Beranda / รักโบราณ / ท่านหญิงจีจอมพลัง / บทที่ 10 ครูฝึกทัพพยัคฆ์เหิน

Share

บทที่ 10 ครูฝึกทัพพยัคฆ์เหิน

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 18:00:20

            ชินอ๋องที่ดูแลค่ายพยัคฆ์เหินมาเนิ่นนานกราบทูลขอพระบรมราชานุญาตจากฮ่องเต้เปิดการประลองเพื่อคัดเลือกยอดฝีมือไปเป็นนายกองเพิ่มเติม

            “หม่อมฉันอยากจะได้ผู้ที่อยู่นอกกองทัพเพื่อที่จะได้นำเอาวิทยายุทธ์จากภายนอกไปฝึกสอนให้กับทหารเพิ่มเติม”

            ฮ่องเต้หมิงทรงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าอนุญาต”

            ประกาศของทางการที่ถูกปิดไปทั่วเมืองหลวงล้วนทำให้ชายหนุ่มผู้ฝึกยุทธ์มีความกระตือรือร้น การคัดเลือกโดยชินอ๋องซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น

            ท่านชายน้อยจีเป็นหนึ่งในผู้สมัคร แม้ผู้ที่เป็นเชื้อพระวงศ์โดยมากไม่นิยมเป็นทหารเพราะแต่ละสายตระกูลล้วนหวงแหนทายาทของตนยิ่งนัก จะว่าไปแล้วตระกูล  หมิงของฮ่องเต้ก็มีเพียงชินอ๋องที่อาจหาญและเป็นขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่

            “ที่ผ่านมา พ่อมิยอมให้เจ้าไปเป็นทหารเพราะเจ้าจะต้องสืบต่อตระกูล ทว่ายามนี้ภัยกลับมากมีนัก การออกจากวังจีของเจ้าจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา” ท่านฝู่กั๋วกงตรวจดวงชะตาของตระกูลแล้วจึงอนุญาต

            จากคนนับพันที่แห่แหนมาจากทั่วสารทิศ ผ่านรอบคัดเลือกเหลือเพียงสี่ร้อยคนที่นับว่ามีฝีมือร้ายกาจ

            ลานประลองกลางเมืองถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ครอบครัวของท่านฝู่กั๋วกงมาชมกันอย่างพร้อมหน้า

            “พี่อิงอิง ท่านพี่ใหญ่จะได้อันดับหนึ่งหรือไม่?”

            จีลี่อิงหัวเราะร่วน “พี่ใหญ่รับมือข้าได้เพียงคนเดียว แน่นอนว่าฝีมือของเขาย่อมไร้ผู้ต้าน”

            จีเซียงอี๋ยิ้มจนตาหยี “ใช่แล้ว! ฝีมือพี่อิงอิงนับว่าร้ายกาจที่สุด”

            จีลี่อิงหันไปมองที่นั่งตำแหน่งประธานในงานที่ชินอ๋องประทับอยู่ หากให้นางประเมินฝีมือและพลกำลังแล้ว นางคิดว่าผู้ที่คู่ควรกับการประลองฝีมือกับนางอีกผู้หนึ่งคือชินอ๋อง

            ตึง! ตึง! ตึง!

            เสียงกลองใหญ่ถูกตีรัวแรง นายทหารผู้หนึ่งในชุดเกราะเต็มยศขึ้นบนเวทีประกาศรายชื่อคู่ต่อสู้สิบคู่แรก พวกเขาสามารถใช้อาวุธหรือจะไม่ใช้ก็ได้ ขอเพียงเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ข้อห้ามคือห้ามใช้อาวุธลับหรือพิษใดๆ

            แต่ละคู่ปะทะกันอย่างตื่นเต้น ฝีมือของพวกเขาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ส่วนใหญ่จะถนัดการใช้ดาบ และกระบี่ รอบที่สองผู้ชนะจากรอบแรกจะมาจับคู่ต่อสู้กันใหม่ ทำให้คัดเลือกเหลือหนึ่งร้อยคน ผ่านมาถึงรอบที่สี่เหลือเพียงยี่สิบห้าคน พวกเขาเริ่มใช้วิชาที่เหนือชั้นขึ้นกว่าสามรอบแรก

            “เจ้าดูสิ! คนพวกนี้ฝีมือดีทั้งนั้น”

            ฉินหวังหย่งนายใหญ่แห่งสำนักคุ้มภัยเทียนเทพ อดีตองครักษ์เงาของชินอ๋องมายืนอยู่เบื้องหลัง “พะยะค่ะ กระหม่อมเองก็อยากได้คนใหม่ๆ ไปเข้าสำนักเช่นกัน”

            ห้าคนสุดท้ายที่ยืนเรียงหน้ากระดานอยู่นั้น ชายหนุ่มคนสุดท้ายบุคลิกงามสง่าผึ่งผายจนชินอ๋องสะดุดตา หันไปสอบถามจากนายทหารที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

            “เจ้าไปดูชื่อสิว่า คนท้ายแถวน่ะ ชื่ออะไร?”

            นายทหารผู้นั้นหายไปครู่หนึ่งจึงกลับมารายงาน “ท่านชายจีหลุนขอรับ”

            “ข้าลืมตระกูลนี้ไปนานเทียว เจ้าไปสืบให้หน่อยสิว่า ตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง?”

            ฉินหวังหย่งรับคำ เมื่อชินอ๋องต้องการรู้ความลับใดเขาก็ยังคงออกทำหน้าที่องครักษ์เงาให้อยู่เสมอ ชินอ๋องพยายามนึกเรื่องของตระกูลจีซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่ช่วยก่อตั้งราชวงศ์หมิง จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ฝู่กั๋วกงเพื่อให้สืบต่อในตระกูล

ในวัยเยาว์เขาเคยเห็นฝู่กั๋วกงคนก่อนถวายคำแนะนำให้เสด็จพ่อ ทว่าระยะหลังกลับไม่เห็นอีก ภายหลังจึงได้รู้ว่า ตระกูลจีถูกสั่งห้ามมิให้เข้าวังอีก แต่เขามิรู้ว่าต้องโทษใด?

“อ๊ะ! นั่นมันวิชาย้ายร่าง” ชินอ๋องกับฉินหวังหย่งตะลึงมองการขยับกายอย่างรวดเร็วคล้ายหายตัวได้ของท่านชายจี คนรอบข้างไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินอกจากผู้ที่รู้จักวิชานี้เท่านั้นจึงจะจับผิดได้ “วิชาของตระกูลจีร้ายกาจนัก”

            ท่านชายจีที่เผลอใช้วิชาย้ายร่างรู้สึกตกใจที่ตนประมาทเกินไป แสดงวิชาประจำตระกูลบนเวทีประลอง เมื่อได้ชัยชนะจึงหันไปทางบิดาและน้องสาวที่ชม เมื่อเห็นบิดาทำสายตาตำหนิเล็กน้อยจึงหน้าเจื่อนลง

            “พี่หลุนประมาทเกินไปแล้ว! เปิดเผยวิชาลับต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ต้องมีผู้สงสัยเป็นแน่” จีลี่อิงกำหมัดเข้า นางลอบสังเกตไปรอบๆ เวทีว่ามีผู้ใดแสดงทีท่ารู้จักวิชาที่พี่ชายนางใช้หรือไม่?

            “เปิ่นหวางขอประกาศว่าท่านชายจีหลุนคือผู้ได้รับเลือกให้เป็นครูฝึกของค่ายพยัคฆ์เหิน ผู้ที่เข้ารอบอีกสี่คนไปเป็นผู้ช่วยครูฝึก ส่วนคนที่เหลือทางกองทัพพร้อมจะรับเข้าเป็นทหาร ผู้ใดสนใจให้ไปลงนามได้ที่โต๊ะด้านข้าง” ชินอ๋องลุกขึ้นเอ่ยด้วยเสียงก้องกังวาน ผู้ชมต่างปรบมือโห่ร้องแสดงความยินดีกับผู้ชนะ

            ฟ่านหลี่เจี๋ยและจินวั่งซูยืนชมอยู่ในฝูงชนอีกฟากหนึ่งรู้สึกตื่นเต้นที่เห็นยอดฝีมือมากมายบนเวทีประลอง “ท่านชายจี ข้าเพิ่งได้เห็นฝีมือของเขาจริงๆ ก็คราวนี้”

            “เจ้ารู้จักเขาเป็นการส่วนตัวด้วยหรือ?”

            “มิได้! ตระกูลนี้มีเรื่องลึกลับมากมายนัก ทำให้ข้าสนใจ”

            “อืม....” คุณชายฟ่านนึกถึงเรื่องที่เขาเคยได้ยินขุนนางอาวุโสพาดพิงถึงตระกูลจีอยู่สองสามครั้ง ทว่าสนทนาถึงได้ไม่นานพวกเขาก็กลับเอ่ยได้เพียงว่าเสียดายแล้วพากันเปลี่ยนเรื่องไป

            “เจ้าทำเหมือนเจ้ารู้สึกเรื่องพวกเขาด้วย” จินวั่งซูตบพัดงูดำแล้วหันมาทางสหาย สีหน้าเรียบเฉยของฟ่านหลี่เจี๋ยทำให้เขาไม่เคยทายใจบุรุษผู้นี้ได้เลย

            “ข้าเคยได้ยินคนพูดถึงตระกูลนี้อยู่ แล้วเจ้าเล่า? รู้อะไรก็เล่าให้ข้าฟังบ้าง”

            “ตระกูลเป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่ที่ร่วมก่อร่างสร้างราชวงศ์หมิงมา จึงได้บรรดาศักดิ์ที่สืบทอดกันในสายตระกูลเป็นฝู่กั๋วกง ในรัชกาลก่อนมีเรื่องซุบซิบกันว่า ท่านฝู่กั๋วกงไปทำเรื่องผิดใจกับฮ่องเต้จึงไม่ได้ทำหน้าที่พระราชทานคำแนะนำอีก ท่านฝู่กั๋วกงท่านนั้นมีความแม่นยำเก่งกาจในการตรวจดวงชะตานัก คราหนึ่งเคยทำนายว่า ยุครัชกาลนี้จะมีเภทภัยหนักๆ อาจถึงขั้นราชวงศ์ล่ม ใบที่เขียนคำทำนายนั้นถูกสั่งให้นำไปทำลาย จากนั้นตระกูลจีก็มิได้เข้าเฝ้าในพระราชวังอีกเลย”

            คุณชายฟ่านมองสหายด้วยความเลื่อมใส หากสอบถามเรื่องชาวบ้านกับจินวั่งซูย่อมไม่ผิดหวัง สมกับเป็นผู้ชอบยุแยงเสียจริง!

            “เช่นนั้นก็เป็นตระกูลที่เสื่อมแล้วน่ะสิ!”

            “จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

            “เหตุใดข้าจึงเคยได้ยินว่าพวกเขามีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ด้วย?” ฟ่านหลี่เจี๋ยนึกถึงเรื่องที่เขาเคยได้ยินโดยบังเอิญเมื่อหลายปีก่อน

            “อ้อ! ต้นตระกูลนี้เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากกลุ่มตระกูลที่ก่อตั้งราชวงศ์ให้ถือตรามังกรคู่น่ะสิ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 87 บุตรชายจอมพลัง (ตอนจบ)

    หน้าท้องของนางนูนชัดขึ้น ล่วงเข้าเดือนที่ห้า ฟ่านหลี่เจี๋ยที่ได้กลายเป็นท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนสำคัญยังต้องเดินทางไปราชการแต่เช้า ทว่ากำชับมิให้ผู้ใดรบกวนฮูหยินน้อยที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงจนตะวันแผดกล้า ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นเต้นยิ่งกว่าทุกคน คอยกำชับเรื่องอาหารกับพ่อครัวเป็นพิเศษ แต่ละวันก็คอยไล่ให้ลูกสะใภ้ออกไปหาอาหารบำรุงหลานสะใภ้ ความหวังที่จะได้เป็นย่าทวดนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม ขณะเดียวกันก็ให้บ่าวออกไปส่งข่าวที่วังสามพยัคฆ์เรียกร้องให้แฝดสี่ที่วัยจวนจะสามขวบมาเยี่ยมท่านยายและท่านยายทวดที่จวน พระชายาฟ่านซิ่วอิงเห็นว่าพี่สะใภ้ครรภ์โตขึ้นจึงพยายามพาโอรสและธิดามาให้ท่านหญิงจีได้ซึมซับความสุขของการเลี้ยงเด็ก ต้าลู่โอรสองค์โตเป็นผู้มีความเป็นผู้นำอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่มาเยือนจวนตระกูลฟ่านก็มักจะเดินเอามือไพล่หลังสำรวจห้องต่างๆ ราวกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาตรวจตราความเรียบร้อย ท่าทีของเขาทำเอาฮูหยิน ผู้เฒ่าอดอมยิ้มมิได้ “เจ้าดูสิ ต้าลู่ยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนชินอ๋อง ทั้งท่าทางและการทำสีหน้า เดินไปที่ใดล้วนข่มให้บ่าวและสาวใช้เกรงกลัวกันได้ทั่วหน้า” ฮูหยิน

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 86 ผนึกตรามังกรคู่

    เจดีย์หยกสวรรค์สีขาวกระจ่างตาในคืนพระจันทร์เต็มดวง ทุกคนต้องเดินขึ้นบันไดสูงชันเพื่อไปยังฐานของเจดีย์ที่ตั้งตระหง่าน นับตั้งแต่พิธีสมโภชการตั้งเมืองหมิงเป็นเมืองหลวงของแคว้นก็ยังไม่เคยมีพิธีสำคัญที่จัดบนนี้มาก่อน หลังจากฮ่องเต้ทรงทราบข้อตกลงของสี่ตระกูลใหญ่จากท่านฝู่กั๋วกงแล้วทรงยินดียิ่งนัก ทรงระมัดระวัง มิยอมเอ่ยเรื่องนี้กับผู้ใด สั่งการเพียงให้องครักษ์ทั้งหมดในวังเตรียมตัวให้พร้อม และยังมอบหมายให้ฟ่านหลี่เจี๋ยไปจัดเตรียมมือปราบทั้งหมดที่มิได้เข้าเวรตรวจตราเมืองเตรียมกำลังเอาไว้ท่านผู้เฒ่าจากสี่ตระกูลเดินขึ้นบันไดสูงโดยมีบุตรและบุตรีจากแต่ละตระกูลคอยพยุงฮ่องเต้ทรงสั่งให้ท่านอ๋องเก้าโดยเสด็จ ด้านล่างรอบเจดีย์ถูกล้อมโดยผู้อารักขานับพันคน และมีพลธนูซุ่มอยู่โดยรอบอีกนับร้อย“งานนี้จะผิดพลาดมิได้เลย ฤกษ์ดีนี้ร้อยปีจึงมีครั้ง หากเลยคืนนี้ไปไม่รู้ว่าหยกหยินหยางจะทำให้เจดีย์หยกสวรรค์เปิดออกได้หรือไม่?”เมื่อบุคคลสำคัญที่จะร่วมพิธีเดินขึ้นไปด้านหน้าเจดีย์พร้อมกันแล้ว ท่านฝู่กั๋วกงจึงหันไปหาชายาเอกหวังที่ยืนอยู่ข้างตน “เจ้าอย่าให้คบไฟดับเด็ดขาด”ท่านผู้เฒ่าจากแต่ละตระกูลพร้อม

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 85 ผู้แฝงกายรอโอกาส

    สาวใช้ที่ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่เรือนคนใช้หลังเล็ก ค่อยๆ ย่องออกมาพร้อมห่อผ้าสีดำขนาดใหญ่ในมือ นางเดินวนไปข้างเรือนแล้วหยิบเอาพลั่วติดมือไปด้วย หลังจากแอบมองเวรยามในจวนเดินผ่านไปแล้วก็วิ่งรี่ไปอิงแอบกับต้นใม้ใหญ่ที่อยู่ห่างเรือนออกไปเล็กน้อย เงาตะคุ่มๆ ที่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นถัดไปคือ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง “เจ้ามาแล้วหรือ? เอาของที่ว่ามาด้วยหรือไม่?” “เอามาแล้ว อยู่นี่” นางชูห่อผ้านั้นให้บุรุษดู “ดี!” ทั้งสองค่อยๆ ลัดเลาะไปยังสวนหลังเรือนที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน ฝ่ายชายรับเอาพลั่วนั่นขุดลงตรงโคนต้น แล้วยื่นมารับห่อผ้าจากสตรี จากนั้นจึงหย่อนลงไปในหลุม พวกเขาทั้งสองช่วยกันกลบจนมิดชิด “เสร็จแล้ว เจ้าไม่น่าขโมยมันออกมาด้วยเลยจริงๆ หากมีคนจับได้ว่าของชิ้นนี้มาวังท่านอ๋องสี่มีหวังเจ้าถูกสั่งประหารเป็นแน่” “แค่ฝังไว้ก็จะช่วยข้าได้จริงหรือ?” “เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้หรอก แต่หากเจ้ายังขืนเก็บไว้กับตัวก็ไม่แน่” “เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่มีผู้ใดรู้ว่าข้าซ่อนของที่ขโมยมาไว้ที่นี่” “สวนนี้ไม่มีคนมาดูแลนานแล้ว

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 84 ผู้ซ่อนตรามังกรคู่

    ท่านฝู่กั๋วกงนั่งดูดวงดาวอย่างเคร่งเครียด ในเมื่อชะตาเกิดของฟ่านหลี่เจี๋ยมีส่วนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชะตาของบุตรสาวคนรองแล้ว ก็ยังเหลือสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำให้สำเร็จคือการผนึกตรามังกรคู่ หลังจากการรวมหยินหยางของสองสามีภรรยาทำให้หยกสวรรค์ปรากฎ นับว่าวาสนาชะตาเกิดของเจ้าก้อนแป้งน้อยในท้องจีลี่อิงย่อมเป็นมงคลอย่างยิ่ง “ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าเห็นท่านนั่งคร่ำเคร่งมาสองคืนแล้วนะเจ้าคะ” จีเซียงอี๋ยกถาดยาบำรุงมาส่งให้บิดา “ท่านดื่มเสียหน่อยเถิดนี่ก็ดึกดื่นแล้ว” “ยิ่งดึกดวงดาวยิ่งชัดเจน หากไม่รอยามนี้คงยากจะได้เห็นสิ่งที่หลบซ่อนอยู่” “สิ่งใดหรือเจ้าคะ?” “การโคจรที่ผิดปกติของดวงดาวน่ะสิ” ฝู่กั๋วกงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “การดูดวงดาวและทำนายทายทักที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษตระกูลจีนับว่าเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง หากใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์และบุคคลก็ย่อมเกิดประโยชน์” “อย่างไรหรือท่านพ่อ?” “หากเจ้าใช้ทำนายในสิ่งที่จะมีผู้สูญเสียผลประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นภัยร้ายเหมือนที่ท่านปู่เจ้าได้ประสบอย่างไรเล่า?”

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 83 ดับภัยความระแวง

    “ท่านพี่ ท่านไม่รีบเข้าเฝ้าเช้านี้ดอกหรือ?” “ข้าแจ้งขอลาไปแล้ว เรื่องของเจ้ายามนี้สำคัญยิ่ง ส่วนเรื่องในราชสำนักยามนี้ยังมีผู้คอยดูแลแทนข้าอยู่ เจ้าเองก็นอนอีกสักหน่อยเถิด ยามสายค่อยอาบน้ำกินข้าว” สามีบังคับให้ท่านหญิงจีนอนต่ออีกสักพัก ครั้นแดดสายสาดถึงห้องนอนเขาจึงปลุกให้นางตื่น “ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เจ้าค่ะ” นางเอ่ยด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ท่านพี่มิยินยอมให้สาวใช้เข้าใกล้นาง เขาอุ้มนางลงอาบน้ำเช็ดถูเนื้อตัวนางอย่างเบามือ สระผมด้วยความเอาใจใส่ “เจ้าหอมแล้ว” เขายื่นจมูกโด่งเป็นสันมาคลอเคลียผิวแก้มที่เปื้อนไอน้ำของนาง ทั้งใช้นิ้วสางผมให้สักครู่ก็หันมาจูบแก้ม สักหน่อยก็จูบขมับ “ท่านพี่เจ้าคะ ทำเช่นนี้เมื่อใดข้าจะอาบน้ำเสร็จเสียที” “ข้าสระผมให้เจ้าแล้ว ลืมไปว่าข้าเองก็ควรจะอาบด้วย” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเปลื้องเสื้อผ้าพาดไว้ด้านข้างแล้วหย่อนร่างมาแนบชิด “ให้ข้าสระผมให้ท่านพี่ดีหรือไม่?” ท่านหญิงจีเงยหน้าขึ้นเอ่ยเอาใจ นางลืมไปว่าท่านพี่ผู้เป็นบัณฑิตหน้าตายผู้นี้ หากได้คืบก็มักจะเอาศอก ดีว่ายามนี้เขาเอาแต่พึมพำ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 82 หยกสวรรค์ส่วนหยาง

    “เห็น เหมือนจะมีแสงออกจากฟูกนี้ด้วย” ปานเหมยกุ้ยมองหน้า ปานหวงหลาน “เจ้าว่าในนี้มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่หรือไม่?” ปานเหมยกุ้ยมองซ้ายมองขวา ยามนี้คุณชายใหญ่อุ้มฮูหยินน้อยออกไปนั่งสูดอากาศที่ศาลาริมน้ำ มีเพียงนางสองพี่น้องอยู่ในห้อง “ค้นดูเร็ว!” ปานหวงหลานรีบบอกญาติผู้พี่ พวกนางทั้งสองเลาะตะเข็บฟูกด้านหนึ่งแล้วล้วงหา เพราะความที่เคยซุกซ่อนสิ่งสำคัญไว้ในหมอนทำให้สองพี่น้องอดระแวงมิได้ “ข้าเจอแล้ว!” ปานหวงหลานคลำไปดูกระดาษที่พับไว้แผ่นหนึ่ง เมื่อนางดึงออกมาดู สองพี่น้องถึงกับชะงัก ยันต์นั้นเรืองแสงขึ้นอีกแวบหนึ่ง “เก็บไว้ที่เดิมเถิด ยันต์นี้คงเป็นของศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่” ปานเหมยกุ้ยเห็นดังนั้นก็เกิดความเลื่อมใส นางหยิบเอาเข็มและด้ายมาส่งให้ญาติผู้น้อง “สิ่งนี้อาจจะทำให้ฮูหยินน้อยฟื้นก็ได้” สองพี่น้องเย็บช่วยกันครู่หนึ่งก็เรียบร้อย ทั้งสองสบตาเป็นเชิงเตือนอีกฝ่ายว่าห้ามบอกผู้ใด เมื่อเห็นแดดเริ่มแรง ฟ่านหลี่เจี๋ยจึงอุ้มร่างภรรยากลับมายังห้องนอน วางนางลงบนฟูกที่ปูใหม่ กลิ่นไอแดดให้ความสดชื่นและรู้สึกถึงความร้อนที่ยังแผ่กระจายอยู่ในเนื้อ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 9 สตรีในชุดแดง

    ฟ่านหลี่เจี๋ยเร่งฝีเท้าเต็มที่ เย็นนี้เขาออกจากมาจากสำนักตรวจการช้า กว่าจะกลับเข้าจวนเพื่อหยิบหนังสือที่เขียนเสร็จแล้วบนโต๊ะออกมาก็ใกล้เวลาพลบค่ำ เขาใช้ผ้าสีดำห่อหนังสือสองเล่มแล้วเร่งรุดออกจากคฤหาสน์ไปทางบ่อนหวังร่ำรวย ตรอกข้างบ่อนการพนันนั้นเป็นที่รู้จักกันในนามตรอกคนโฉด ก่อนจะไปถึงเข

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 8 พนันแต่งงาน

    หลังจากการปราบกบฏภายใต้การมุ่งสังหารฮ่องเต้ของอดีตฮองเฮาของ ชินอ๋องและอ๋องเก้า เมืองหลวงสงบสุขขึ้นมาก ขั้วอำนาจในวังยามนี้ต่างสงบนิ่ง ฮองไทเฮาก็ดูเหมือนจะยอมรามือหันไปสนใจดูแลหลานๆ ที่เกิดจากชินอ๋องและพระชายาฟ่านซิ่วอิง ฟ่านหลี่เจี๋ยจับสังเกตได้ว่า ฮ่องเต้ยังไม่ไว้วางพระทัยในเ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 7 ความบังเอิญไม่มีจริง

    จีลี่อิงนอนคว่ำบนเตียงนอน ปานเหมยกุ้ยจุดตะเกียงให้นางหลายดวงใกล้หัวนอน หนังสือที่นางสอดไว้ใต้หมอนใบใหญ่เล่มค่อนข้างหนา นางเอาเศษกระดาษมาคั่นส่วนที่อ่านค้างไว้ “ท่านหญิง ข้าว่าท่านขยับมาอ่านฝั่งนี้จะสว่างกว่านะเจ้าคะ” “อืม...ก็ดีเหมือนกัน เจ้าคอยเตือนด้วย อย่าให้ข

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 6 คำทำนายของท่านปู่

    เมื่อเดือนก่อน ม้วนกระดาษที่ถูกเก็บไว้ในกล่องไม้ ถูกหยิบออกมาคลี่อ่านอีกครั้ง ท่านฝู่กั๋วกงรู้สึกหนักใจเพราะเหตุการณ์ในบรรทัดแรกได้เกิดขึ้นแล้ว“สตรีสูงศักดิ์เทเลือดล้างเมือง บุรุษลือเลื่องยกดาบทาบบัลลังก์ สงครามหลังยุคกลางก่อเกิด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status