Beranda / รักโบราณ / ท่านหญิงจีจอมพลัง / บทที่ 11 ฮูหยินฟ้าประทาน

Share

บทที่ 11 ฮูหยินฟ้าประทาน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-26 18:00:42

            ฮ่องเต้หมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามิได้สนใจตระกูลจีเลยนับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์

            “ท่านชายจีอย่างนั้นหรือ?”

            “ใช่ พะยะค่ะ เสด็จพี่ ท่านอย่าลืมว่าพวกเขาถือตรามังกรคู่ไว้”

            “เจ้าคงไม่ลืมคำทำนายที่ร่ำลือกันของท่านผู้เฒ่าฝู่กั๋วกงผู้นั้นดอกกระมัง?”

            “พะยะค่ะ แต่หม่อมฉันคิดว่าเสด็จพี่ดูแลบ้านเมืองได้เรียบร้อยเป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใด?” ชินอ๋องสบตาพี่ชาย “เราเพิ่งผ่านกบฏฮองเฮามาไม่นาน หลายฝ่ายสงบนิ่งอยู่ ท่านเองก็จัดระเบียบเหล่าขุนนางแล้ว หากมีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่เราจะค่อยๆ ค้นหามัน”

            หมิงเฟยหลงพยักหน้า “ข้ามีเจ้าช่วยจัดการปัญหาพวกนี้ก็จริง แต่เรื่องของตระกูลจีอย่างไรก็ประมาทไม่ได้ พวกเขาถือตรามังกรคู่ที่รู้กันว่ามีสิทธิ์ในการครองราชย์หากตระกูลหมิงไม่สามารถดูแลบ้านเมืองได้”

            “ยามนี้ท่านชายจีก็ไปเป็นครูฝึกในค่ายของหม่อมฉันแล้ว หากเสด็จพี่คิดจะส่งคนเข้าไปสืบความในวังจี คงจะลงมือที่เขาได้ยาก”

            “มิได้! ข้าเคยได้ยินเสด็จพ่อกล่าวอยู่ครั้งหนึ่งว่าบุตรสาวตระกูลจีเท่านั้นจึงจะเป็นผู้มีสิทธิ์รักษาสิ่งของสำคัญของตระกูล”

            “หือ!”

            “บุตรชายจะได้สืบทอดวิชาเฉพาะของตระกูล บุตรสาวจะได้สิทธิ์รักษาสิ่งมีค่าที่สุดของตระกูล เจ้าบอกข้าเองว่าพวกเขามีบุตรสามคน และผู้ที่มีวิทยายุทธ์สูงสุดคือท่านหญิงจี”

            “พะยะค่ะ” ชินอ๋องที่ส่งฉินหวังหย่งไปสืบข่าวของวังจี รายงานมาเพียงเท่านี้ ฉินหวังหย่งกล่าวว่าไม่อาจเข้าใกล้เรือนของพวกเขาได้เพราะคล้ายมีองครักษ์เงาอารักขาอยู่

            ชินอ๋องเห็นคิ้วที่ขมวดมุ่นของพี่ชาย “ท่านคงคิดแผนการแล้วกระมัง?”

            หมิงเฟยหลงอยากจะกำจัดเสี้ยนหนามที่ทิ่มตำในใจนี้ออกให้สิ้นซาก หากพิสูจน์ได้ว่าตระกูลจีคิดไม่ซื่อก็จะได้หาโอกาสกำจัดเสีย ทว่าหากพวกเขามีใจจงรักภักดีก็ต้องดึงมาให้อยู่ใกล้ตัวเพื่อจะได้รู้ความเคลื่อนไหวอย่างชัดแจ้ง

            “บางทีเราอาจต้องการหมากตัวสำคัญ”

           

            ฟ่านหลี่เจี๋ยถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าแต่เช้าตรู่เพียงลำพัง เขาเดินพลางคิดพลางมาจนถึงห้องทรงพระอักษร

            อู๋กงกงที่อยู่รออยู่หน้าห้องรีบนำทางเขาเข้าไปด้านใน “เชิญใต้เท้าฟ่านทางนี้”            ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้นมองขุนนางหนุ่ม ‘ใคร่ครวญมาทั้งคืนแล้ว เจ้าหนุ่มผู้นี้เหมาะอย่างยิ่งกับภารกิจเรา’

            ฮ่องเต้ทรงโบกพระหัตถ์ให้อู๋กงกงออกไปรอด้านนอก ในยามเจรจาความลับย่อมมิอาจปล่อยให้หูที่ห้ามารออยู่ใกล้ ทรงเรียกให้ฟ่านหลี่เจี๋ยขยับเข้าไปใกล้

            ขุนนางในวังหลวงถูกแยกเป็นฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาเพื่อถ่วงดุลอำนาจ ทว่าตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีนั้น หมิงเฟยหลงไม่ยอมมีอีกต่อไปเพราะเป็นตำแหน่งที่กุมอำนาจทั้งหมดไว้จึงเสี่ยงกับการก่อกบฏอย่างยิ่ง แค่มีตำแหน่งสูงสุดคือมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาหลายครั้งยังก่อปัญหาต้องคอยระแวดระวัง

            “ฟ่านหลี่เจี๋ยเจิ้นจะไม่อ้อมค้อม เจิ้นต้องการให้เจ้าช่วยเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง”

            “พะยะค่ะ”

            “แต่งงาน”

            “พะยะค่ะ” ใต้เท้าฟ่านก้มหน้ารับคำแล้วพลันนึกขึ้นได้ “หา! แต่งงานหรือพะยะค่ะ?”

            “ใช่! ข้าต้องการให้เจ้าแต่งงาน”

            “เพราะเหตุใดหรือพะยะค่ะ?”

            “ข้าต้องการตามหาตรามังกรคู่” ฮ่องเต้อธิบายความสำคัญของตรามังกรคู่ที่ห้าตระกูลใหญ่ซึ่งเคยร่วมสร้างราชวงศ์หมิงได้มอบให้ตระกูลจีเพื่อเป็นตัวแทนในการขึ้นครองราชย์หากตระกูลหมิงไม่สามารถดูแลแคว้นได้ “ตระกูลจีจึงเป็นตระกูลที่หากคิดจะก่อกบฏ พวกเขาย่อมสามารถขึ้นครองราชย์ได้อย่างชอบธรรม”

            ฟ่านหลี่เจี๋ยเข้าใจในความกังวลของฮ่องเต้ “กระหม่อมจะช่วยพระองค์ได้จริงหรือพะยะค่ะ?”

            “ข้าจะพระราชทานการสมรสให้เจ้ากับท่านหญิงตระกูลจีซึ่งพวกเขาจะปฏิเสธไม่ได้ เพื่อให้เจ้าได้เข้าไปในวังจีได้ง่ายๆ ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้า พวกเขาปิดวังไม่รับแขกมาหลายสิบปี อาจจะมีความลับซ่อนอยู่ ซ้ำยามนี้เจ้าก็เห็นแล้วว่าท่านชายจีเข้ามาเป็นทหารในกองทัพ เจิ้นไม่รู้ว่าพวกเขาเคลื่อนไหวครั้งนี้มีแผนใด?”

            คุณชายฟ่านตื่นตระหนก จู่ๆ เขาก็ได้รับสมรสพระราชทาน นี่คงมิใช่ความบังเอิญดอกกระมัง? “ฝ่าบาท เหตุใดจึงใช้กระหม่อมเล่า?”

            ฮ่องเต้ยกยิ้มมุมปาก “เจ้าเป็นผู้ที่เก็บความลับให้เจิ้นได้ดีกว่าผู้ใด ครอบครัวของเจ้าก็นับว่าเป็นญาติกับตระกูลหมิงผ่านการอภิเษกของฟ่านซิ่วอิง ทอดตาไปทั่วราชสำนักก็คงมีแต่เจ้า”

            “ตระกูลจีจะยินยอมหรือพะยะค่ะ หากเปลี่ยนเป็นองค์ชายสักพระองค์พวกเขาอาจจะยินดีกว่าที่จะเป็นกระหม่อมก็เป็นได้”

            “อืม...นั่นสินะ! เพื่อให้พวกเขาไม่ปฏิเสธเจิ้นคงต้องเรียกพวกเขามาพูดคุยด้วยสักหน่อย”

            อู๋กงกงจึงเดินทางไปยังวังจีเพื่อแจ้งให้ท่านจีฝู่กั๋วกงตามมาเข้าเฝ้า จีลี่อิงรู้สึกตื่นตระหนกเพราะตระกูลของนางมิได้รับอนุญาตให้ย่างเท้าเข้าไปเหยียบพระราชวังนับตั้งแต่ท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่

            “อิงอิง เจ้าว่าท่านพ่อจะเป็นอันใดหรือไม่?”

            “รอฟังก่อนเถิดท่านแม่ อาจจะไม่มีเรื่องร้ายแรงก็ได้ ในเมื่อชินอ๋องก็ยินยอมรับเอาพี่หลุนไปเป็นครูฝึกในค่ายพยัคฆ์เหินแล้ว”

            จีฝู่กั๋วกงตามอู๋กั๋วกงเข้าไปยังห้องโถงเล็กข้างท้องพระโรง ฮ่องเต้หมิงประทับรอ เมื่อเห็นชายวัยกลางคนที่เพิ่งพบหน้าครั้งแรกก็ทรงเริ่มสังเกตอากัปกิริยาของอีกฝ่ายอย่างละเอียด

            “ถวายบังคมฝ่าบาท หม่อมฉันจีจิงเทียน ตำแหน่งฝู่กั๋วกงแห่งวังจี พะยะค่ะ”

            “ท่านจีฝู่กั๋วกง ที่ข้าเรียกให้ท่านเข้าเฝ้าในครั้งนี้ก็เพื่อปรับความเข้าใจระหว่างตระกูลหมิงกับตระกูลจีเสียใหม่”

            ใบหน้าของท่านจีเจื่อนเล็กน้อย “พะยะค่ะ”

            “หากจะให้ตระกูลจีได้เข้ามาเป็นขุนนางอีกครั้ง ก็ควรจะสานสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจเดิมในราชสำนัก ท่านคิดว่าหากเราให้จีลี่อิงบุตรีคนกลางของท่านสมรสกับองค์ชายจะดีหรือไม่?”

            จีฝู่กั๋วกงสะดุ้ง ‘ฮ่องเต้คงคิดจะเข้าไปสืบหาตรามังกรคู่และสืบหาความลับของตระกูลจีกระมัง?’

            “เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง ทว่ากระหม่อมกลับได้เลือกคนผู้หนึ่งเอาไว้เป็นบุตรเขย”

            “หือ! ผู้ใดกัน”

            “ฟ่านหลี่เจี๋ย บุตรคนโตของอดีตมหาเสนาบดีฟ่าน พะยะค่ะ” จีฝู่กั๋วกงมองเห็นช่องทางที่จะบรรลุภารกิจการแต่งงานของจีลี่อิงจึงรีบกราบทูล

            “อืม....” ฮ่องเต้หมิงไม่คาดว่าจีฝู่กั๋วกงจะเล็งคนที่ตนวางหมากไว้ ในใจยินดีนักหากแสร้งพยักหน้าไตร่ตรอง

            “หากท่านได้หมายมั่นไว้ก่อนเช่นนั้น ก็ถือว่าเจิ้นทำเพื่อตระกูลจีสักครั้งก็แล้วกัน ตระกูลฟ่านยามนี้มีอิทธิพลในหมู่ขุนนางไม่น้อย ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็เป็นขุนนางรุ่นใหม่ที่น่าจะก้าวสู่ตำแหน่งระดับสูงเหมาะอย่างยิ่ง”

            จีฝู่กั๋วกงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ให้ได้บันไดลงแก่คนตระกูลจีแล้ว ในเมื่อยินยอมให้จีลี่อิงแต่งงานกับฟ่านหลี่เจี๋ยผู้มีชะตาตามคำทำนาย และคนในตระกูลก็จะได้เข้าไปเป็นขุนนางอีกครั้งย่อมจะรุ่งเรือง แม้สมรสพระราชทานมีสิ่งเคลือบแฝงแต่ก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า

            ท่านจีฝู่กั๋วกงแสร้งทำหน้าเคร่งขรึมคล้ายผู้ตกลงในแผนของฮ่องเต้  “เช่นนั้นก็แล้วแต่พระองค์จะกรุณา พะยะค่ะ”

             “ดี! ในเมื่อท่านไม่ขัดข้อง เจิ้นจะออกพระบรมราชโองการเดี๋ยวนี้ ท่านจงกลับไปแจ้งให้ท่านหญิงจีเตรียมตัวเถิด”            

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 87 บุตรชายจอมพลัง (ตอนจบ)

    หน้าท้องของนางนูนชัดขึ้น ล่วงเข้าเดือนที่ห้า ฟ่านหลี่เจี๋ยที่ได้กลายเป็นท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนสำคัญยังต้องเดินทางไปราชการแต่เช้า ทว่ากำชับมิให้ผู้ใดรบกวนฮูหยินน้อยที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงจนตะวันแผดกล้า ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นเต้นยิ่งกว่าทุกคน คอยกำชับเรื่องอาหารกับพ่อครัวเป็นพิเศษ แต่ละวันก็คอยไล่ให้ลูกสะใภ้ออกไปหาอาหารบำรุงหลานสะใภ้ ความหวังที่จะได้เป็นย่าทวดนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม ขณะเดียวกันก็ให้บ่าวออกไปส่งข่าวที่วังสามพยัคฆ์เรียกร้องให้แฝดสี่ที่วัยจวนจะสามขวบมาเยี่ยมท่านยายและท่านยายทวดที่จวน พระชายาฟ่านซิ่วอิงเห็นว่าพี่สะใภ้ครรภ์โตขึ้นจึงพยายามพาโอรสและธิดามาให้ท่านหญิงจีได้ซึมซับความสุขของการเลี้ยงเด็ก ต้าลู่โอรสองค์โตเป็นผู้มีความเป็นผู้นำอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่มาเยือนจวนตระกูลฟ่านก็มักจะเดินเอามือไพล่หลังสำรวจห้องต่างๆ ราวกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาตรวจตราความเรียบร้อย ท่าทีของเขาทำเอาฮูหยิน ผู้เฒ่าอดอมยิ้มมิได้ “เจ้าดูสิ ต้าลู่ยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนชินอ๋อง ทั้งท่าทางและการทำสีหน้า เดินไปที่ใดล้วนข่มให้บ่าวและสาวใช้เกรงกลัวกันได้ทั่วหน้า” ฮูหยิน

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 86 ผนึกตรามังกรคู่

    เจดีย์หยกสวรรค์สีขาวกระจ่างตาในคืนพระจันทร์เต็มดวง ทุกคนต้องเดินขึ้นบันไดสูงชันเพื่อไปยังฐานของเจดีย์ที่ตั้งตระหง่าน นับตั้งแต่พิธีสมโภชการตั้งเมืองหมิงเป็นเมืองหลวงของแคว้นก็ยังไม่เคยมีพิธีสำคัญที่จัดบนนี้มาก่อน หลังจากฮ่องเต้ทรงทราบข้อตกลงของสี่ตระกูลใหญ่จากท่านฝู่กั๋วกงแล้วทรงยินดียิ่งนัก ทรงระมัดระวัง มิยอมเอ่ยเรื่องนี้กับผู้ใด สั่งการเพียงให้องครักษ์ทั้งหมดในวังเตรียมตัวให้พร้อม และยังมอบหมายให้ฟ่านหลี่เจี๋ยไปจัดเตรียมมือปราบทั้งหมดที่มิได้เข้าเวรตรวจตราเมืองเตรียมกำลังเอาไว้ท่านผู้เฒ่าจากสี่ตระกูลเดินขึ้นบันไดสูงโดยมีบุตรและบุตรีจากแต่ละตระกูลคอยพยุงฮ่องเต้ทรงสั่งให้ท่านอ๋องเก้าโดยเสด็จ ด้านล่างรอบเจดีย์ถูกล้อมโดยผู้อารักขานับพันคน และมีพลธนูซุ่มอยู่โดยรอบอีกนับร้อย“งานนี้จะผิดพลาดมิได้เลย ฤกษ์ดีนี้ร้อยปีจึงมีครั้ง หากเลยคืนนี้ไปไม่รู้ว่าหยกหยินหยางจะทำให้เจดีย์หยกสวรรค์เปิดออกได้หรือไม่?”เมื่อบุคคลสำคัญที่จะร่วมพิธีเดินขึ้นไปด้านหน้าเจดีย์พร้อมกันแล้ว ท่านฝู่กั๋วกงจึงหันไปหาชายาเอกหวังที่ยืนอยู่ข้างตน “เจ้าอย่าให้คบไฟดับเด็ดขาด”ท่านผู้เฒ่าจากแต่ละตระกูลพร้อม

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 85 ผู้แฝงกายรอโอกาส

    สาวใช้ที่ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่เรือนคนใช้หลังเล็ก ค่อยๆ ย่องออกมาพร้อมห่อผ้าสีดำขนาดใหญ่ในมือ นางเดินวนไปข้างเรือนแล้วหยิบเอาพลั่วติดมือไปด้วย หลังจากแอบมองเวรยามในจวนเดินผ่านไปแล้วก็วิ่งรี่ไปอิงแอบกับต้นใม้ใหญ่ที่อยู่ห่างเรือนออกไปเล็กน้อย เงาตะคุ่มๆ ที่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นถัดไปคือ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง “เจ้ามาแล้วหรือ? เอาของที่ว่ามาด้วยหรือไม่?” “เอามาแล้ว อยู่นี่” นางชูห่อผ้านั้นให้บุรุษดู “ดี!” ทั้งสองค่อยๆ ลัดเลาะไปยังสวนหลังเรือนที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน ฝ่ายชายรับเอาพลั่วนั่นขุดลงตรงโคนต้น แล้วยื่นมารับห่อผ้าจากสตรี จากนั้นจึงหย่อนลงไปในหลุม พวกเขาทั้งสองช่วยกันกลบจนมิดชิด “เสร็จแล้ว เจ้าไม่น่าขโมยมันออกมาด้วยเลยจริงๆ หากมีคนจับได้ว่าของชิ้นนี้มาวังท่านอ๋องสี่มีหวังเจ้าถูกสั่งประหารเป็นแน่” “แค่ฝังไว้ก็จะช่วยข้าได้จริงหรือ?” “เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้หรอก แต่หากเจ้ายังขืนเก็บไว้กับตัวก็ไม่แน่” “เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่มีผู้ใดรู้ว่าข้าซ่อนของที่ขโมยมาไว้ที่นี่” “สวนนี้ไม่มีคนมาดูแลนานแล้ว

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 84 ผู้ซ่อนตรามังกรคู่

    ท่านฝู่กั๋วกงนั่งดูดวงดาวอย่างเคร่งเครียด ในเมื่อชะตาเกิดของฟ่านหลี่เจี๋ยมีส่วนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชะตาของบุตรสาวคนรองแล้ว ก็ยังเหลือสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำให้สำเร็จคือการผนึกตรามังกรคู่ หลังจากการรวมหยินหยางของสองสามีภรรยาทำให้หยกสวรรค์ปรากฎ นับว่าวาสนาชะตาเกิดของเจ้าก้อนแป้งน้อยในท้องจีลี่อิงย่อมเป็นมงคลอย่างยิ่ง “ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าเห็นท่านนั่งคร่ำเคร่งมาสองคืนแล้วนะเจ้าคะ” จีเซียงอี๋ยกถาดยาบำรุงมาส่งให้บิดา “ท่านดื่มเสียหน่อยเถิดนี่ก็ดึกดื่นแล้ว” “ยิ่งดึกดวงดาวยิ่งชัดเจน หากไม่รอยามนี้คงยากจะได้เห็นสิ่งที่หลบซ่อนอยู่” “สิ่งใดหรือเจ้าคะ?” “การโคจรที่ผิดปกติของดวงดาวน่ะสิ” ฝู่กั๋วกงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “การดูดวงดาวและทำนายทายทักที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษตระกูลจีนับว่าเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง หากใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์และบุคคลก็ย่อมเกิดประโยชน์” “อย่างไรหรือท่านพ่อ?” “หากเจ้าใช้ทำนายในสิ่งที่จะมีผู้สูญเสียผลประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นภัยร้ายเหมือนที่ท่านปู่เจ้าได้ประสบอย่างไรเล่า?”

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 83 ดับภัยความระแวง

    “ท่านพี่ ท่านไม่รีบเข้าเฝ้าเช้านี้ดอกหรือ?” “ข้าแจ้งขอลาไปแล้ว เรื่องของเจ้ายามนี้สำคัญยิ่ง ส่วนเรื่องในราชสำนักยามนี้ยังมีผู้คอยดูแลแทนข้าอยู่ เจ้าเองก็นอนอีกสักหน่อยเถิด ยามสายค่อยอาบน้ำกินข้าว” สามีบังคับให้ท่านหญิงจีนอนต่ออีกสักพัก ครั้นแดดสายสาดถึงห้องนอนเขาจึงปลุกให้นางตื่น “ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เจ้าค่ะ” นางเอ่ยด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ท่านพี่มิยินยอมให้สาวใช้เข้าใกล้นาง เขาอุ้มนางลงอาบน้ำเช็ดถูเนื้อตัวนางอย่างเบามือ สระผมด้วยความเอาใจใส่ “เจ้าหอมแล้ว” เขายื่นจมูกโด่งเป็นสันมาคลอเคลียผิวแก้มที่เปื้อนไอน้ำของนาง ทั้งใช้นิ้วสางผมให้สักครู่ก็หันมาจูบแก้ม สักหน่อยก็จูบขมับ “ท่านพี่เจ้าคะ ทำเช่นนี้เมื่อใดข้าจะอาบน้ำเสร็จเสียที” “ข้าสระผมให้เจ้าแล้ว ลืมไปว่าข้าเองก็ควรจะอาบด้วย” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเปลื้องเสื้อผ้าพาดไว้ด้านข้างแล้วหย่อนร่างมาแนบชิด “ให้ข้าสระผมให้ท่านพี่ดีหรือไม่?” ท่านหญิงจีเงยหน้าขึ้นเอ่ยเอาใจ นางลืมไปว่าท่านพี่ผู้เป็นบัณฑิตหน้าตายผู้นี้ หากได้คืบก็มักจะเอาศอก ดีว่ายามนี้เขาเอาแต่พึมพำ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 82 หยกสวรรค์ส่วนหยาง

    “เห็น เหมือนจะมีแสงออกจากฟูกนี้ด้วย” ปานเหมยกุ้ยมองหน้า ปานหวงหลาน “เจ้าว่าในนี้มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่หรือไม่?” ปานเหมยกุ้ยมองซ้ายมองขวา ยามนี้คุณชายใหญ่อุ้มฮูหยินน้อยออกไปนั่งสูดอากาศที่ศาลาริมน้ำ มีเพียงนางสองพี่น้องอยู่ในห้อง “ค้นดูเร็ว!” ปานหวงหลานรีบบอกญาติผู้พี่ พวกนางทั้งสองเลาะตะเข็บฟูกด้านหนึ่งแล้วล้วงหา เพราะความที่เคยซุกซ่อนสิ่งสำคัญไว้ในหมอนทำให้สองพี่น้องอดระแวงมิได้ “ข้าเจอแล้ว!” ปานหวงหลานคลำไปดูกระดาษที่พับไว้แผ่นหนึ่ง เมื่อนางดึงออกมาดู สองพี่น้องถึงกับชะงัก ยันต์นั้นเรืองแสงขึ้นอีกแวบหนึ่ง “เก็บไว้ที่เดิมเถิด ยันต์นี้คงเป็นของศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่” ปานเหมยกุ้ยเห็นดังนั้นก็เกิดความเลื่อมใส นางหยิบเอาเข็มและด้ายมาส่งให้ญาติผู้น้อง “สิ่งนี้อาจจะทำให้ฮูหยินน้อยฟื้นก็ได้” สองพี่น้องเย็บช่วยกันครู่หนึ่งก็เรียบร้อย ทั้งสองสบตาเป็นเชิงเตือนอีกฝ่ายว่าห้ามบอกผู้ใด เมื่อเห็นแดดเริ่มแรง ฟ่านหลี่เจี๋ยจึงอุ้มร่างภรรยากลับมายังห้องนอน วางนางลงบนฟูกที่ปูใหม่ กลิ่นไอแดดให้ความสดชื่นและรู้สึกถึงความร้อนที่ยังแผ่กระจายอยู่ในเนื้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status