เข้าสู่ระบบซีซีหยิบถุงเงินออกมาอีกถุง ในถุงเหลืออยู่ไม่ถึงห้าสิบตำลึงเงินแล้ว “ข้ายังมีเหลืออยู่เจ้าค่ะ เงินถุงนี้” นางชี้ไปที่ถุงเงินในมือของนางไห่ซื่อ “อยู่กับข้าก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด สู้ท่านลุงนำไปเปิดร้านเครื่องเรือน แล้วแบ่งกำไรสองส่วนให้ข้าดีกว่า”“เช่นนั้นก็ทำสัญญากันไว้ จะได้เป็นประโยชน์ต่อเจ้า”“มิต้องเจ้าค่ะ ข้าเชื่อใจพวกท่าน” ถึงคนตระกูลไห่จะไม่แบ่งกำไรให้นาง นางก็ไม่ได้ว่าอันใด เพราะตั้งใจจะมอบเงินก้อนนี้ให้พวกเขาอยู่แล้ว“กับผู้อื่นเจ้าอย่าได้เชื่อใจเช่นนี้เด็ดขาด” นางไห่ซื่อไม่คิดว่าเด็กน้อยที่นางให้ความเมตตายามที่นางลำบาก จะตอบแทนนางมากถึงเพียงนี้“เจ้าค่ะ พี่ซานท่าอยากจะเข้าสำนักศึกษาไม่ใช่หรือตอนนี้ท่านเข้าได้เลย พี่ชางหากท่านพบสตรีที่พึงใจ ดูแล้วนางเป็นคนดีจะใช้เงินก้อนนี้แต่งนางข้าก็ไม่ว่าท่าน”“เออ...ข้าจะได้เรียนจริงหรือ” ไห่ซานไม่อยากจะเชื่อ ทุกอย่างดูเหมือนความฝันไปเสียหมด“เด็กโง่ ข้ารับปากซีเออร์แล้วหากเหลือเงินมากพอจะให้เจ้าเข้าเรียน อาชางตอนนี้เจ้ามีคนที่หมายปองแล้วหรือยัง”“มะ มีแล้วขอรับ” ไห่ชางชอบพอกับคนงานในร้านค้าด้วยกัน ถึงครอบครัวของนางจะยากจนแต่นางก็ขยันทำงาน
ไห่ชางเลือกวัวสำหรับเทียมเกวียนได้ดีอย่างที่นางไห่ซื่อพูดอวดเอาไว้ เดิมเขาคิดจะซื้อวัวเพียงแค่ตัวเดียว แต่ซีซีนางให้ซื้อสองตัว ต่อไปหากพวกเขาเปิดร้านค้าย่อมต้องใช้เกวียนวัวบรรทุกของ วัวเพียงตัวเดียวมันจะลากของไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้สองแม่ลูกตระกูลไห่ จ้องมองซีซีที่หยิบเงินสามสิบตำลึงออกมาจ่ายโดยที่ตาไม่กะพริบอย่างปวดใจ “ถึงเจ้าจะขายได้มาก แต่เงินที่ได้มาก็ควรเก็บเอาไว้ ต่อไปจะได้มีสินเดิมติดตัวออกเรือนมากหน่อย”“ผู้อื่นจะเชื่อว่าเป็นเงินข้าได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ย่อมต้องคิดว่าตระกูลไห่โชคดีได้เงินก้อนใหญ่มาจากที่ใดแทน” ซีซีมองทั้งสองอย่างหยอกล้อ“ลองผู้ใดกล้าเข้ามาถามข้า ข้าจะด่าให้หมดเลย”“ฝีปากท่านผู้ใดก็สู้ไม่ได้” ซีซีชื่นชมออกมาจากใจจริงนางไห่ชื่อยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับคำชมของซีซี “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” นางตบหน้าอกเสียงดังด้วยความมั่นใจพอได้เกวียนวัวเรียบร้อย ไห่ชางก็พาซีซีไปซื้อของตามที่นางต้องการ กว่าจะได้ทุกอย่างครบไห่ซานก็เลิกงานพอดี ไห่ชางที่ไปรอรับน้องชายก็ทำเรื่องลาออกจากที่ทำงานตามที่ซีซีแนะนำ เถ้าแก่เสียดายสองพี่น้องไม่น้อย เพราะต่างก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน แต่พอรู้ว่าทั้
ชายชราทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่นานเงินทั้งหมดที่ได้ก็มาวางกองอยู่ตรงหน้าของซีซี นางนับเงินเรียบร้อยก็ทยอยเก็บใส่แขนเสื้อ อกเสื้อ แต่ความจริงทั้งหมดเข้าไปอยู่ในห้องพักของนางเรียบร้อยแล้ว ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของชายชราทั้งหมด เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าตั๋วเงินกองใหญ่จะถูกเก็บได้โดยที่มองไม่ออกเลยสักนิดซีซีดึงตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองออกมาหนึ่งใบแล้วยื่นให้ชายชรา “นี่...ส่วนของเจ้า เรื่องที่เห็นในวันนี้ปิดปากของเจ้าให้สนิท มิเช่นนั้นข้าจะตามไปเอาชีวิตของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด” นางกดยิ้มเย็นมองเขารอยยิ้มของซีซีทำให้ชายชราขนลุกไปทั้งตัว เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับตั๋วเงิน “ดะ ได้ ได้ ข้าไม่มีทางพูดออกไปเด็ดขาด” พอก้มมองตั๋วเงินในมือเขาก็ยิ้มกว้างออกมาทันที เงินจำนวนเท่านี้ไม่รู้ว่าหากมีอีกหนึ่งชีวิตยังจะหาได้อยู่หรือไม่ชายชราเดินไปส่งซีซีถึงหน้าร้านฝากเงิน ยิ่งสร้างความสงสัยให้กับคนงานในร้านและลูกค้าคนอื่นเพิ่มขึ้น พอซีซีนางจากไป คนงานในร้านต่างก็เข้ามาสอบถามชายชรายกใหญ่ ว่าเมื่อครู่นางนำสิ่งใดมาขาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดได้คำตอบซีซี เมื่อออกจากร้านแลกเงิน นางก็ตรงไปยังร้านผ้าที่นางไห่ซื่อได้บอก
นางไห่ซื่อหันกลับมามองอยู่หลายหน จนซีซีนางต้องโบกมือไล่ไม่ให้นางเป็นห่วง พอนางไห่ซื่อหายเข้าไปในกลุ่มคนแล้ว ซีซีก็เดินเข้าไปในร้านแลกเงิน ภายในร้านมีคนไม่มากนัก โต๊ะรับแลกเงินและรับซื้อสินค้าตั้งอยู่คนละฝั่ง ซีซีเดินเข้าไปหาชายชราโต๊ะด้านในสุด ที่ชาวบ้านแทบไม่ให้ความสนใจ“ที่นี่รับแลกทองคำเปลี่ยนเป็นเงินหรือไม่” ซีซีเคาะโต๊ะเพื่อเรียกความสนใจจากเขาชายชราเงยหน้าขึ้นมามองพิจารณาซีซีเล็กน้อย พอเห็นว่าเป็นเด็กสาววัยยังไม่พ้นปิ่นปักก็คิดว่าทองที่นางนำมามีมูลค่าไม่มาก “รับ” เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ดูไม่ต่างจากขอทาน ดูท่าวันนี้ตนคงได้รับเงินส่วนแบ่งจากเถ้าแก่ไม่มากเป็นแน่ จึงมิได้ให้ความสนใจนางเท่าใดซีซีเองก็รับรู้ได้ว่าเขาไม่สนใจนาง แต่นางมาเพื่อแลกทองเป็นเงิน ได้มาของานทำ “ได้เท่าใด” ซีซีวางก้อนทองลงบนโต๊ะเสียงดังพอชายชราได้เห็นก็รีบคว้าไปซ่อนเอาไว้ด้านหลัง กลัวว่าลูกจ้างในร้านคนอื่นเห็นก้อนทองที่เด็กสาวเอามาแล้วจะมาแย่งตัวนางไปดูแลแทน “แม่นางน้อย เชิญเจ้าไปพูดคุยในห้องรับรองดีกว่า ทางด้านนี้” เขายิ้มเอาใจพร้อมกับผายมือเชิญไปที่ห้องรับรองคนงานในร้าน ร่วมถึงผู้ดูแลร้านได้แต่ชะเง้อคอมองอย่าง
ปิ่นเจ้าปัญหาที่นางโยนความผิดไปให้เกาจินซี เดิมก็เป็นของมารดาเกาจินซี นางอยากจะได้คืนจึงหยิบฉวยไปเก็บเอาไว้ แต่คนตระกูลกู้ต้องการทุกสิ่งที่สองสามีภรรยาทิ้งเอาไว้ และไม่ต้องการเลี้ยงดูเด็กอ่อนแอเช่นเกาจินซีจึงโยนความผิดไปให้นาง“ท่านแม่ ท่านต้องสนใจอันใดเจ้าคะ ในเมื่อชาวบ้านก็รู้กันทั่วว่านางเป็นคนเช่นใด มิเช่นนั้น...จะถูกขับออกจากตระกูลหรือ” คนที่พูดเตือนสตินางเฉาซื่อที่โง่เขลาคือบุตรสาวของนาง กู้เม่ย“หึหึ” ซีซีหัวเราะออกมาอย่างขบขัน“หัวเราะอันใดของเจ้า!!!” นางเฉาซื่อหันมาตวาดซีซี“ของที่พูดถึงว่าข้าขโมยมา” นางชี้ไปที่หัวของกู้เม่ยที่ปักปิ่นเงินเอาไว้ “อยู่บนหัวนางกระมัง”“ใช่แล้ว ปิ่นที่เจ้าอยากได้เป็นของข้า ท่านพ่อเตรียมเอาไว้ให้ข้าใช้ตอนปักปิ่น” นางลูบปิ่นเงินและยิ้มเยาะซีซี“อ้อ...ดีแล้วที่เป็นของบิดาเจ้าทำให้ หากมิใช่...กลายเป็นของคนตายขึ้นมาจะมีแต่เรื่องอัปมงคล” นางยิ้มเย็นมองสองแม่ลูกสลับไปมาสองแม่ลูกตัวสั่นอยากเห็นได้ชัด ยิ่งเห็นสายตาของซีซีด้วยแล้ว ความกลัวก็เกิดขึ้นในใจ แต่หากดึงปิ่นออกก็เท่ากับยอมรับว่านางใช้ของคนตาย กู้เม่ยเลยใจแข็งยอมให้ปิ่นอยู่บนหัวเช่นเดิมนางเฉาซื่อ
ซีซีถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย นางถูกฝึกมาทั้งชีวิตในโลกก่อน ยังต้องมาเรียนรู้การเป็นผู้ฝึกตนอีกหรือ “หากข้าไม่ต้องการเล่า” นางต้องการใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันๆ เท่านั้น“ต่อไปท่านก็ไม่อาจใช้น้ำวิเศษในสระเพื่อรักษาได้อีก ตำราทั้งหมดที่อยู่ในห้องท่านก็ไม่สามารถอ่านมันได้ อีกทั้งของมากมายที่อยู่ในป่าจะไม่ใช่ของท่านด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวหยวนยังไม่หยุดพูด นางยังบอกถึงข้อดีของการเป็นผู้ฝึกตนไม่หยุดปาก “หากกลายเป็นผู้ฝึกตนแล้ว นายหญิงจะแข็งแกร่งกว่าผู้ใด และยังมีเวลาให้เที่ยวเล่นได้อีกนับร้อยปี”“หื้ม...อยู่ถึงร้อยปี ข้ายังจะเดินไหวหรือไม่ก็ยังไม่รู้”“คิก คิก...นายหญิงผู้ฝึกตนจะไม่แก่ชราเช่นมนุษย์ทั่วไปเจ้าค่ะ รูปร่างและใบหน้าของท่านจะหยุดอยู่ที่อายุยี่สิบห้าหนาว ถ้าหากท่านฝึกไม่ถึงขั้นเซียน อายุหกสิบหนาวท่านจะเริ่มแก่ชราลงเจ้าค่ะ”“นวัตกรรมของคนยุคนี้ที่ไม่ต้องเพิ่งมีดหมอสินะ” ซีซีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด แต่ทั่วแคว้นฉี ตอนนี้มีเพียงท่านผู้เดียวที่เป็นผู้ฝึกตนเจ้าค่ะ”“...” ซีซีเม้มปากแน่น หากเป็นเช่นนั้นนางไม่กลายเป็นตัวประหลาดหรือ หากต้องมีชีวิตยืนยาวใบหน้าไม่เป







