิ้มหวาน“เธอคงยังไม่รู้ว่าพี่รันกับฉันเคยคบกันมาก่อน”นิรันดร์เดินไปคุยโทรศัพท์อีกมุมหนึ่งของร้านซึ่งเป็นสวนเล็กๆ บรรยากาศดี ฤดีนารถก็เปิดฉากขึ้นมาในทันที“รู้ค่ะ” เธอยิ้มให้ฤดีนารถ มุขเก่าๆ ที่อยากทำให้คนอื่นมีปัญกันแบบนี้เธอรู้ทัน ประโยคของเพลินตาทำให้ฤดีนารถถึงกับชะงัก“รู้ด้วยว่าคุณโทร. หาเจ้านายของฉัน ให้ไปหาเพราะว่ารถเสียระหว่างทาง โอ๊ย! กลัวมาก กลัวที่สุด ตรงนี้เปลี่ยว แล้วคุณนิรันดร์ก็โทร. ให้พี่กานต์กับตำรวจไปดูคุณ ปรากฏว่ารถคุณไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย” ประโยคนั้นของคนตรงหน้าทำให้ฤดีนารถหน้าชาไปทั้งแถม เธอไม่เค
“เป็นห่วงคนอื่นได้ แต่เกิดเหตุแบบนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยเข้าใจไหม”“รู้แล้วค่ะ เราควรโทร. ไปหาว่าที่เจ้าสาวของพี่กานต์ไหมคะ เขาจะได้มาดูแลกัน” เธอยอมรับว่าตกใจ แต่ไม่ได้เป็นห่วงการันต์มากกว่าความรู้สึกนิรันดร์ คนเราเจ็บแล้วต้องจำ แต่ในฐานะพลเมืองดี ที่สำคัญก็คือเหตุการณ์เกิดขึ้นแถวนี้ เธอกับนิรันดร์ต้องเดินทางตรงถนนเส้นนั้นบ่อยๆ ยังไงก็ต้องจับตัวคนร้ายให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ปลอดภัย“ก็ดีนะ”“เพลินไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณฤดีนารถหรอกค่ะ”“ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของเขา”“ทำไมถึงมีคะ”“เขาเป็นลูกค้า” คนพูดจับปลายคางของเธอโยกไปมาเบาๆ เพื่อจะบอกว่าที่เขามีเบอร์โทรศัพท์ของฤดีนารถเพราะเขาเป็นลูกค้า ไม่ได้มีอย่างอื่นแอบแฝง ทำให้เธอถึงกับยิ้มออก ก่อนจะเอ่ยขอโทษเขาทางสายตาที่ระแวงและไม่เชื่อใจเขา ทั้งๆ ที่เขาแสดงให้เธอได้เห็นแล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนสำคัญกับเขาไปมากกว่าเธออีกแล้วนิรันดร์กดโทรศัพท์หาฤดีนารถ ปลายสายรับสายอย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของใคร คิดว่านิรันดร์อาจจะเห็นความดีของเธอ เลยโทร. มางอนง้อที่ทำเย็นชากับเธอก่อนหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัน แหม... โทร. มีอะไรหรือเปล่าคะ” คนที่มีควา
“ผมเป็นคนรักเดียวใจเดียว อดีตก็คืออดีต มองแค่ปัจจุบันและอนาคต” ประโยคของเขากินใจจนเธอแทบน้ำตาไหล เธอเคยเสียใจมาก่อน ถ้าจะต้องเสียใจอีกคงทำใจไม่ได้ หญิงสาวค่อยๆ พิงศีรษะไปกับไหล่กว้างของเขาเบาๆ มองทัศนียภาพด้านนอกอย่างผ่อนคลาย มือแกร่งของเขากุมไหล่บอบบางของเธอเอาไว้ ทำให้เธอหลับตาพริ้มรู้สึกมั่นคงปลอดภัยเสมอที่ได้อยู่กับนิรันดร์คนที่เคยทำให้เพลินตาเจ็บปวด กำลังเบื่อหน่ายกับชีวิตตัวเองเต็มที ไม่คิดมาก่อนเลยว่าแผนการทำลายนิรันดร์จะพังไม่เป็นท่า เขาไม่คิดว่าจะมีคนรักและหวังดีกับนิรันดร์ขนาดนี้ ซึ่งในชีวิตของเขาที่ผ่านมาไม่เคยมีเลย นอกจากเพลินตาเพียงคนเดียวเท่านั้นเขาหลงไปกับความร่ำรวยของผู้หญิงอีกคน จนทิ้งผู้หญิงอีกคน ความผูกพันหลายปีที่มีให้กัน ทำให้เขาระลึกนึกถึงเพลินตาอยู่เสมอในช่วงหลัง เพราะการได้แฟนรวยนั้นไม่ได้ดีอย่างที่ตัวเองคิด เขาจะต้องอวดรวย เสียสละทุกอย่าง ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเพื่อให้ฐานะทัดเทียมกับผู้หญิงที่อยากได้ มันน่าสมเพชเวทนาสิ้นดีเขาคิดว่าการมีแฟนรวยจะได้รวยและสบายตามไปด้วย ผู้หญิงที่หน้ามืดตามัวรักเขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อเขา เปย์เพื่อเขาเหมือนผู้หญิงรวยไร้สมองทั่วไป
“พี่กานต์นี่เลวได้ใจจริงๆ แต่เขาไปเอาเงินมาจากไหน อ้อ... คงจะเป็นว่าที่เจ้าสาวของเขากระมัง” แต่เธอไม่เข้าใจว่าเขาอยากทำแบบนั้นไปทำไมกันและยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น คนที่โทร. เข้ามาคือฤดีนารถเพลินตานั่งตัวเกร็ง ไม่ได้ตั้งใจจะฟังหรอก แต่ก็หูผึ่งในทันทีที่ได้ยินว่าใครโทร. เข้ามาและอยากรู้ว่าหล่อนคุยอะไรกับเจ้านายของเธอดูเหมือนว่านิรันดร์จะรู้ใจเธอ เขาไม่มีอะไรปิดบังเธออยู่แล้ว เขาเปิดลำโพงให้เธอได้ฟังประโยคสนทนานั้นด้วยเธอจับใจความได้ว่าปลายสายรถยางรั่วหรือมีปัญหาอะไรสักอย่าง เลยเรียกให้เจ้านายของเธอไปช่วยดูให้หน่อย แต่ประโยคคำตอบของนิรันดร์ก็ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมา เขาปฏิเสธได้อย่างนุ่มนวลด้วยเหตุผลที่น่าฟังนิรันดร์บอกว่าจะแจ้งการันต์และตำรวจให้ เขาไม่สามารถออกไปหาฤดีนารถได้ในตอนนี้เพราะติดงานอยู่เขาไม่ได้เห็นความสำคัญของผู้หญิงที่เคยทำให้เธอเสียใจ และในอดีตฤดีนารถก็เคยทำให้นิรันดร์เสียใจเช่นกัน หล่อนเคยทิ้งเขาไป แต่เธอก็ยังแอบคิดว่าฤดีนารถเป็นผู้หญิง รถเสียแบบนั้น แถมยังเป็นที่เปลี่ยวเสียด้วย อาจจะเกิดอันตรายขึ้นก็ได้ นิรันดร์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนั้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว เพลินมาทำงานกับมัน แต่งตัวซะสวย มันคงทุ่มเต็มที่เลยสินะ”“ทุ่มเรื่องอะไรคะ”“ก็ทำให้เพลินสวยขนาดนี้ไง ระวังให้ดีนะ มันอาจจะพาเพลินไปหาลูกค้าให้มัน”เพี้ยะ!!!ฝ่ามือของเธอฟาดลงบนซีกแก้มของการันต์เต็มๆ เธอรังเกียจประโยคของเขาเป็นที่สุดทำไมเมื่อก่อนเธอไมเคยเห็นว่าเขาน่ารังเกียจขนาดนี
เธอโดนเขาแกล้งแหย่กลับ!!!อาหารหอมกรุ่นถูกนำมาเสิร์ฟให้คนทั้งสอง เธอรู้สึกหิวเหลือเกิน แต่ที่บ้านสอนมาดีจึงค่อยๆ ตักกินอย่างเรียบร้อย“หิวก็กินเยอะๆ นะ” เขาตักอาหารให้เธอ“ท่านประธานรู้ได้ยังไงคะว่าเพลินหิว”“ก็คุณทำเหมือนจะกินผม เอ๊ย! กินช้างเข้าไปทั้งตัวแบบนั้น” ได้ฟังประโยคของเขาก็ถึงกับต้องย่นจ
“คุณเพลิน ต่อไปผมขอสั่งให้คุณเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น”“โหย... นี่เป็นการบังคับกันเลยนะคะ” เธอพูดขึ้นก่อนจะตาโตใส่เขา“คุณต้องทำงานกับผมอีกนาน เราก็ควรที่จะสนิทกันเอาไว้ ไม่ใช่เหรอ” ท้ายประโยคเขาเอ่ยถามเธอเธอฟังแล้วคิดตามเขา เธอเองก็ต้องทำงานอยู่กับเขาอีกนาน จนกว่าจะหางานใหม่ได้ ซึ่งงานใหม่หายาก
“นี่คุณ แครอทหัวนี้ฉันหยิบก่อน” เพลินตาหันไปถลึงตาเข้าใส่ชายหนุ่มแปลกหน้านิรันดร์ยอมปล่อยแต่โดยดีเพราะเขาไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิง แต่พอหันไปหยิบหัวผักกาด เธอก็หยิบหัวเดียวกับเขาอีก“สงสัยว่าคุณจะใจตรงกับผมแล้วล่ะ”“เอ๊ะ! คุณ ฉันไม่อยากไปใจตรงกับคุณหรอก” เธอสะบัดมือพยายามดึงหัวผักกาดออกมา แต่เขาก







