LOGINเพราะคืนนั้นความเมาทำให้เธอมีหนึ่งชีวิตโดยไม่คาดฝัน เธอยอมสละทุกอย่างเพื่อหนึ่งชีวิตที่เกิดจากความผิดพลาดซึ่งอีกฝ่ายไม่ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น
View Moreนักศึกษาปีสุดท้ายที่ผ่านการทำวิจัยแสนหนักหน่วงจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดีจึงรวมตัวกันเลี้ยงฉลองที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพวกเขาก็จะเรียนจบกันแล้ว
"โอ๊ย! ฉันล่ะแทบตายวิจัยตัวร้ายทำฉันแทบกระอักเลือด" เพื่อนในกลุ่มที่นัดมาเลี้ยงฉลองบ่นเสียงดังอย่างเหนื่อยล้า "มึงเป็นคนเดียวหรือไงไอ้ขนุน กูนี่แก้แล้วแก้อีกจนคอมที่หอกูแทบระเบิด" เสียงเพื่อนผู้ชายในกลุ่มบ่นออกมาอีกคน อย่างที่บอกพอเหล้าเข้าปากทุกอย่างที่เก็บเอาไว้ถูกปล่อยออกมาจนหมด "พอๆ มึงทั้งคู่นั้นแหละ ผ่านมาได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว" อิทธิพลกระดกเหล้าแล้วพูดปรามเพื่อนที่กำลังเถียงกันอยู่ "ไอ้อิฐก็มึงเรียนเก่งนี่หว่า คนห่าอะไรทั้งหล่อ ทั้งรวยแล้วยังเสือกเรียนเก่งอีก" เพื่อนผู้ชายในกลุ่มเอ่ยอย่างอิจฉาในความเพอร์เฟกต์ของอิทธิพล "อย่าอิจฉากูสิเพื่อน" อิทธิพลพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ ไม่มีการเขินอายแต่อย่างใดที่ถูกชม "แหวะ ฉันจะอ้วก" บารารีทนนั่งฟังอยู่นานรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนสนิทของตัวเอง "ทำไม! จะบอกว่าฉันไม่หล่อว่างั้น?" "จ้าหล่อจ้า หล่อมากเลยจ้า" บารารีเอ่ยประชดเพื่อนของตนเอง มือเล็กเอื้อมไปหยิบแก้วเหล้าของตนเองที่ผสมอย่างเจือจางขึ้นมาดื่ม "ทำไมขมกว่าเดิม?" ใบหน้าสวยเหยเกเพราะแก้วเหล้าของตัวเองรสชาติเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก "แกเมาหรือเปล่าเนี่ย นั่นมันแก้วฉัน" อิทธิพลแย่งเหล้าในมือเพื่อนกลับมาเขาเผลอวางแค่ไม่นานบารารีก็หยิบผิดเสียแล้ว "แล้วใครให้มาวางตรงหน้าฉันล่ะ" บารารีหันไปถามเพื่อนเสียงดัง เหล้าในแก้วอิทธิพลแทบจะเป็นเหล้าเข้มๆ ไม่มีโซดาหรือน้ำอัดลมผสมเลย แถมร้านที่พวกเธอมานั่งดื่มมันค่อนข้างมืดจนมองไม่ชัด "เดี๋ยวก็เมาจนได้" อิทธิพลเอ็ดเพื่อน ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อนุบาลทำให้ทั้งคู่รู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี "แค่อึกเดียวไม่เมาหรอกมั้ง" บารารีหันไปพูดกับเพื่อนด้วยใบหน้าแดงๆ เธอเป็นคนคออ่อนที่เจอเหล้าแรงเข้าไปทีไรก็มักจะมึนหัวแม้แต่เดินก็ยังไม่ตรงทุกที "แต่หน้าแดงแล้วนะ ไปนอนไหม" คนตัวโตกว่าหันมาถาม บารารีส่ายหน้าพัลวัน เธอไม่ได้เมาจนถึงขั้นขาดสติเสียหน่อย "ถ้าไม่ไหวบอกนะ จะพาไปส่งที่หอ" อิทธิพลถามด้วยความเป็นห่วง หอพักของเขาและเธออยู่หอเดียวกันแถมอยู่ห้องติดกันอีกต่างหาก เพราะทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก "อืม ไม่เมาหรอก" บารารีบอกกับเพื่อนแต่ในหัวเริ่มหมุนติ้ว เหล้าแค่อึกเดียวทำเธอเป็นได้ถึงขั้นนี้เลยหรือ พอฝืนนั่งไปได้สักพักร่างบางก็ลุกขึ้นยืนกะทันหันจนทุกคนบนโต๊ะตัวยาวมองมาที่เธอเป็นตาเดียว "จะไปไหน?" อิทธิพลถามเสียงดัง "กลับหอ ปวดหัว" "ไปส่งไหม" เพื่อนสนิทอาสาจะไปส่งแต่บารารีส่ายหน้ารัวๆ "ฉันไหวๆ กลับได้ไม่ต้องห่วง" พูดจบก็เดินออกจากโต๊ะไปทันที ร่างบางแวะเข้าห้องน้ำในร้านก่อนที่จะเดินกลับหอขืนเดินกลับตอนกำลังปวดฉี่แบบนี้คงไม่ถึงห้องเป็นแน่ "เฮ้อ! โล่ง" เมื่อได้ปลดปล่อยก็รู้สึกโล่งก่อนจะเดินมึนๆ คลำทางกลับห้อง หอพักของเธอกับร้านเหล้าไม่ได้ไกลจากกันเลยแต่วันนี้เหมือนเดินยังไงก็ไม่ถึงเสียที "ให้ฉันไปส่งที่ห้องนะ" เสียงของคนใจดีเมื่อเห็นบารารีเดินปัดซ้ายปัดขวาจึงอาสาจะพาไปส่งที่ห้อง "ขอบใจนะกันต์" บารารีหันไปขอบคุณคนที่เข้ามาพยุง เขาคือประธานสาขาที่แสนอบอุ่นและเป็นสุภาพบุรุษของทุกคนรวมถึงเป็นคนที่เธอเคยปลื้ม "ค่อยๆ เดินนะ" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะพยุงร่างบางไปส่งถึงห้องด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัยหลังจากพาลูกสาวกินของที่ชอบแล้วสองแม่ลูกก็พากันกลับคอนโดเพื่อมาทำงานที่ค้างเอาไว้ หนูน้อยเพียงใจช่วยวิ่งหยิบส่งเสื้อผ้าให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังไลฟ์สดขายเสื้อผ้า "ตัวนี้เป็นกางเกงยางยืดนะคะ ยืดได้สูงสุดเอวสี่สิบสองเลยนะคะ" คุณแม่ลูกหนึ่งกำลังใส่เสื้อเกาะอกสีดำในมือถือสินค้าโชว์ให้ลูกค้าที่มาดูไลฟ์สดได้เห็นอย่างชัดเจน "สีดำหมดค่ะลูกค้าตอนนี้เหลือสีครีม น้ำตาล เทาค่ะ ถ้ารับทักไลน์แม่ค้าเลยนะคะ" แม่ค้าออนไลน์ที่นานๆ ครั้งจะมาไลฟ์สดให้ลูกค้าได้เห็นหน้า เพราะส่วนใหญ่บารารีใช้วิธีการโพสต์รูปและลงรายละเอียดสินค้าเสียมากกว่า เธอไม่ค่อยมีเวลาว่างเพราะการไลฟ์สดแต่ละครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างนานและเธอต้องทำคนเดียวทั้งขายของ ตอบข้อความ แพ็กของ ส่งของ ถึงบางวันจะมีแม่ค้าตัวน้อยอย่างเพียงใจมาช่วยก็ตาม "ทักแล้วอย่าทักซ้ำนะคะแม่ค้าตอบจากล่างขึ้นบนค่ะ" คุณแม่ลูกหนึ่งยังสวยไม่เปลี่ยน ที่ขายดิบขายดีอาจเป็นเพราะความขยันและไม่เคยโกงใครแถมยังส่งของเร็วทำให้ลูกค้าติดอกติดใจทั้งชายและหญิง "ต่อไปเป็นงานเสื้อเป
หกปีผ่านไป...เวลาผ่านไปราวกับแค่ฝัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน จากวันนั้นที่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่เธอเรียกว่า 'ลูก'"วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง" คุณแม่คนสวยขับรถมารับลูกสาววัยห้าขวบที่หน้าโรงเรียน พอขึ้นรถได้คนเป็นแม่ก็ถามลูกสาวตัวน้อยทันที"วันนี้คุณครูให้จับกลุ่มทำงานหนูได้เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยค่ะ" หนูน้อยตอบแม่อย่างน่าเอ็นดู บารารีเรียนขับรถและใช้เงินเก็บที่พอมีซื้อรถยนต์เพื่อมารับลูกจะให้เธอกระเตงลูกขึ้นรถแท็กซี่หรือรถประจำทางทุกวันคงไม่ได้ เธออยากให้ลูกสบายที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้"แล้วน้องเพียงทำได้ไหมคะ""ทำได้ค่ะเพราะหนูเก่งเหมือนแม่เบลคนสวย" สองแม่ลูกหยอกล้อกันไปมา หนูน้อยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ก็มีแค่แม่คนเดียวมาตลอด"เก่งมากค่ะสุดสวยของแม่" ยีหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะขับรถกลับคอนโดที่ซื้อเอาไว้หลังจากเรียนจบเมื่อถึงคอนโดสองแม่ลูกอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อย บารารีก็ลงมือตอบแชทลูกค้าต่อโดยมีลูกสาวตัวน้อยช่วยหยิบช่วยแพ็กของ
หลังจากไปส่งของกลับมาแล้วหญิงสาวก็นั่งเก็บของในห้องพักของตัวเองใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเธอจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"ทำไมแกต้องรีบเก็บของอย่างกับจะย้ายพรุ่งนี้" อิทธิพลเดินเข้ามาในห้องของเธอด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องเคาะ"ก็แค่อยากเก็บก่อนน่ะ ถึงเวลาย้ายจริงๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย" ของในห้องค่อนข้างมากพอสมควรเพราะเธออยู่ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้เธอไม่มีบ้านแบบคนอื่นให้กลับเลยต้องอยู่หอพักตลอด"แกมีอะไรที่ยังไม่บอกฉันอีกไหมเบล" อิทธิพลเลิกคิ้วถามเพื่อน"ไม่มี แกจะถามทำไม""ตอนฉันไปหาอาจารย์กมลเรื่องทุน รายชื่อนักศึกษารับปริญญาไม่มีชื่อแก" อิทธิพลเอ่ยออกมาเอง ในเมื่อเพื่อนไม่ยอมบอกเขาก็ต้องถาม บารารีนิ่งเงียบเธอยังไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้แต่ตอนนี้เขาดันรู้แล้ว"อืม ฉันไม่อยากรับน่ะ""ทำไม?" อิทธิพลถามเธอเสียงเข้ม ทำไมพักหลังมานี้บารารีมีเรื่องปิดบังเขาตลอด"ฉันคิดว่ารับหรือไม่รับเวลาสมัครงานบริษัทก็ไม่ได้ขอดูจริงไหม มีแค่วุฒิก็พอแล้ว" แม้จะให้เหตุผลไปแบบนั้นแต่ในใจจริงๆ เธอก็อยากเข้ารับปริญญาพร้อมกับเพื่อนๆ
อิทธิพลวิ่งหน้าตั้งจากชั้นหนึ่งขึ้นมาหาเพื่อนสนิทตัวเองที่ชั้นสามของตึก บารารีกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมกลับหอพัก"อาจารย์กมลบอกว่าแกสละทุน" อิทธิพลรีบวิ่งมาถามเพื่อนเพราะอาจารย์เพิ่งเรียกเขาไปคุยเรื่องทุนที่บารารีสละสิทธิ์"ฉันแค่รู้สึกยังไม่พร้อมจะเรียนต่อตอนนี้น่ะ" ร่างบางเก็บของต่อ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าพวกเธอก็จะรับปริญญากันแล้วบารารีไม่ได้เข้ารับกับเพื่อนๆ แม้ว่าตนเองจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งก็ตาม เพราะเธอกลัวว่าอาการแพ้ท้องของตัวเองจะหายไม่ทันและจะเป็นภาระให้คนอื่นๆ เธอยังไม่ได้บอกอิทธิพลเรื่องที่เธอไม่ได้เข้ารับปริญญาตามที่สัญญาไว้กับเขา"แกมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเบล เรื่องเงินหรือเปล่าฉันช่วยแกได้นะ" อิทธิพลพร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนทุกครั้งขอแค่เธอพูด เขารู้ว่าทุนครั้งนี้บารารีหวังเอาไว้มาก เขาเองก็เช่นกัน"แกก็รู้ว่าเรื่องเงินสำหรับฉันไม่ใช่ปัญหาเลย ฉันแค่ไม่พร้อมจริงๆ" บารารีบอกกับเพื่อน ทุนปริญญาโทที่จะได้ไปต้องออกค่ากินค่าอยู่เองอิทธิพลเลยคิดว่าเพื่อนมีปัญหาเรื่องเงินเพราะบารารีอยู่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือ“ฉันไม่ด





