LOGINยามที่ลั่วชิงอวิ๋นมาเยี่ยมเยียนน้องสาวที่จวนก็อดเอ่ยถึงเรื่องที่เซ่อเจิ้งอ๋องเกรงกลัวพระชายาอย่างลั่วชิงอวี้ไม่ได้“ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่!”ลั่วชิงอวี้กล่าวกับพี่ชายอย่างไม่พอใจ ลั่วชิงอวิ๋นที่กำลังดื่มชากับเสิ่นเยว่หลันพยักหน้า“อืม”“ท่านเชื่อข้าหรือไม่”“เชื่อ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นลั่วชิงอวี้จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แต่เสิ่นเยว่หลันกลับหัวเราะออกมานางหันไปมองพี่สะใภ้“พี่สะใภ้หัวเราะอะไร”เสิ่นเยว่หลันตอบตรงไปตรงมา“ข้าเพียงคิดว่าในที่สุดก็มีคนพบวิธีจัดการเซ่อเจิ้งอ๋องได้”“ข้าไม่ได้จัดการเขา”“อืม”“เขาเต็มใจตามใจข้าเอง”“อืม”“พวกท่านไม่เชื่อข้าหรือ”ลั่วชิงอวิ๋นรีบกล่าว“เชื่อ”“น้ำเสียงท่านไม่เหมือนเชื่อเลยนะ”ระหว่างที่พี่น้องกำลังโต้เถียงกันเซียวจิ่นเหยียนก็เดินเข้ามา เขามองภรรยาก่อนที่จะเอ่ยถามออกมา“ใครทำเจ้าโมโห”ลั่วชิงอวี้ชี้ไปทางพี่ชายทันที“เขา!”ลั่วชิงอวิ๋น “...”เซียวจิ่นเหยียนมองพี่ภรรยา สายตาเย็นลงเล็กน้อย เสิ่นเยว่หลันยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างไม่คิดช่วยสามีลั่วชิงอวิ๋นสูดหายใจ“ข้าเพียงเห็นด้วยกับข่าวลือที่ว่าท่านอ๋องทรงเกรงกลัวพระชายา”เซียวจิ่นเหยียนนิ่งไปจากนั้นกลับ
เซียวจิ่นเหยียนยื่นมือแตะแก้มนางเบา ๆ ลั่วชิงอวี้ขยับตัว ก่อนลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย“สวามี...”“ข้าทำให้เจ้าตื่นหรือ“อืม...”นางมองเขาอย่างง่วงงุน“ลูกเล่า”“หลับไปแล้ว”“ทั้งสองคนเลยหรือ”“อืม”นางพยักหน้าแล้วกำลังจะหลับต่อ แต่เซียวจิ่นเหยียนกลับเรียก“ชิงอวี้”“เพคะ”“พอแล้ว”นางลืมตา“อะไรพอ”เขามองนาง“พวกเรามีลูกสองคนก็พอแล้ว”ลั่วชิงอวี้นิ่ง“ท่านไม่อยากมีอีกหรือ”“ไม่อยากแล้ว”คำตอบรวดเร็วอย่างยิ่ง“เพราะอะไรเพคะ”เซียวจิ่นเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบตามตรง“ข้ากลัว”ลั่วชิงอวี้ชะงัก คนอย่างเซียวจิ่นเหยียนยอมพูดคำนี้ออกมาด้วยตนเอง“วันนี้ข้ากลัวมาก”เขากุมมือนาง“ข้าไม่อยากเจอเหตุการณ์ที่อาจจะต้องสูญเสียเจ้าไปเช่นในวันนี้อีกแล้ว”ลั่วชิงอวี้มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขยับมือไปจับมือเขากลับ“ได้เพคะ หม่อมฉันเองก็ไม่อยากจะเห็นท่านอ๋องต้องหลั่งน้ำตาเพราะหม่อมฉันอีกแล้ว”“...”เซียวจิ่นเหยียนก้มลงจุมพิตหน้าผากนาง“นอนเถอะ”นางยิ้มก่อนจะหลับตาลงอย่างอารมณ์ดี เซียวจิ่นเหยียนยังคงจ้องมองนางสุดท้ายมุมปากก็ยกขึ้น วันนี้เขาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่รู้ตัวจริงๆ หากน้ำตาไม่กี่หยดสามารถแลกกับการท
ยิ่งใกล้วันคลอด เซียวจิ่นเหยียนยิ่งนอนไม่หลับ คนที่เคยต่อสู้อย่างดุดันในสนามรบโดยไม่หวั่นเกรงกลับเฝ้าถามท่านหมอทุกวันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ“วันนี้เป็นอย่างไร”“ปกติพ่ะย่ะค่ะ”“แน่ใจหรือ”“แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ”“เด็กเล่า”“แข็งแรงพ่ะย่ะค่ะ”“แล้วพระชายาเล่า”“แข็งแรงพ่ะย่ะค่ะ”“การคลอดจะปลอดภัยใช่หรือไม่”หมอ “...”ยังไม่คลอดเลย จะให้เขาตอบอย่างไร ไม่มีผู้ใดกล้ารับรองความปลอดภัยได้อย่างเต็มปาก สิ่งที่สามารถพูดได้ก็คือ“กระหม่อมจะดูแลพระชายาอย่างเต็มที่พ่ะย่ะค่ะ”จนกระทั่งวันคลอดมาถึงจริง ๆ เสียงลั่วชิงอวี้ร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากห้องคลอด เซียวจิ่นเหยียนยืนอยู่ด้านนอก ใบหน้าซีดเผือดกว่าคนคลอดเสียอีก“เหตุใดจึงใช้เวลานานขนาดนี้”หมอรีบตอบ“ท่านอ๋อง การคลอดบุตรต้องใช้เวลาพ่ะย่ะค่ะ”“นางคงจะต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ”“เป็นเรื่องปกติพ่ะย่ะค่ะ”“ปกติตรงไหน”ทุกคนเงียบ เซียวจิ่นเหยียนเดินวนอยู่หน้าประตู เดินไป เดินกลับ สุดท้ายทนไม่ไหว ก็ตะโกนออกมา“เปิดประตู”“ท่านอ๋อง!”“ข้าจะเข้าไป”“ห้องคลอดเป็นสถานที่อัปมงคล บุรุษเข้าไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”เซียวจิ่นเหยียนหันมามอง“ใครกำหนด”“ธรรมเนียมพ่ะ
ความพยายามของเซียวจิ่นเหยียนในที่สุดก็ไม่ได้สูญเปล่า เช้าวันหนึ่งในต้นฤดูใบไม้ผลิ หมอประจำจวนเซ่อเจิ้งอ๋องถูกเรียกเข้ามาตรวจชีพจรของพระชายา เพราะลั่วชิงอวี้ที่ปกติให้ความสำคัญกับอาหารเหนือสิ่งอื่นใด กลับนั่งมองโจ๊กไก่ตรงหน้าแล้วขมวดคิ้ว“ไม่อร่อย”ชุ่ยหลิงตกใจ พ่อครัวตกใจ เซียวจิ่นเหยียนยิ่งตกใจ“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าอยากกิน”“วันนี้ไม่อยากแล้วเพคะ”“เช่นนั้นอยากกินอะไร”ลั่วชิงอวี้คิดอยู่นานก่อนส่ายหน้า“ไม่รู้”คำตอบนี้ทำให้เซียวจิ่นเหยียนเรียกหมอทันที เพราะสำหรับพระชายาของเขา การที่นางไม่รู้ว่าอยากกินอะไร นับว่าเป็นอาการผิดปกติอย่างยิ่งหมอชราจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยน เขาจับชีพจรอีกครั้งเซียวจิ่นเหยียนขมวดคิ้ว“เป็นอะไร”หมอรีบลุกขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม“ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องและพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”เซียวจิ่นเหยียนชะงัก ลั่วชิงอวี้เองก็มองหมอ“ยินดีเรื่องอะไร”“พระชายาทรงมีครรภ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”ภายในห้องเงียบลงทันที ลั่วชิงอวี้ก้มมองหน้าท้องตนเอง ส่วนเซียวจิ่นเหยียนนิ่งไปนานเสียจนหมอเริ่มสงสัยว่าเขาได้ยินหรือไม่“ท่านอ๋อง”“แน่ใจหรือ”“แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ”
คืนนั้นลั่วชิงอวี้นั่งกินขนมเกาลัดอยู่ในจวน เซียวจิ่นเหยียนอ่านหนังสืออยู่ตรงข้ามนางมองเขาอยู่หลายครั้งสุดท้ายเซียวจิ่นเหยียนก็วางหนังสือลง“อยากถามอะไรก็ถาม”“องค์ชายใหญ่แคว้นต้าเป่ย...”ลั่วชิงอวี้ลากเสียง“ทำไมหรือ”“หม่อมฉันเคยเห็นเขาในจวนของเราสองสามครั้ง”มือของเซียวจิ่นเหยียนหยุดเล็กน้อย ลั่วชิงอวี้ยิ้ม“ตอนนั้นท่านบอกว่าเป็นแขกจากแดนเหนือ”“เขาก็มาจากแดนเหนือจริง”“เพคะ”นางพยักหน้า“แต่ท่านไม่ได้บอกว่าแขกคนนั้นเป็นองค์ชายใหญ่ต้าเป่ย”เซียวจิ่นเหยียนเงียบ ลั่วชิงอวี้กินเกาลัดอีกคำ“การก่อการเกิดขึ้นเร็วเกินไป”“กองทัพพร้อมเกินไป”“คนในราชสำนักต้าเป่ยเปลี่ยนข้างเร็วเกินไป”“แล้วพอขึ้นครองอำนาจ สิ่งแรกที่เขาทำกลับเป็นการประหารมู่หรงหว่าน ส่งศีรษะมาให้ต้าเยว่ และขอสวามิภักดิ์ทันที”นางเอียงศีรษะ“บังเอิญจริง ๆ นะเพคะ”เซียวจิ่นเหยียนมองภรรยา“เจ้าคิดมากไป”“อ้อ”ลั่วชิงอวี้พยักหน้าอย่างว่าง่าย“เช่นนั้นก็ถือว่าหม่อมฉันคิดมากไป”นางไม่ได้ถามต่อเพราะคำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว เซียวจิ่นเหยียนวางมือจากราชสำนักต้าเยว่ ไม่ได้หมายความว่าเครือข่ายที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีจะหายไปคนที่สามารถถอนรา
เสียงร้องของทารกดังขึ้นภายในตำหนักเฟิ่งอี๋ในยามรุ่งสาง หลังจากนั้นไม่นานนักเสียงประกาศด้วยความยินดีก็ดังก้องไปทั่วพระราชวัง“ประสูติแล้ว!”“ฮองเฮาทรงประสูติพระโอรสแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เซียวหลิงเยวียนที่ยืนรออยู่ด้านนอกแทบลืมฐานะฮ่องเต้“พระโอรสหรือ”“พ่ะย่ะค่ะ!”แพทย์หญิงยิ้มจนใบหน้าแทบเป็นดอกไม้“เป็นพระโอรส ร่างกายแข็งแรง พระสุรเสียงดังยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ”เซียวหลิงเยวียนนิ่งไปชั่วขณะก่อนหัวเราะออกมา“ดี!”“ตกรางวัล ให้แก่ทุกคน”พระองค์ก้าวไปถึงประตูแล้วกลับถูกนางกำนัลขวางเอาไว้“ฝ่าบาท ยังเข้าไปไม่ได้เพคะ ด้านในยังจัดการไม่เรียบร้อยเพคะ”เซียวหลิงเยวียนขมวดพระขนง“ข้าเป็นสามีของนาง”“ฝ่าบาท...”“ข้าแค่เข้าไปดูชิงเหยา”“ไม่ได้เพคะ”ฮ่องเต้ผู้สามารถตัดสินชีวิตขุนนางทั้งราชสำนักได้กลับถูกนางกำนัลขวางอยู่หน้าห้องคลอดลั่วชิงอวี้ที่เพิ่งมาถึงเห็นภาพนั้นพอดี นางรีบเดินเข้ามา“พี่หญิงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ”เซียวหลิงเยวียนหันมา“ปลอดภัยทั้งแม่และลูก”ดวงตาของลั่วชิงอวี้สว่างขึ้นทันที“จริงหรือเพคะ”“อืม”“หม่อมฉันมีหลานแล้ว”ความตื่นเต้นของนางทำให้เซียวหลิงเยวียนหัวเราะ“ใช่ เจ้ามีหลานแล้ว”ลั่วชิงอว







