Masukบท 5
"เป็นอะไรไหมครับ?" ในตอนที่กำลังจะล้มเพราะเหน็บมันกินจนขาฉันไม่รู้สึกอะไรแล้ว ก็มีผู้ชายรูปหล่อคนหนึ่งมาคว้าฉันเอาไว้ ใส่สูทผูกไทป์มาดนักธุรกิจ ดูเป็นผู้ใหญ่ ท่าทางอบอุ่นราวกับไมโครเวฟ นี่มันสเปคฉันเลยนี่นา โอ๊ยย เจอแล้วสินะ พ่อของลูกฉัน "คุณครับ เป็นอะไรไหมครับ" เธอเคลิ้มอะไรของเธอว่ะเนี่ย มันหนักนะโว้ยย ชายหนุ่มคิดในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา "คะ.....อ่อ ไม่เป็นไรแล้วค่ะ พอดีเมื่อกี๊เหน็บกินขาน่ะค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาช่วยไว้" เธอลุกออกไปจากอ้อมแขนของผม พอมองเต็ม ๆ ก็ดูสวยดี แต่ไม่เห็นนมเลย สงสัยจะเล็ก พอมองเขาเต็ม ๆ ตัวแล้ว ก็ยิ่งใช่สเปคไปอีก โอ๊ยย ฉันตกหลุมรักเขาไปแล้ว นี่สินะที่แรกว่ารักแรกพบ "งั้นผมไปก่อนนะครับ เดินกลับดีๆ นะครับ" เขากำลังจะเดินไปแล้ว เดินเข้าไปขอเบอร์เขาไว้สิ เดินไป (Devil) ไม่ได้เจอกันครั้งแรกจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง มันไม่งาม (Angel) สมัยนี้แล้วท่าไม่รุกก่อน ระวังจะโดนคาบไปแดกนะจ๊ะ (Devil) แต่ทำแบบนี้มันก็ไม่ดีอยู่ดีอะ (Angel) สองความคิดในหัวตีกันให้ยุ่งเหยิงไปหมด โอ๊ยยย ไม่สนแล้ว "เอ่อ....เดี๋ยวก่อนค่ะ" พะ....พูดออกไปแล้ว "มีอะไรเหรอครับ?" เธอจะเรียกผมไว้ทำไม "เอ่อ...คือ ขอเบอร์หน่อยได้ไหมคะ?" ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาเลยอะ เขิน "ครับ?" อะไรของเธอว่ะเนี่ย เสียเวลาชะมัด "เผื่อจะนัดเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยไว้น่ะค่ะ" ฉันรีบอธิบายข้อแก้ตัวออกไป ก็คือแถนั่นแหละ "ไว้คราวหน้าละกันครับ" ผู้หญิงนมเล็กผมไม่ค่อยอยากคุยด้วยสักเท่าไหร่ เขาพูดจบแล้วก็เดินออกไปเลย ก็จริง ถ้าเราเป็นเนื้อคู่กันยังไงก็ต้องได้กลับมาเจอกันอีกอยู่ดี ขอให้เจออีกเร็ว ๆละกัน ........แต่ฉันยังไม่ได้ถามชื่อ!!! ฉันรีบเดินตามออกมาที่ทางเข้าผับ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้เลย คงจะไปแล้วสินะ "โง่จริง ๆ เลย" ฉันเดินคอตกขึ้นไปชั้นสองเพื่อที่จะไปหาลินกับพี่ลัน ทำไมไม่ถามชื่อก่อนค่อยขอเบอร์กันนะ คราวหลังต้องศึกษาให้ดีกว่านี้แล้วสิ "ทำไมมาช้าจังเลย กระเพาะรั่วรึไง" ลันเอ่ยปากถามทันทีที่ฉันเปิดประตูเข้ามาในห้อง "มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ" "เรื่องอะไร มีใครรังแกเธอเหรอ" พี่ลันถาม พี่ลันก็เอ็นดูฉันเหมือนน้องเลยแหละ คอยซื้อขนมมาให้ พี่สะใภ้ก็ด้วย ทุกคนในบ้านหลังนี้ดีกับฉันมาก ๆ เหมือนพวกเขามาช่วยเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้ฉัน ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ "เปล่าคะพี่ลัน คือมันเป็นอย่างงี้......." ฉันเล่าทุกอย่างให้ลินกับพี่ลันฟังและก็บอกเรื่องที่ฉันตกหลุมรักเขาไปด้วย "อย่าไปยุ่งกับไอ้ผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด" พี่ลันสั่งห้ามทันทีที่ฟังฉันเล่าจนจบ "ทำไมอ่าาา แต่วี่ตกหลุมรักเขาไปแล้วนะ" ทำไมพี่ลันทำกับฉันแบบนี้ละ มาตัดความหวังอันน้อยนิดของฉันจนมันขาดสะบั้น ไม่เหลือชิ้นดี "ไม่รู้ละ ห้ามยุ่งเด็ดขาด ตัดใจซะ เดี๋ยวพี่หาคนใหม่ให้" แงงงงงงงงงงง น้ำตาตกในหยดลงแหมะๆๆๆ ฉันนับถือพี่อลันเป็นเหมือนพี่แท้ ๆ แต่เขาสั่งห้ามฉันแบบนี้ ฉันเสียใจอ่าาาาาา "พี่รู้จักเขาเหรอ" ลินเอ่ยถาม ในขณะที่ฉันนั่งซึมไปเลย ถ้าพี่อลันห้าม ก็แปลว่าเขาบกพร่องจริง ๆ "อืม....มันไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดหรอกนะวี่ เชื่อพี่อย่าไปยุ่งกับมัน" อลันเตือนด้วยความหวังดีจริง ๆ เพราะมันคือเพื่อนของเขายังไงละ ภายนอกมันดูจิตใจดี เป็นสุภาพบุรุษ แต่จริงๆ แล้วมันนะถือว่าเหี้ยที่สุดในกลุ่มเพื่อนเลยและเขาก็รู้จักมันดีที่สุด ถึงไม่อยากให้น้องที่เขารักและเอ็นดู ไปตกหลุมพรางของมันตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ
“เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก
บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห
“เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........
บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ
บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้
บท 56 เพี้ยะ!!!! เสียงตบครั้งที่สองดังขึ้น พร้อมกับที่ฮือฮาดังกว่าเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ที่ใบหน้าของฉัน แต่เป็นใบหน้าของมนุษย์ป้าที่กล้ามา ตบฉัน “ตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกันแล้วนะคะ หัดเจียมตัวเองซะบ้าง แก่แล้วก็ควรจะเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน แต่ฉันว่าเคสนี้ควรให้ลูกเลี้ยงอยู่ที่บ้านแทนนะคะ จะ
บท 55“นี่เอกสารทั้งหมดที่ค้างไว้ เซ็นให้หมดเลยนะคะ” หลังจากที่หมดวันลาแล้ว ฉันก็กลับมาทำงานปกติ แต่กว่าจะกลับมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ปัญหาก็ติดอยู่ที่ประธานบริษัทนี่แหละ ดื้อดึงไม่ยอมกลับ จนฉันต้องใช้ไม้แข็งโดยการที่จะขับกลับคนเดียวและปล่อยให้เขาอยู่พักผ่อนตามที่ต้องการแต่หลังจากที่ฉันเก็บของเ
บท 54ติ้ง ติ้งข้อความทยอยส่งมาเรื่อย ๆ ทางอีเมล มีส่งเอกสารมาหนึ่งฉบับและรายละเอียดอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันกดเข้าไปที่เอกสารจ่าหน้าว่ากรมธรรม์ประกันชีวิต“เอกสารประกันชีวิตของใคร.........”..........................................................................................................ผ
บท 47“เอ่อ.....คุณป้าหมายถึงหนูเหรอคะ?” คงจะพูดกับใครไม่ได้นอกจากฉันแล้วละ เพราะฉันคือผู้ที่มาใหม่ของบ้านนี้ แต่เขาทักขึ้นมาเหมือนจะเคยเจอฉันมาก่อน“สิบกว่าปีก่อนใช่ไหมนะ ป้าเสียใจด้วยนะที่ป้าช่วยไว้ไม่ทัน” หน้าของคุณป้าดูเศร้าลงมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่ากำลังพูดเรื่องที่สะเทือนอย่างหนัก“พูดถ







