แชร์

ตอนที่ 8 : คนที่เคยไม่เห็นค่า

last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-14 02:54:30

ตอนที่

[8]

คนที่เคยไม่เห็นค่า

 

 

ข่าวที่ว่าท่านหญิงเซวียนหรงสนิทสนมกับรุ่ยอ๋องแพร่ไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว

แม้ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองดำเนินไปถึงขั้นใด แต่เพียงชื่อของรุ่ยอ๋องถูกนำมาเกี่ยวข้อง ก็เพียงพอให้ผู้คนสนใจแล้ว แน่นอนว่าข่าวนี้ย่อมมาถึงหูคนในจวนซุนกั๋วกงเช่นกัน

หลินหว่านโหรวสังเกตได้ว่า หลังได้ยินข่าวสีหน้าของเจิ้งเยี่ยนก็มักมืดครึ้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งหลายครั้งยังเหม่อลอยผิดปกติ นางจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้นอย่างเหมือนไม่มีเจตนา

“ท่านหญิงอาจเพียงต้องการให้ท่านร้อนใจ กระทั่งรุ่ยอ๋องยังถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง หากข่าวนี้ไปถึงวังหลวง เกรงว่าจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของทุกคนนะเจ้าคะ”

เจิ้งเยี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น หลินหว่านโหรวเห็นเช่นนั้นก็รีบกล่าวต่อด้วยสีหน้าสลด

“และหากเพราะข้าทำให้ท่านหญิงเข้าใจผิด ต่อไปท่านไม่ต้องสนใจข้าก็ได้เจ้าค่ะ”

“ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“แต่ข้า…”

“ข้าจะไปคุยกับนางเอง”

คำตอบนั้นทำให้หลินหว่านโหรวหลุบตาลงอย่างสมใจ

ไม่นานนักเจิ้งเยี่ยนก็มาถึงเรือนของหานจิ่นเยว่ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเต็มอก ในขณะที่หญิงสาวกำลังตรวจบัญชีอยู่พอดี เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาโดยไม่ให้คนแจ้งก่อนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ท่านมาทำอะไร”

“ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”

“แต่ข้าไม่มี”

คำพูดนั้นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด

“หานจิ่นเยว่ เจ้าเลิกทำตัวประชดประชันเสียที!”

หญิงสาวจึงวางพู่กันลงช้า ๆ แล้วพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“อีกแล้วหรือ”

“เจ้าคิดว่าข่าวเรื่องรุ่ยอ๋องจะทำให้ข้าร้อนใจอย่างนั้นหรือ” เจิ้งเยี่ยนแค่นเสียง “เจ้าใช้เขามาประชดข้าเช่นนี้ ไม่คิดว่าตนเองทำเกินไปบ้างหรือ”

หานจิ่นเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ท่านยังคิดว่าทุกอย่างที่ข้าทำเกี่ยวข้องกับท่านอีกหรือ”

ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเจิ้งเยี่ยนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่กระนั้นเขาก็เชิดหน้าและเอ่ยข้อเสนอออกมา

“หากเจ้ากลับไปเป็นเหมือนเดิม ข้าจะไม่ถือสาเรื่องหว่านโหรว”

หญิงสาวชะงัก แล้วจึงถามกลับอย่างช้า ๆ

“ท่านไม่ถือสาข้า แต่เคยคิดหรือไม่ว่าข้าถือสาท่าน?”

คำถามนั้นทำให้ซื่อจื่อหนุ่มนิ่งไป หานจิ่นเยว่จึงสบตาเขาตรง ๆ

“ต่อให้ไม่มีรุ่ยอ๋อง ข้าก็ไม่มีวันรักท่านอีก”

“เจ้าเลิกทำตัวประชดประชันเสียที ข้ายอมให้ถึงเพียงนี้ หากเจ้าทำตัวดี ๆ ไม่แน่ข้าอาจจะยอมตบแต่งกับเจ้า”

เขาพูดราวกับกำลังยื่นสิ่งที่มีค่าที่สุดให้นาง

“ในยามนั้นเจ้าก็จะมีที่พึ่ง มิใช่เป็นเพียงผู้อาศัยในจวน และยังใช้ชีวิตต่อได้อย่างสุขสบาย”

หานจิ่นเยว่ไม่กล่าวสิ่งใด เจิ้งเยี่ยนเห็นนางเงียบเช่นนั้น ก็ยิ่งคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหวั่นไหว

“ข้อเสนอที่ดีเพียงนี้ หากไม่รีบรับไว้ระวังจะเสียใจ”

กล่าวแล้วก็ยื่นมือมายึดไหล่นางไว้

“เป็นอย่างไร ตกลงแล้วใช่หรือไม่ หากตกลงแล้วก็ทำตัวดี ๆ อ้อ ส่วนเรื่องกิจการเหล่านั้น ผู้ใหญ่ในจวนย่อมจัดการให้เจ้าอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องไปทำตัววุ่นวายอีก” ประโยคสุดท้ายนั้นทำให้แววตาของหานจิ่นเยว่เย็นลงทันที

ผู้ใดกันแน่ที่กำลังอาศัยผู้ใดอยู่?

เพียงไม่กี่วันมานี้ นางได้รับข่าวจากคนเก่าแก่ของตระกูลหานที่ยังหลงเหลืออยู่หลายคน รวมถึงคนที่ลอบวางไว้เป็นหูเป็นตาภายในจวน 

บัญชีบางเล่มกำลังถูกทำลาย ทรัพย์สินบางส่วนถูกขนย้ายออกไปอย่างลับ ๆ

กระทั่งยังมีการเตรียมเอกสารบางอย่างไว้ให้นางลงนาม ซึ่งหากพลาดพลั้งลงชื่อไป เกรงว่าสิทธิ์ในทรัพย์สินบางส่วนจะหลุดจากมือนางอย่างถาวร คนพวกนี้ไม่เพียงกินของของนางมาหลายปี

ยังคิดจะกลืนทั้งหมดลงท้องอีกหรือ?

หานจิ่นเยว่แค่นยิ้มเย็น ก่อนสะบัดตัวออกจากมือเขา จากนั้นก็…

เพียะ!

ฝ่ามือเล็กตบลงบนใบหน้าของเจิ้งเยี่ยนอย่างแรง

“หน้าด้าน!”

เขาถึงกับนิ่งค้าง มือยกขึ้นแตะแก้มตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ

“เจ้า...ตบข้า?”

“แล้วอย่างไร”

“หานจิ่นเยว่!”

“ข้าบอกท่านไปแล้วหลายครั้งว่าอย่ามายุ่งกับข้า แต่ดูเหมือนท่านจะฟังภาษาคนไม่เข้าใจ” กล่าวแล้วชี้ไปทางประตู

“ออกไป”

เจิ้งเยี่ยนจ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยโทสะอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนสะบัดแขนเสื้อแล้วหมุนกายจากไป

แม้จะถูกตบไปหนึ่งฉาด เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่า นางจะตัดใจจากเขาได้จริง

หลายวันต่อมาเจิ้งเยี่ยนเห็นหานจิ่นเยว่แต่งกายงดงาม เตรียมออกจากจวนตั้งแต่เช้า ความรู้สึกขุ่นมัวพลันผุดขึ้นมาอีกครั้ง

หรือว่านางจะไปพบรุ่ยอ๋องอีก?

“เจ้าจะไปไหน”

ทว่าหานจิ่นเยว่กลับหันมามองเพียงแวบเดียว ก่อนทำราวกับไม่ได้ยินแล้วเดินต่อ เจิ้งเยี่ยนจึงรีบก้าวเข้าไปขวาง

“ข้าถามว่าเจ้าจะไปไหน”

“เรื่องของข้า”

นางหมุนตัวหมายจะเดินผ่าน ทว่าอีกฝ่ายกลับคว้าข้อมือไว้แน่น

“ปล่อย”

“เจ้าคิดว่ารุ่ยอ๋องจะจริงจังกับเจ้าหรือ”

หานจิ่นเยว่ขมวดคิ้ว มองมือของเขาที่กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“เขาเพียงเห็นเจ้าแปลกใหม่จึงยอมเล่นด้วยชั่วคราว สุดท้ายผู้ที่รับเจ้าไว้ได้ก็มีเพียงจวนกั๋วกง”

“เจิ้งเยี่ยน” ยามนี้ความอดทนของนางใกล้จะสิ้นสุดแล้ว

“เลิกทำเรื่องน่าอายเสียที กลับเข้าเรือนไป ข้าจะถือว่าเรื่องทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น”

หญิงสาวสูดลมหายใจช้า ๆ ก่อนตอบเสียงเย็น

“หยุดเข้าข้างตนเองเสียที ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรกับท่าน!!”

“เจ้า…”

ทว่าระหว่างที่กำลังโต้เถียงกัน เสียงล้อรถม้าก็ดังขึ้นตรงหน้าจวนพอดี ทั้งสองจึงหันไปมองพร้อมกัน

รถม้าหรูแต่เรียบขรึมคันหนึ่งหยุดลงไม่ไกล ตราของตำหนักซ่งหยางปรากฏเด่นชัดตรงข้างตัวรถ จนบ่าวรับใช้ที่อยู่แถวนั้นพากันเงียบเสียงลงทันทีซิ่วเจ๋อกระโดดลงจากด้านหน้า ก่อนเปิดทางให้ผู้เป็นนายก้าวลงมา

รุ่ยอ๋องมองภาพตรงหน้าเพียงครู่เดียว สายตาของเขาหยุดอยู่ที่มือของเจิ้งเยี่ยนซึ่งยังจับข้อมือหานจิ่นเยว่อยู่ จากนั้นบรรยากาศรอบกายก็เหมือนเย็นลงอย่างไร้สาเหตุ

หานจิ่นเยว่งุนงงไม่น้อย วันนี้นางไม่ได้นัดเขาไว้เสียหน่อย แล้วรุ่ยอ๋องมาที่นี่ได้อย่างไร ทว่าก่อนจะมีผู้ใดเอ่ยถาม รุ่ยอ๋องก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า หญิงสาวจึงรีบตั้งสติแล้วเล่นตามน้ำ

“หม่อมฉันไม่คิดว่าท่านอ๋องจะมารับด้วยพระองค์เอง”

กล่าวแล้วก็สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเจิ้งเยี่ยนแล้วยื่นมือไปให้รุ่ยอ๋อง รุ่ยอ๋องก้มมองมือนั้น ก่อนจะประคองอย่างเป็นธรรมชาติ

ทว่าทันทีที่แขนเสื้อเลื่อนขึ้น รอยแดงชัดเจนบนข้อมือขาวก็ปรากฏแก่สายตา ดวงตาคมก็พลันเย็นลง

“นี่คืออะไร”

ไม่รอคำตอบ เขาก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกพาดลงบนไหล่นางเสียก่อน ชายผ้าคลุมยาวลงมาปิดรอยแดงนั้นพอดี จากนั้นจึงหันไปมองเจิ้งเยี่ยน

“กับคู่หมายของเปิ่นหวาง ซื่อจื่อเจ้าควรรักษามารยาทให้มาก”

“..…”

สิ้นเสียงนั้นรอบข้างพลันเงียบกริบ หานจิ่นเยว่เองก็ชะงักไปเช่นกัน

คู่หมาย?

ตั้งแต่เมื่อใดกัน!

ไม่ใช่ว่านางยังอยู่ระหว่างเกี้ยวเขาอยู่หรือ?

ด้านเจิ้งเยี่ยนนั้นมีสีหน้าตกตะลึงอย่างถึงที่สุด

“ท่านอ๋องกล่าวเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร”

รุ่ยอ๋องตอบเพียงสั้น ๆ

“เรื่องระหว่างเปิ่นหวางกับนาง ไม่จำเป็นต้องรายงานต่อเจ้า”

จากนั้นเขาก็ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรต่อ เพียงประคองหานจิ่นเยว่ขึ้นรถม้าไป ทิ้งให้เจิ้งเยี่ยนยืนมองตามด้วยสีหน้าที่ยังไม่อาจยอมรับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ส่วนบ่าวรับใช้รอบข้างนั้นไม่ต้องพูดถึง

ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ข่าวว่ารุ่ยอ๋องเรียกท่านหญิงเซวียนหรงว่า ‘คู่หมาย’ คงไปถึงเรือนฮูหยินผู้เฒ่าเป็นแน่

ภายในรถม้า หานจิ่นเยว่ยังคงมีสีหน้าตื่นตะลึงไม่หาย

“ท่านอ๋องตกลงข้อเสนอหม่อมฉันแล้วหรือเพคะ!”

หลิ่งจื่อเชียนปรายตามองอีกฝ่าย ทว่าแทนที่จะตอบคำถาม สายตาของเขากลับเลื่อนไปยังข้อมือที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุม

“เจ็บหรือไม่”

หานจิ่นเยว่ชะงักไป เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะถามเรื่องนี้ก่อน นางยกข้อมือขึ้นดูเล็กน้อย

“ไม่เจ็บเพคะ เพียงถูกจับแรงไปหน่อยเลยขึ้นรอยแดง”

สีหน้าของรุ่ยอ๋องไม่ได้เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ทว่าบรรยากาศในรถม้ากลับเย็นเยียบลงอย่างประหลาด หานจิ่นเยว่แอบมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่ เหตุใดจู่ ๆ อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอีกแล้ว?

เดิมทีวันนี้หลิ่งจื่อเชียนเพียงตั้งใจมารับนางออกไปข้างนอก และยังคิดจะปล่อยให้หญิงสาวพิสูจน์ความจริงใจต่ออีกสักระยะ

ทว่าเหตุการณ์หน้าจวนเมื่อครู่ กลับทำให้เขาเปลี่ยนใจคิดทำบางอย่าง

“ซิ่วเจ๋อ”

เสียงเรียบดังขึ้น

“ไปที่นั่น”

“พ่ะย่ะค่ะ”

หานจิ่นเยว่มองไปยังม่านรถอย่างสงสัย รถม้าเริ่มเคลื่อนไปตามถนน

ช่วงแรกนางยังคิดว่าคงมุ่งหน้าไปตลาดเช่นครั้งก่อน ทว่าไม่นานเส้นทางกลับยิ่งคุ้นตาอย่างประหลาด

นี่ไม่ใช่ทางไปตลาด

หญิงสาวจึงอดถามไม่ได้

“พวกเราจะไปที่ใดกันหรือเพคะ นี่ไม่ใช่ทางไปตลาด…”

รุ่ยอ๋องเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบ

“ไปวังหลวง”

หานจิ่นเยว่พลันชะงัก

“วัง...หลวงหรือเพคะ?”

หลิ่งจื่อเชียนมองนางเพียงแวบเดียว ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านหญิงเช่นข้าขอเลิกรักคนใจร้าย   ตอนพิเศษ : ความสุขที่เคยไม่กล้าฝัน 1/3

    ตอนพิเศษ ความสุขที่เคยไม่กล้าฝัน“พอแล้ว”หานจิ่นเยว่ลืมตามองเขาอย่างอ่อนแรง“อะไรหรือเพคะ”“เรามีบุตรเพียงคนเดียวก็พอแล้ว”แม้หมดเรี่ยวแรง นางก็ยังหัวเราะออกมา“พระองค์ช่างมักน้อยยิ่ง”หลิ่งจื่อเชียนส่ายหน้า“ข้าไม่ได้มักน้อย”เขาก้มลงจุมพิตหลังมือนาง“ข้าเพียงไม่อยากเห็นเจ้าต้องเจ็บเช่นนี้อีก”ดวงตาของหานจิ่นเยว่พลันร้อนผ่าว ยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด เสียงร้องของเด็กน้อยก็ดังขึ้นอีกครั้ง หมอหญิงอุ้มทารกเข้ามาใกล้ ก่อนเอ่ยถาม“ท่านอ๋องจะทรงอุ้มท่านชายน้อยหรือไม่เพคะ”หลิ่งจื่อเชียนมองห่อผ้าเล็ก ๆ ตรงหน้าอย่างลังเล ทว่าเมื่อรับเด็กมาไว้ในอ้อมแขน ร่างทั้งร่างของเขาก็พลันแข็งค้าง“เหตุใดตัวเล็กเช่นนี้”หมอหญิงรีบแนะนำ“ท่านอ๋องต้องประคองศีรษะท่านชายน้อยไว้เช่นนี้เพคะ”หลิ่งจื่อเชียนไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย หานจิ่นเยว่มองภาพนั้นแล้วหัวเราะทั้งน้ำตาบุรุษผู้ไม่เคยหวาดกลัวศัตรูใด กลับทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องอุ้มบุตรชายของตนเอง รุ่ยอ๋องก้มมองเด็กน้อยในอ้อมแขนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ต่อจากนี้ เจ้าห้ามรังแกแม่ของเจ้าอีก นางลำบากเพื่อเจ้ามามากแล้ว”ราวกับได้ยินคำพูดนั้น มือเล็ก ๆ ขอ

  • ท่านหญิงเช่นข้าขอเลิกรักคนใจร้าย   ตอนพิเศษ : ความสุขที่เคยไม่กล้าฝัน 1/2

    ตอนพิเศษความสุขที่เคยไม่กล้าฝันหลังจากรู้ว่าพระชายาตั้งครรภ์ ชีวิตประจำวันภายในตำหนักซ่งหยางก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากหรือกล่าวให้ถูก...ชีวิตของหานจิ่นเยว่ต่างหากที่เปลี่ยนไป“เดินช้าหน่อย”“ท่านอ๋อง หม่อมฉันเดินช้ามากแล้วนะเพคะ”“ยังเร็วเกินไป”“…..”“สมุดบัญชีเหล่านั้นให้คนอื่นถือ”“มีเพียงสองเล่มเองเพคะ”“สองเล่มก็หนัก”“…..”“อย่าขึ้นบันไดเพียงลำพัง”“บันไดมีเพียงสามขั้น”“สามขั้นก็อาจล้มได้”“…..”ไม่เพียงห้ามเดินเร็ว ยังห้ามถือสมุดบัญชีหลายเล่ม ห้ามขึ้นบันไดคนเดียว และห้ามออกจากตำหนักโดยไม่มีคนติดตามแม้แต่นั่งตรวจบัญชีนานเกินไป หลิ่งจื่อเชียนก็ไม่ยินยอม หากนางยื่นมือไปหยิบถ้วยชา เขาก็จะเป็นคนหยิบส่งให้ หากเขาไม่อยู่ คนในตำหนักก็ต้องรีบเข้ามาช่วยเหลือแทน เพราะทุกคนได้รับคำสั่งไว้แล้วอย่างเคร่งครัด วันหนึ่งหานจิ่นเยว่ทนไม่ไหว จึงเอ่ยถามขึ้น“ท่านอ๋อง หม่อมฉันเพียงตั้งครรภ์ มิได้กลายเป็นคนพิการนะเพคะ”หลิ่งจื่อเชียนพยักหน้า“ข้ารู้”“แล้วเหตุใดจึงไม่ให้หม่อมฉันทำสิ่งใดเลย”“เพราะเจ้าและลูกสำคัญที่สุด”“ข้าจะไม่ยอมเสี่ยงเด็ดขาด” เขาตอบด้วยสีหน้าจริงจังหานจิ่นเยว่ได้แต่อ้าปาก ก่อน

  • ท่านหญิงเช่นข้าขอเลิกรักคนใจร้าย   ตอนพิเศษ : ความสุขที่เคยไม่กล้าฝัน 1/1

    ตอนพิเศษความสุขที่เคยไม่กล้าฝันช่วงหลายวันมานี้ หานจิ่นเยว่รู้สึกว่าร่างกายของตนผิดปกติไปเล็กน้อย นางมักอ่อนเพลียง่าย ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงมาก บางครั้งยังกินอาหารไม่ค่อยลง และรู้สึกเหม็นกลิ่นอาหารบางอย่างโดยไม่มีสาเหตุ ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้คิดมากนักเพราะช่วงนี้นางต้องจัดการทั้งบัญชีร้านค้าและเรื่องภายในตำหนัก บางวันนั่งตรวจเอกสารตั้งแต่เช้าจรดเย็น จึงคิดเพียงว่าตนอาจพักผ่อนน้อยเกินไปกระทั่งวันหนึ่ง ระหว่างรับประทานอาหารร่วมกับรุ่ยอ๋อง กลิ่นปลานึ่งตรงหน้ากลับลอยมาแตะจมูกทันใดนั้นความรู้สึกคลื่นไส้ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หานจิ่นเยว่รีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก ก่อนเบือนหน้าออกไปอีกทาง หลิ่งจื่อเชียนเห็นเช่นนั้น สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปทันที“เยว่เออร์ เจ้าเป็นอะไร”“หม่อมฉันเพียงรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อยเพคะ”นางตอบก่อนยกมือห้ามเมื่อเห็นเขาเตรียมลุกขึ้น“ช่วงนี้หม่อมฉันอาจพักผ่อนน้อยไปหน่อย พระองค์ไม่ต้องทรงกังวล…”“ไปตามหมอหลวงมา”รุ่ยอ๋องออกคำสั่งโดยไม่รอให้นางกล่าวจบ พ่อบ้านเผยรีบรับคำ ก่อนส่งคนออกจากตำหนักทันที หานจิ่นเยว่ได้แต่ถอนหายใจในความวิตกของอีกฝ่าย“ท่านอ๋อง หม่อมฉันอาจเพียงเหนื่อ

  • ท่านหญิงเช่นข้าขอเลิกรักคนใจร้าย   ตอนที่ 16 : สวามีของหานจิ่นเยว่เพียงผู้เดียว (ตอนจบ) 16/3

    ตอนที่[16]สวามีของหานจิ่นเยว่เพียงผู้เดียว (ตอนจบ)ตกเย็นครอบครัวของรุ่ยอ๋องขึ้นไปกินอาหารบนเรือลำใหญ่ที่ถูกจองไว้เป็นการส่วนตัว กลางแม่น้ำสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองผิงอันได้อย่างชัดเจน โคมไฟนับพันส่องสว่างอยู่ตามสองฝั่งน้ำ รอเพียงเวลาที่ดอกไม้ไฟจะถูกจุดขึ้นเหนือท้องฟ้าหลิ่งจื่อเช่อวิ่งเล่นอยู่บนดาดฟ้าเรือในอ้อมกอดยังคงมีแมวขาวตัวเดิม โดยมีเสี่ยวชูและซิ่วเจ๋อคอยดูแลอย่างใกล้ชิดหลังเหตุการณ์ช่วงกลางวัน ไม่มีผู้ใดยอมปล่อยให้ท่านชายน้อยคลาดสายตาอีกแม้แต่ก้าวเดียวหลิ่งจื่อเชียนเดินเข้ามาหาหานจิ่นเยว่ ก่อนโอบเอวนางจากด้านหลังเขาไม่ได้ถามว่านางหายไปที่ใดมา แต่รายงานจากองครักษ์ทำให้เขารู้ทุกอย่างแล้ว และคำตอบที่นางมอบให้เจิ้งเยี่ยน ก็ทำให้หัวใจของเขาสงบลงอย่างแท้จริง คิดแล้วก็ก้มลงหอมแก้มพระชายาเสียงดังฟอด!“อืม สดชื่น”หานจิ่นเยว่จึงหันไปตีแขนเขาเบา ๆ“พระองค์ทำอะไรเพคะ คนอยู่เต็มไปหมด”“ผู้ใดกล้ามอง”รุ่ยอ๋องกวาดสายตาไปรอบกาย ซิ่วเจ๋อรีบหันหน้าไปอีกทาง ส่วนเสี่ยวชูก็ก้มลงจัดเสื้อผ้าให้ท่านชายน้อยราวกับไม่เห็นสิ่งใด หานจิ่นเยว่จึงส่ายหน้าอย่างจนใจบุรุษผู้นี้ นับวันยิ่งทำตัวตามใจม

  • ท่านหญิงเช่นข้าขอเลิกรักคนใจร้าย   ตอนที่ 16 : สวามีของหานจิ่นเยว่เพียงผู้เดียว (ตอนจบ) 16/2

    ตอนที่[16]สวามีของหานจิ่นเยว่เพียงผู้เดียว (ตอนจบ)ห้าปีต่อมาเมืองผิงอันยังคงคึกคักเช่นทุกปี ช่วงเทศกาลดอกไม้ไฟ ถนนสายหลักถูกประดับด้วยโคมหลากสี ร้านค้าตั้งแผงเรียงรายตลอดสองข้างทาง ผู้คนจากต่างเมืองต่างหลั่งไหลเข้ามาชมงานอย่างเนืองแน่น ครอบครัวของรุ่ยอ๋องเองก็มาพักผ่อนที่นี่เป็นประจำทุกปีหลังจากหานจิ่นเยว่จัดการบัญชีร้านค้าและเรื่องภายในตำหนักครั้งใหญ่เสร็จ ช่วงเทศกาลนี้จึงเป็นเวลาสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะทว่าครั้งนี้กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น“เช่อเออร์!”หานจิ่นเยว่หันมองไปรอบกายด้วยใบหน้าซีดเผือด เพราะยามนี้ หลิ่งจื่อเช่อ บุตรชายวัยห้าขวบของนางหายตัวไปท่ามกลางฝูงชน องครักษ์และนางกำนัลถูกส่งออกไปตามหาทั่วเมือง แต่ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามก็ยังไม่พบแม้แต่เงา“ยังหาไม่พบหรือ”“ยังพ่ะย่ะค่ะ”หานจิ่นเยว่ได้ยินคำตอบก็แทบทรุดลง หลิ่งจื่อเชียนจึงรีบเข้ามาประคองร่างนางไว้“เยว่เออร์ ใจเย็นก่อน”“ลูกยังเล็กถึงเพียงนั้น หากพบคนไม่ดี...”“เขาจะต้องไม่เป็นอะไร”แม้ภายในใจจะร้อนรนไม่ต่างกัน แต่เขายังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เราจะต้องหาเขาพบแน่”ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงเล็ก ๆ ที

  • ท่านหญิงเช่นข้าขอเลิกรักคนใจร้าย   ตอนที่ 16 : สวามีของหานจิ่นเยว่เพียงผู้เดียว (ตอนจบ) 16/1

    ตอนที่[16]สวามีของหานจิ่นเยว่เพียงผู้เดียว (ตอนจบ)รุ่งเช้า แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ลอดผ่านม่านเข้ามาภายในห้อง หานจิ่นเยว่ค่อย ๆ ลืมตาตื่น ก่อนจะพบว่าตนยังคงนอนอยู่ภายในอ้อมแขนของรุ่ยอ๋อง แขนแกร่งโอบอยู่รอบเอว ใบหน้าหล่อเหลาห่างจากนางเพียงไม่กี่ชุ่น ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขายังคงหลับสนิทหญิงสาวมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อคืนนี้ไม่มีหมอนกั้นกลางระหว่างคนทั้งสองอีกแล้วและเป็นครั้งแรกที่นางตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้สึกว่าการอยู่ในอ้อมแขนของเขาเป็นเรื่องน่าอึดอัด และมันมีมวลอบอุ่นดังเช่นที่นางเคยรู้สึกมาตลอดหลายคืนที่ผ่านมาหานจิ่นเยว่ขยับตัวเล็กน้อย คิดจะลุกออกไปอย่างเงียบ ๆ ทว่าแขนที่โอบเอวกลับกระชับแน่นขึ้น“จะไปที่ใด”เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นเหนือศีรษะ“พระองค์ตื่นแล้วหรือเพคะ”“หากเจ้าไม่ขยับ ข้าคงหลับต่อได้อีกหน่อย”หลิ่งจื่อเชียนลืมตาขึ้น ก่อนก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน“เมื่อคืนหลับสบายดีหรือไม่”เมื่อนึกถึงจุมพิตเมื่อคืน ใบหน้าของหานจิ่นเยว่ก็พลันร้อนขึ้น“ก็...พอใช้ได้เพคะ”“เพียงพอใช้ได้หรือ”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย“เช่นนั้นคืนนี้ข้าคงต้องพยายามให้มากก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status