LOGINเขาคือท่านประธานนิรันดร์ ท่านประธานที่อยู่ห้องพักข้างๆ แถมยังชอบเรียกเธอให้ไปหาตอนดึกๆ ดื่นๆ
View More“ผมเชื่อคุณ หลังจากได้เจอเพลินอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าเขามีความสุข มีชีวิตชีวา มีรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้อยู่กับคุณ”“คุณรักษาตัวให้หายดีก่อน เดี๋ยวผมจะช่วยคุณเอง” ประโยคของนิรันดร์ทำให้การันต์ซาบซึ้งใจเป็นอันมาก และเขาก็รู้สึกผิดบาปละอายใจเป็นที่สุดนิรันดร์ได้ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นตำรวจจนได้รู้อะไรหลายอย่างเดี่ยวกับสองพ่อลูก ทำให้เขาต้องขอความช่วยเหลือจากการันต์อีกครั้ง และการันต์ก็มีหลักฐานเอาผิดสองพ่อลูกจริงๆ ตามที่เขาคาดเอาไว้ฤดีนาถและบิดาของหล่อน คงไม่รู้ว่าการันต์ได้รู้ความลับเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา ที่หน้าบิดาของฤดีนาถได้ทำการันต์นั้นเผอิญไปล่วงรู้เมื่อไม่นานมานี้ เขาคิดว่าอนาคตเขาอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเขาจึงเก็บหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ และลางสังหรณ์ของเขาก็ไม่ผิดเลยเพราะตอนนี้หลักฐานที่เขาได้เก็บเอาไว้ มันก็สามารถที่จะช่วยเขาได้ ที่ดินที่เขามากว้านซื้อเพื่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยและอาหารสัตว์นั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นโรงงานผลิตยาเสพติดเพราะบิดาของฤดีนาทนั้นได้ทำธุรกิจผิดกฎหมายสีดำสนิทนั่นก็คือการปั๊มยาบ้าออกขายทางภาคเหนือและส่งขายไปยังภาคอื่นๆ ด้วย โดยมีเครือข่ายมากมายและนาทก็เป็นเจ้าพ่อใหญ
แบบนี้นี่เอง เพลินตาเพิ่งเข้าใจ การที่นิรันดร์ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเธอ เพราะเขาอยากจะแก้ปัญหาทุกอย่างก่อน และแฟนหนุ่มของรสสุคนธ์ก็ไม่เป็นที่ปรารถนาของญาติๆ ฝั่งหล่อน จึงเป็นปัญหาใหญ่ทำให้ทั้งสองยังถอนหมั้นกันไม่ได้“พี่รันมีคนรักแล้วแบบนี้ก็ดีนะคะ รสกับพี่พัน จะได้มีข้ออ้างว่าพี่รันมีคนรักอยู่แล้ว”“พี่เองก็อยากให้รสมีความสุข รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ก็เหมือนพี่น้องกัน” เขาไม่เคยคิดกับรสสุคนเกินกว่าพี่น้อง เขาและเธอรับรู้ความรู้สึกของกันและกันดี จึงไม่หึงหวงปิดกั้นหากอีกฝ่ายจะมีคนรักที่ดีเป็นที่พึงใจเขาเองก็ไม่เคยปิดกั้น จนเคยคบกับฤดีนารถอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลิกรากันไปเพราะเธอตีตัวออกห่าง ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้บังคับ ตามง้อหรือทำให้เธอรำคาญใจแต่อย่างใด สำหรับเขาแล้วความสุขของชีวิตคืออิสรเสรี อีกฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง ขอแค่บอกออกมาตรงๆ ว่าต้องการจากไปหรืออยากหาคนใหม่ที่ดีกว่า ไม่ใช่แอบคบกันลับหลังหรือนอกกายนอกใจกันทั้งๆ ที่ยังคบกันอยู่นิรันดร์พาเพลินตากลับมาส่งที่พัก เธอนั่งเงียบครุ่นคิดไปตลอดเส้นทาง แววตาท่าทางของรสสุคนธ์ทำให้เธออยากช่วยเหลือให้อีกฝ่ายได้สมหวัง
“ไม่หรอกค่ะ เพราะว่าเรากำลังมีปัญหาทะเลาะกันอยู่น่ะค่ะ เขาเห็นหน้าฉันน่าจะป่วยหนักกว่าเดิมเสียอีก” ฤดีนารถพูดติดตลก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ฟังทั้งสองขำได้เลยฤดีนารถตามสองหนุ่มสาวไปดื่มกาแฟ ในขณะที่เพลินตาดื่มเพียงแค่น้ำเย็นๆ เท่านั้น“พี่รันน่ะกินกาแฟรสชาติเดียวกับฤดีเลยนะคะ” ฤดีนารถชวนคุย แต่นิรันดร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ยกกาแฟขึ้นดื่มด้วยสีหน้าเรียบสนิท“ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” นิรันดร์เอ่ยขอตัวเมื่อโทรศัพท์มือถือของเขามีสายเข้า“ตามสบายค่ะ” ฤดีนารถพูดขึ้นแล้วยิ้มหวาน“เธอคงยังไม่รู้ว่าพี่รันกับฉันเคยคบกันมาก่อน”นิรันดร์เดินไปคุยโทรศัพท์อีกมุมหนึ่งของร้านซึ่งเป็นสวนเล็กๆ บรรยากาศดี ฤดีนารถก็เปิดฉากขึ้นมาในทันที“รู้ค่ะ” เธอยิ้มให้ฤดีนารถ มุขเก่าๆ ที่อยากทำให้คนอื่นมีปัญกันแบบนี้เธอรู้ทัน ประโยคของเพลินตาทำให้ฤดีนารถถึงกับชะงัก“รู้ด้วยว่าคุณโทร. หาเจ้านายของฉัน ให้ไปหาเพราะว่ารถเสียระหว่างทาง โอ๊ย! กลัวมาก กลัวที่สุด ตรงนี้เปลี่ยว แล้วคุณนิรันดร์ก็โทร. ให้พี่กานต์กับตำรวจไปดูคุณ ปรากฏว่ารถคุณไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย” ประโยคนั้นของคนตรงหน้าทำให้ฤดีนารถหน้าชาไปทั้งแถม เธอไม่เค
“เป็นห่วงคนอื่นได้ แต่เกิดเหตุแบบนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยเข้าใจไหม”“รู้แล้วค่ะ เราควรโทร. ไปหาว่าที่เจ้าสาวของพี่กานต์ไหมคะ เขาจะได้มาดูแลกัน” เธอยอมรับว่าตกใจ แต่ไม่ได้เป็นห่วงการันต์มากกว่าความรู้สึกนิรันดร์ คนเราเจ็บแล้วต้องจำ แต่ในฐานะพลเมืองดี ที่สำคัญก็คือเหตุการณ์เกิดขึ้นแถวนี้ เธอกับนิรันดร์ต้องเดินทางตรงถนนเส้นนั้นบ่อยๆ ยังไงก็ต้องจับตัวคนร้ายให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ปลอดภัย“ก็ดีนะ”“เพลินไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณฤดีนารถหรอกค่ะ”“ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของเขา”“ทำไมถึงมีคะ”“เขาเป็นลูกค้า” คนพูดจับปลายคางของเธอโยกไปมาเบาๆ เพื่อจะบอกว่าที่เขามีเบอร์โทรศัพท์ของฤดีนารถเพราะเขาเป็นลูกค้า ไม่ได้มีอย่างอื่นแอบแฝง ทำให้เธอถึงกับยิ้มออก ก่อนจะเอ่ยขอโทษเขาทางสายตาที่ระแวงและไม่เชื่อใจเขา ทั้งๆ ที่เขาแสดงให้เธอได้เห็นแล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนสำคัญกับเขาไปมากกว่าเธออีกแล้วนิรันดร์กดโทรศัพท์หาฤดีนารถ ปลายสายรับสายอย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของใคร คิดว่านิรันดร์อาจจะเห็นความดีของเธอ เลยโทร. มางอนง้อที่ทำเย็นชากับเธอก่อนหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัน แหม... โทร. มีอะไรหรือเปล่าคะ” คนที่มีควา
เธอโดนเขาแกล้งแหย่กลับ!!!อาหารหอมกรุ่นถูกนำมาเสิร์ฟให้คนทั้งสอง เธอรู้สึกหิวเหลือเกิน แต่ที่บ้านสอนมาดีจึงค่อยๆ ตักกินอย่างเรียบร้อย“หิวก็กินเยอะๆ นะ” เขาตักอาหารให้เธอ“ท่านประธานรู้ได้ยังไงคะว่าเพลินหิว”“ก็คุณทำเหมือนจะกินผม เอ๊ย! กินช้างเข้าไปทั้งตัวแบบนั้น” ได้ฟังประโยคของเขาก็ถึงกับต้องย่นจ
“คุณเพลิน ต่อไปผมขอสั่งให้คุณเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น”“โหย... นี่เป็นการบังคับกันเลยนะคะ” เธอพูดขึ้นก่อนจะตาโตใส่เขา“คุณต้องทำงานกับผมอีกนาน เราก็ควรที่จะสนิทกันเอาไว้ ไม่ใช่เหรอ” ท้ายประโยคเขาเอ่ยถามเธอเธอฟังแล้วคิดตามเขา เธอเองก็ต้องทำงานอยู่กับเขาอีกนาน จนกว่าจะหางานใหม่ได้ ซึ่งงานใหม่หายาก
เธอยังได้ยินเสียงขำของคนในห้อง อย่าบอกนะว่า... ว่าที่เจ้านายคนใหม่ของเธอหัวเราะเยาะเธอเขาเป็นผู้ชายประเภทไหนกันนะ ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องมาของานเขาทำ เธอจะตั้นหน้าเขาให้ดั้งหักเลย“ซุ่มซ่ามไม่มีใครเกิน” เสียงคุ้นๆ นั้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง เพลินตาถึงกับตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นว่าใครที่มายืนอยู่ตร
“นี่คุณ แครอทหัวนี้ฉันหยิบก่อน” เพลินตาหันไปถลึงตาเข้าใส่ชายหนุ่มแปลกหน้านิรันดร์ยอมปล่อยแต่โดยดีเพราะเขาไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิง แต่พอหันไปหยิบหัวผักกาด เธอก็หยิบหัวเดียวกับเขาอีก“สงสัยว่าคุณจะใจตรงกับผมแล้วล่ะ”“เอ๊ะ! คุณ ฉันไม่อยากไปใจตรงกับคุณหรอก” เธอสะบัดมือพยายามดึงหัวผักกาดออกมา แต่เขาก





