Mag-log inตระกูลเซียวเป็นตระกูลแม่ทัพ ที่ร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนก่อตั้งแคว้นต้าฉีขึ้นมา บุตรสาวของตระกูลเซียวจึงได้ขึ้นเป็นฮองเฮาถึงสองพระองค์ ร่วมถึงท่านน้าของเซียวหานจวินด้วย
ในปีที่เซียวหานจวินถือกำเนิด ฮองเฮาและเสิ่นซื่อตั้งครรภ์พร้อมกัน และในปีนั้นนายท่านเซียวบิดาของเซียวหานจวินจะต้องนำทัพเข้าสู่สนามรบ สงครามครั้งนี้ทำให้ตระกูลเซียวต้องสูญเสียบุรุษในตระกูลไปหลายคน รวมทั้งนายท่านเซียว บิดาของเซียวหานจวินด้วย
เสิ่นซื่อคลอดบุตรชายออกมาอย่างปลอดภัย ผิดกับฮองเฮาที่ต้องสูญเสียพระโอรสคนที่สามของพระองค์ไปแทน แต่เสื่นซื่อที่เพิ่งคลอดบุตรและได้รับข่าวการตายของสามีในสนามรบ ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือนนางก็สิ้นใจตามผู้เป็นสามีไป ทิ้งเซียวหานจวินในวัยไม่กี่เดือนเอาไว้ ฮองเฮาเมื่อทรงทราบเรื่องจึงรับเซียวหานจวินเข้าไปเลี้ยงดูภายในวัง ฮ่องเต้ก็ทรงเห็นดีด้วย เซียวหานจวินจึงนับว่าเป็นบุตรของฮองเฮาอีกคนหนึ่งไปโดยปริยาย
แต่ก็มีข่าวหลุดรอดออกมาอย่างหนาหูจากปากของหมอตำแยที่ทำคลอดเสิ่นซื่อ ว่าบุตรของนางที่คลอดออกมาตายตั้งแต่ในครรภ์แล้ว เพียงแต่ไม่นานข่าวลือนี้ก็เงียบหายไป พร้อมกับหมอตำแยที่ไม่รู้ว่าหายตัวไปที่ใดด้วย
คนทั่วเมืองหลวงจะสงสัยในชาติกำเนิดของเซียวหานจวินก็ไม่แปลก แต่ทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตนเอง จะกล้าพูดออกมาได้อย่างไร หากฮองเฮายกพระโอรสองค์ที่สามของพระองค์เพื่อสืบสายเลือดตระกูลเซียวต่อไป ผู้ใดจะกล้าทัดทานได้ แม้แต่ในวังหลวงยังไม่มีผู้ใดกล้าพูดหรือสงสัยในชาติกำเนิดของเซียวหานจวิน อาจจะมีคนที่พูดหรือสงสัยเพียงแต่ยามนี้ไร้ลมหายใจไปแล้ว
แต่น้อยคนที่จะคิดไปว่าเซียวหานจวินเป็นพระโอรสของฮองเฮา ต่างก็ลือกันไปว่า เขาเป็นบุตรชายของสาวใช้ห้องข้างของนายท่านเซียวที่ถูกยกมาใส่ชื่อในนามบุตรของเสิ่นซื่อ แต่ไม่ว่าจะลือไปเช่นใด เรื่องชาติกำเนิดของเซียวหานจวินก็ไม่เคยถูกคนตระกูลเซียวออกมาพูดแก้ต่างสักอย่างเดียว
องครักษ์ตระกูลเซียวหลายสิบคน มุ่งหน้าไปที่จวนตระกูลหลี่พร้อมกับพ่อบ้านเซียวที่ได้รับคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่าเซียว เดินทางไปอย่างยิ่งใหญ่
ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาอยู่หน้าจวนตระกูลหลี่ก็ต้องตกใจ เมื่อองครักษ์ตระกูลเซียวพังประตูใหญ่จวนตระกูลหลี่ลงจนเหลือเพียงแค่เศษซาก
“หะ เหตุใด ถึงได้ทำเช่นนี้ขอรับ” พ่อบ้านหลี่เดินเข้าไปหาพ่อบ้านเซียว
“หึ ฮูหยินผู้เฒ่าเซียว ฝากคำพูดมาถึงเสนาบดีหลี่ หากดูแลบุตรหลานของตนได้ไม่ดี ก็ส่งตัวบุตรหลานไปให้ฮูหยินผู้เฒ่าข้าสั่งสอนได้”
พ่อบ้านหลี่ถึงกับสะดุ้ง คุณชายรองของตนกลับมาถึงจวนด้วยสภาพสะบักสะบอม ตอนนี้กำลังให้หมอรักษาอยู่ ยังไม่ทันได้สอบสวนเรื่องราวว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ แต่คนตระกูลเซียวพาพังประตูจวนเช่นนี้ คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว
“นายท่านของข้ายังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ไม่ทราบว่า...ท่านจะบอกเหตุผลที่มาพังประตูจวนให้รู้ได้หรือไม่ขอรับ”
พ่อบ้านเซียวเดินเข้าไปใกล้ “พรุ่งนี้ท่านเสนาบดีหลี่ก็คงรู้เรื่องทั้งหมดในท้องพระโรงเอง” เขายิ้มเย็นมองเข้าไปในจวนหลี่ ที่ยามนี้เริ่มมีเจ้านายออกมามองอย่างสงสัยแล้ว “ไป!!! กลับ”
เสนาบดีหลี่เมื่อได้ฟังรายงานจากพ่อบ้านก็รีบร้อนไปถามหลานชายที่เรือนพักของเขาทันที
“เจ้าไปก่อเรื่องอันใดไว้ ตระกูลเซียวถึงส่งองครักษ์มาพังประตูจวนเช่นนี้” เขาตวาดเสียงดังลั่น
“ทะ ท่านปู่ ข้าต่างหากที่เจ็บหนัก เพราะถูกเจ้าแซ่เซียวเล่นงาน ท่านควรจะส่งคนไปเอาเรื่องที่ตระกูลเซียวมิใช่หรือขอรับ” หลี่หยางเอ่ยถามเสียงสั่น
“เล่ามาให้ข้าฟังทั้งหมดว่าเหตุใดคุณชายเซียวถึงได้ทุบตีเจ้าจนมีสภาพเช่นนี้”
หลี่หยางจำต้องเล่าเรื่องที่เขาพลั้งปากถากถางเซียวหานจวินว่าเป็นเพียงบุตรของสาวใช้ห้องข้างที่ถูกยกขึ้นมาเป็นบุตรของภรรยาเอก ด้วยอิจฉาที่เขาวางท่าใหญ่โต
คนในตระกูลหลี่เมื่อได้ยินจากปากของหลี่หยางก็มิได้แปลกใจอันใด ด้วยตามข่าวลือที่ได้รู้มาก็เป็นเช่นนี้ ต่างก็ตำหนิคนตระกูลเซียวที่ทำเกินไป ผิดกับเสนาบดีหลี่ที่หวาดกลัวจนตัวสั่น เขาร้องสั่งพ่อบ้านให้ไปนำแส้มาเพื่อเฆี่ยนตีหลี่หยาง แต่ก็ถูกผู้เป็นภรรยาเอ่ยห้ามไว้ ด้วยเห็นว่ายามนี้หลานชายก็เจ็บหนักมากอยู่แล้ว
“เพียงแต่เรื่องของเด็กๆ ทะเลาะวิวาทกัน เหตุใดท่านพี่จะต้องทำร้ายอาหยางอีกเล่าเจ้าคะ” นางตำหนิผู้เป็นสามี
“ยายแก่!!! เช่นเจ้าจะไปรู้เรื่องอันใด หลานชายของเจ้าจะทำให้ทุกคนในตระกูลหลี่ซวยไปหมด” เสนาบดีหลี่ได้แต่สะบัดแขนเสื้อเดินออกจากเรือนหลี่หยางไป เขาสั่งให้พ่อบ้านรีบเตรียมของกำนัลเพื่อไปขอโทษตระกูลเซียว
เกาจินซีประคองใบหน้าของสามีเอาไว้ “ยี่สิบปีที่รู้จักท่าน ไม่มีวันใดที่ข้านึกเสียใจเลยสักวัน” พอสิ้นคำริมฝีปากของทั้งสองก็ประกบเข้าหากัน จุมพิตอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง เมื่อรถม้าจอดลงที่หน้าประตูจวนไป๋หลังจากนั้นไม่นานเมื่อเซียวหานจวินสอบผ่านจิ้นซื่อจนได้เป็นจอหงวนท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อของคนทั่วเมืองหลวง ทางวังหลวงก็ส่งเจ้ากรมพิธีการมาประกาศราชโองการสมรสระหว่างเขากับไป๋อี้เหยาไป๋เถียนถูกแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมศาลต้าฉีทำงานอยู่ในเมืองหลวงไม่ต้องเดินทางตรวจสอบขุนนางทั่วแคว้นอีกแล้ว บ่อยครั้งที่ฉีหมิงฮวนและเซียวฮองเฮาเรียกตัวซีซีเข้าไปสนทนาในวังหลวง ขุนนางทั่วเมืองหลวงไม่มีคนใดไม่อิจฉาสองสามีภรรยาตระกูลไป๋ที่ได้รับความเมตตามากเพียงนี้แต่ถ้ารู้ว่า...ฉีหมิงฮวนฮ่องเต้ที่คนทั่วแคว้นต้องหมอบกราบถูกซีซีทุบตีเกือบทุกครั้งที่เรียกตัวนางเข้าวัง ไม่รู้ว่าจะทำหน้ากันเช่นใดฉีหมิงฮวนถึงแม้จะรู้ว่าซีซีนางกลายเป็นผู้ฝึกตนไปแล้ว แต่เขามิคิดที่จะกลายเป็นผู้ฝึกตนเช่นนาง เพราะรู้ดีว่าตำแหน่งที่ตนนั่งอยู่มิอาจจะยึดครองเอาไว้เพียงผู้เดียวได้ ย่อมต้องเปลี่ยนให้พระโอรสของตนขึ้นมานั่งแทนซีซีกับไป๋เถียนหลังจากที่ไป
ซีซีเริ่มหมดความอดทน ตั้งแต่เห็นหน้าจ้าวกงกงนางก็อยากจะถอยหลังกลับแล้ว นางดึงไป๋เถียนให้ลุกขึ้นยืน “ต้องให้ข้าพูดเช่นใด หรือต้องลงมือทุบตีท่านเล่า ถึงจะทำให้ท่านพอใจ” นางถลึงตามองเขา“เออ...นี่มันเรื่องอันใดกันซีซี” ไป๋เถียนอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้“จ้าวกงกงพาสามีข้าไปนั่งรอก่อน”“ขอรับ” จ้าวกงกงรีบดึงตัวไป๋เถียนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมถอยไป ให้ออกเดิน“ท่านจะตามหาข้าเพื่ออันใด ในเมื่อข้าพูดกับท่านไปแล้วไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่แต่งเป็นอนุของท่าน เหอะ...เดิมข้าก็คิดว่ามีฮูหยินเพียงผู้เดียวแต่นี่...” ซีซีหวนนึกถึงเรื่องเก่าก็โมโหขึ้นมา“โอ๊ยยย เบามือหน่อย...อย่าให้โดนหน้าข้า” ฉีหมิงฮวนร้องเสียงหลง คนด้านนอกได้แต่ตกใจจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ถูกจ้าวกงกงเอ่ยห้ามเอาไว้ไป๋เถียนเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ไม่คิดว่าภรรยาของตนจะกล้าลงมือกับฮ่องเต้ “นางทุบตีฝ่าบาทหรือ”“ครั้งที่สองแล้วขอรับ” จ้าวกงกงอมยิ้มมองไป๋เถียนทุบตีจนหนำใจซีซีก็นั่งลงดื่มชาโดยมีฉีหมิงฮวนนั่งหน้าเขียวช้ำอยู่ด้านข้าง“ผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว ท่านอย่าได้เอ่ยถึงเรื่องเก่าขึ้นมาอีกเป็นอันขาด หากข้ารู้ว่าเจ้าเด็กแซ่เซียวนั้นเป็นบุตรชายของท่าน อย่างไร
ไป๋เถียนและซีซีพาบุตรทั้งสองติดตามไปตรวจสอบขุนนางทั่วแคว้น พอไป๋ถิงเหวินอายุได้สิบหนาวก็ถูกทิ้งเอาไว้ที่เมืองหลวงโดยมีเกาสืออยู่ข้างกายคอยดูแลเพื่อให้เขาเข้าเรียนในสำนักศึกษาเช่นเด็กวัยเดียวกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไป๋ถิงเหวินคบหาเซียวหานจวินเป็นสหาย ถึงแม้ทั้งสองจะกลายเป็นอันธพาลตัวน้อย แต่หากไม่ถูกหาเรื่องก่อนทั้งสองก็ไม่คิดจะทุบตีผู้ใด เกาสือจึงรายงานบ้างไม่รายงานบ้างให้ซีซีรู้ เพราะถึงรู้นางก็ไม่คิดที่จะว่าบุตรชายของนางเมื่อมีเหตุผลมาโต้แย้งนางมากพอไป๋อี้เหยายังคงอยู่ข้างกายบิดามารดา จนนางอายุสิบสี่หนาวก็คร้านที่จะติดตามไปทั่วแล้ว อีกเหตุผลคืออยากอยู่ข้างกายพี่ชายคอยห้ามปรามมิให้เขาทำตัวเหลวไหลก่อนจะทิ้งบุตรทั้งสองให้อยู่ที่จวน ซีซีเตือนนางพานซื่อและนางฝูซื่อเอาไว้แล้วว่าหากรักแกบุตรของนาง เมื่อนางกลับมาจะคิดบัญชี แต่พวกนางคงคิดว่าซีซีนางอยู่ข้างนอกคงไม่รู้เรื่องราวภายในจวนมากนัก เมื่อรังแกเด็กทั้งสองบ่อยเขาแต่ไม่ได้รับจดหมายจากไป๋เถียนหรือซีซีก็ยิ่งได้ใจ คอยเรียกมาตำหนิ ถากถางอยู่บ่อยครั้งจนเมื่อซีซีนางกลับมาเมืองหลวง ด้วยรู้ว่าครั้งนี้ฮ่องเต้คงแต่งตั้งไป๋เถียนอยู่เมืองหล
“ไม่ทำอันใด บุตรชายข้าจะเป็นอันธพาลก็ย่อมได้ ในเมื่อ...มีข้าคอยหนุนหลัง”“เพ้ย!!! ความคิดอันใดของท่านกัน ข้าจะพูดกับพี่เถียนให้เขาสั่งสอนบุตรชายของเขาให้ดี”“หึหึ ข้าก็คิดว่าเจ้ามาเรือนข้าเพื่ออยากพูดกับข้าเสียอีก ที่แท้...ก็อยากพูดกับสามีข้า”“จะ เจ้า...” ฝูเจินใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความอาย “ข้าจะรอดูว่าต่อไปบุตรชายของเจ้าจะกลายเป็นอันธพาลหรือไม่”“รอดูได้เลย ข้าจะสอนให้เขาเป็นอันธพาลเอง เหวินเออร์...ต่อไปเจ้าไม่ชอบผู้ใดก็ตีปากมันไปเลย แม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย” ประโยคหลังซีซีนางหันไปพูดกับบุตรชายวัยสามหนาวของนาง“ขอรับ” ไป๋ถิงเหวินยิ้มกว้างจนเห็นฟันไม่กี่ซี่ของเขาให้มารดาดูฝูเจินจำต้องกลับไปเพราะไม่อาจหาคำมาโต้เถียงกับซีซีได้ ไป๋เถียนกลับมาถึงจวนก็ถูกนางพานซื่อเรียกไปสนทนาเรื่องเด็กทั้งสองคนที่มีเรื่องกันยกใหญ่“เจ้าพูดจริงหรือว่าจะเลี้ยงให้เหวินเออร์เป็นอันธพาล” เขาถอดเสื้อคลุมออกรับตัวไป๋ถิงเหวินที่อ้าแขนให้บิดาอุ้มแล้วถามซีซีไปด้วย“จริง ข้าเป็นเจ้าสำนักหยวนซี บุตรชายข้าจะไม่เป็นอันธพาลน้อยได้อย่างไร จริงหรือไม่เหวินเออร์” นางบีบแก้มบุตรชายเบาๆไป๋เถียนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ “ซีซี เจ้
กลับมาเมืองหลวง ซีซีนางยังได้รู้ข่าวใหญ่ที่กำลังลือกันอยู่ตอนนี้ ถึงแม้นางจะรู้เรื่องราวทั้งหมดโดยละเอียดแล้ว แต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นใดเซียวฮองเฮาคลอดพระโอรสองค์ที่สามออกมาแต่สิ้นพระชนม์สร้างความเศร้าโศกให้พระนางเป็นอย่างมาก จนต้องรับตัวหลานชาย เซียวหานจวิน ที่สูญเสียบิดาในสนามรบและสูญเสียมารดาจากการตรอมใจเข้ามาเลี้ยงดูในวังหลวง ถึงแม้ความเป็นจริงเซียวหานจวินจะเป็นพระโอรสที่เซียวฮองเฮาทรงประสูติด้วยตนเอง แต่เพราะตระกูลเซียวยอมสละชีพในสนามรบบุรุษตระกูลเซียวไม่มีผู้ใดเหลือรอด จึงยอมยกพระโอรสองค์ที่สามให้ใช้แซ่เซียว เรื่องนี้คนที่รู้มีเพียงไม่กี่คนนางกำนัล และหมอตำแยที่ทำคลอดในคืนนั้นล้วนถูกปิดปากจนสิ้น แม้แต่สาวใช้ในจวนตระกูลเซียวที่รู้เห็นการสับเปลี่ยนตัวทารกก็ไม่อาจรอดชีวิตไปได้เช่นกัน ฮ่องเต้ยอมจ่ายทองหลายหีบใหญ่เพื่อให้สำนักหยวนซีห้ามขายข่าวสำหรับขุนนางที่อยากรู้อยากเห็น ซีซีที่เป็นถึงเจ้าสำนักนางย่อมต้องรู้เรื่องทั้งหมดก่อนที่ไป๋ถิงเหวินจะครบหนึ่งหนาว อาการป่วยของผู้เฒ่าไป๋ก็ทรุดหนักลง ไป๋เถียนที่ตรวจสอบขุนนางอยู่ต่างเมืองต้องรีบเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อมาดู
หากเสี่ยวหยวนไม่เตือนว่ากลัวคุณชายจะหนาวทั้งสองก็คงยังไม่ขึ้นจากน้ำ พอซีซีนางอุ้มเด็กทารกออกจากมิติไป เกาสือกับเกาจิ่วก็กระโดดตัวลอยก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว“คลอดแล้วหรือขอรับ เช่นนั้น...หมอตำแยที่เตรียมเอาไว้”“พานางไปส่ง มอบเงินค่าแรงให้นางไปด้วย” ไป๋เถียนสั่งความกับเกาจิ่วบุตรชายของไป๋เถียนและซีซีมีนามว่า ไป๋ถิงเหวิน เขาต่างจากเด็กทารกที่เพิ่งเกิดไม่น้อย นอกจากกินแล้วนอนน้อยครั้งนักที่จะเห็นเขาร้องงอแง พอไป๋ถิงเหวินอายุได้สามเดือน ไป๋เถียนก็เดินทางกลับเมืองหลวงพอเดินทางมาถึงเมืองหลวง ไป๋เถียนนำหลักฐานที่ตรวจสอบมาได้ไปส่งที่กรมตุลาการ สองแม่ลูกจึงกลับไปที่ตระกูลไป๋ก่อน เมื่อก้าวเท้าเข้าจวนก็ต้องพบความวุ่นวายด้านในทันทีเกาสือรีบเดินเข้าไปถามบ่าวหน้าประตู “ด้านในเกิดเรื่องใดขึ้น”“ฮูหยินรองกำลังจะคลอดแล้วขอรับ” ฮูหยินใหญ่รีบเข้าไปเถิดขอรับ”“กลับเรือนก่อน เหวินเออร์คงอยากจะนอนพักแล้ว นางคงยังไม่คลอดหรอกรอคลอดข้าค่อยไปดู” เกาสือจึงสั่งให้คนรีบช่วยขนของเข้าไปด้านในซีซีพาไป๋ถิงเหวินไปพบผู้เฒ่าไป๋ที่ตอนนี้ลาออกจากขุนนางมารักษาตัวอยู่ที่จวน“ท่านพ่อ ข้าพาเหวินเออร์มาพบท่านเ







