LOGIN“เขาบอกให้เจ้าส่งจดหมายถึงเขาได้เลย ภายในสามวันนี้เขาจะทำตัวให้ว่างเพื่อรอเจ้าคนเดียว” ในยุคสมัยนี้บ้านของพ่อค้าหรือผู้มีอันจะกินทุกหลังคาเรือนล้วนมีนกพิราบส่งสาร แม้แต่น้องสาวของเขาก็มี เพราะนางต้องไปเรียนอยู่ต่างหมู่บ้าน นกสื่อสารจึงจำเป็นที่สุดในการติดต่อถึงกัน
“ให้ข้านัด..” ใบหน้านวลสวยใสไร้ที่ติแปลกใจกับคำตอบ “ทำไมข้ารู้สึกเหมือนเขาเจาะจงเกินไปแบบนี้เล่าต้าเกอ”
หยางส่ายศีรษะ ใบหน้าเคร่งเครียด “ข้าก็รู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่ถูกเรียกไปคุยส่วนตัวแล้ว ท่านหลางยังบอกด้วยนะว่าตอนนี้เรื่องนี้มีแค่เขากับที่ปรึกษาเท่านั้นที่รู้ แต่ถ้าภายในสามวันไม่ได้คำตอบหรือเงินมาวางไว้ตรงหน้า ทุกคนในสำนักงานรวมถึงร้านค้าที่ติดต่องานด้วยจะรู้ทั้งหมด ข้าจะกลายเป็นคนไร้ที่ยืน ไร้งานในทันที” เล่าให้น้องสาวฟังอย่างไม่ปิดบังขณะมองใบหน้าเคร่งเครียดของนางไปด้วย “แล้วเจ้าจะเอายังไง”
“จะให้ทำอย่างไรได้เล่า ถ้าข้าไม่ทำแล้วท่านจะไม่เดือดร้อนกระนั้นหรือ”
“ข้าขอโทษนะเสี่ยวเอ๋อร์ ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เจ้าต้องเดือดร้อนไปด้วยแบบนี้” หน้าสลดด้วยความรู้สึกผิดคับอก
“ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่ทำเพื่อทุกคนในครอบครัวมาตลอด และรู้ด้วยว่าท่านไม่ใช่คนขี้โกง ไม่ต้องพูดคำว่าขอโทษหรอก” พี่ชายนางไม่ได้ขี้โกงแต่เหลี่ยมจัดไปหน่อยเท่านั้น ประมาทจนเกิดเรื่องและจะกลายเป็นคนโกงทันทีถ้าหาเงินมาคืนไม่ได้ภายในกำหนด
“ข้าขอโทษนะเสี่ยวเอ๋อร์ ข้าขอโทษ ๆ” ได้ยินคำพูดปลอบโยนที่ไม่ค่อยอ่อนโยนจากน้องสาวสุดที่รัก น้ำตาของพี่ชายก็ไหลล้นตา พรั่งพรูคำว่าขอโทษออกมาซ้ำ ๆ
ได้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชายที่นางจำได้ว่าเคยเห็นเมื่อตอนที่เสียมารดาไป ตอนนั้นด้วยความเป็นเด็กจึงไม่ค่อยประสีประสาว่าพี่ชายร้องไห้ทำไม แต่ตอนนี้นางโตแล้ว รับรู้ได้เป็นอย่างดี จึงรู้สึกเศร้าใจนัก และตัดสินใจอย่างไม่มีลังเลว่าจะทำในสิ่งที่ฝืนใจครั้งนี้เพื่อพี่ชายที่เป็นเสมือนบิดาคนนี้
“ไม่ต้องร้อง ข้าจะช่วยท่านเอง เงียบนะ”
“เทียนเอ๋อร์.. เสี่ยวเอ๋อร์ พี่..ขอโทษ ขอ..โทษ” เสียงสะอื้นไห้หนักหน่วง แค่นคำพูดขอโทษออกมาได้อย่างยากเย็น “พี่ตายเสียดีไหม ถ้าพี่ตายเจ้ากับหยวนหยวนก็จะสบาย”
ผลัวะ!
มือเล็กเหวี่ยงหมัดใส่ต้นแขนแน่น ๆ ของพี่ชายเต็มแรงด้วยความโกรธสุดขีด
“เลิกพูดบ้า ๆ สักที! ตายแล้วมันแก้ปัญหาได้หมดหรือไง ตายไปแล้วหมดภาระตรงไหน ข้ากับพี่สะใภ้อาจต้องกลายเป็นทาสของเจ้านายพี่ อาจจะต้องลำบากหนักยิ่งกว่าเก่าอีก”
“พี่ขอโทษ ตอนนี้สมองพี่ตันไปหมดแล้ว พี่คิดอะไรไม่ออกเลยจริง ๆ นอกจากความตายที่ทำผิดต่อเจ้า”
“อย่าคิดเรื่องตายอีกถ้าไม่อยากรู้สึกผิดต่อข้า.. รับปากข้าสิพี่ใหญ่”
“อือ” น้ำตาลูกผู้ชายไหลหนักจนไม่อาจเปล่งเสียงออกไปได้ ได้แต่พยักหน้าตอบรับในลำคอ
.......................
หอนางโลม
“อา..อา..ท่านหลางเจ้าขา อา..ซู้ด..ท่านหลางข้าเสียว แรง ๆ เลยเจ้าค่ะ ท่านหลางเจ้าขา อา...” หญิงสาววัยละอ่อนที่อยู่ในท่านอนหมอบ โก่งก้นรับแรงกระแทกจากหนุ่มใหญ่กำลังดีไม่มีตก ปากก็ร้องครวญครางด้วยความเสียวซ่านไม่หยุด
“ข้าก็เสียว ก้นเจ้านี่มันคับแน่นดีกว่าข้างหน้าเสียอีก ทำให้ข้ารู้สึกดีเป็นบ้า” แล้วมือใหญ่ก็ตีป๊าบลงบนสะโพกเล็กนุ่มนิ่มหนึ่งที ขยำขยี้ตามแรงอารมณ์ที่ใกล้ถึงจุดปะทุ “อา...” ร่างหนาพ่นน้ำกามใส่เต็มที่ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนตัวลงนอนแผ่หลาบนฟูกนุ่ม
ความเสียวที่เกือบจะใกล้ถึงฝั่งของนางโลมสาวต้องหยุดลงฉับพลัน เมื่อเขาชักดาบเล่มใหญ่ออกจากช่องแคบด้านหลัง.. แม้จะหัวเสียแต่นางก็รู้หน้าที่อย่างดี รีบขยับตัวเอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดดาบของเขา แล้วเริ่มจับโยกไปมาก่อนจะใช้ปากเล้าโลมให้ตื่นตัวอีกครั้ง
“อา..ซู้ด...อือ..ซู้ด..ดีมาก อย่างนั้นแหละ อือ..” ร่างหนาสมส่วนเต็มไปด้วยมัดกล้าม เกร็งด้วยความเสียวซ่าน มองศีรษะที่ขยับโยกขึ้นลงอยู่กลางลำตัวอย่างพอใจ “ปากของเจ้าดีกว่าก้นของเจ้าอีกนะรู้ตัวหรือเปล่า อา..ซู้ด..”
“ถ้าท่านหลางชอบก็อย่าลืมตกรางวัลให้ข้าหนัก ๆ นะเจ้าคะ แล้วข้าจะสนองให้ถึงใจท่านเลยเจ้าค่ะ”
“ถ้าลีลาดีไม่มีตกข้าตกรางวัลหนักอยู่แล้ว อา.. เร็วอีก ๆ ข้าจะเสร็จอีกแล้ว อา..” ร่างหนาที่ถูกเล้าโลมด้วยปากเล็ก ๆ เกร็งกระตุกเมื่อถูกดูดดุนอย่างช่ำชองจนไปถึงจุดหมายอีกครั้ง
หนุ่มใหญ่วัยเกือบ ๆ ห้าสิบที่ยังดูดีราวสามสิบปลาย ๆ นอนอ่อนแรงมองหญิงสาวที่กลืนกินน้ำกามของตน ทำความสะอาดด้วยลิ้นจนเกลี้ยงเกลา และมันก็ทำให้ปืนใหญ่ที่อ่อนตัวเริ่มจะฮึกเหิมขึ้นอีกครั้งในเวลาไม่นาน
“ท่านหลางเจ้าขา ท่านไปกินดีช้างดีม้ามาหรือเจ้าคะ ทำไมถึงได้แรงดีไม่มีตกแบบนี้” ดวงตาเรียวเบิกโต ถามยิ้ม ๆ กับความตื่นตัวที่แสนรวดเร็วไม่สมวัยของเขา
“ช่วงนี้ข้าบ้าแต่งาน ไม่ได้ปลดปล่อยมาเป็นเดือน ๆ มันก็ธรรมดาแหละที่จะจุดติดง่าย”
“มิน่า น้ำรักของท่านหลางถึงเข้มข้นและรสจัดจ้านนัก” ตอบพร้อมกับช้อนตายั่วยวนเต็มที่
เมื่อจัดการนางอยู่หมัดแล้วก็รีบอุ้มนางไปที่เตียง วางลงอย่างทะนุถนอม มองบุปผาดอกงามที่นอนหายใจระรินด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างไม่มีปิดบังต้าเทียนเอ๋อร์สะท้านอายระคนขัดเคืองใจตัวเองอยู่บ้าง ที่หลงระเริงกับความวาบหวามหวั่นไหวที่เขามอบให้ อยากขัดขืนแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเขาจะเล่นงานพี่ชายของตน นางหาข้ออ้างบอกกับใจตัวเองทั้งที่ลึก ๆ นั้นแอบคิดว่าไม่ใช่เพราะพี่ชายหรอก แต่เป็นเพราะนางเองนั่นแหละที่โหยหา“กอดข้าสิเอ่อร์เอ๋อร์”เสียงกระซิบข้างหูสั่นพร่าก่อนจะถูกเลียเบา ๆ ทำให้นางสะดุ้งวาบ เผลอตอบสนองต่อความต้องการของเขาทันควัน เมื่อรู้สึกตัวก็เผลอชะงักเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะทำตาม ปล่อยเนื้อปล่อยใจไปกับเขา“อา..” ครางสะท้านแผ่วเบาเมื่อความเจ็บแปลบเล็กน้อยสายหนึ่งเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน.. ทั่วเรือนร่างของนางวาบหวาม ร้อนรุ่มไปทุกอณูที่เขาไล่สัมผัส เพลิดเพลินจนไม่รู้ตัวว่าอาภรณ์หลุดจากร่างไปตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นเขายืนขึ้นปลดอาภรณ์ของตัวเองนางสะท้านอายต่อสายตาพราวระยับที่เต็มไปด้วยแววตัณหาจนสุดจะสู้สายตา จึงเลื่อนมองต่ำที่ลูกกระเดือกกลางลำคอ..แม่เจ้า! แค่ลูกกระเดือกทำ
“จะให้ข้าทำอย่างไรเล่าเสี่ยวเอ๋อร์ มันเป็นความต้องการของท่านหลาง”“แต่ข้าไม่ต้องการ!”พี่ชายมองหน้าน้องสาวด้วยสายตาขึ้งเครียดกังวล“แล้วเจ้าจะขัดคำสั่งเขาหรือ”สายตาและคำถามของพี่ชายทำให้อาการตึงตังของหญิงสาวเพลาลง นางหลับตาสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด.. มันมาถึงขั้นนี้แล้ว นางกลายเป็นสตรีของเขาไปแล้ว นางจะต้องทนทำตามคำสั่งของเขาไปอีกสองเดือนเพื่อพี่ชาย นางต้องทำให้ได้“ข้าเข้าใจแล้ว..” มองเรือนหลังเล็กกะทัดรัดแต่ดูสวยงามและเงียบสงบ เรือนหลังนี้น่าจะเป็นเรือนที่อยู่หลังในสุดภายในคุ้มซินหลางแห่งนี้ “ข้าต้องอยู่ที่นี่ใช่ไหมต้าเกอ”“ใช่ คิดว่าอยู่ได้ไหมเสี่ยวเอ๋อร์ ถ้าเจ้าอยู่ไม่ได้ข้าจะไปขอร้องท่านหลางให้เขาเปลี่ยนเรือนให้เจ้า” เรือนหลังนี้อยู่ห่างจากเรือนหลังอื่นมาก ได้ยินว่าเป็นเรือนหลังโปรดของท่านหลาง ในยามที่ท่านต้องการความเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากความวุ่นวาย ท่านมักจะมาพักอยู่ที่เรือนหลังนี้แต่ความเป็นส่วนตัวแบบนี้ถ้าถึงยามค่ำคืน น้องสาวของเขาต้องรู้สึกกลัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย“จะไปขอร้องเขาทำไม ท่านมีสิทธิ์ต่อรองเขาขนาดนั้นเชียวหรือ”“ข้าก็คิดว่าน่าจะพูดได้”“ถ้าท่านพูดได้จริง เขาคงไม่ทำก
หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาสะท้านวาบ มองไปที่หญิงสาวบนเตียงแล้วยิ่งปวดใจ ที่นางเพ้อแบบนี้ก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุสินะ“..นางร้องไห้”“เจ้าค่ะ”“..เพราะข้าสินะ” รำพันเบา ๆ แล้วรีบดึงสติให้กลับมาสุขุมเยือกเย็นดั่งซินหลางคนเดิม “รีบเช็ดตัวให้นางเถิด” บอกกับหญิงสาวและเฝ้ามองนางปรนนิบัติคนป่วยอย่างเอาใจใส่.. แล้วคิ้วหนาก็ค่อย ๆ ขมวดมุ่น หรี่ตามองจ้องคนที่นอนนิ่งอย่างจับผิด “เสี่ยวปา”“ท่านหลาง”“ส่งผ้ามาให้ข้า ข้าจะเช็ดตัวให้นางเอง”เสี่ยวปาไม่กล้ายื่นผ้าในมือให้แม้จะเกรงกลัวเขาอยู่เป็นนิจ นั่นเพราะคนป่วยที่นอนซมไร้สติอยู่บนเตียงเป็นสตรีนั่นเอง“แต่นางเป็นสตรี.. บุรุษสตรีที่ไม่ใช่คู่สามีภรรยากันไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันนะเจ้าคะ” เตือนสติเขาเสียงเบาหวิว ใบหน้าหวาดหวั่นแดงซ่านอย่างสะท้านอาย“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากับนางไม่ใช่สามีภรรยากัน” บุรุษรูปงามแสร้งถามเสียงดัง มองร่างระหงอวบอิ่มที่นอนอยู่บนเตียงไปด้วย.. กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดสนิทขยับไหว ปากที่ประกบกันก็เผลอเม้มเข้าหากัน แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยแต่เขาก็มองเห็นชัดเจนกว่าในตอนแรกมากทีเดียวที่แท้นางก็แค่แกล้งหลับอยู
เขารีบเดินไปเปิดตู้ หยิบชุดผาวที่ใส่ง่ายที่สุดออกมา “ไปหาหมอกันเถิด อาการเจ้าไม่ดีเลย”“ใส่ชุดชั้นในให้ข้าก่อน” รีบท้วงคนที่กำลังสวมเสื้อให้“จะใส่ทำไม เสียเวลา เอาผ้าห่มคลุมอีกชั้นก็ดูไม่ออกแล้ว”หญิงสาวไม่มีสิทธิ์โต้ใด ๆ เพราะไร้เรี่ยวแรงและปวดศีรษะเจียนระเบิด ไม่มีอารมณ์จะเถียงเขาสักนิด ได้แต่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้เขาทำอะไรกับตัวเองด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยนัก......................สถานพยาบาลฉิ่งหยา“นางเป็นอย่างไรบ้างหมอฉิ่ง” ซินหลางถามอาการของหญิงสาวหลังจากเห็นหมอฉิ่งวางแขนนางลงและห่มผ้าให้หมอฉิ่งบอกให้ผู้ช่วยออกไปจากห้องเพื่อเตรียมยา รอจนนางปิดประตูสนิทแล้วจึงมองหน้าหนุ่มใหญ่ผู้สง่างาม ผู้เป็นเจ้าของคุ้มการค้าซินหลางที่ยิ่งใหญ่“ท่านหลางนี่นะ..” พูดพร้อมกับส่ายศีรษะ สายตาติดตำหนิ “ทำไมไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเสียบ้าง นางบอบบางดั่งปุยนุ่นท่านน่าจะรู้ดีที่สุด” หมอฉิ่งตำหนิเสียงเบา“ข้าก็ถนอมนางอย่างที่สุดแล้วนะท่านหมอ” บุรุษวัยกลางคนรีบแก้ตัวจริงจัง เขาถนอมนางที่สุด ละมุนละม่อมอย่างที่ไม่เคยทำกับสตรีใดมาก่อนด้วยซ้ำ“ถ้าท่านถนอมนางจริงนางคงไม่ป่วยหนักขนาดนี้ ร่างกายของนางบอบบาง จิตใจก็กำล
เขาเร่งทะยานสะโพกสอบหนักหน่วงแล้วกลับมาแผ่วเบาเพื่อยั่วเย้าให้นางคลั่ง เหงื่อกาฬของเขาแตกพลั่กแม้มีไอความเย็นครอบคลุม แต่ความร้อนก็ไม่ได้ทำให้ความกระสันในตัวสาวน้อยลดถอยลงบุรุษไร้พันธะวัยสี่สิบปลาย ๆ อย่างเขาทำงานเยี่ยงกรรมกรมาตั้งแต่แตกหนุ่มจนกระทั่งปัจจุบัน พละกำลังจึงเหลือล้น มีแรงขับเคลื่อนเหลือเฟือ เหงื่อแตกแค่นี้ยิ่งส่งผลดีต่อร่างกายเขาออกแรงบดขยี้แต่ก็ยังทะนุถนอมร่างนุ่มในอ้อมแขน ทำให้นางสุขสะท้านจนสาสมแล้วจึงทำตามใจตัวเอง เมื่อใกล้จะระเบิดก็รีบชักอาวุธคู่กายออกมาพ่นพิษด้านนอก นึกโกรธตัวเองที่หลงใหลสาวเจ้าจนลืมเตรียมวิธีป้องกัน แต่รอบหน้าไม่มีพลาดแน่เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วจึงค่อย ๆ หย่อนสะโพกงามลงบนตั่ง มองนางที่หน้าตาบูดบึ้งแต่แดงก่ำยิ้ม ๆ ก่อนจะเฉไฉไปมองทางอื่นเมื่อถูกเขม้นใส่อย่างไม่พอใจ“สมใจแล้วก็ไปให้พ้นจากตัวข้าเสียที!” เทียนเอ๋อร์ตะคอกเสียงขุ่น เมื่อคนตัวโตนั้นยังกอดขาของนางไว้ แต่แทนที่เขาจะรีบทำตามกลับออกแรงกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมทำสีหน้ายียวนใส่อีก“ไม่ปล่อยหรอก เพราะข้ายังไม่สมใจอยากเลย” แล้วหนุ่มใหญ่ก็ชันเข่าที่นั่งทับไว้ โถมกายหนาลงบนร่างบาง โอบรัดไว้ในอ้อมแขนแล
“พี่เจ้าบอกว่าเจ้ายังเรียนอยู่” เริ่มชวนคุยเพื่อให้นางคลายกังวลนางมองหน้าเขา “ใช่” ตอบห้วน ๆ “เจ้าค่ะ” เห็นแววตาลุ่มลึกเขม้นใส่ก็ลดน้ำเสียงให้อ่อนลง“ด้านไหน”“สมุนไพร จะถามไปทำไมเจ้าคะ” แค่นเสียงถามไม่พอใจเล็กน้อย“ผู้ใหญ่ถามก็ตอบดี ๆ ชักสีหน้าแบบนี้ไม่น่ารักเลย”“เฉพาะผู้ใหญ่อย่างท่านนี่แหละที่ข้าไม่อยากทำตัวน่ารักด้วย”เหล้าร้อนในกาถูกยกดื่มกรอกปากอึกใหญ่เกือบครึ่งกาก่อนจะวางลง“งั้นก็ไม่ต้องตอบ เปลี่ยนมาทำอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน”หญิงสาวรีบกระถดตัวหนีคนที่ลุกพรวดพราดมานั่งลงข้างกาย แต่เขาไวกว่ามาก ร่างเล็ก ๆ ของนางจึงถูกเขาตรึงเอาไว้ใต้ร่างหนา“จะทำอะไรน่ะ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!” ตวาดเสียงตื่นตระหนกตกใจ“ก็รู้ ๆ กันอยู่ ไม่เห็นต้องถาม” ปลายจมูกโด่งเป็นสันฉวยโอกาสแนบลงบนแก้มแดงปลั่งขณะตอบเสียงทุ้ม นางตื่นตระหนกไม่ได้ทำให้เขาหวาดหวั่นแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าจะจัดการนางอยู่หมัดได้ในไม่ช้า “คิดถึงหน้าพี่ชายของเจ้าเอาไว้สิ แล้วเจ้าจะได้คำตอบ”ร่างที่พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์หยุดกึกดั่งถูกจี้จุด จุกจนพูดไม่ออก ไร้คำย้อนแย้งใด ๆ.. รีบหลับตาลงแล้วปล่อยให้เขาเริ่มรุกรานเรือนร่างแข็งทื่อของตนแรก







