LOGIN“อย่าพูดมากเลยน่า มีลูกเล่นอะไรก็งัดมาใช้ให้หมด จัดการให้มันสุขเสียวอีกสักทีสิ”
“ได้เลยเจ้าค่ะท่านหลาง” แล้วร่างเล็กก็เริ่มบรรเลงลีลาร่านใส่ร่างหนาอย่างใจเย็นแต่ร้อนแรง ยิ่งได้ยินเสียงครางก็ยิ่งกระตุ้นหนักหน่วง ผลที่หวังคือรางวัลก้อนโต และถ้าเป็นไปได้ก็อยากครอบครองตำแหน่งภรรยาของเขาด้วย จะภรรยาตำแหน่งไหนก็ไม่เกี่ยง ขอแค่ได้เข้าไปอยู่ในคุ้มของเขาได้ก็เพียงพอแล้ว
ซินหลางเสียวซ่านจนต้องสูดปากครั้งแล้วครั้งเล่า จับศีรษะเล็กโขยกขึ้นลงกับแก่นกายแกร่ง ถูกกระทำด้วยปากจนหนำใจแล้วจึงลุกขึ้นนั่ง จับร่างเล็กนั่งคร่อมบนตัก ให้กลืนกินดาบเล่มใหญ่จนมิด
“ขย่มแรง ๆ เลยนะ เอาให้ข้าติดใจจนต้องเรียกใช้เจ้าอีกเลยนะ”
“ได้อยู่แล้วเจ้าค่ะ ข้าจะทำให้ท่านหลงข้าจนลืมคนอื่นไปเลย” นางโลมสาวตอบเสียงกระเส่า ร่อนเอวบดเบียดอย่างเป็นงาน ความใหญ่ของดาบเขาทำให้นางเสียวซ่านอย่าบอกใคร ทั้งร่อนทั้งร้องครางไม่ขาดปาก “ท่านหลางเจ้าขา ดูดหน้าอกให้ข้าหน่อยสิเจ้าคะ”
“เจ้าต่างหากที่ต้องดูดให้ข้า” เขาเสียเงินตั้งหลายตำลึงเพื่อสนุกกับนาง นางก็ควรจะทำให้เขามีความสุขให้มากที่สุด ไม่ใช่มาเรียกร้องให้เขากระทำแบบนี้แบบนั้น เขาไม่ได้เห็นแก่ตัว แต่รู้ว่าควรหรือไม่ควรจะทำกับใครต่างหาก
“ท่านหลางใจร้าย เอาแต่เสียวซ่านอยู่ฝ่ายเดียว” นางโลมวัยยี่สิบนิด ๆ ตัดพ้อใบหน้าเหยเก สูดปากครางกระเส่า
“ฝ่ายเดียวตรงไหน เจ้าน่ะครางดังกว่าข้าอีกไม่รู้ตัวเลยหรือ” แล้วมือใหญ่ก็จับเอวกิ่วให้กระชับมือ ขยับโยกร่างเล็กสั่นคลอนสนองอารมณ์ตัวเองที่พุ่งเกือบสุด “ซู้ด.. อา.. ซู้ด... โอ๊ยไม่ไหวแล้ว อา...” ผ่านไปเกือบห้านาทีเขาก็พ่นน้ำกามใส่นางอีกครั้ง
ป๊อก ๆ ๆ.. ป๊อก ๆ ๆ..
เสียวเสร็จพอดีกับเสียงของนกสื่อสารที่ส่งสัญญาณด้วยการเคาะไม้จากด้านนอกหน้าต่างก็ดังขึ้น
“ไปเปิดหน้าต่างให้ข้าที” ตบแก้มก้นหญิงสาว “เร็ว ๆ”
หญิงสาวที่กำลังเร่งจังหวะโยกเพราะกำลังจะเสร็จตามเขาจำใจต้องหยุดความอยากเอาไว้แค่นั้น ยอมผละจากร่างแกร่งไปเปิดหน้าต่างตามที่เขาสั่ง ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจทางสีหน้าให้เขาเห็น
มือใหญ่ยกขึ้นห้ามหญิงสาวที่ทำท่าจะกลับมาซุกใบหน้าลงตรงกลางลำตัวของตน แล้วขยับตัวหย่อนขาลงบนพื้นห้องก่อนปลดเอาจดหมายในกระบอกเล็ก ๆ ตรงข้อเท้านกออกมาอ่าน
หัวคิ้วบนใบหน้าคมคายขมวดมุ่นเล็กน้อย เมื่ออ่านข้อความเหน็บแนมของสาวงามนามว่าต้าเทียนเอ๋อร์ แต่สุดท้ายก็อมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทำลายกระดาษแผ่นเล็ก ๆ นั้นทิ้ง
เขาเห็นนางตอนงานแต่งงานของต้าหยาง ตอนนั้นนางทำหน้าที่แจกขนมให้ชาวบ้านร่วมกับสตรีอีกสองนาง และบังเอิญว่ามีชายหนุ่มกลุ่มใหญ่กำลังพากันหยอกเย้านางเสียงดัง
ต้าหยางที่กำลังให้การต้อนรับเขาก็ออกอาการร้อนลนอย่างเห็นได้ชัด รีบปรี่ไปเรียกสหายกลุ่มนั้นให้เข้าไปในงาน พูดเสียงดังฟังชัดเต็มสองรูหูของเขาว่าอย่ามายุ่งกับน้องสาวของข้า ข้าหวง นางไม่เหมาะกับบุรุษมากรักอย่างพวกเจ้าหรอก
เพราะคำพูดนั้น เขาจึงหยุดมองให้แน่ใจว่าน้องสาวสุดหวงของต้าหยางคือคนไหน.. เมื่อได้เห็นหน้านาง จากที่ไม่ได้สนใจเป็นพิเศษก็กลายเป็นว่าสะดุดใจขึ้นมาทันที เข้าใจซึ้งเลยว่าทำไมพี่ชายนางถึงได้หวงนักหวงหนา
ตั้งแต่เวลานั้นจนถึงเวลาเดินออกจากงานเลี้ยง สายตาของเขาจึงเอาแต่มองหานาง แม้แต่ตอนที่ออกไปกล่าวคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวก็ยังส่งสายตาสนใจให้นางอย่างเปิดเผย แต่นางกลับไม่ชายตาแลเขาสักนิด ไม่รู้ว่าเพราะเขารูปโฉมไม่งามเตะตา หรือเพราะแก่เกินแกงในสายตาของนางกันแน่
ตั้งแต่ครั้งนั้นก็เหมือนกับเป็นพรหมลิขิต เขาได้เจอนางด้วยความบังเอิญหลายครั้งในรอบสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะที่หน้าคุ้ม ที่ธนาคารที่นางไปทำงาน หรือแม้แต่หน้าโรงละครก็ยังเคยเจอ และที่นั่นเองที่ทำให้เขารู้ว่านางมีคนรักหน้าตาดีคบหากันอยู่แล้ว
ความหวานของทั้งคู่ทำให้บุรุษที่ครองตัวเป็นโสด และมานั่งดูละครคนเดียวอย่างเขารู้สึกอิจฉาตงิด ๆ เห็นพวกเขากินเซาปิ่งและดื่มชาจากถ้วยเดียวกันแล้วอยากเข้าไปเตะทิ้งให้กระเด็นกระดอนคนละทิศละทาง
นึกหวงแหนเจ้าของใบหน้างามที่งามสมวัยมากขึ้น ๆ ทุกครั้งที่ได้เจอ.. ในตอนนั้นเขายังตกใจกับความริษยาแบบเด็ก ๆ ของตัวเอง และพยายามลบมันทิ้งไป
กระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสรู้เรื่องราวของพี่ชายนางด้วยความบังเอิญ วันนั้นเขานัดเจอกับนางโลมนางหนึ่งในโรงเตี๊ยมที่เป็นแหล่งข่าวสำคัญ ระหว่างที่นั่งรออยู่นั้นก็เห็นคู่ค้าคนสำคัญต่างเมืองคนหนึ่งนั่งดื่มอยู่ตามลำพัง จึงตั้งใจจะเข้าไปทักทายตามมารยาท แต่ตอนที่กำลังจะเดินไปหานั่นเอง ก็ได้เห็นพี่ชายของนางเดินไปหาคู่ค้าคนนั้น
สัญชาตญาณอันแรงกล้าทำให้เขารีบนั่งลงและทำตัวเหมือนวิญญาณในทันที เรียกหัวจีให้ไปบอกยกเลิกนัดกับนางโลม แล้วคอยแอบดูพวกเขาอยู่เงียบ ๆ
“ทำไมเล่า ข้าน่ารังเกียจมากเลยหรือ” ถามเสียงเศร้าหน้าหม่นหมอง ด้วยคิดว่านางมองว่าเขาเป็นแค่ตาแก่ที่ไม่คู่ควรนางรีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดที่ตรงกันข้าม “ท่านดูดีผิดจากที่ข้าคาดไว้ราวฟ้ากับเหว เพราะตอนแรกข้าคิดว่าท่านเป็นชายแก่ตัณหากลับที่ผมอาจจะขาวหมดศีรษะไปแล้ว”ซินหลางหัวเราะกับความคิดของนาง “มิน่าเล่าเจ้าถึงตาโตมากตอนเจอข้าครั้งแรก แปลกใจมากเลยสินะที่ข้าหนุ่มกว่าอายุมาก”“ใช่ ท่านเหมือนคนที่เพิ่งอายุสามสิบต้น ๆ เท่านั้น ข้าพูดจริง ๆ นะ”“เมื่อเห็นว่าข้าไม่ใช่ชายชราผมสีขาวแล้วรู้สึกอย่างไร ตอนนี้เล่าเจ้าคิดอย่างไรกับข้าอีก”“ท่านหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว อ่อนโยนและเอาใจใส่ต่อข้า..ในแบบที่ข้าไม่เคยได้รับจากคุณชายหลินมาก่อน.. และตอนนี้ข้าก็รู้ตัวแล้วว่าเผลอใจรักท่านเข้าให้แล้ว ตอนแรกมันอาจจะเป็นความรักแบบเผลอไผล แต่ยิ่งใกล้ชิดท่านก็ยิ่งรู้สึกผูกพันลึกซึ้งจนยากจะตัดใจ” แม้จะขัดเขินที่ต้องเป็นฝ่ายสารภาพความในใจกับเขาบ้าง แต่ก็ตอบอย่างที่ใจคิดคำสารภาพพร้อมกับอาการหน้าแดงก่ำของนางทำให้หัวใจของซินหลางเต้นรัว รู้สึกถึงความเบ่งบานที่ขยายแน่นคับอก แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าดีใจจนหัวใจพองโต“เอ่อร
สะโพกสอบกระแทกหนักหน่วง ปากก็พร่ำเสียงสั่นพร่าแสดงความหวงแหน แต่แค่นี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงงัดร่างบางขึ้นมาจากที่นอน คร่อมบนตักแกร่งแล้วจับเอวคอดกิ่วให้ขยับขึ้นลงเต็มแรงเสียงกระแทกแห่งรักดังกระฉอกตับ ๆ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อนเสียงครวญครางด้วยความเสียวซ่านของพวกเขาทั้งสองก็ดังสอดคล้องกันไม่แผ่ว“อ๊า..อืม..” ต้าเทียนเอ๋อร์ครางลั่นด้วยความเสียวสะท้าน กอดคอหนาไว้แน่นไร้แรงจะตอบโต้ ยอมปล่อยให้เขาควบคุมเรือนร่างของตน จะขยับซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย บดบี้เช่นใดก็ได้แต่ร้องครวญครางรับความเสียว สุขสมครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักอิ่มซินหลางเหงื่อกาฬท่วมกายกว่าจะจบเพลงรัก ทิ้งตัวลงนอนข้างกายนางในดวงใจแล้วกอดร่างบางไว้แนบอก จูบทั่วใบหน้านวลอย่างรักใคร่“ข้ารักเจ้าหมดหัวใจเอ่อร์เอ๋อร์” กระซิบถ้อยคำหวานก่อนจะบอกให้นางหลับตานอนพักผ่อนหญิงสาวที่ถูกกระซิบเขินอายจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะตอบคำพูดของเขาอย่างไรดี“ไม่อาบน้ำกินข้าวก่อนหรือ ท่านไม่หิวหรือ”“ข้าอิ่มมากตอนนี้ นอนสักตื่นค่อยลุกมาอา
“อาจจะเป็นคนของเจ้าที่ให้ท่าท่านหลางของข้าก่อน” ได้ยินเขาต่อว่าต่อขานบุรุษที่ตนหมายใจมานานปีด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ไว้หน้า แต่เมื่อนึกได้ว่าไม่ควรทำให้ไก่ตื่นท่าทีก็อ่อนลง “แต่เรื่องแบบนี้คงโทษแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ข้าจึงต้องมาพบเจ้านี่ไง”“ฮูหยินหมายความเช่นใด”“หมายความว่าเราต้องร่วมมือกัน จับพวกเขาแยกออกจากกันให้ได้ เจ้าเอาคนของเจ้าไปให้พ้นจากคนของข้า”“ข้าก็ต้องการเช่นนั้น แต่ตอนนี้เทียนเอ๋อร์อยู่ในคุ้มของท่านซินหลาง ข้าไม่มีโอกาสจะได้พบนางด้วยซ้ำ แล้วจะพานางออกมาได้อย่างไรเล่า”“เราถึงต้องมาเจอกันนี่ไง มาวางแผนร่วมกัน เจ้าสนใจจะร่วมมือกับเข้าหรือไม่..ถ้าเจ้ามัวแต่ลังเลข้าก็จะกลับเดี๋ยวนี้” เห็นเขาทำอึก ๆ อัก ๆ ลังเลไม่แน่ใจ ก็เริ่มเสียงขุ่นด้วยความขัดใจ“ข้าตกลง” เห็นนางลุกขึ้นก็รีบตอบรับไป๋หลานคลี่ยิ้มพึงพอใจ หย่อนก้นลงบนที่นั่งอีกครั้ง“แบบนี้ค่อยน่าเชื่อว่าเจ้ามีใจรักจริง”หลินเกิงพยักหน้ารับไร้คำ
“แล้วด้วยเหตุผลใด บอกข้ามาตามตรงเถิด” เห็นท่าทางอมพะนำไม่อยากพูดต่อของเขาก็ยิ่งอยากรู้“เรื่องนี้มันเป็นเหตุผลส่วนตัวของข้าเองฮูหยิน”“อย่างไรเล่า ช่วยบอกให้ข้าหายข้องใจหน่อยเถิด ถ้าท่านมัวแต่อมพะนำแบบนี้ข้าได้อกแตกตายเพราะความคับข้องใจแน่”“เช่นนั้นข้าจะให้ป้ากงบอกฮูหยินแทนข้าก็แล้วกัน” แล้วหันไปหาป้ากง “ป้ากง”นางกงที่นั่งนิ่งแทบไม่กระดิก ได้แต่ทนนั่งด้วยความอึดอัดใจทำหน้าตาตื่นเมื่อถูกพาดพิง“เจ้า เจ้าค่ะท่านหลาง..” ตอบลิ้นพันกัน แม้ใจไม่อยากจะพูด แต่ปากก็ไม่อาจต่อต้านคำสั่งได้ มองฮูหยินหลินแล้วกล้ำกลืนส่งยิ้มฝืนให้นาง “ต้ากูเหนี่ยงที่ฮูหยินต้องการทาบทามเป็นลูกสะใภ้นั้น แท้จริงแล้วคือสตรีที่ท่านหลางหมายใจจะแต่งเป็นฮูหยินเจ้าค่ะ” ด้วยความขุ่นเคืองนางจึงพูดเกินเลยไปจากที่รับรู้ซินหลางกระตุกยิ้มบางเบา เขารู้ว่านางกงเจตนาทำให้เขาลำบากใจ แต่คำพูดของนางดันตรงกับความต้องการของเขาจริง ๆ เสียนี่ เอาเป็นว่าเขาจะยกความดีความชอบให้นางในเรื่องนี้ก็แล้วกัน และอาจจะพิจา
“ตาเฒ่าหลาง! ถ้าท่านไม่หยุดข้าจะโกรธแล้วนะ” ด้วยความกลัวว่าจะมีใครมาตามเขาตอนนี้ มาพบความน่าอับอายนี้เข้า นางจึงเสียงแข็งใส่เขามือที่เริ่มซุกซนหยุดชะงัก ค่อย ๆ ละจากเนื้อนิ่มชวนคลึงอย่างนึกเสียดาย แต่เวลานี้อย่าทำให้นางโกรธจะดีที่สุด“ข้าหยุดก็ได้ ข้าจะไปคุยกับฮูหยินหลินก่อน เสร็จแล้วจะมาเล่นจ้ำจี้กับฮูหยินของข้าต่อ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนลำดับใหม่ตอนนี้เลย” เขาข่มขู่อย่างได้ใจเมื่อได้ยินเสียงสาวใช้เรียกหาอยู่ที่ด้านนอก“ก็ได้” รีบรับปากเมื่อมือใหญ่เริ่มยุ่มย่ามอีกครั้งโดยไม่สนใจเสียงที่เรียกอยู่ด้านนอก “ไปทำธุระให้เรียบร้อยก่อนแล้วข้าจะยอมเล่นกับท่าน”มือใหญ่ที่เริ่มซนยังไม่ยอมหยุด มองนางยิ้ม ๆ “วาจามีค่าดั่งทองคำ พูดแล้วห้ามคืนคำเสียเล่า”“ข้าไม่คืนแน่ รีบไปสักทีสิ ขานรับนางด้วยสิตาเฒ่าเอ๊ย”“ได้ยินแล้ว” ขานรับตามที่นางบงการแล้วจูบปากอิ่มชวนหลงใหลที่กล้าเรียกตนว่าตาเฒ่าอย่างโหยหาก่อนจะเดินออกไป.....................
ที่เขากลับมาถึงก่อนกำหนดก็เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้ไปนอนค้างที่บ้านของหลานสาวนั่นเอง เพียงแต่ไปเจอกับหลานสาวคนเล็ก คุยด้วยสักครึ่งชั่วยามก็บอกลา โดยให้เหตุผลว่ามีงานต้องสะสาง แต่ความจริงแล้วอยากกลับมากอดร่างนุ่ม ๆ อุ่น ๆ หอม ๆ ของใครบางคนมากกว่า“ท่านหลางช่างเป็นเจ้านายที่น้ำใจโอบอ้อมอารีนัก ห่วงใยคนของตนดุจดั่งคนในครอบครัว”“เข้าใจผิดแล้วฮูหยิน ข้าห่วงใยคนที่จะมาเป็นคนในอ้อมกอดของข้าต่างหาก”ริมฝีปากที่มีริ้วรอยตามวัยคลี่ยิ้มละมุน “เช่นนั้นข้าก็ต้องรีบแสดงความยินดีกับป้ากงเสียแล้ว จากแม่บ้านจะกลายมาเป็นแม่ยาย นางช่างโชคดีเสียนี่กระไร”คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย กลั้วหัวเราะนุ่ม ๆ พร้อมโบกมือปฏิเสธเบา ๆ“ฮูหยินเข้าใจผิดไปใหญ่โตแล้ว ข้ากับกงลี่ไม่มีเรื่องเกินเลยไปมากกว่าบ่าวกับนาย พี่กับน้องหรอก” พูดโดยเจตนาให้สตรีอีกนางรับรู้ด้วยฮูหยินหลินทำหน้าแปลกใจ “แล้วใครคือสตรีนางนั้น ไยข้าจึงไม่เคยระแคะระคายเลย”“เมื่อถึงวันมงคลของข้าท่านได้รู้แน่”“ไยต้องปิดบังกัน







