Home / รักโบราณ / ท่านหญิงจีจอมพลัง / บทที่ 8 พนันแต่งงาน

Share

บทที่ 8 พนันแต่งงาน

last update Last Updated: 2026-01-26 17:59:40

            หลังจากการปราบกบฏภายใต้การมุ่งสังหารฮ่องเต้ของอดีตฮองเฮาของ       ชินอ๋องและอ๋องเก้า เมืองหลวงสงบสุขขึ้นมาก ขั้วอำนาจในวังยามนี้ต่างสงบนิ่ง ฮองไทเฮาก็ดูเหมือนจะยอมรามือหันไปสนใจดูแลหลานๆ ที่เกิดจากชินอ๋องและพระชายาฟ่านซิ่วอิง    

ฟ่านหลี่เจี๋ยจับสังเกตได้ว่า ฮ่องเต้ยังไม่ไว้วางพระทัยในเรื่องแย่งชิงราชบัลลังก์ เมื่อเลือกเฟ้นและสืบสอบปูมหลังของขุนนางรุ่นใหม่โดยละเอียด ยามนี้ฟ่าน  หลี่เจี๋ยจึงได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเหล่าราชบัณฑิตที่คอยให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาของฮ่องเต้

            ‘ข้าไม่ได้อยากเข้าใกล้ฮ่องเต้ขนาดนั้น ผู้ใดกันหวังดีในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรขนาดนี้ แทนที่จะได้อยู่อย่างสงบสุขในช่วงวันหยุด การเป็นราชบัณฑิตต้องพร้อมจะเข้าเฝ้าตลอดเวลา น่าเบื่อยิ่งนัก’

            ฟ่านหลี่เจี๋ยนัดแนะกับจินวั่งซู เจ้าของฉายาจอมยุแยงประจำเมืองหลวง คุณชายจินผู้นี้เป็นญาติกับจวิ้นอ๋องหรือองค์ชายสิบสองที่อภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่งแห่งแคว้นจิน บัดนี้ได้กลับมาพำนักยังเมืองหลวงหมิงแล้ว

            นิสัยของจินวั่งซูผู้นี้ถูกน้องสาวของเขา พระชายาฟ่านซิ่วอิงเรียกขานว่า     ‘พี่วั่งซูคนโฉดข้างวัง’

            “พี่หลี่เจี๋ย สหายของท่านผู้นี้นิสัยเหมือนกับงู ทั้งเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ เขามักจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวของผู้อื่นเป็นที่สุด บางคราก็อาจจะหวังช่วยเหลือ หรือบางคราอาจจะหวังกลั่นแกล้ง ยากจะคาดเดา”

            สถานที่นิยมชมชอบของจินวั่งซู ต้องเป็นสถานที่มีผู้คนคึกคักและครึกครื้น ไม่ว่าวงสนทนาใดเขาก็จะแวะเวียนไปร่วมฟังเรื่องซุบซิบนินทาด้วยเสมอ ตั้งแต่เรื่องในรั้วในวังจนถึงเรื่องชาวบ้านร้านตลาด น่าแปลกที่คนผู้นี้กลับรู้ไปเสียทุกสิ่ง

            “ข้าถามจริงๆ เถิด เพื่อนของท่านผู้นี้ ไม่ทำมาหากินหรืออย่างไร?”

            ฟ่านซิ่วอิงถามด้วยความข้องใจอย่างยิ่งที่เห็นคุณชายจินผู้นี้ แต่ละวันไม่นั่งอยู่ที่ร้านน้ำชานกกระจิบหน้าตลาดก็ไปภัตตาคารบึงหงส์ ล่าสุดมีร้านขนมเปิดใหม่ที่อยู่ใกล้ท่าน้ำไท่หยาง ผู้คนเข้าไปอุดหนุนกันมาก เขาก็ยังไม่วายไปนั่งเล่นที่นั่นได้ค่อนวัน มิรู้ว่าเอาเงินจากที่ใดมาใช้นักหนา

            “ตระกูลเขาร่ำรวย ยามนี้ยังมีหุ้นส่วนกับกิจการส่งข้าวของจวิ้นอ๋องในแคว้น  จินอีก ย่อมมีเงินไม่น้อย” ฟ่านหลี่เจี๋ยอธิบายสั้นๆ เขาเองก็เห็นด้วยว่า จินวั่งซูช่างว่างงานเสียจริง เงินทองก็มีใช้ไม่ขาด

            จินวั่งซูเป็นหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง แม้จะติดอันดับเพียงหนึ่งในยี่สิบบุรุษรูปงามในเมืองหมิงปีล่าสุด แพ้พ่ายฟ่านหลี่เจี๋ยที่ขึ้นไปสู่อันดับหนึ่งในสิบ

            “เจ้ากล้าแซงอันดับข้าไปเช่นนี้ เห็นได้ว่า เหล่าคนจัดอันดับผู้นั้น ตาไม่ถึงเป็นแน่” คุณชายจินตบพัดงูดำที่ได้รับเป็นค่าจ้างทำงานจากชินอ๋อง ยืดอกขึ้นด้วยความขัดเคือง ในใจกลับคิดว่า ปีหน้าก่อนจัดอันดับเขาจะต้องทำการหาเสียง และบำรุงรักษารูปร่างหน้าตาให้เป๊ะก่อนออกไปปรากฏตัวให้หญิงสาวทั่วเมืองหลวงได้พบ

            “เจ้าจะสนใจไปไยเรื่องพวกนี้ แต่ละปีล้วนมีบุรุษและสตรีโฉมงามเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็เปลี่ยนอันดับไปทุกปี” ฟ่านหลี่เจี๋ยทำหน้าเหนื่อยหน่าย เพราะรูปร่างหน้าตาของเขาดึงดูดผู้คนให้สนใจมาตั้งแต่เด็กจนโต หากมัวแต่สนใจสิ่งนี้ เขาคงจะมิมีเวลาว่างทำสิ่งอื่น

            “เฮ้อ! เพราะเจ้าเป็นเช่นนี้ สาวงามติดอันดับแต่ละปีที่เคยมาชม้ายตาแลเจ้า สุดท้ายก็ทนความเย็นชาไม่ได้ หันไปแต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว คงเหลือแต่เจ้าที่ยังเป็นโสด”

            ฟ่านหลี่เจี๋ยปรายตาอย่างเอือมระอา ยกสุราขึ้นจิบเล็กน้อย คืนนี้พวกเขาดื่มหมดไปแล้วสี่กา จินวั่งซูดื่มแบบไม่กลัวเมา ส่วนเขาค่อยๆ จิบอย่างสุขุม “แล้วเจ้าเล่า? ข้าเห็นเจ้าเลือกนัก ยามนี้เป็นอย่างไร? ยังเป็นบุรุษโดดเดี่ยวเช่นข้าเช่นกัน ยังกล้าจะมาเย้ยหยัน”

            จินวั่งซูสะอึกเล็กน้อย ใบหน้าตึงขึ้น “อย่างน้อยข้ายังเคยมีความรัก แต่ว่าเจ้านี่สิ! นอกจากจะไม่มีแล้ว ยังดูตายด้านเสียอีก”

            “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าตายด้าน?”

            “เหอะ! เอาไว้เจ้ามีฮูหยินเมื่อใดข้าจะงัดเอาเงินเก็บข้ามาให้เป็นของขวัญแต่งงานเลยเทียว”

            “ข้าบอกท่านพี่กับท่านแม่ไปแล้วว่า ปีนี้จะหาเจ้าสาวสักนาง”

            จินวั่งซูตาเหลือก “เอ๋!? เจ้าทำเช่นนี้จะกดดันข้าด้วยใช่หรือไม่?” กล่าวจบก็เทสุราขึ้นกรอกลงคออีกสองจอกติด

            ฟ่านหลี่เจี๋ยหันมามองเพื่อนด้วยหางตา “กดดันที่ใดกัน ด้วยชื่อเสียงของเจ้าคนโฉดข้างวัง ยังมิรู้เลยว่า แม่สื่อที่เก่งที่สุดจะทาบทามสตรีใดให้เจ้าได้บ้าง”

            จินวั่งซูตบพัดงูดำดังพรึ่บ! “นั่นล้วนเป็นฝีมือน้องสาวเจ้า ที่เผยแพร่ฉายานี้จนข้าขายไม่ออก” ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มถมึงทึง

            “ใครใช้ให้เจ้าอยากไปสนิทกับนางเล่า?” ฟ่านหลี่เจี๋ยหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาเองก็เพิ่งรู้ภายหลังว่า น้องสาวคนงามของตนแสบสันต์เพียงใด นางเองก็นับเป็นคนโฉดผู้หนึ่งแห่งแคว้นหมิงเช่นกัน

            “อ้อ! นี่เจ้าเห็นว่า ข้าจะหาเจ้าสาวไม่ได้สินะ” คุณชายจินจิบสุราไปหลายจอกชักเลือดขึ้นหน้า “เช่นนั้น เรามาพนันกัน ในปีนี้ เจ้ากับข้า ผู้ใดแต่งงานก่อนผู้นั้นถือว่าชนะ สามารถขอให้ผู้แพ้ทำสิ่งใดก็ได้ ดีหรือไม่?”

            เมื่อเห็นเพื่อนรักจ้องหน้า ซ้ำยังยิ้มเยาะ “เจ้าไม่กล้าล่ะสิ! คนรังเกียจสตรีเช่นเจ้า อาจจะตายด้านไปแล้วด้วยซ้ำ”

            “จิน...วั่ง...ซู...” ฟ่านหลี่เจี๋ยลากเสียงเรียกเยือกเย็น “หากเจ้าคิดเช่นนั้น ข้ารับคำท้า นอกจากจะต้องทำตามที่ผู้ชนะต้องการแล้ว ยังต้องเลี้ยงสุราอีกหนึ่งเดือน ตกลงหรือไม่?”

            “ดี!” จินวั่งซูกระแทกจอกเหล้าลงบนโต๊ะดัง ปั๊ก! “เพื่อมิให้มีผู้บิดพริ้วเรามาเขียนสัญญากันแล้วเอาไปให้พระชายาเป็นคนเก็บไว้”

            “ได้!”

            หลังตื่นนอนวันต่อมา เมื่อทบทวนได้ว่าตนเองได้พนันกับจินวั่งซูไปเช่นนั้น ฟ่านหลี่เจี๋ยถึงกับตบหน้าผากตนเองถี่ๆ เขาหยิบสัญญาที่พับไว้บนโต๊ะขึ้นมาอ่าน  ส่วนของเขาเขียนไว้ว่า หากเขาชนะจินวั่งซูจะต้องมาเป็นผู้ช่วยเขาทำงานที่สำนักตรวจการเป็นเวลาสามเดือน นั่นเป็นเพราะเขารู้ว่า จินวั่งซูเกลียดการเป็นขุนนางนัก ส่วนจินวั่งซูเขียนไว้ว่า หากตนชนะฟ่านหลี่เจี๋ยจะต้องติดส้อยห้อยตามเขาไปทุกร้านในเมืองหลวงทุกครั้งที่จินวั่งซูต้องการเป็นเวลาสามเดือน

‘นี่ข้าปากพล่อยเช่นนั้นได้อย่างไรกัน? ถ้าเกิดเจ้าวั่งซูแต่งงานก่อน ข้ามิต้องตามไปอยู่ในฝูงชนมากมายจนอกแตกตายหรือนี่?’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 87 บุตรชายจอมพลัง (ตอนจบ)

    หน้าท้องของนางนูนชัดขึ้น ล่วงเข้าเดือนที่ห้า ฟ่านหลี่เจี๋ยที่ได้กลายเป็นท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนสำคัญยังต้องเดินทางไปราชการแต่เช้า ทว่ากำชับมิให้ผู้ใดรบกวนฮูหยินน้อยที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงจนตะวันแผดกล้า ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นเต้นยิ่งกว่าทุกคน คอยกำชับเรื่องอาหารกับพ่อครัวเป็นพิเศษ แต่ละวันก็คอยไล่ให้ลูกสะใภ้ออกไปหาอาหารบำรุงหลานสะใภ้ ความหวังที่จะได้เป็นย่าทวดนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม ขณะเดียวกันก็ให้บ่าวออกไปส่งข่าวที่วังสามพยัคฆ์เรียกร้องให้แฝดสี่ที่วัยจวนจะสามขวบมาเยี่ยมท่านยายและท่านยายทวดที่จวน พระชายาฟ่านซิ่วอิงเห็นว่าพี่สะใภ้ครรภ์โตขึ้นจึงพยายามพาโอรสและธิดามาให้ท่านหญิงจีได้ซึมซับความสุขของการเลี้ยงเด็ก ต้าลู่โอรสองค์โตเป็นผู้มีความเป็นผู้นำอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่มาเยือนจวนตระกูลฟ่านก็มักจะเดินเอามือไพล่หลังสำรวจห้องต่างๆ ราวกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาตรวจตราความเรียบร้อย ท่าทีของเขาทำเอาฮูหยิน ผู้เฒ่าอดอมยิ้มมิได้ “เจ้าดูสิ ต้าลู่ยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนชินอ๋อง ทั้งท่าทางและการทำสีหน้า เดินไปที่ใดล้วนข่มให้บ่าวและสาวใช้เกรงกลัวกันได้ทั่วหน้า” ฮูหยิน

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 86 ผนึกตรามังกรคู่

    เจดีย์หยกสวรรค์สีขาวกระจ่างตาในคืนพระจันทร์เต็มดวง ทุกคนต้องเดินขึ้นบันไดสูงชันเพื่อไปยังฐานของเจดีย์ที่ตั้งตระหง่าน นับตั้งแต่พิธีสมโภชการตั้งเมืองหมิงเป็นเมืองหลวงของแคว้นก็ยังไม่เคยมีพิธีสำคัญที่จัดบนนี้มาก่อน หลังจากฮ่องเต้ทรงทราบข้อตกลงของสี่ตระกูลใหญ่จากท่านฝู่กั๋วกงแล้วทรงยินดียิ่งนัก ทรงระมัดระวัง มิยอมเอ่ยเรื่องนี้กับผู้ใด สั่งการเพียงให้องครักษ์ทั้งหมดในวังเตรียมตัวให้พร้อม และยังมอบหมายให้ฟ่านหลี่เจี๋ยไปจัดเตรียมมือปราบทั้งหมดที่มิได้เข้าเวรตรวจตราเมืองเตรียมกำลังเอาไว้ท่านผู้เฒ่าจากสี่ตระกูลเดินขึ้นบันไดสูงโดยมีบุตรและบุตรีจากแต่ละตระกูลคอยพยุงฮ่องเต้ทรงสั่งให้ท่านอ๋องเก้าโดยเสด็จ ด้านล่างรอบเจดีย์ถูกล้อมโดยผู้อารักขานับพันคน และมีพลธนูซุ่มอยู่โดยรอบอีกนับร้อย“งานนี้จะผิดพลาดมิได้เลย ฤกษ์ดีนี้ร้อยปีจึงมีครั้ง หากเลยคืนนี้ไปไม่รู้ว่าหยกหยินหยางจะทำให้เจดีย์หยกสวรรค์เปิดออกได้หรือไม่?”เมื่อบุคคลสำคัญที่จะร่วมพิธีเดินขึ้นไปด้านหน้าเจดีย์พร้อมกันแล้ว ท่านฝู่กั๋วกงจึงหันไปหาชายาเอกหวังที่ยืนอยู่ข้างตน “เจ้าอย่าให้คบไฟดับเด็ดขาด”ท่านผู้เฒ่าจากแต่ละตระกูลพร้อม

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 85 ผู้แฝงกายรอโอกาส

    สาวใช้ที่ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่เรือนคนใช้หลังเล็ก ค่อยๆ ย่องออกมาพร้อมห่อผ้าสีดำขนาดใหญ่ในมือ นางเดินวนไปข้างเรือนแล้วหยิบเอาพลั่วติดมือไปด้วย หลังจากแอบมองเวรยามในจวนเดินผ่านไปแล้วก็วิ่งรี่ไปอิงแอบกับต้นใม้ใหญ่ที่อยู่ห่างเรือนออกไปเล็กน้อย เงาตะคุ่มๆ ที่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นถัดไปคือ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง “เจ้ามาแล้วหรือ? เอาของที่ว่ามาด้วยหรือไม่?” “เอามาแล้ว อยู่นี่” นางชูห่อผ้านั้นให้บุรุษดู “ดี!” ทั้งสองค่อยๆ ลัดเลาะไปยังสวนหลังเรือนที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน ฝ่ายชายรับเอาพลั่วนั่นขุดลงตรงโคนต้น แล้วยื่นมารับห่อผ้าจากสตรี จากนั้นจึงหย่อนลงไปในหลุม พวกเขาทั้งสองช่วยกันกลบจนมิดชิด “เสร็จแล้ว เจ้าไม่น่าขโมยมันออกมาด้วยเลยจริงๆ หากมีคนจับได้ว่าของชิ้นนี้มาวังท่านอ๋องสี่มีหวังเจ้าถูกสั่งประหารเป็นแน่” “แค่ฝังไว้ก็จะช่วยข้าได้จริงหรือ?” “เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้หรอก แต่หากเจ้ายังขืนเก็บไว้กับตัวก็ไม่แน่” “เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่มีผู้ใดรู้ว่าข้าซ่อนของที่ขโมยมาไว้ที่นี่” “สวนนี้ไม่มีคนมาดูแลนานแล้ว

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 84 ผู้ซ่อนตรามังกรคู่

    ท่านฝู่กั๋วกงนั่งดูดวงดาวอย่างเคร่งเครียด ในเมื่อชะตาเกิดของฟ่านหลี่เจี๋ยมีส่วนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชะตาของบุตรสาวคนรองแล้ว ก็ยังเหลือสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำให้สำเร็จคือการผนึกตรามังกรคู่ หลังจากการรวมหยินหยางของสองสามีภรรยาทำให้หยกสวรรค์ปรากฎ นับว่าวาสนาชะตาเกิดของเจ้าก้อนแป้งน้อยในท้องจีลี่อิงย่อมเป็นมงคลอย่างยิ่ง “ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าเห็นท่านนั่งคร่ำเคร่งมาสองคืนแล้วนะเจ้าคะ” จีเซียงอี๋ยกถาดยาบำรุงมาส่งให้บิดา “ท่านดื่มเสียหน่อยเถิดนี่ก็ดึกดื่นแล้ว” “ยิ่งดึกดวงดาวยิ่งชัดเจน หากไม่รอยามนี้คงยากจะได้เห็นสิ่งที่หลบซ่อนอยู่” “สิ่งใดหรือเจ้าคะ?” “การโคจรที่ผิดปกติของดวงดาวน่ะสิ” ฝู่กั๋วกงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “การดูดวงดาวและทำนายทายทักที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษตระกูลจีนับว่าเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง หากใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์และบุคคลก็ย่อมเกิดประโยชน์” “อย่างไรหรือท่านพ่อ?” “หากเจ้าใช้ทำนายในสิ่งที่จะมีผู้สูญเสียผลประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นภัยร้ายเหมือนที่ท่านปู่เจ้าได้ประสบอย่างไรเล่า?”

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 83 ดับภัยความระแวง

    “ท่านพี่ ท่านไม่รีบเข้าเฝ้าเช้านี้ดอกหรือ?” “ข้าแจ้งขอลาไปแล้ว เรื่องของเจ้ายามนี้สำคัญยิ่ง ส่วนเรื่องในราชสำนักยามนี้ยังมีผู้คอยดูแลแทนข้าอยู่ เจ้าเองก็นอนอีกสักหน่อยเถิด ยามสายค่อยอาบน้ำกินข้าว” สามีบังคับให้ท่านหญิงจีนอนต่ออีกสักพัก ครั้นแดดสายสาดถึงห้องนอนเขาจึงปลุกให้นางตื่น “ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เจ้าค่ะ” นางเอ่ยด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ท่านพี่มิยินยอมให้สาวใช้เข้าใกล้นาง เขาอุ้มนางลงอาบน้ำเช็ดถูเนื้อตัวนางอย่างเบามือ สระผมด้วยความเอาใจใส่ “เจ้าหอมแล้ว” เขายื่นจมูกโด่งเป็นสันมาคลอเคลียผิวแก้มที่เปื้อนไอน้ำของนาง ทั้งใช้นิ้วสางผมให้สักครู่ก็หันมาจูบแก้ม สักหน่อยก็จูบขมับ “ท่านพี่เจ้าคะ ทำเช่นนี้เมื่อใดข้าจะอาบน้ำเสร็จเสียที” “ข้าสระผมให้เจ้าแล้ว ลืมไปว่าข้าเองก็ควรจะอาบด้วย” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเปลื้องเสื้อผ้าพาดไว้ด้านข้างแล้วหย่อนร่างมาแนบชิด “ให้ข้าสระผมให้ท่านพี่ดีหรือไม่?” ท่านหญิงจีเงยหน้าขึ้นเอ่ยเอาใจ นางลืมไปว่าท่านพี่ผู้เป็นบัณฑิตหน้าตายผู้นี้ หากได้คืบก็มักจะเอาศอก ดีว่ายามนี้เขาเอาแต่พึมพำ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 82 หยกสวรรค์ส่วนหยาง

    “เห็น เหมือนจะมีแสงออกจากฟูกนี้ด้วย” ปานเหมยกุ้ยมองหน้า ปานหวงหลาน “เจ้าว่าในนี้มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่หรือไม่?” ปานเหมยกุ้ยมองซ้ายมองขวา ยามนี้คุณชายใหญ่อุ้มฮูหยินน้อยออกไปนั่งสูดอากาศที่ศาลาริมน้ำ มีเพียงนางสองพี่น้องอยู่ในห้อง “ค้นดูเร็ว!” ปานหวงหลานรีบบอกญาติผู้พี่ พวกนางทั้งสองเลาะตะเข็บฟูกด้านหนึ่งแล้วล้วงหา เพราะความที่เคยซุกซ่อนสิ่งสำคัญไว้ในหมอนทำให้สองพี่น้องอดระแวงมิได้ “ข้าเจอแล้ว!” ปานหวงหลานคลำไปดูกระดาษที่พับไว้แผ่นหนึ่ง เมื่อนางดึงออกมาดู สองพี่น้องถึงกับชะงัก ยันต์นั้นเรืองแสงขึ้นอีกแวบหนึ่ง “เก็บไว้ที่เดิมเถิด ยันต์นี้คงเป็นของศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่” ปานเหมยกุ้ยเห็นดังนั้นก็เกิดความเลื่อมใส นางหยิบเอาเข็มและด้ายมาส่งให้ญาติผู้น้อง “สิ่งนี้อาจจะทำให้ฮูหยินน้อยฟื้นก็ได้” สองพี่น้องเย็บช่วยกันครู่หนึ่งก็เรียบร้อย ทั้งสองสบตาเป็นเชิงเตือนอีกฝ่ายว่าห้ามบอกผู้ใด เมื่อเห็นแดดเริ่มแรง ฟ่านหลี่เจี๋ยจึงอุ้มร่างภรรยากลับมายังห้องนอน วางนางลงบนฟูกที่ปูใหม่ กลิ่นไอแดดให้ความสดชื่นและรู้สึกถึงความร้อนที่ยังแผ่กระจายอยู่ในเนื้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status