بيت / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 6 แม่ครัวคนงาม

مشاركة

บทที่ 6 แม่ครัวคนงาม

last update تاريخ النشر: 2026-01-26 15:14:45

          หมิงจิ้นเหอรู้สึกแปลกใจที่ระยะหลังเขาได้พบคุณชายคหบดีหลายตระกูลมารับประทานอาหารที่เพิงขายอาหารเล็กๆ แห่งนี้

“หลี่เฉียง เจ้าดูสิ เหตุใดคุณชายพวกนั้นระเห็จออกมาที่นี่   ร้านในตัวเมืองมีถมเถมิใช่หรือ”

“ทีท่านยังติดใจในรสชาติอาหารร้านนี้ แล้วผู้อื่นจะไม่ชื่นชอบได้อย่างไร   เรื่องของปากท้อง ล้วนเป็นเรื่องหลักของทุกคน ไม่น่าแปลกที่พวกเขาอยากจะมากินอาหารร้านนี้”

มู่หลี่เฉียงพยายามหลีกเลี่ยงการพูดความจริง

         “ร้านใหม่ยังก่อสร้างไม่เสร็จเลย คนก็มาจนล้นร้าน ดูสิ ขยายเพิงไปจนจะเต็มบริเวณแล้วก็ยังไม่เพียงพอ ขายดีเช่นนี้ อีกไม่นานข้าก็คงจะได้ทั้งเงินและดอกเบี้ยคืนเร็วๆ นี้”

         “น่าเสียดายจริง ถ้าข้ารู้ว่าเถ้าแก่เหอคิดจะกู้ยืมล่ะก็ ข้าคงเสนอตัวก่อนท่านแล้ว” ใบหน้าของมู่หลี่เฉียงดูเศร้านิดๆ

         “เจ้าคิดอยากได้ดอกเบี้ยกับส่วนแบ่งกำไรด้วยหรือ”

         มู่หลี่เฉียงยิ้มน้อยๆ ไม่ยอมตอบคำถาม ความจริงเขาอยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหอเจียอีต่างหากเล่า

         ...หญิงงามที่หายากเช่นนั้น หากเพียงนางพยักหน้ารองแม่ทัพมู่คิดว่าเขาก็พร้อมสละความโสดที่หวงแหนมานาน...

         “อีกไม่นานที่นี่คงกลายเป็นแหล่งนัดพบของเหล่าผู้มีฐานะแห่งใหม่เป็นแน่ ยิ่งร้านใหม่ใหญ่โตแบบนี้ กิจการสกุลเหอคงเจริญรุ่งเรืองกว่าร้านอื่นใดในละแวกนี้” รองแม่ทัพฉิน หันไปมองคนงานที่กำลังก่อสร้างอย่างแข็งขัน

         “ดูเหมือนพวกเขาจะสร้างร้านใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้ เงินที่ข้าให้ยืมไปคงไม่พอ”

หมิงจิ้นเหอคำนวณในใจคร่าวๆ เงินที่เถ้าแก่เหอหยิบยืมเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะพอสำหรับการก่อสร้างร้านขนาดนี้

‘หรือว่าเถ้าแก่เหอยืมเงินของหนึ่งในเหล่าคุณชายด้วย’

         ค่ายทหารอยู่นอกตัวเมืองพยัคฆ์เหินพอประมาณ จะว่าไปก็ห่างไกลจากตัวเมืองจนไม่ค่อยมีผู้สนใจจะมาเยือนหาไม่มีธุระ โดยปกติเหล่าคุณชายมักจะนิยมปรากฏตัวตามภัตตาคารหรือโรงเตี๊ยมซึ่งมีไม่กี่แห่งในเมือง เมื่อเห็นพวกเขาเวียนหน้ามาถึงร้านเล็กๆ แห่งนี้บ่อยๆ ทำให้ผู้คนชานเมืองล้วนแตกตื่น

         รถม้าหรูหราหลายคันตรงเข้ามาจอดก่อนเวลาร้านเปิด เหอเจียอีแม่ครัวที่ไม่เคยออกมาปรากฏตัวฝากเถ้าแก่ออกมาแจ้งว่า นางจะทำอาหารเท่าจำนวนโต๊ะที่มีอยู่เท่านั้นจนกว่าร้านใหม่จะสร้างเสร็จ

         “ท่านแม่ทัพดูสิ ฝีมือการทำอาหารของแม่นางเหอผู้นี้ ดีเสียจนมีผู้คิดจะเอาโต๊ะและเก้าอี้มานั่งรอรับประทานด้วยล่ะ”

         มู่หลี่เฉียงหัวเราะพอใจเมื่อเห็นว่าคุณชายหลายคนที่มาจองโต๊ะไม่ทัน ยอมขนโต๊ะเก้าอี้จากคฤหาสน์ของตนมาที่เพิงขายอาหารด้วย

         แม่ทัพหนุ่มหันไปมองดูรถม้าคันใหญ่หลายคันที่จอดเรียงรายอยู่ลานข้างเพิงอาหาร

         “ฝีมือของนางดีจริงๆ ขนาดข้าที่ลิ้มรสอาหารในวังมาตั้งแต่เด็กยังรู้สึกเลยว่านางทำอร่อยจนเกินต้านทานได้”

         มู่หลี่เฉียงยิ้มน้อยๆ นึกดีใจที่หมิงจิ้นเหอยังไม่มีโอกาสได้เห็นโฉมหน้าของแม่ครัวคนงาม ซ้ำยังไม่นึกอยากเห็นเจ้าของฝีมือการทำอาหารที่ลือลั่น

         “อีกไม่นานท่านก็จะฝึกทหารใหม่อีกแล้วนี่ พวกเราคงจะไม่ได้ออกมานั่งกินอาหารที่ร้านอีกนานทีเดียว”

         “ไม่เป็นไร ข้าจะสั่งอาหารเอาไว้แล้วให้คนของเราออกมาเอา”

         “ให้ข้าออกมาดีหรือไม่ เดี๋ยวข้ามาเอง”

         “หลี่เฉียง เจ้าเป็นรองแม่ทัพ ต้องคุมทหารใหม่ช่วยข้า ข้าจะให้พ่อบ้านเกาดูแลเรื่องอาหารให้ข้า เขาเป็นคนรอบคอบจะได้ป้องกันปัญหาเรื่องการวางยาในอาหารได้ด้วย”

          สิบวันต่อจากนั้น แม่ทัพหมิงต้องเตรียมการฝึกทหารใหม่ ชายหนุ่มจึงไม่ได้ออกมาที่เพิงขายอาหารของเถ้าแก่เหอ พ่อบ้านเกาทำหน้าที่นำทหารออกมารับอาหารในส่วนของท่านแม่ทัพและรองแม่ทัพทั้งสอง

         “รองแม่ทัพมู่ ช่วงนี้มีข่าวว่า เหล่าคุณชายมาเฝ้าแม่ครัวร้านเถ้าแก่เหอ เพราะเสียงเล่าลือกันว่า นางรูปโฉมงดงามมาก ท่านเคยเห็นหรือไม่”

มู่หลี่เฉียงได้ยินพ่อบ้านเกากล่าวเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้ว เขากำลังนึกกังวลว่าแม่นางเหอจะถูกหมายตาไปเสียก่อน

“ท่านอย่าพูดเสียงดังไป หากข่าวลือเรื่องหญิงงามกระฉ่อนไปทั่วค่าย ข้าเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย พวกนายทหารจะพากันแห่ไปร้านนั้นกันหมด อาจจะเสียหายถึงการฝึกทหารใหม่”

“อ้อๆ ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะพูดกับท่านเพียงผู้เดียวก็แล้วกัน”

“ดีๆ อย่าลืมที่รับปากข้าก็แล้วกัน” มู่หลี่เฉียงกำชับพ่อบ้านเกาแล้วก็เดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร

เขาเองก็นึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ออกไปเพิงขายอาหารเพื่อยลโฉมเหอเจียอีคนงามอีก คงต้องรอให้หมิงจิ้นเหอฝึกทหารใหม่จนเสร็จเสียก่อน แต่กว่าจะถึงเวลาพักก็คงอีกนับเดือน

...ป่านนี้ไม่รู้ว่าคุณชายพวกนั้นมาวนเวียนเกี้ยวนางกันกี่คนแล้ว  ....

         พ่อบ้านเการักษาคำพูดอย่างแข็งขัน กระนั้นข่าวลือเรื่องแม่ครัวสกุลเหอคนงามกลับกระพือยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง

         ฉินอี๋นั่วเองก็ได้ยินเรื่องนี้จนต้องเอามาสนทนาบนโต๊ะอาหารเที่ยง “ได้ยินว่าบุตรสาวร้านสกุลเหองดงามยิ่งนัก ข้าชักอยากเห็นเสียแล้วสิ”

มู่หลี่เฉียงเอาแต่ก้มหน้านิ่ง เขาเกรงว่าหากแสดงความคิดเห็นออกไป ความลับที่ว่าเขาแอบไปดูนางอยู่บ่อยๆ จะถูกเปิดเผย

         “ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน” นายทหารอีกคนหันไปถามสหายข้างๆ

“ข้าได้ยินมาว่านางเพิ่งจะออกมาปรากฏตัวเมื่อไม่นานนี่เอง แต่ก่อนนางก็เอาแต่ซ่อนอยู่ในครัว น้อยคนนักจะเห็นหน้า พอนางออกมาจากครัว คนทั้งหลายเห็นเข้าต่างก็ตะลึงในความงามของนาง”

“อี๋นั่ว เจ้าจดจำเรื่องนางได้ละเอียดเสียจริง”

“อ้าว! เรื่องคนงาม บุรุษอย่างเราจะพลาดได้อย่างไร”

         หมิงจิ้นเหอนั่งนิ่ง เขากำลังใคร่ครวญอยู่ว่าตนเองเป็นเจ้าหนี้ของสกุลเหอแต่กลับไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด แม่ทัพหนุ่มหันไปนายกองซ่งที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“เจ้าไปดูทีว่า เรื่องที่เล่าลือกันนี้เป็นความจริงหรือไม่”

“ขอรับ ท่านแม่ทัพ”

นายกองซ่งได้รับภารกิจน่าสนใจเยี่ยงนี้ก็ยิ้มร่า รีบรับคำแล้วออกไปในทันที รองแม่ทัพมู่กับรองแม่ทัพฉินหันไปสบตากัน

         “ไม่คิดเลยว่าท่านแม่ทัพจะสนใจเรื่องซุบซิบพรรค์นี้ด้วย” ฉินอี๋นั่วเอ่ยกระเซ้า

         หมิงจิ้นเหอยกยิ้มมุมปาก “ข้าก็แค่แปลกใจที่เจ้าหนี้อย่างข้า เหตุใดจึงไม่รู้ว่าเถ้าแก่เหอมีบุตรสาวงดงาม อีกอย่างข้าก็มีเรื่องสงสัยอยู่ รอให้นายกองซ่งกลับมาเสียก่อน เข้าก็น่าจะได้คำตอบที่ต้องการ”

         ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม นายกองซ่งก็กลับมาด้วยสีหน้าแตกตื่น เขาบรรยายให้หมิงจิ้นเหอฟังถึงรูปร่างหน้าตาของนางที่สวยงามโดดเด่น ใบหน้างดงามแช่มช้อย ผิวพรรณสะอาดสะอ้านผุดผาดตา

“ข้าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยขอรับท่านแม่ทัพ เห็นเถ้าแก่เหอแบบนั้น กลับมีลูกสาวสวยเหมือนนางฟ้า ภรรยาที่อยู่หลังครัวก็งามราวกับฮูหยินตระกูลใหญ่ นับว่าพวกเราพลาดไปจริงๆ ที่มิได้เห็นแม่นางเหอสักหน”

         “นางออกมาจากครัวยามใด” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขรึมๆ

         “นางจะออกมาหลังจากปิดครัวขอรับ เห็นว่าชอบมานั่งจิบน้ำชาอยู่โต๊ะริมหน้าต่าง บรรดาลูกค้าหนุ่มๆ จึงได้เห็นนางกันทั่วหน้า และตอนนี้คนที่อยู่กระทั่งปิดร้านก็มีจำนวนมากขึ้นขอรับ”

         “นี่สินะ เหตุผลที่เจ้าบอกให้ข้ากลับก่อน มู่หลี่เฉียง” น้ำเสียงเอาเรื่องนั้นสะบัดไปยังรองแม่ทัพร่างใหญ่

         “ก็เอ่อ...ข้าก็แค่อยากจิบน้ำชาต่อสักหน่อย”

         “มิใช่ว่านี่คือทิวทัศน์ที่เจ้าว่าหรอกหรือ   มิน่า...เจ้าเร่งให้ข้ากลับก่อนอยู่เรื่อย พออี๋นั่วพูดเรื่องนางเจ้าก็ไม่ยอมพูดสักประโยค ที่แท้...เจ้าก็แอบเห็นนางมาก่อนแล้วจึงได้คิดกีดกันข้า”

         รองแม่ทัพมู่หัวเราะแหะแก้เก้อ

         “ถ้าท่านเห็นนางเข้า ข้าก็หมดสิทธิ์น่ะสิ”

         “หึ! หนึ่งเดือนนี้ข้าสั่งลงโทษเจ้า ห้ามออกจากค่ายพยัคฆ์แม้เพียงก้าว มิฉะนั้นเจ้าจะถูกสั่งขัง”

         มู่หลี่เฉียงทั้งโกรธทั้งขำ แต่เพราะวินัยทหารเขาจึงได้ก้มหน้าลงรับโทษจากสหายแม่ทัพแต่โดยดี

         “ขอรับ! ข้าจะไม่ออกไปจากค่ายโดยเด็ดขาด ท่านแม่ทัพ หากว่านางเป็นฝ่ายมาหาเอง ท่านจะยินยอมให้ข้าพบกับนางหรือไม่  ”

         หมิงจิ้นเหอตวัดสายตาดุไปยังใบหน้าของสหาย

         “ไม่!”

         “ก็ได้ๆ ข้าขอโทษที่ปิดเรื่องของนางกับท่าน”

         มู่หลี่เฉียงรู้ว่าหมิงจิ้นเหอโมโหที่เขาไม่ยอมบอกเรื่องเหอเจียอี ซ้ำยังมีท่าทีปกปิด ในฐานะสหายดูเหมือนเขาจะทำผิดไปจริงๆ

         “ไม่แน่นักหรอกว่าข้าเห็นนางแล้วจะรู้สึกว่างามอย่างที่พวกเจ้าว่ากัน หญิงสาวงดงามอันดับหนึ่งของแคว้นหมิงข้าก็เคยเห็นมาแล้ว นางเป็นเพียงแม่ครัวในร้านเล็กๆ จะงดงามสักเพียงใด  ”

         แม้ปากจะเอ่ยไปเช่นนั้น แต่ใจกลับนึกอยากจะเห็นหน้า ...ก็แค่แม่ครัวผู้หนึ่ง รูปร่างหน้าตาของนางจะเลอเลิศสักปานใด....

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 98 (ตอนจบ) คุ้มกับที่ออกแรง

    ฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำเช่นกัน นางรีบกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้หลานทุกคนร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง “ท่านแม่ น่ายินดีนัก หลานๆ ของพวกเรามาคราวเดียวถึงสี่คนเลยขอรับ” ใต้เท้าฟ่านจับมือมารดาข้างหนึ่ง จับมือภรรยาข้างหนึ่ง “ท่านพี่ ช่างเป็นเรื่องมงคลของจวนเรานัก”พระสนมหยางเวียนอุ้มทารกทีละคนด้วยความตื่นเต้น แววตาของพระนางเปี่ยมสุขล้นใต้เท้าฟ่านและฟ่านฮูหยินนึกอัศจรรย์ในบุตรีของตนที่สามารถคลอดเจ้าเด็กทารกทั้งสี่คนนี้ออกมาได้อย่างปลอดภัยบรรดาปู่ย่าตายายล้วนคิดถึงภาพที่จะได้จูงมือเล็กของหลานๆ เดินเล่นในเทศกาลประจำปีอย่างมีความสุข“ต่อไปข้าก็จะได้ซื้อโคมไฟเพื่อให้เด็กๆ ทั้งสี่เดินถือเล่นในงานเทศกาลแล้ว ช่างน่าตื่นใจนัก ข้ามีหลานคราวเดียวถึงสี่คน” ใต้เท้าฟ่านพึมพำอย่างเปี่ยมสุข พลางหันไปดูหน้าฟ่านหลี่เจี๋ย“ใช่ๆ ข้าก็จะได้ซื้อขนมในยามที่พวกเขางอแงด้วยขอรับ” ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็ตื่นเต้นที่จะมีหลานตัวน้อยเมื่อกงกงกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์มีใบหน้าอึมครึมเล็กน้อย‘เจ้าห้า แม้แต่เรื่องลูก เจ้าก็ยังไม่ไว้หน้าข้า นับว่ายังดีที่เรื่องภรรยา...ข้ามีได้มากกว่าเจ้า’มู่หลี่เฉียงที่เดินทางมาถึงเมืองห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 97 คุ้มกับที่ออกแรง

    เหอหงเซ่อที่อาสามาเฝ้าหน้าห้องในคืนอภิเษกได้ยินเสียงนั้นแล้วอมยิ้ม แอบส่งสายตายั่วยวนให้สามีที่แฝงกายอยู่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นางบอกนางกำนัลคนอื่นให้ไปรอที่เรือนถัดไป หากต้องการก็จะไปเรียกใช้รอจนค่อนคืนถึงยามเปลี่ยนเวรของทั้งสองสามีภรรยา องครักษ์ฉินผู้น้องที่เห็นพี่ชายแว่บตามร่างของเหอหงเซ่อหายไปทางห้องนอนของนางก็ได้แต่ถอนใจด้วยความอิจฉา‘พอมีภรรยาก็ลืมน้อง พี่ชายเลว แต่ก่อนเฝ้าเวรยามด้วยกันจนรุ่งสาง เดี๋ยวนี้หมดเวรก็รีบไปทันที’ฉินผู้พี่ผลุบเข้าไปในห้องนอนของภรรยาได้รีบระบายความอัดอั้นจากการต้องทนฟังเสียงของท่านอ๋องและพระชายาปลอดรักกันทันที“หงเซ่อ เจ้าว่าเราสองคนคืนนี้ควรจะนอนหรือไม่ ”“เรื่องนี้ ข้าแล้วแต่ท่านพี่เจ้าค่ะ”ผ่านไปหลายเดือน ครรภ์ของฟ่านซิ่วอิงอุ้ยอ้ายนัก ชินอ๋องหมิงจิ้นเหอเชิญหมอหลวงที่เก่งกาจหลายท่านมาตรวจดูคนล้วนยินดีกับชีพจรมงคลที่มีหลายชีพจร“สัมผัสได้ สองชีพจร พะยะค่ะ”“สัมผัสได้ สามชีพจร พะยะค่ะ”“เอาแน่ๆ ตรวจให้ละเอียดและชัดเจน บุตรของข้าจะมีกี่คนก็ได้ ขอแค่นางปลอดภัยก็พอ” น้ำเสียงดุดันของชินอ๋องลั่นวังหมอหลวงตัวสั่นงันงก เชื่อแน่ว่า อย่างน้อยก็มีสองชีพจรอยู่ในคร

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 96 วิวาห์หวานชื่น

    การสมรสครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ฮองไทเฮา ญาติผู้พี่ของใต้เท้าฟ่านสมหวังในการวางฐานอำนาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยของคนในตระกูลอีกด้วย...ด้วยฐานะของเขยผู้นี้ทำให้ผู้อื่นยากจะแตะต้องคนสกุลฟ่านแล้ว...ฮ่องเต้จูงพระหัตถ์พระมารดานำหน้าฮองเฮาเข้ามาในวังจวิ้นอ๋อง ครั้งนี้พระองค์ไม่ต้องห่วงเรื่องการลอบสังหาร เพราะวังของจวิ้นอ๋องแม้แต่นกตัวเดียวก็ไม่อาจบินผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตบรรดานายทหารระดับสูงล้วนพร้อมหน้ามาอวยพรแก่แม่ทัพหมิง สุราอาหารล้วนจัดมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารตำรับชาววังที่ฮ่องเต้พระราชทานมา และยังมีอาหารพิเศษจากภัตตาคารสกุลเหอที่เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยนำลูกน้องมาทำถึงในวัง ทำให้แขกเหรื่อปลาบปลื้มกับความอร่อยเลิศ“งานอภิเษกสมรสครั้งนี้ จะว่าไปเป็นรองแต่เพียงการอภิเษกของฮ่องเต้เท่านั้น สมแล้วที่เป็นงานมงคลของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น” มู่หลี่เฉียงหันไปมองรอบๆ ในใจก็หวังให้มีมือสังหารมาสร้างความปั่นป่วนบ้าง“สายตาเจ้าดูไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นเลยนะรองแม่ทัพ”“ข้ากำลังภาวนาให้มีนักฆ่าโผล่มาสร้างความวุ่นวายบ้างนะ คุณชายจิน” สีหน้าของมู่หลี่เฉียงเคร่งขรึมจินวั่งซูห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 95 วันสมรัก

    หากไม่พูดถึงเรื่องราวระหว่างเขากับนางที่เกิดขึ้นในพยัคฆ์เหิน เขาก็ทำใจกล่อมแกล้มลืมมันไป แต่ครั้นมีผู้มาสะกิดบาดแผลนี้ เขาก็จุกถึงคอหอยฟ่านซิ่วอิงช่างหลอกลวงได้เจ็บแสบนัก ตั้งแต่วางผงนิทราเขาในหอนางโลม หลอกให้จ่ายเงินไถ่หนี้ แสร้งเป็นสาวใช้อุ่นเตียง โกหกว่าจำต้องไปแต่งงานตามท่านย่าขอร้องเมื่อทบทวนย้อนหลังก็พบว่า ล้วนเป็นนางวางแผนให้เขาต้องรีบตามมา ยามที่นางหึงหวงก็ยังจับเขาวางยาให้ไร้เรี่ยวแรง แล้วพอเขาคิดจะแก้แค้นนางบ้าง นางกลับสารภาพว่า ตั้งครรภ์บุตรให้เขาแล้ว“คุณหนูของพวกเจ้าช่างเป็นดาวพิฆาตข้าเสียจริง”“ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ควรทำให้คุณหนูเกิดความแค้นเพคะ”ครั้นได้ยินเถ้าแก่เนี้ยเหอเตือนสติ ท่านอ๋องก็พลันสำนึกได้ว่า...ตนเองไม่ควรทำให้ฟ่านซิ่วอิงโมโหแม้ว่านางจะเป็นดาวเคราะห์ของเขา แต่ขณะเดียวกัน นางก็เป็นดั่งแก้วล้ำค่าจะวางไว้ในมือก็กลัวจะตกแตก จะอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย...พระชายาเอกของตน ช่างร้ายกาจจนผู้อื่นยากจะเท่าเทียม...“เจ้า....” ท่านอ๋องกำหมัดแน่น จ้องมองสองสามีภรรยาเขม็ง “ได้! ข้าจะไปคิดบัญชีกับนางก็แล้วกัน”ในเมื่อไม่กล้าลงมือกับคนของนาง เอาไว้ไปจัดการกับต้นตอแผนการดีกว่า ค

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 94 ความแค้นแปดหมื่น

    “นางพึงใจในวังของเจ้า และคืนที่เจ้าช่วยเหลือนาง เหล่าข้าราชสำนักและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างเห็นกันทั่วหน้า เรื่องซุบซิบนินทาเช่นนี้ยากจะลบล้างมลทินให้นางได้ จึงจำเป็นต้องเป็นเจ้า” องค์ชายเก้าถึงกับผงะ คืนนั้นเพราะเห็นแก่ชีวิตของนาง จึงยอมทุ่มพละกำลังแบกนางขึ้นหลัง กว่าจะส่งนางไปถึงตำหนักด้านในได้ถึงกับเข่าทรุด‘นี่ข้า ทำคุณได้โทษโปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ เชียว’เมื่อเห็นว่า ชะตากรรมนี้คงหลีกไม่ได้แล้ว ก็ได้วางแผนให้นางไปอยู่ในเรือนด้านใน ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ในที่ดินเปล่า เอาไว้เลี้ยงดูตัวนางเองก็แล้วกัน‘ช่างเถิด คิดเสียว่า มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในวังอีกตัว’ “จวิ้นอ๋อง เจ้าคงไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วสิ์ ” ฮ่องเต้ยิ้มพระสรวลมองพระอนุชาคนโปรด “พระราชโองการเท่านั้น พะยะค่ะ”ฮ่องเต้หยิบม้วนราชโองการที่เตรียมไว้ยื่นให้กงกง“กงกง เจ้ารีบจัดการยามนี้เลย น้องชายเราใจจะขาดแล้ว”“กระหม่อมจะเร่งมือให้เร็วที่สุด พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงหันมายิ้มให้จวิ้นอ๋อง หากไม่มีน้องชายผู้นี้ โอกาสฟ้าเปิดย่อมหาได้ยากยิ่ง“ข้าทำแบบนี้ เจ้าพอใจหรือยัง ”“ขอบพระทัย พะยะค่ะ”

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 93 เสนาบดีฟ่าน

    ไม่เพียงแต่พูด ชายหนุ่มยังยกขึ้นมาดมให้นางดู เขาดมแล้วก็มองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม“ดมแล้วข้าก็คิดถึงแต่เจ้า มิได้สนใจสตรีอื่นใดอีก”จางเลี่ยงหวงหน้าแดงระเรื่อ ยื่นหน้าไปจูบริมฝีปากสามีเบาๆ“ท่านพี่...ท่านน่ารักยิ่งนัก”“นี่ควรเป็นคำชมของข้ามิใช่หรือน้องหญิง ” เขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางต่ำลงไปจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบเบาๆ ก่อนจะผงกศีรษะขึ้นจูบนางอย่างเรียกร้อง“เป็นเพราะข้าต้องอดกลั้น คืนนี้เจ้าจึงต้องทำหน้าที่ฮูหยินให้เต็มที่ ข้าจะได้ไม่มีแรงไปที่นั่นอีก”มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบไปตามร่างกายของนางเบาๆจางเลี่ยงหวงกดคอสามีให้ก้มลงจูบนาง ยกขาเรียวขึ้นเหนี่ยวเอวของเขาไว้ มู่หลี่เฉียงครางฮึ่มฮั่มในลำคอก่อนจะเริ่มทำให้นางอ่อนแรงอีกครั้ง หลังเหตุการณ์วันนั้น เสนาบดีฟ่านจึงให้พ่อบ้านไปทูลเชิญจวิ้นอ๋องถึงวังให้เสด็จมาเสวยพระยาหารค่ำที่จวนสกุลฟ่าน ใบหน้าของจวิ้นอ๋องระบายด้วยรอยยิ้ม มิคาดว่า จินวั่งซูจะทำหน้าหนาติดตามมา “ข้าเป็นผู้อารักขาคุณหนูฟ่าน ท่านควรเชิญข้าไปด้วยจึงจะถูก” พ่อบ้านสกุลฟ่านจนด้วยคำพูดจึงได้แต่รับคำ หลังเสวยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าและ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 9 ยอมรับเงื่อนไข

    “นี่เจ้า....” จวิ้นอ๋องโมโหแทบจะบีบคอนาง “เจ้าเห็นแก่เงินห้าสิบตำลึงถึงกับลอบทำร้ายข้า” เหอเจียอีถึงกับทำตาโต “โอ้โห! ตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะเจ้าคะ ข้าต้องทำอาหารกี่พันจานถึงจะได้เงินขนาดนี้” “เจ้ากล้าลอบวางยาข้า ไม่กลัวโทษเลยงั้นหรือ ” เขาทำหน้าถมึงถึง “แต่ท่านก็ไ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

    จวิ้นอ๋อง มองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่า ดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ “หลี่เฉียง ข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก” มู่หลี่เฉียงที่คันปากอยากจะเล่าอยู่แล้ว เขารีบบรรย

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 7 ไปดูหน้านาง

    คุณหนูฟ่านหรือชื่อปลอมคือเหอเจียอี ถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเห็นนายกองซ่งควบม้ากลับค่ายพยัคฆ์เหินจนฝุ่นตลบ “คุณหนูเจ้าคะ ดูเหมือนนายกองผู้นั้นจะถูกส่งมาดูตัวคุณหนูนะเจ้าคะ” เหอหงเซ่อน้องสาวอุปโลกน์ยิ้มกลั้วหัวเราะ “ข้าเห็นมานั่งเมียงๆ มองๆ จ้องประตูทางเข้าครัวอยู่นานสองนานแล

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 5 หนี้สินเถ้าแก่เหอ

    พ่อบ้านเการีบกระวีกระวาดนำเถ้าแก่เหอไปพบเจ้านายของตนที่ห้องตำรา จวิ้นอ๋องทรงโปรดอาหารร้านนี้ยิ่งนัก แม้พ่อบ้านเกาจะพยายามให้แม่ครัวในจวนแม่ทัพทำรสชาติอาหารเลียนแบบอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ท่านอ๋องพอใจได้ตอนเช้าท่านอ๋องเสด็จไปเพิงขายอาหารเล็กๆ นั่น กลางวันก็ยังออกจากค่ายมาเสวยอีก ตกเย็นยังสั่งให้เขาออกม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status