Share

6 สตรีโง่เง่า

last update Last Updated: 2025-09-22 19:00:01

 

ไอน้ำลอยฟุ้งกระจายอยู่เต็มห้องอาบน้ำ ที่กลางห้องมีหนึ่งบุรุษนั่งแช่เอื่อยเฉื่อยอยู่ในน้ำ ที่เวลานี้เริ่มคลายความร้อนลงไปบ้างแล้ว เส้นผมสีดำขลับถูกปล่อยยาวสยาย ดวงตาสีดำเข้มหล่อเหลา แบบชายชาติทหาร บนร่างกายแข็งแกร่งกำยำเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากสนามรบ ทั้งเก่าและใหม่ปะปนกันไป เป็นอันบ่งบอกว่าเขานั้นแข็งแกร่งกว่าผู้ใด

แต่ในหัวสมองเวลานี้เอาแต่คิดวนเวียนไปมาถึงสตรีนางหนึ่ง เหตุใดจึงต้องเป็นนาง สตรีโง่เง่า ที่วัน ๆ เอาแต่คิดหาหนทางยกระดับสถานะของตนเอง เป็นเพียงบุตรสาวที่อยู่ในเรือนหลังแท้ ๆ ไร้คนหนุนหลัง ไร้คนสนใจ เอาแต่เพ้อฝันถึงเรื่องมักใหญ่ใฝ่สูง กระทำแต่เรื่องน่าอับอาย

เหตุใดจึงต้องเป็นนาง

วีรกรรมน่าอับอายของนางในเมืองหลวงมีใครไม่รู้ ตามติดจิ้นอ๋องทุกย่างก้าว เมื่อเขาไปซ้ายนางก็ไปซ้าย เมื่อเขาไปขวานางก็ไปขวา มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ท่านอ๋องกำลังเดินอยู่กลางตลาด นางก็กระโดดออกมาร้องห่มร้องไห้ อ้อนวอนขอความรักจากเขา เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็วิ่งเข้าไปโอบกอด ซึ่งเขารู้ดีว่าท่านอ๋องเองก็ไม่มีวัน ที่จะชายตามองมาที่นาง

การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเด็กเล่น บุรุษอย่างจิ้นอ๋องน่ะหรือจะสนใจนาง ถ้าให้เป็นนางบำเรอแค่ชั่วครั้งชั่วคราวก็คงได้กระมัง ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลา เปี่ยมความเมตตา ภาพลักษณ์สุภาพบุรุษทรงคุณธรรม ใครจะรู้ว่าตัวจริงของคนผู้นั้นร้ายกาจประดุจอสรพิษ สตรีที่คู่ควรกับเขา ต้องเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกอยู่ในครอบครัวขุนนางชั้นสูง ไม่ก็เป็นเชื้อพระวงศ์ต่างแคว้นระดับสถานะต้องเหมาะสมทัดเทียมกัน

หากสตรีที่จะมาอยู่เคียงข้างเขาไม่มีครอบครัวหนุนหลัง มีกำลังทรัพย์หรือใด ๆ ก็แล้วแต่ที่จะช่วยส่งเสริมเขา เขาย่อมไม่มีวันชายตามอง ต่อให้งดงามล่มเมืองก็ตาม ซึ่งอันเนี่ยนฉี‍ก็เป็นตัวอย่างที่ดี เขาไม่เคยให้สถานะและความหวังใด ๆ กับนาง ซ้ำยังประกาศต่อหน้าทุกคนอย่างสุภาพว่า นางเป็นเพียงสตรีที่เขารู้จักไม่ได้สนิทสนมกัน

นับตั้งแต่เมื่อคืนมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้หนานกงหว่านเฉียน‍รู้สึกวุ่นวายใจอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือ เขาพบรอยโลหิตบนที่นอนของตน สำรวจร่างกายของตนเองดูแล้วพบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ นั่นเท่ากับว่าโลหิตสีแดงที่ปรากฏอยู่นั้นจะเป็นของใครไปได้ถ้าไม่ใช่อันเนี่ยนฉี‍ ก่อนหน้านั้นนางยังเป็นสตรีบริสุทธิ์ จนกระทั่ง...

ถ้าหาก...ถ้าหากว่าความจริงแล้วคืนนั้นเป้าหมายของนางไม่ใช่เขา แต่เป็นผู้อื่นล่ะ ค่ำคืนงานเลี้ยงผู้คนวุ่นวายมากหน้าหลายตา จิ้นอ๋องเองก็เสด็จร่วมงานเลี้ยงฉลองชนะศึกกับเขาด้วย นางสวมชุดของคุณหนูใหญ่ ใส่กำไลพระราชทาน

หรือว่า...เป้าหมายที่แท้จริงของนางจะเป็นจิ้นอ๋องไม่ใช่เขา เรื่องระหว่างเขาและนางก็เป็นแค่เรื่องผิดพลาด

เมื่อคิดถึงใบหน้างดงามเมื่อตอนเช้า ก็พาลให้คิดถึงเอวเล็กแบบบางราวกับกิ่งหลิว ผิวกายขาวประดุจไข่มุก แม้จะไม่เนียนนุ่มเท่าใดนัก แต่ก็ชวนให้หลงใหล น้ำเสียงของนางร้องครวญครางยามที่เขากดเอวสอดแทรกเข้าไปในตัวนาง ความนุ่มหยุ่นหวานละมุนชวนให้คิดถึง

“แม่มเอ๊ย!!” เมื่อคิดถึงนางร่างกายก็พลันร้อนรุ่นควบคุมตนเองไม่ได้

“เอาน้ำเย็นเข้ามาที” เขาตะโกนส่งเสียงดังให้เด็กรับใช้นำน้ำเย็นเข้ามาเติม

และเมื่อสุดท้ายแล้ว ความเย็นของน้ำก็ไม่สามารถยุติความรุ่มร้อนในกายได้ หนานกงหว่านเฉียน‍จึงจำเป็นต้องช่วยเหลือตนเอง และคิดถึงอีกสามวันต่อจากนี้ที่จะได้พบกับนาง อยากรู้เหลือเกินว่าอันเนี่ยนฉี‍นั้นต้องการอะไร ถึงได้นัดเขาไปในสถานที่ลับตาคน

วิถีชีวิตของนางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นางได้รับการเอาใจใส่จากคนในจวนมากขึ้นโดยเฉพาะพวกหญิงรับใช้และบ่าวไพร่จากที่เคยดูแคลนว่านางเป็นเพียงคุณหนูที่ถูกทอดทิ้ง ซึ่งเพิ่งจะมีช่วงเวลานี้นี่แหละ ที่นางได้รับรู้ความรู้สึกของการเป็นคุณหนูจริง ๆ เสื้อผ้าหน้าผม ที่แต่เดิมนางต้องดูแลตนเอง และอาศัยสอบถามวิธีการเอาจากป้าแม่ครัวประจำจวน จัดการดูแลตนเองตามมีตามเกิด ตอนนี้ก็มีผู้มาคอยปรนนิบัติ

นางไม่ชินนักกับการมีหญิงรับใช้นั่งรอในตอนเช้า บาดแผลที่แต่เดิมหากได้รับบาดเจ็บจากการถูกลงโทษ ก็จะเป็นท่านป้าแม่ครัวที่ใส่ยาให้กับนาง ไม่ก็เป็นนางที่ต้องดูแลตนเอง ตอนนี้มีคนดูและเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวัน อันเนี่ยนฉี‍ได้แต่หัวเราะให้กับโชคชะตา แค่เพียงนางกล้าพูด กล้าลงมือ กล้าขอร้องอันจิ้งหยาง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ เหตุใดตอนนั้นจึงโง่เขลาเช่นนั้นนัก

เข้าสู่วันที่สามของการรักษาตัวและใกล้ถึงเวลาที่นางนัดกับหนานกงหว่านเฉียน‍ ดวงตะวันคล้อยต่ำ ท้องฟ้าด้านนอกล่วงเข้าสู่ยามราตรี

“วันนี้พวกเจ้าก็กลับไปเถอะ ข้าอยากอยู่ตามลำพัง” อันเนี่ยนฉี‍ออกคำสั่ง เพราะได้รับการกำชับมาจากคุณชายใหญ่ พวกหญิงรับใช้จึงเชื่อฟังอันเนี่ยนฉี‍เป็นอย่างดี ไม่ว่านางจะออกคำสั่งใด ก็ให้ปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้หรือคำถาม

ร่างเล็กสวมเสื้อผ้าสะอาดเป็นชุดใหม่ที่เพิ่งจะได้รับจากอันจิ้งหยาง แต่ก็ไม่ใช่ของชั้นดีอะไร อย่างไรก็นับว่าดีกว่าเมื่อก่อนมาก เมื่อนอกห้องไร้การเคลื่อนไหว นางจึงแบกสังขารของตนลักลอบออกมา เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงช่องสุนัขรอด อันเป็นช่องทางที่นางใช้หลบหนีออกไปจากจวนอัครเสนาบดีเป็นประจำ เมื่อสำรวจซ้ายขวาพบว่าไม่มีใครจึงคลานออกไปเงียบ ๆ

หากรู้ว่านางจะถูกทำร้ายหนักและป่วยเช่นนี้ คงนัดหมายเขาใกล้ ๆ แถวนี้ ไม่บอกให้เขาออกไปไกลถึงเชิงเขานอกเมือง นางเดินเตาะแตะไปเรื่อย ๆ ความเร็วในการเดินลดน้อยลงกว่าตอนที่นางไม่ได้รับบาดเจ็บมากโข แต่ก็พยายามกัดฟันทน เดินไปให้ถึงจุดที่นางนัดหมายเขาเอาไว้

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
ดวงพร บุญญาเขตชัย
ดี สนุก น่าติดตาม
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ท่านร้ายข้าก็ร้าย...มีสิ่งใดไม่เหมาะสม   โปรดอย่ารักนางร้าย 55.2 กลับคืนสู่วิถีเดิม END

    “นั่นสิ” ความทุกข์ในด่านเคราะห์ที่เขาและนางผ่านมาอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อคิดถึงก็รู้สึกหนาวเหน็บขึ้นไม่รู้ตัว “ตอนแรกข้าก็โกรธที่เกาเจี๋ยกับสือโต้วเข้าไปยุ่งวุ่นวาย แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คุนอวี่คงจากเราไปนานแล้ว”เมื่อพูดถึงก้อนแป้งน้อยน่ารักทั้งคู่ก็ยิ้มออกมา“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านรักกัน แต่ท่านไม่รักข้าใช่หรือไม่” เด็กชายร้องไห้โวยวายอยู่ตรงปากทางเข้าสวนท้อ“ตายจริงท่านกางข่ายอาคมอีกแล้วหรือ” ซื่อหานขมึงตาใส่สามี“ก็...ข้า...” เขาอยากใช้เวลาอยู่กับนางตามลำพัง พันหมื่นปีที่ผ่านมามันไม่เคยเพียงพอซื่อหานทุบสามีไปหนึ่งทีแล้วลบข่ายอาคมที่เขาสร้างเอาไว้ ด้วยตบะสามร้อยปีของเด็กชายจะสู้พลังมารหมื่นปีของบิดาได้อย่างไรทันทีที่ข่ายอาคมถูกลบเลือนเด็กชายก็วิ่งเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง“ท่านแม่ ท่านพ่อรังแกข้าอีกแล้ว” คุนอวี่บอกของมารดาชี้หน้าเอาเรื่องกับบิดา“เจ้านี่หนา สมัยก่อนตอนแม่ของเจ้ายังไม่คืนกลับมา ก็เข้าหาแต่ข้า คุยเล่นกับข้าแทบทุกวัน พอมีแม่เข้าหน่อยข้าก็หมดความสำคัญ” ในสมัยอดีตเจ้าก้อนแป้งเอาแต่ตามติดเขา เขาเองก็พาเด็กชายไปเที่ยวไหนต่อไหนแทบทุกวัน ผู้เป็นบิดาน้อยใจ“ใช่ ท่านไม่สำค

  • ท่านร้ายข้าก็ร้าย...มีสิ่งใดไม่เหมาะสม   โปรดอย่ารักนางร้าย 55.1 กลับคืนสู่วิถีเดิม END

    เป็นเพราะทั้งซื่อหานและหงหลางต่างก็เป็นเทพและมารที่อยู่มาในยุคฟ้าปางก่อน เป็นเทพมารบรรพกาลที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่องค์ในยุคนี้ การที่ทั้งคู่คบหากันจึงไม่มีใครคัดค้านแม้กระทั่งเทียนตี้เองก็มิกล้ามีปากมีเสียง คงเพราะหวั่นเกรงกลัวว่า มหาเทพซื่อหานจะบุกมาพังตำหนักของตนไม่ก็ถูกมหาจอมมารขโมยผลไม้เซียนที่เขาปลูกเอาไว้ จึงปล่อยเลยตามเลยทำปิดหูปิดตาไม่สนใจ แม้จะกังวลเรื่องการรวมดินแดนเพียงไหนก็ตามในอดีตนางและเขาทะเลาะกันจนทำให้ดินแดนทั้งสองแยกขาดจากกัน นางแกล้งเขาด้วยการสร้างโซ่เส้นหนึ่งขังเขาเอาไว้ในตำหนัก หงหลางโกรธจัด นับตั้งแต่นั้นมา สองดินแดนจึงถูกแยกออกจากกัน ถึงเวลาที่เขาและนางจะช่วยกันรวมดินแดนผนึกแผ่นดินเข้าหากันอีกครั้งหนึ่งกลายเป็นว่าสิ่งที่หลันเว่ยลงมือกระทำไปทั้งหมดเป็นการช่วยส่งเสริมให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะเดิมอย่างที่สามภพเคยเป็น มารและเทพกลับมาคบหากันอย่างเปิดเผย อยู่ภายใต้ขอบเขตศีลธรรมอันดีงาม“ท่านพ่อท่านแม่อยู่ไหน” คุนอวี่ถามหาบิดาและมารดา จากเกาเจี๋ยและสือโต้วพวกเขาสองคนมองหน้ากันไปมา เด็กชายจึงรู้ได้ในทันทีว่าทั้งสองคนไปขลุกอยู่ที่สวนท้อ คุนอวี่หงุดหงิด ช่วงหลังพวกเขา

  • ท่านร้ายข้าก็ร้าย...มีสิ่งใดไม่เหมาะสม   โปรดอย่ารักนางร้าย 54.2 ต้นเหตุ

    “ท่านมหาจอมมาร ถ้า...ท่านให้ข้าเป็นอนุภรรยาของท่าน ข้าสัญญาว่าจะปล่อยเขาไป ข้าหลงรักท่านนะเจ้าคะ” น้ำเสียงของหลันเว่ยคล้ายกับอ้อนวอน และเปลี่ยนอารมณ์เป็นเคียดแค้น “แต่เวลานี้ไม่สำคัญแล้วเป็นเพราะท่านไม่เคยรักข้า ไม่เคยสนใจข้าเรื่องทุกอย่างถึงได้ดำเนินมาถึงจุดนี้หากเมื่อสองพันปีก่อนท่านมอบหัวใจให้ดอกบัวน้อย ๆ เช่นข้าสักนิดเรื่องราวคงไม่...” สีหน้าของหลันเว่ยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นใจ“ข้าคุ้นหน้าเจ้าก็จริง แต่เราเคยพบกันด้วยหรือ” หงหลางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพบนางใบหน้าของหลันเว่ยเปลี่ยนสี“อย่าพูดพร่ำเลย จัดการเรื่องนี้ให้จบ ๆ ไปเสีย” ซื่อหานเรียกอสนีบาตเก้าสิบเจ็ดสาย ท้องฟ้าพิโรธรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เสียงกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งแดนสวรรค์และมารหลันเว่ยเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาเสียงโซ่ขังเซียนค่อย ๆ คลายตัวออก เด็กชายหลุดออกจากพันธนาการ หงหลางได้โอกาสคว้าตัวบุตรชายเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดได้อย่างปลอดภัย“ท่านแม่ ท่านพ่อ” ก้อนแป้งน้อยร้องไห้จ้า ผู้เป็นบิดาได้แต่ลูบหลังปลอบใจ“ที่เจ้าก่อเรื่องขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ข้าลงโทษเจ้าสถานเบา ครานี้เจ้าลักพาตัวบุตรชายของข้าเอาไปกักขังเอาไว้ เรื

  • ท่านร้ายข้าก็ร้าย...มีสิ่งใดไม่เหมาะสม   โปรดอย่ารักนางร้าย 54.1 ต้นเหตุ

    เพราะท่านพ่อท่านแม่กำลังอยู่ในช่วงเวลาปรับความเข้าใจกัน เด็กชายเบื่อ ๆ ไม่อยากรบกวนเวลาของพวกท่าน จึงออกไปเที่ยวเล่นดังเช่นปกติ แต่วันนี้ดันเตลิดเลยออกมาห่างจากตำหนักวิเวกของมารดาเกินไปสักนิด เดิมทีก้อนแป้งเองก็สนุกสนานกับการสำรวจสิ่งต่าง ๆ อยู่แล้ว รวมถึงมีตบะกลิ่นอายเซียนและมารผสมรวมกันอยู่ ปีศาจหรือเซียนระดับล่างมิอาจทำร้ายเขาได้ และทำให้เขาสามารถเข้าออกได้ทุกหนแห่งในสามภพป่าแถบนี้ประหลาดนัก ไร้เสียงของสัตว์สวรรค์ เด็กชายเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ สายตาเหลือบไปเห็นดอกบัวสีทองอร่ามงดงามจับใจอยู่กลางบึงน้ำสีครามสวย“เจ้าดอกบัว” หากเก็บไปให้มารดาและบิดาเป็นของขวัญคงจะดีไม่น้อย เมื่อคิดแล้วก็ลงมือ กระบี่ที่บิดาเป็นผู้หลอมให้เป็นของขวัญถูกนำออกมา ก้อนแป้งน้อยเขวี้ยงกระบี่ออกไปหมายจะตัดดอกบัวสีทองออกมาจากบึงแต่ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ดอกบัวดอกนั้นหลบหลีกกระบี่มารของบิดาได้ ผ่านไปครู่หนึ่งดอกบัวสีทองก็แปลงกายเป็นสตรีใบหน้างดงาม“คุณชาย อย่าทำร้ายข้า” นางอ้อนวอนทั้งน้ำตา“เอ๊ะ พี่สาว ท่านมีจิตวิญญาณหรอกหรือ” เขาคิดว่าเป็นดอกไม้ธรรมดาไม่คิดว่าเป็นดอกไม้เซียน เมื่อดอกบัวสีทองแปลงกายได้เขาจึงรีบเก

  • ท่านร้ายข้าก็ร้าย...มีสิ่งใดไม่เหมาะสม   โปรดอย่ารักนางร้าย 53 เติมเต็มช่วงเวลาที่ผ่านมา NC

    หงหลางกางข่ายอาคมของตนเองครอบคลุมสวนดอกท้อซื่อหานตกใจ ร้องเสียงหลง“เจ้าจะทำอะไร”“ข้าไม่อยากให้ใครมาแอบดูพวกเราสองคนทำอะไรกัน” เขาไม่พูดเปล่า แต่มือไม้ยังวุ่นวายกับร่างกายของนาง“หงหลางหยุดก่อน” นางผายมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข่ายอาคมของนางเอง“...” ชายหนุ่มทำหน้าประหลาดใจ“ชะ...ใช้ของข้า คนอื่นจะได้ไม่งงว่า เกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักวิเวก” นางกล่าวอึกอักหงหลางยิ้ม “เจ้านี่น่ารักจริง ๆ น่ารักมาตั้งแต่หลายหมื่นปีก่อน” ท่าทางเขินอายของนางทำเอาเขาอดเอ็นดูไม่ได้เสื้อผ้าของนางถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว จนร่างกายเปลือยเปล่าส่วนตัวของเขาเองก็เช่นกัน ผู้เป็นจอมมารขบเม้มร่างกายของนางจนเป็นรอยตราสีแดงไปทั่วทั้งร่าง กลืนกินทุกสัดส่วนอย่างโหยหา กลิ่นนี้ น้ำเสียงนี้ และความรู้สึกนี้ที่เขาเฝ้าตามหามาโดยตลอด ในที่สุดนางก็กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครา“ซื่อหาน ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน” เขาพูดพร่ำเบา ๆ ขยับตัวลงเบื้องล่าง ดูดคลึงเกสรดอกไม้ที่ยื่นออกมา“หงหลางเจ้า...” นางจะดิ้นหนี แต่ถูกเขารั้งเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้นางหนีรอด“อย่าคิดหนีอีกเลย เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก” หงหลางหยอกเย้าสอดลิ้นเข้าดุนดันติ่งกระสันที

  • ท่านร้ายข้าก็ร้าย...มีสิ่งใดไม่เหมาะสม   โปรดอย่ารักนางร้าย 52.2 ก้อนแป้งยังไม่มีชื่อ

    “นอนอยู่”“แย่จัง บอกให้ข้าขึ้นมา แล้วบอกว่าจะให้ท่านพ่อท่านแม่ช่วยกันตั้งชื่อให้”ซื่อหานสำลักสุราดอกท้ออีกครั้ง “สุรานี้ต้องมีปัญหาแน่ ๆ เหตุใดวันนี้ถึงได้มีรสเผ็ด”“ให้ข้าพิสูจน์ดูสักครั้ง” พูดจบหงหลาง ลุกขึ้นโน้มตัวลงมาจูบจุมพิต ดูดกลืนละเลียดชิมสุรา“...” ซื่อหานตกใจตัวแข็งทื่อ นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบหมื่นกว่าปีที่นางถูกขโมยจูบ ตกใจแต่ก็รู้สึกคุ้นเคย ใบหน้างดงามแดงยิ่งกว่าเดิม“รสชาติหอมหวานดีจะตายไป” เขาถอนจูบ ใช้นิ้วมือลูบริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางเบา ๆ“...”นางเป็นมหาเทพแข็งแกร่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา อยู่มาตั้งแต่ยุคฟ้าปางก่อนช่วยกันปกปักดูแลสามภพมาด้วยกัน นี่เป็นครั้งแรกเลยหรือไม่ที่ได้เห็นนางทำสีหน้าตลกเช่นนั้น“หรือต้องทดสอบดูอีกครั้งกันนะ”หงหลางตั้งท่าจะจุมพิตนางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางไวกว่าดีดตัวขยับถอยหนีได้ทัน“เจ้าจะบ้าเหรอ” ซื่อหานเช็ดปากของตนเองแรง ๆหงหลางคว้ามือนางไว้ได้ทันก่อนที่ริมฝีปากของนางจะเป็นแผล“อย่าเช็ดแรงสิ เดี๋ยวจะเป็นแผล” น้ำเสียงของจอมมารอ่อนโยน นุ่มทุ้มนางเอาแต่ก้มหน้างุด ความรู้สึกเช่นนี้มันคืออะไร หัวใจของนางเต้นแรงแปลก ๆ“ข้าอายุตั้งเท่าไร แผล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status