LOGINในคืนนั้นพวกเขาไม่ได้มีพิรุธอะไรกันหรอก แต่ความโชกโชนในอาชีพทำให้เขาไม่ไว้วางใจ จึงสั่งให้คนสนิทแอบตรวจสอบพี่ชายนาง จนได้รู้ความจริงว่ามีการทุจริตมานานหลายปีแล้ว
ตอนที่รู้เรื่องเขาไม่ได้รู้สึกกดดันหรือโมโหอะไรนักหรอก เพราะเรื่องแบบนี้ถือว่าธรรมดามากในวงการค้า ขอแค่ไม่กระทบกับงานกับทางคุ้มเขาก็อภัยให้ได้ แต่บังเอิญว่าน้องสาวของต้าหยางกระทบจิตใจเขาอยู่เนือง ๆ มาตลอดหลายปี และมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ได้เจอ เขาจึงใช้โอกาสนี้เป็นข้ออ้างอย่างจริงจัง
และตอนนี้โอกาสนั้นก็ตกมาอยู่ในกำมือของเขาแล้ว อยู่ที่เขาจะเล่นสนุกกับมันอย่างไรเท่านั้นเอง
....................
“เจ้าจะกลับบ้านอีกแล้วเหรอ ทำไม” เสียงกังวานใสถามคนรักหลังออกจากโรงละครด้วยกันแล้ว
“ก็เพิ่งคิดว่าจะกลับตอนหัวค่ำนี่เอง ท่านแม่จดหมายมาบอกว่าคิดถึงข้ามาก อยากเจอหน้าข้า ข้าก็เลยจะรีบกลับไปหาท่าน” บัณฑิตหนุ่มหน้ามนนามว่าหลินเกิงตอบคนรัก
“แต่เจ้านัดกับข้าไว้แล้วนะ ทำไมถึงผิดนัดกับข้าอีกแล้วเล่า” เทียนเอ๋อร์ตัดพ้อ สุดจะทนกับคนรักที่ทำตัวเป็นลูกแหง่ติดแม่อยู่ตลอดเวลา ส่วนหนึ่งที่รู้สึกแบบนี้อาจเป็นเพราะมีเรื่องของเจ้านายพี่ชายให้คิดหนัก จึงอยากมีเขาคอยอยู่เคียงข้างเหมือนเป็นกำลังใจให้นาง
“ข้าขอโทษ แต่ท่านแม่คิดถึงข้ามาก ถ้าข้าไม่ให้ความสำคัญกับท่าน ท่านอาจจะเสียใจและเป็นลมล้มป่วยอีกก็ได้”
“แล้วข้าไม่สำคัญเลยหรือ ข้าก็บอกเจ้าแล้วนี่ว่าวันนี้ข้ามีเรื่องสำคัญอยากคุยกับเจ้า แล้วเจ้าก็รับปากข้าแล้วด้วย โรงเตี๊ยมเราก็จองไว้แล้ว”
นางรู้ว่าคนรักของตนรักมารดามาก และไม่เคยตัดพ้อต่อว่าสักครั้ง ยกเว้นครั้งนี้ที่นางคิดจะมอบตัวมอบกายให้เขาเป็นชายคนแรก ก่อนที่จะต้องไปเสียตัวให้ชายแปลกหน้า แต่ดูการกระทำของเขาสิ
“เดี๋ยวข้าจ่ายค่าที่พักให้ก็ได้ เท่าไหร่เล่า รวมมาทั้งสองห้องเลยนะ” หลินเกิงหยิบถุงเงินออกมาจากเอว รอจ่ายค่าห้องพักที่จองไว้ในเมืองข้าง ๆ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งหิงห้อย มีคู่รักเดินทางไปชมความงามยามค่ำคืนมิขาด
“ข้าไม่ได้อยากได้เงินคืน แต่ข้าอยากให้เจ้าอยู่กับข้าต่างหาก”
“เทียนเอ๋อร์ ทำไมเจ้าเป็นคนไม่มีเหตุผลแบบนี้เล่า ข้าไม่ได้ทำตัวนอกลู่นอกทาง นอกใจเจ้าเลยนะ แค่ข้ากลับบ้านไปหาท่านแม่ทำไมต้องทำเหมือนไม่พอใจแบบนี้ด้วย เจ้าทำตัวแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ ข้าเสียใจจริงๆ”
“ข้าขอโทษที่ตัดพ้อก็แล้วกัน ข้าไม่มีพ่อไม่มีแม่ก็เลยไม่รู้ความรู้สึกของเจ้า เจ้าไม่ผิดหรอก ข้าเองที่ผิด ขอโทษนะ” ประชดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อโดนตำหนิจริงจัง
“ในเมื่อเจ้ารู้สึกผิดข้าก็จะให้อภัยสักครั้ง และหวังว่าคงจะไม่มีครั้งต่อไปอีก จำไว้ว่านะว่าท่านแม่เป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับข้า ถ้าเจ้ารักข้าจริง ข้าก็อยากให้เจ้ารักท่านเหมือนที่รักข้าด้วย”
หญิงสาวไม่โต้แย้งคำพูดเสียดแทงหัวใจที่เห็นแก่ตัวของคนรักที่คบหากันมาได้เกือบปี แต่ยอมรับว่าเสียความรู้สึกกับเขาอย่างมาก เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นบ่อยมาก ๆ จนเพื่อนสนิทยังบอกให้นางถอยห่างออกมา เพราะคนรักของนางนั้นคงเป็นลูกติดแม่ไปตลอดชีวิต
“หลินเกิง..ถ้าข้ามีคนอื่นเจ้าจะเสียใจไหม”
บุรุษที่เมินหน้าหนีไปทางอื่นเหลียวกลับมามองคนรักด้วยสายตาขุ่นมัว
“ทำไมเจ้าถึงถามแบบนั้น”
“เจ้าก็ตอบข้ามาสิว่ารู้สึกอย่างไร”
“เราเป็นคนรักกันนะ ถ้าเจ้าปันใจให้คนอื่นข้าก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา”
“ถ้าเจ้าเสียใจแล้วทำไมไม่ใส่ใจความรู้สึกข้าให้มากกว่านี้อีกสักนิดเล่า”
“นี่เจ้า!..” เขาชะงักเมื่อรู้สึกว่าถูกมองจากคนรอบข้าง “เจ้ากำลังวนกลับมาหาเรื่องทะเลาะอีกแล้วนะ แค่ข้าผิดนัดเพราะต้องกลับไปหาท่านแม่แค่นี้เจ้าก็ไม่ยอมเลยใช่ไหม” ลดเสียงเบาลงจนแทบเป็นกระซิบ
“มันไม่ใช่..” น้ำเสียงขมขื่นเปล่งออกไปพร้อม ๆ กับใจที่ร้าวราน มันไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งแรก มันหลายครั้งแล้วที่เขาทำแบบนี้ มารดาเขานั่นแหละที่ทำเหมือนจะเอาชนะนาง
ทุกครั้งที่นางมีนัดจะไปเที่ยวกับเขา เขาต้องจดหมายไปรายงานมารดาเสมอ และมารดาเขาจะทำอย่างนี้ตลอด เหมือนอยากประกาศให้รู้ว่าลูกชายเลือกมารดามากกว่าคนรัก คิดแล้วก็ยิ่งขัดใจนัก
“ถ้าเป็นแบบนี้แล้วเราจะคบกันไปเพื่ออะไร”
“เจ้าอย่าออกนอกประเด็นสิ เรื่องของเรามันก็เรื่องของเรา จะเอาท่านแม่มาเกี่ยวข้องทำไม” ได้ยินคำพูดตัดรอนที่ตัวเองอยากจะพูดอยู่หลายครั้งแต่ยังไม่กล้าปริปากเอ่ยออกไป แต่เขากลับเอ่ยออกมาได้ง่ายดายใจก็ยิ่งปวดร้าว
“เจ้าต่างหากที่เอามันมาเกี่ยวกัน”
“ยังไงหรือเทียนเอ๋อร์”
“ข้าแค่น้อยใจ บอกว่าเจ้าน่าจะคิดถึงความรู้สึกของข้าบ้างแค่นี้ ข้าไม่ได้พูดถึงท่านแม่สักคำ มีแต่เจ้านั่นแหละที่พูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าให้ข้ารักและเคารพท่านเหมือนที่เจ้ารัก.. เจ้านั่นแหละที่ไม่แยกแยะ เอาท่านปะปนกับความรักของเรา เรื่องบางเรื่องครอบครัวก็ไม่ควรเข้ามาข้องเกี่ยวด้วยหรอกนะ” ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความกรุ่นโกรธ ทำให้นางพรั่งพรูออกมาจนหมดอย่างไม่ไว้หน้าเขาอีก
เมื่อจัดการนางอยู่หมัดแล้วก็รีบอุ้มนางไปที่เตียง วางลงอย่างทะนุถนอม มองบุปผาดอกงามที่นอนหายใจระรินด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างไม่มีปิดบังต้าเทียนเอ๋อร์สะท้านอายระคนขัดเคืองใจตัวเองอยู่บ้าง ที่หลงระเริงกับความวาบหวามหวั่นไหวที่เขามอบให้ อยากขัดขืนแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเขาจะเล่นงานพี่ชายของตน นางหาข้ออ้างบอกกับใจตัวเองทั้งที่ลึก ๆ นั้นแอบคิดว่าไม่ใช่เพราะพี่ชายหรอก แต่เป็นเพราะนางเองนั่นแหละที่โหยหา“กอดข้าสิเอ่อร์เอ๋อร์”เสียงกระซิบข้างหูสั่นพร่าก่อนจะถูกเลียเบา ๆ ทำให้นางสะดุ้งวาบ เผลอตอบสนองต่อความต้องการของเขาทันควัน เมื่อรู้สึกตัวก็เผลอชะงักเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะทำตาม ปล่อยเนื้อปล่อยใจไปกับเขา“อา..” ครางสะท้านแผ่วเบาเมื่อความเจ็บแปลบเล็กน้อยสายหนึ่งเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน.. ทั่วเรือนร่างของนางวาบหวาม ร้อนรุ่มไปทุกอณูที่เขาไล่สัมผัส เพลิดเพลินจนไม่รู้ตัวว่าอาภรณ์หลุดจากร่างไปตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นเขายืนขึ้นปลดอาภรณ์ของตัวเองนางสะท้านอายต่อสายตาพราวระยับที่เต็มไปด้วยแววตัณหาจนสุดจะสู้สายตา จึงเลื่อนมองต่ำที่ลูกกระเดือกกลางลำคอ..แม่เจ้า! แค่ลูกกระเดือกทำ
“จะให้ข้าทำอย่างไรเล่าเสี่ยวเอ๋อร์ มันเป็นความต้องการของท่านหลาง”“แต่ข้าไม่ต้องการ!”พี่ชายมองหน้าน้องสาวด้วยสายตาขึ้งเครียดกังวล“แล้วเจ้าจะขัดคำสั่งเขาหรือ”สายตาและคำถามของพี่ชายทำให้อาการตึงตังของหญิงสาวเพลาลง นางหลับตาสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด.. มันมาถึงขั้นนี้แล้ว นางกลายเป็นสตรีของเขาไปแล้ว นางจะต้องทนทำตามคำสั่งของเขาไปอีกสองเดือนเพื่อพี่ชาย นางต้องทำให้ได้“ข้าเข้าใจแล้ว..” มองเรือนหลังเล็กกะทัดรัดแต่ดูสวยงามและเงียบสงบ เรือนหลังนี้น่าจะเป็นเรือนที่อยู่หลังในสุดภายในคุ้มซินหลางแห่งนี้ “ข้าต้องอยู่ที่นี่ใช่ไหมต้าเกอ”“ใช่ คิดว่าอยู่ได้ไหมเสี่ยวเอ๋อร์ ถ้าเจ้าอยู่ไม่ได้ข้าจะไปขอร้องท่านหลางให้เขาเปลี่ยนเรือนให้เจ้า” เรือนหลังนี้อยู่ห่างจากเรือนหลังอื่นมาก ได้ยินว่าเป็นเรือนหลังโปรดของท่านหลาง ในยามที่ท่านต้องการความเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากความวุ่นวาย ท่านมักจะมาพักอยู่ที่เรือนหลังนี้แต่ความเป็นส่วนตัวแบบนี้ถ้าถึงยามค่ำคืน น้องสาวของเขาต้องรู้สึกกลัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย“จะไปขอร้องเขาทำไม ท่านมีสิทธิ์ต่อรองเขาขนาดนั้นเชียวหรือ”“ข้าก็คิดว่าน่าจะพูดได้”“ถ้าท่านพูดได้จริง เขาคงไม่ทำก
หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาสะท้านวาบ มองไปที่หญิงสาวบนเตียงแล้วยิ่งปวดใจ ที่นางเพ้อแบบนี้ก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุสินะ“..นางร้องไห้”“เจ้าค่ะ”“..เพราะข้าสินะ” รำพันเบา ๆ แล้วรีบดึงสติให้กลับมาสุขุมเยือกเย็นดั่งซินหลางคนเดิม “รีบเช็ดตัวให้นางเถิด” บอกกับหญิงสาวและเฝ้ามองนางปรนนิบัติคนป่วยอย่างเอาใจใส่.. แล้วคิ้วหนาก็ค่อย ๆ ขมวดมุ่น หรี่ตามองจ้องคนที่นอนนิ่งอย่างจับผิด “เสี่ยวปา”“ท่านหลาง”“ส่งผ้ามาให้ข้า ข้าจะเช็ดตัวให้นางเอง”เสี่ยวปาไม่กล้ายื่นผ้าในมือให้แม้จะเกรงกลัวเขาอยู่เป็นนิจ นั่นเพราะคนป่วยที่นอนซมไร้สติอยู่บนเตียงเป็นสตรีนั่นเอง“แต่นางเป็นสตรี.. บุรุษสตรีที่ไม่ใช่คู่สามีภรรยากันไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันนะเจ้าคะ” เตือนสติเขาเสียงเบาหวิว ใบหน้าหวาดหวั่นแดงซ่านอย่างสะท้านอาย“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากับนางไม่ใช่สามีภรรยากัน” บุรุษรูปงามแสร้งถามเสียงดัง มองร่างระหงอวบอิ่มที่นอนอยู่บนเตียงไปด้วย.. กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดสนิทขยับไหว ปากที่ประกบกันก็เผลอเม้มเข้าหากัน แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยแต่เขาก็มองเห็นชัดเจนกว่าในตอนแรกมากทีเดียวที่แท้นางก็แค่แกล้งหลับอยู
เขารีบเดินไปเปิดตู้ หยิบชุดผาวที่ใส่ง่ายที่สุดออกมา “ไปหาหมอกันเถิด อาการเจ้าไม่ดีเลย”“ใส่ชุดชั้นในให้ข้าก่อน” รีบท้วงคนที่กำลังสวมเสื้อให้“จะใส่ทำไม เสียเวลา เอาผ้าห่มคลุมอีกชั้นก็ดูไม่ออกแล้ว”หญิงสาวไม่มีสิทธิ์โต้ใด ๆ เพราะไร้เรี่ยวแรงและปวดศีรษะเจียนระเบิด ไม่มีอารมณ์จะเถียงเขาสักนิด ได้แต่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้เขาทำอะไรกับตัวเองด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยนัก......................สถานพยาบาลฉิ่งหยา“นางเป็นอย่างไรบ้างหมอฉิ่ง” ซินหลางถามอาการของหญิงสาวหลังจากเห็นหมอฉิ่งวางแขนนางลงและห่มผ้าให้หมอฉิ่งบอกให้ผู้ช่วยออกไปจากห้องเพื่อเตรียมยา รอจนนางปิดประตูสนิทแล้วจึงมองหน้าหนุ่มใหญ่ผู้สง่างาม ผู้เป็นเจ้าของคุ้มการค้าซินหลางที่ยิ่งใหญ่“ท่านหลางนี่นะ..” พูดพร้อมกับส่ายศีรษะ สายตาติดตำหนิ “ทำไมไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเสียบ้าง นางบอบบางดั่งปุยนุ่นท่านน่าจะรู้ดีที่สุด” หมอฉิ่งตำหนิเสียงเบา“ข้าก็ถนอมนางอย่างที่สุดแล้วนะท่านหมอ” บุรุษวัยกลางคนรีบแก้ตัวจริงจัง เขาถนอมนางที่สุด ละมุนละม่อมอย่างที่ไม่เคยทำกับสตรีใดมาก่อนด้วยซ้ำ“ถ้าท่านถนอมนางจริงนางคงไม่ป่วยหนักขนาดนี้ ร่างกายของนางบอบบาง จิตใจก็กำล
เขาเร่งทะยานสะโพกสอบหนักหน่วงแล้วกลับมาแผ่วเบาเพื่อยั่วเย้าให้นางคลั่ง เหงื่อกาฬของเขาแตกพลั่กแม้มีไอความเย็นครอบคลุม แต่ความร้อนก็ไม่ได้ทำให้ความกระสันในตัวสาวน้อยลดถอยลงบุรุษไร้พันธะวัยสี่สิบปลาย ๆ อย่างเขาทำงานเยี่ยงกรรมกรมาตั้งแต่แตกหนุ่มจนกระทั่งปัจจุบัน พละกำลังจึงเหลือล้น มีแรงขับเคลื่อนเหลือเฟือ เหงื่อแตกแค่นี้ยิ่งส่งผลดีต่อร่างกายเขาออกแรงบดขยี้แต่ก็ยังทะนุถนอมร่างนุ่มในอ้อมแขน ทำให้นางสุขสะท้านจนสาสมแล้วจึงทำตามใจตัวเอง เมื่อใกล้จะระเบิดก็รีบชักอาวุธคู่กายออกมาพ่นพิษด้านนอก นึกโกรธตัวเองที่หลงใหลสาวเจ้าจนลืมเตรียมวิธีป้องกัน แต่รอบหน้าไม่มีพลาดแน่เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วจึงค่อย ๆ หย่อนสะโพกงามลงบนตั่ง มองนางที่หน้าตาบูดบึ้งแต่แดงก่ำยิ้ม ๆ ก่อนจะเฉไฉไปมองทางอื่นเมื่อถูกเขม้นใส่อย่างไม่พอใจ“สมใจแล้วก็ไปให้พ้นจากตัวข้าเสียที!” เทียนเอ๋อร์ตะคอกเสียงขุ่น เมื่อคนตัวโตนั้นยังกอดขาของนางไว้ แต่แทนที่เขาจะรีบทำตามกลับออกแรงกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมทำสีหน้ายียวนใส่อีก“ไม่ปล่อยหรอก เพราะข้ายังไม่สมใจอยากเลย” แล้วหนุ่มใหญ่ก็ชันเข่าที่นั่งทับไว้ โถมกายหนาลงบนร่างบาง โอบรัดไว้ในอ้อมแขนแล
“พี่เจ้าบอกว่าเจ้ายังเรียนอยู่” เริ่มชวนคุยเพื่อให้นางคลายกังวลนางมองหน้าเขา “ใช่” ตอบห้วน ๆ “เจ้าค่ะ” เห็นแววตาลุ่มลึกเขม้นใส่ก็ลดน้ำเสียงให้อ่อนลง“ด้านไหน”“สมุนไพร จะถามไปทำไมเจ้าคะ” แค่นเสียงถามไม่พอใจเล็กน้อย“ผู้ใหญ่ถามก็ตอบดี ๆ ชักสีหน้าแบบนี้ไม่น่ารักเลย”“เฉพาะผู้ใหญ่อย่างท่านนี่แหละที่ข้าไม่อยากทำตัวน่ารักด้วย”เหล้าร้อนในกาถูกยกดื่มกรอกปากอึกใหญ่เกือบครึ่งกาก่อนจะวางลง“งั้นก็ไม่ต้องตอบ เปลี่ยนมาทำอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน”หญิงสาวรีบกระถดตัวหนีคนที่ลุกพรวดพราดมานั่งลงข้างกาย แต่เขาไวกว่ามาก ร่างเล็ก ๆ ของนางจึงถูกเขาตรึงเอาไว้ใต้ร่างหนา“จะทำอะไรน่ะ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!” ตวาดเสียงตื่นตระหนกตกใจ“ก็รู้ ๆ กันอยู่ ไม่เห็นต้องถาม” ปลายจมูกโด่งเป็นสันฉวยโอกาสแนบลงบนแก้มแดงปลั่งขณะตอบเสียงทุ้ม นางตื่นตระหนกไม่ได้ทำให้เขาหวาดหวั่นแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าจะจัดการนางอยู่หมัดได้ในไม่ช้า “คิดถึงหน้าพี่ชายของเจ้าเอาไว้สิ แล้วเจ้าจะได้คำตอบ”ร่างที่พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์หยุดกึกดั่งถูกจี้จุด จุกจนพูดไม่ออก ไร้คำย้อนแย้งใด ๆ.. รีบหลับตาลงแล้วปล่อยให้เขาเริ่มรุกรานเรือนร่างแข็งทื่อของตนแรก




![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


