LOGIN
บท 1
‘พ่อคะ วันนี้สนุกมาก ๆ เลย ไปอีกหลาย ๆ ครั้งเลยได้ไหมคะ’ เสียงเด็กหญิงเจื้อยแจ้ว ร้องขออยากมาเที่ยวอีกครั้ง ‘ได้สิ พ่อจะพามาเที่ยวอีกแน่นอน’ คนเป็นพ่อหันมายิ้มให้กับลูกสาวขณะที่กำลังขับรถอยู่ ‘ขับรถก็มองข้างหน้าสิคะ หันมาเล่นกับลูกอยู่ได้’ เสียงคนเป็นแม่ที่นั่งอยู่ด้านหน้า ดุพ่อที่ขับรถไม่มองทาง เพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ ‘เข้าใจแล้วครับ!!’ พ่อตะโกนดังลั่นรถ และตั้งใจขับรถไม่ว่อกแว่ก แต่การกระทำของเขากลับเรียกเสียงหัวเราะของเด็กสาวที่กำลังมองอยู่ ‘ฮ่า ๆ ๆ ๆ พ่อกลัวแม่จนขึ้นสมองแล้วอะ’ เด็กสาวเอาแต่ล้อเลียนพ่อเธออยู่อย่างนั้นในขณะที่กำลังจอดรอไฟแดง ‘ไฟเขียวแล้วค่ะคุณ’ แม่ได้เตือนพ่อที่กำลังหันมาคุยเล่นกับลูกสาว ตอนนี้เวลาก็ดึกมากแล้ว เลยไม่ค่อยมีรถขับไปมาสักเท่าไหร่กว่าพ่อจะขับออกไป ไฟก็เขียวได้ประมาณห้าวินาทีแล้ว ‘โดนบ่นอีกแล้ว ฮ่า ๆ ๆ’ พูดเสร็จคนเป็นพ่อก็ขับรถออกไปทันที บนรถเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทั้งสามคนพึ่งจะไปเที่ยวกันมาและกำลังจะตรงกลับบ้าน แต่ทว่า...... โครม!!!!! ในขณะที่กำลังขับผ่านสี่แยกไฟแดง ก็ได้มีรถหกล้อขับฝ่าไฟแดงและพุ่งชนเข้ามาที่ด้านข้างคนขับอย่างจัง ด้วยความเร็วที่ขับมา บวกกับแรงชนที่เข้าปะทะอย่างกะทันหัน ทำให้รถพลิกคว่ำไปหลายตลบ จนไปหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของถนน สถานที่แถบชนบท สี่แยกที่ไร้ผู้คนสัญจรไปมา ไร้วี่แววของผู้คนให้ร้องเรียกเพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนรถคันที่ชนกลับขับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่แม้แต่จะช่วยพวกเราสามคน พ่อ แม่ ลูก ‘แม่! พ่อ!’ เสียงเอื่อย ๆ ของหญิงสาวที่เมื่อครู่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยมึนงงและตกใจกับเหตุการณ์ที่พึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่ ‘กีวี่ แม่ไม่เป็นไร ลูกรีบออกไปจากรถเร็ว’ คนเป็นแม่กลอกตามองไปทางสามีที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก็พอจะเดาออกว่าสามีเธอคนนี้ได้จากโลกนี้ไปแล้ว เพราะบาดแผลที่ตัวบ่งบอกทุกอย่าง ส่วนเธอนั้นกลับขยับร่างกายไม่ได้เลยสักนิด ราวกับกระดูกทุกส่วนในร่างกายได้แหลกสลายไปหมดแล้ว และตอนนี้เธอก็ได้กลิ่นน้ำมันเบนซินคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ คาดว่าน่าจะรั่วมาจากถังน้ำมันเพราะแรงกระแทก ‘แม่ละคะ ฮือ ๆ’ เด็กสาวร้องไห้ออกมาเพราะความหวาดกลัว ‘เดี๋ยวแม่ออกไป ลูกออกไปก่อนนะคะ เชื่อแม่นะกีวี่ เด็กดี’ คนเป็นแม่พูดไปอย่างนั้นเพื่อปลอบใจลูกสาวที่กำลังขวัญหนีดีฝ่อ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่าตัวเองไปไหนไม่ได้แล้ว ‘ว้ายย!!! หนูออกมาก่อนค่ะ เดี๋ยวป้าช่วย’ มีเสียงจากคนนอก ที่ขับรถผ่านมาแล้วเห็นมีรถพลิกคว่ำอยู่ จึงลงมาช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้ ‘ช่วยแม่หนูด้วยค่ะ ฮือ ๆ ๆ’ เด็กสาวค่อยๆ คลานออกมาจากรถ ด้วยอาการสั่นเพราะยังตกใจไม่หาย พลเมืองดีที่เข้ามาช่วยเหลือหันไปมองหาแม่ตามที่เด็กสาวบอก เห็นเธอนั่งไม่ไหวติงอยู่ด้านหน้า ยังมีสติอยู่แต่แค่ขยับไม่ได้ ‘ช่วยพาลูกสาวฉันออกไปจากตรงนี้ทีค่ะ น้ำมันไหลออกมาเยอะแล้ว ฮึก!’ หญิงสาวพยายามสะกดกั้นอารมณ์ไว้ เพื่อไม่ให้ลูกเธอตื่นตระหนก เธอได้แต่ส่ายหน้าไปทางพลเมืองดี เป็นเชิงว่าเธอออกไปไม่ได้แล้ว โปรดช่วยลูกเธอด้วย ‘ฉันจะกลับมาช่วยค่ะ รอก่อนนะคะ หนูไปกับป้าก่อนนะคะ’ หญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถ ยิ้มตอบเป็นการขอบคุณ ‘แม่! ออกมาให้ได้นะ ฮือ ๆ’ คุณป้ารีบพาเด็กสาวออกจากบริเวณรถให้ไกลมากที่สุด ‘ฮัลโหลค่ะ มีเหตุรถพลิกคว่ำค่ะ มาเร็ว ๆ หน่อยได้ไหมคะ ติดอยู่ในรถสองคนค่ะ......’ ตู้ม!!!! ‘กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!’ เฮือก!!!! “ฝันถึงเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ มันเป็นความทรงจำเรารึเปล่านะ” หญิงสาวตื่นจากห่วงแห่งความฝัน เธอฝันแบบนี้มาหลายครั้ง จนเริ่มสงสัยว่ามันเป็นเรื่องราวของใครกันแน่ “ช่างเถอะ ไปเช็กยอดวิวดีกว่า” เธอละความสนใจจากความฝันนั่นและลุกขึ้นไปเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเข้าไปเช็กอะไรสักอย่าง ‘ไม่ฟินเลย’ ‘แต่งอะไรเนี่ย ไม่เคยมีเซ็กส์เหรอ’ ‘แต่งไม่ได้เรื่อง’ ‘เริ่มแรก ๆ ก็ดีนะ แต่ทำไมตอนสอดใส่มันแย่แบบนี้ละ ผิดหวังจัง’ “เฮ้อออ” เธอทิ้งตัวลงนอนไปบนเตียงนุ่ม ๆ ‘กี่วี่’ หญิงสาว อายุ 27 ปี อาชีพตอนนี้คือ นักเขียน พล็อตเรื่องหลักของเธอ คือแนวแฟนตาซีต่างดาว แต่ตอนนี้ตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว ผู้คนเริ่มหันมาสนใจแนวโรแมนติก มีฉากNCเน้น ๆ ฟิน ๆ แต่เธอทำไม่ได้ นี่ก็เป็นเรื่องแรกของเธอในแนวโรแมนติก สรุปก็คือ มันไม่ได้เรื่อง “ฉันกำลังจะอดตายย อ้ากกกกก” เธอได้แต่กระวนกระวายอยู่บนเตียง เพราะก็ไม่รู้ว่าจะแต่งยังไงให้มันดีขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยมีเซ็กส์หรอกนะ เคยเกือบจะมี แต่ก็แค่เคยเกือบนั่นแหละ หลังจากที่ฉันออกมาอยู่คนเดียวที่อพาทเมนท์ ฉันเคยมีแฟนตอนอยู่มหาลัยปี3 วันนั้นเราไปเจอกันที่ห้องของเขาและกำลังจะอึ้บ ๆ กันแล้ว เล้าโลมกันเรียบร้อย กำลังจะเข้าไปอยู่แล้ว แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตู ดังขึ้นมาขัดจังหวะ เสียงผู้หญิงโวยวายขึ้น ฉันเลยสงสัยและลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าไปเปิดประตู เธอโวยวายว่าเธอเป็นแฟนของไอ้หมอนั่น สรุปเลยก็คือมันคบซ้อน ฉันก็เลยบอกเลิกเขาวันนั้นและไม่ติดต่อกลับไปอีกเลย บล็อคเบอร์บล็อคไลน์ บล็อคทุกอย่าง ถึงจะเจอกันที่มหา'ลัย ฉันก็เดินเมินไปเลย ไม่สนใจเขาอีก จากนั้นฉันก็ไม่กล้ามีแฟนอีกเลย หลังจากเรียนจบ ฉันก็เอาแต่นั่งแต่งนิยายอยู่ในห้อง ช่วงแรก ๆ แนวของเธอขายดีมากๆ รายได้หลักหมื่นอัพ แต่ปัจจุบันเหลือเดือนละพันอัพเท่านั้น และนี่คือเหตุผลที่เธอจะต้องเปลี่ยนแนวเขียน เพราะเธอกำลังจะอดตายยยตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ
บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห
บท 66“มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย“แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต“กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย“งั้นเหรอ.......”“คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อนเธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ“บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง“หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....”“อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้“แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและคว้าไม้กวา
บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้
บท 64“ป้าว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว หนูเป็นอะไรกับมาร์คเหรอจ๊ะ มีเบอร์ป้าได้ยังไง?” คุณป้าเอ่ยถามในขณะที่ตอนนี้พี่มาร์คได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องพิเศษแล้ว แต่ฉันว่าจะรอเขาฟื้นก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยกลับ“หนูเป็นรุ่นน้องที่มหา’ ลัยน่ะค่ะ” ฉันตอบออกไปตามความจริง“แล้วนั่น ประธานบริษัทเอสวีใช่ไหมจ๊ะ ป้าเคยเห็นในทีวีบ่อย ๆ แล้วทั้งสองคน..........” คุณมองฉันและเซอร์เวย์สลับกันไปมา เพราะเห็นทั้งสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แทบจะไม่ห่าง กันเลย“ใช่ครับ ผมเป็นประธานบริษัทเอสวีและก็เป็นแฟนของกีวี่ด้วยครับ” เซอร์เวย์แนะนำตัวเองด้วยมาดของประธานบริษัท แต่ร่างกายกลับมอมแมมเต็มไปด้วยคราบเลอะเทอะมากมาย เพราะยังไม่ได้กลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย“อ๋อจ่ะ ป้าขอบคุณพวกคุณสองคนมาก ๆ เลยนะ ที่อุตส่าห์อยู่เฝ้าลูกมาร์คของฉันตั้งนานสองนาน เอาเป็นว่าพวกคุณกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ป้ามีเบอร์ของหนูแล้ว ถ้ามาร์คฟื้นเมื่อไหร่ ป้าจะโทรไปบอกเองไม่ต้องห่วง” คุณป้าเห็นว่าเราสองคนอยู่เฝ้ากันมาตั้งนานแล้ว คงจะเหนื่อยและเพลียมาก จึงอยากให้กลับไปพักผ่อนเสีย ถ้าเกิดล้มหมอนนอนเสื่อเพิ่มมาอีกคงแย่แน่ ๆ“เอ่อ........
บท 63 “ขอทางด้วยค่ะ!!!” บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่มีมาร์คนอนอยู่บนนั้น เข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว จนฉันแทบจะวิ่งตามไม่ทัน “ญาติรอด้านนอกนะคะ” พยาบาลรีบหยุดฉันไว้และปิดประตูห้องห้ามคนนอกเข้าทันที ตอนนี้ฉันไม่มีสติจะสนใจอะไรแล้วทั้งนั้น ในหัวว่างเปล่า ไม่รู้จะสั่งให้ตัวเองทำอะไร ยืนอยู่ตรงไหนหรือต้องโทรแจ้งใคร “ฉัน.....ฉันจะทำยังไงดี เซอร์เวย์ ฮือ ๆ ถ้าพี่มาร์คเขา......เขาช่วยฉันไว้ ฮึก.....ฮืออออออ” ฉันปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายคนรอบข้าง ฉันซบหน้าลงไปที่อกของเซอร์เวย์แล้วระเบิดน้ำตาออกมาอย่างไม่ขาดสาย เขาก็กอดปลอบฉันอย่างอ่อนโยนและพยายามทำให้ฉันใจเย็นลงกว่านี้ “ถึงมือหมอแล้ว เธอตั้งสติก่อนนะ แล้วเธอเจ็บตรงไหนรึเปล่า ให้หมอไปเช็กหน่อยเถอะ” “อยู่รอดูเขาสักแป๊บนะคะ เดี๋ยวฉันไป แต่นั่งรอกับฉันตรงนี้ก่อนเถอะ......นะ” ฉันดึงเซอร์เวย์ให้มานั่งรอด้วยกันที่เก้าอี้หน้าประตูห้องฉุกเฉิน เขาก็ตามมานั่งตามที่ฉันขอร้องโดยไม่เซ้าซี้ คอยนั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน มันทำให้ฉันใจเย็นขึ้นมากเลยละ ฉันนั่งรออยู่น่าห้องแบบนั้น จ้องมองไปที่ประตูอย่างไม่กล้าละสายตา ขอแค่หมอเปิดประตูออกมาบอกฉันว่าทุกอย่างผ่







