LOGINหมิงจิ้นเหอรู้สึกแปลกใจที่ระยะหลังเขาได้พบคุณชายคหบดีหลายตระกูลมารับประทานอาหารที่เพิงขายอาหารเล็กๆ แห่งนี้
“หลี่เฉียง เจ้าดูสิ เหตุใดคุณชายพวกนั้นระเห็จออกมาที่นี่ ร้านในตัวเมืองมีถมเถมิใช่หรือ”
“ทีท่านยังติดใจในรสชาติอาหารร้านนี้ แล้วผู้อื่นจะไม่ชื่นชอบได้อย่างไร เรื่องของปากท้อง ล้วนเป็นเรื่องหลักของทุกคน ไม่น่าแปลกที่พวกเขาอยากจะมากินอาหารร้านนี้”
มู่หลี่เฉียงพยายามหลีกเลี่ยงการพูดความจริง
“ร้านใหม่ยังก่อสร้างไม่เสร็จเลย คนก็มาจนล้นร้าน ดูสิ ขยายเพิงไปจนจะเต็มบริเวณแล้วก็ยังไม่เพียงพอ ขายดีเช่นนี้ อีกไม่นานข้าก็คงจะได้ทั้งเงินและดอกเบี้ยคืนเร็วๆ นี้”
“น่าเสียดายจริง ถ้าข้ารู้ว่าเถ้าแก่เหอคิดจะกู้ยืมล่ะก็ ข้าคงเสนอตัวก่อนท่านแล้ว” ใบหน้าของมู่หลี่เฉียงดูเศร้านิดๆ
“เจ้าคิดอยากได้ดอกเบี้ยกับส่วนแบ่งกำไรด้วยหรือ”
มู่หลี่เฉียงยิ้มน้อยๆ ไม่ยอมตอบคำถาม ความจริงเขาอยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหอเจียอีต่างหากเล่า
...หญิงงามที่หายากเช่นนั้น หากเพียงนางพยักหน้ารองแม่ทัพมู่คิดว่าเขาก็พร้อมสละความโสดที่หวงแหนมานาน...
“อีกไม่นานที่นี่คงกลายเป็นแหล่งนัดพบของเหล่าผู้มีฐานะแห่งใหม่เป็นแน่ ยิ่งร้านใหม่ใหญ่โตแบบนี้ กิจการสกุลเหอคงเจริญรุ่งเรืองกว่าร้านอื่นใดในละแวกนี้” รองแม่ทัพฉิน หันไปมองคนงานที่กำลังก่อสร้างอย่างแข็งขัน
“ดูเหมือนพวกเขาจะสร้างร้านใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้ เงินที่ข้าให้ยืมไปคงไม่พอ”
หมิงจิ้นเหอคำนวณในใจคร่าวๆ เงินที่เถ้าแก่เหอหยิบยืมเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะพอสำหรับการก่อสร้างร้านขนาดนี้
‘หรือว่าเถ้าแก่เหอยืมเงินของหนึ่งในเหล่าคุณชายด้วย’
ค่ายทหารอยู่นอกตัวเมืองพยัคฆ์เหินพอประมาณ จะว่าไปก็ห่างไกลจากตัวเมืองจนไม่ค่อยมีผู้สนใจจะมาเยือนหาไม่มีธุระ โดยปกติเหล่าคุณชายมักจะนิยมปรากฏตัวตามภัตตาคารหรือโรงเตี๊ยมซึ่งมีไม่กี่แห่งในเมือง เมื่อเห็นพวกเขาเวียนหน้ามาถึงร้านเล็กๆ แห่งนี้บ่อยๆ ทำให้ผู้คนชานเมืองล้วนแตกตื่น
รถม้าหรูหราหลายคันตรงเข้ามาจอดก่อนเวลาร้านเปิด เหอเจียอีแม่ครัวที่ไม่เคยออกมาปรากฏตัวฝากเถ้าแก่ออกมาแจ้งว่า นางจะทำอาหารเท่าจำนวนโต๊ะที่มีอยู่เท่านั้นจนกว่าร้านใหม่จะสร้างเสร็จ
“ท่านแม่ทัพดูสิ ฝีมือการทำอาหารของแม่นางเหอผู้นี้ ดีเสียจนมีผู้คิดจะเอาโต๊ะและเก้าอี้มานั่งรอรับประทานด้วยล่ะ”
มู่หลี่เฉียงหัวเราะพอใจเมื่อเห็นว่าคุณชายหลายคนที่มาจองโต๊ะไม่ทัน ยอมขนโต๊ะเก้าอี้จากคฤหาสน์ของตนมาที่เพิงขายอาหารด้วย
แม่ทัพหนุ่มหันไปมองดูรถม้าคันใหญ่หลายคันที่จอดเรียงรายอยู่ลานข้างเพิงอาหาร
“ฝีมือของนางดีจริงๆ ขนาดข้าที่ลิ้มรสอาหารในวังมาตั้งแต่เด็กยังรู้สึกเลยว่านางทำอร่อยจนเกินต้านทานได้”
มู่หลี่เฉียงยิ้มน้อยๆ นึกดีใจที่หมิงจิ้นเหอยังไม่มีโอกาสได้เห็นโฉมหน้าของแม่ครัวคนงาม ซ้ำยังไม่นึกอยากเห็นเจ้าของฝีมือการทำอาหารที่ลือลั่น
“อีกไม่นานท่านก็จะฝึกทหารใหม่อีกแล้วนี่ พวกเราคงจะไม่ได้ออกมานั่งกินอาหารที่ร้านอีกนานทีเดียว”
“ไม่เป็นไร ข้าจะสั่งอาหารเอาไว้แล้วให้คนของเราออกมาเอา”
“ให้ข้าออกมาดีหรือไม่ เดี๋ยวข้ามาเอง”
“หลี่เฉียง เจ้าเป็นรองแม่ทัพ ต้องคุมทหารใหม่ช่วยข้า ข้าจะให้พ่อบ้านเกาดูแลเรื่องอาหารให้ข้า เขาเป็นคนรอบคอบจะได้ป้องกันปัญหาเรื่องการวางยาในอาหารได้ด้วย”
สิบวันต่อจากนั้น แม่ทัพหมิงต้องเตรียมการฝึกทหารใหม่ ชายหนุ่มจึงไม่ได้ออกมาที่เพิงขายอาหารของเถ้าแก่เหอ พ่อบ้านเกาทำหน้าที่นำทหารออกมารับอาหารในส่วนของท่านแม่ทัพและรองแม่ทัพทั้งสอง
“รองแม่ทัพมู่ ช่วงนี้มีข่าวว่า เหล่าคุณชายมาเฝ้าแม่ครัวร้านเถ้าแก่เหอ เพราะเสียงเล่าลือกันว่า นางรูปโฉมงดงามมาก ท่านเคยเห็นหรือไม่”
มู่หลี่เฉียงได้ยินพ่อบ้านเกากล่าวเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้ว เขากำลังนึกกังวลว่าแม่นางเหอจะถูกหมายตาไปเสียก่อน
“ท่านอย่าพูดเสียงดังไป หากข่าวลือเรื่องหญิงงามกระฉ่อนไปทั่วค่าย ข้าเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย พวกนายทหารจะพากันแห่ไปร้านนั้นกันหมด อาจจะเสียหายถึงการฝึกทหารใหม่”
“อ้อๆ ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะพูดกับท่านเพียงผู้เดียวก็แล้วกัน”
“ดีๆ อย่าลืมที่รับปากข้าก็แล้วกัน” มู่หลี่เฉียงกำชับพ่อบ้านเกาแล้วก็เดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร
เขาเองก็นึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ออกไปเพิงขายอาหารเพื่อยลโฉมเหอเจียอีคนงามอีก คงต้องรอให้หมิงจิ้นเหอฝึกทหารใหม่จนเสร็จเสียก่อน แต่กว่าจะถึงเวลาพักก็คงอีกนับเดือน
...ป่านนี้ไม่รู้ว่าคุณชายพวกนั้นมาวนเวียนเกี้ยวนางกันกี่คนแล้ว ....
พ่อบ้านเการักษาคำพูดอย่างแข็งขัน กระนั้นข่าวลือเรื่องแม่ครัวสกุลเหอคนงามกลับกระพือยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
ฉินอี๋นั่วเองก็ได้ยินเรื่องนี้จนต้องเอามาสนทนาบนโต๊ะอาหารเที่ยง “ได้ยินว่าบุตรสาวร้านสกุลเหองดงามยิ่งนัก ข้าชักอยากเห็นเสียแล้วสิ”
มู่หลี่เฉียงเอาแต่ก้มหน้านิ่ง เขาเกรงว่าหากแสดงความคิดเห็นออกไป ความลับที่ว่าเขาแอบไปดูนางอยู่บ่อยๆ จะถูกเปิดเผย
“ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน” นายทหารอีกคนหันไปถามสหายข้างๆ
“ข้าได้ยินมาว่านางเพิ่งจะออกมาปรากฏตัวเมื่อไม่นานนี่เอง แต่ก่อนนางก็เอาแต่ซ่อนอยู่ในครัว น้อยคนนักจะเห็นหน้า พอนางออกมาจากครัว คนทั้งหลายเห็นเข้าต่างก็ตะลึงในความงามของนาง”
“อี๋นั่ว เจ้าจดจำเรื่องนางได้ละเอียดเสียจริง”
“อ้าว! เรื่องคนงาม บุรุษอย่างเราจะพลาดได้อย่างไร”
หมิงจิ้นเหอนั่งนิ่ง เขากำลังใคร่ครวญอยู่ว่าตนเองเป็นเจ้าหนี้ของสกุลเหอแต่กลับไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด แม่ทัพหนุ่มหันไปนายกองซ่งที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“เจ้าไปดูทีว่า เรื่องที่เล่าลือกันนี้เป็นความจริงหรือไม่”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ”
นายกองซ่งได้รับภารกิจน่าสนใจเยี่ยงนี้ก็ยิ้มร่า รีบรับคำแล้วออกไปในทันที รองแม่ทัพมู่กับรองแม่ทัพฉินหันไปสบตากัน
“ไม่คิดเลยว่าท่านแม่ทัพจะสนใจเรื่องซุบซิบพรรค์นี้ด้วย” ฉินอี๋นั่วเอ่ยกระเซ้า
หมิงจิ้นเหอยกยิ้มมุมปาก “ข้าก็แค่แปลกใจที่เจ้าหนี้อย่างข้า เหตุใดจึงไม่รู้ว่าเถ้าแก่เหอมีบุตรสาวงดงาม อีกอย่างข้าก็มีเรื่องสงสัยอยู่ รอให้นายกองซ่งกลับมาเสียก่อน เข้าก็น่าจะได้คำตอบที่ต้องการ”
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม นายกองซ่งก็กลับมาด้วยสีหน้าแตกตื่น เขาบรรยายให้หมิงจิ้นเหอฟังถึงรูปร่างหน้าตาของนางที่สวยงามโดดเด่น ใบหน้างดงามแช่มช้อย ผิวพรรณสะอาดสะอ้านผุดผาดตา
“ข้าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยขอรับท่านแม่ทัพ เห็นเถ้าแก่เหอแบบนั้น กลับมีลูกสาวสวยเหมือนนางฟ้า ภรรยาที่อยู่หลังครัวก็งามราวกับฮูหยินตระกูลใหญ่ นับว่าพวกเราพลาดไปจริงๆ ที่มิได้เห็นแม่นางเหอสักหน”
“นางออกมาจากครัวยามใด” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขรึมๆ
“นางจะออกมาหลังจากปิดครัวขอรับ เห็นว่าชอบมานั่งจิบน้ำชาอยู่โต๊ะริมหน้าต่าง บรรดาลูกค้าหนุ่มๆ จึงได้เห็นนางกันทั่วหน้า และตอนนี้คนที่อยู่กระทั่งปิดร้านก็มีจำนวนมากขึ้นขอรับ”
“นี่สินะ เหตุผลที่เจ้าบอกให้ข้ากลับก่อน มู่หลี่เฉียง” น้ำเสียงเอาเรื่องนั้นสะบัดไปยังรองแม่ทัพร่างใหญ่
“ก็เอ่อ...ข้าก็แค่อยากจิบน้ำชาต่อสักหน่อย”
“มิใช่ว่านี่คือทิวทัศน์ที่เจ้าว่าหรอกหรือ มิน่า...เจ้าเร่งให้ข้ากลับก่อนอยู่เรื่อย พออี๋นั่วพูดเรื่องนางเจ้าก็ไม่ยอมพูดสักประโยค ที่แท้...เจ้าก็แอบเห็นนางมาก่อนแล้วจึงได้คิดกีดกันข้า”
รองแม่ทัพมู่หัวเราะแหะแก้เก้อ
“ถ้าท่านเห็นนางเข้า ข้าก็หมดสิทธิ์น่ะสิ”
“หึ! หนึ่งเดือนนี้ข้าสั่งลงโทษเจ้า ห้ามออกจากค่ายพยัคฆ์แม้เพียงก้าว มิฉะนั้นเจ้าจะถูกสั่งขัง”
มู่หลี่เฉียงทั้งโกรธทั้งขำ แต่เพราะวินัยทหารเขาจึงได้ก้มหน้าลงรับโทษจากสหายแม่ทัพแต่โดยดี
“ขอรับ! ข้าจะไม่ออกไปจากค่ายโดยเด็ดขาด ท่านแม่ทัพ หากว่านางเป็นฝ่ายมาหาเอง ท่านจะยินยอมให้ข้าพบกับนางหรือไม่ ”
หมิงจิ้นเหอตวัดสายตาดุไปยังใบหน้าของสหาย
“ไม่!”
“ก็ได้ๆ ข้าขอโทษที่ปิดเรื่องของนางกับท่าน”
มู่หลี่เฉียงรู้ว่าหมิงจิ้นเหอโมโหที่เขาไม่ยอมบอกเรื่องเหอเจียอี ซ้ำยังมีท่าทีปกปิด ในฐานะสหายดูเหมือนเขาจะทำผิดไปจริงๆ
“ไม่แน่นักหรอกว่าข้าเห็นนางแล้วจะรู้สึกว่างามอย่างที่พวกเจ้าว่ากัน หญิงสาวงดงามอันดับหนึ่งของแคว้นหมิงข้าก็เคยเห็นมาแล้ว นางเป็นเพียงแม่ครัวในร้านเล็กๆ จะงดงามสักเพียงใด ”
แม้ปากจะเอ่ยไปเช่นนั้น แต่ใจกลับนึกอยากจะเห็นหน้า ...ก็แค่แม่ครัวผู้หนึ่ง รูปร่างหน้าตาของนางจะเลอเลิศสักปานใด....
“หมิงจิ้นเหอ ท่านเป็นคนของหม่อมฉันแล้ว ห้ามให้คนอื่นแตะต้องเด็ดขาดนะเพคะ” นางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนตักสามีสองแขนวางบนไหล่ สองมือลูบไล้ต้นคอด้านหลัง คนถูกลูบขนคอลุกเกรียว สัมผัสอ่อนโยนของนางทำให้เขาไม่อาจสงบใจ “ถ้าเช่นนั้น แขนที่คุณหนูจางจับแล้วนี่เล่า จะทำเช่นไรดี” “หม่อมฉันก็จะจูบประทับตราไว้แทน”นางจับมือของจวิ้นอ๋องข้างที่คุณหนูจางหมายจะเข้ามาฉวยขึ้นมา จุมพิตที่ข้อนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นก็คลายเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มออก“เจ้าเป็นคนท้าข้าเองนะ อย่าร้องขอให้หยุดก็แล้วกัน” เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว“หม่อมฉันสุดแต่แท้ท่านอ๋องนะเพคะ”สาวใช้อุ่นเตียงของหมิงจิ้นเหอยิ้มหวาน ยื่นหน้ามาจูบปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วค่อยจูบไล้ไปใกล้ใบหู“เจ้าทำเช่นนี้ ตัวข้าเริ่มร้อนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกของตนเองออกเขาเอนกายลงไปด้านหลัง ปล่อยให้นางแหวกสาบเสื้อของเขาออกจากกัน เหอเจียอีจูบต่ำลงไปตามแนวคอ ท่านอ๋องครางอือๆ แผ่นอกแกร่งถูกนางจูบไซ้จนต้องแอ่นขึ้นด้วยความซาบซ่าน ฉินหวังหย่งหน้าแดงซ่านอยู่บนขื่อ‘อีกแล้ว ท่านอ๋องกับแม่นางเ
“ข้าดื่มแค่จอกเดียวเท่านั้นนะ” นางหน้าบึ้งแต่ยอมยกจอกเหล้าขึ้นดื่มกับเขา‘เจ้าหมีป่า คราวหน้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เจ้ามานั่งใกล้’นางวางจอกแล้วขอตัวกลับเรือนรับรอง จวนแม่ทัพใหญ่โตมีโรงเรือนหลายหลัง เมื่อนางก้าวออกจากโถงใหญ่ไปด้านหน้ารู้สึกเหมือนมีเงาวูบผ่านครั้นหันมองตามไปเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงใหญ่ลับไปทางเรือนบรรทมของจวิ้นอ๋อง คลับคล้ายเหมือนจะมีร่างนั้นจะอุ้มอีกคนอยู่ นางไม่กล้าก้าวขาตามไปเพราะนางกำนัลหญิงสองคนเดินตรงมาพอดี“คารวะคุณหนู ข้าน้อยจะนำทางท่านไปเรือนรับรองแขกเองเจ้าค่ะ”ยังดีที่เรือนนี้ยังพอเหลือนางกำนัลอยู่บ้าง นางเคยได้ยินข่าวลือว่า จวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋อง ไม่ชอบให้มีนางกำนัลรับใช้ดูแลอยู่ส่วนใน‘จวิ้นอ๋อง ท่านช่างดูแลตนเองเสียบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้ว่าตัดชอบตัดแขนเสื้อหรือไร ไม่แน่ว่าอยู่กับบุรุษมากมายนานๆ เข้า อาจจะชอบไม่รู้ตัว’ รองแม่ทัพมู่รู้สึกปวดเบาจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ พลันเงาสายหนึ่งพาดผ่าน องครักษ์เงาฉินจางหย่งกำลังเงื้อดาบต่อสู้กับชายชุดดำสองคนเคร้ง! เคร้ง! เหล่าองครักษ์รักษาการในจวนกรูกันเข้ามา กลับปรากฏชายชุดดำอีกหลายสิบชีวิตรายล้อม“มีคนร้าย!
บ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นอกรั้ว ส่วนองครักษ์เงาก็ต้องรักษาความปลอดภัยโดยเร้นกายอยู่ละแวกนั้นเหอเจียอีได้ผ่อนคลายร่างกายอย่างเต็มที่ นางกำนัลสองคนเข้ามาดูแล “เจ้าไม่ต้องดูแลข้า พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกัน” “นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง พวกเราขัดไม่ได้นะเจ้าคะ มิฉะนั้นจะโดนโบย แม่นางเห็นใจพวกเราด้วย” ได้ยินเช่นนั้น เหอเจียอีจึงยอมให้พวกนางขัดผิว สระผมให้ตนโดยดี น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลายสามวันที่ผ่านมา นางโดนหมิงจิ้นเหอรุกไล่ เคล้าคลึง เค้นเอาจนหมดแรงทุกคืน ทำเช่นไรเขาก็ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่มสักครา นางได้แต่โอดครวญฉอเลาะในยามที่จวนจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขาหัวเราะร่วนแล้วรวบตัวนางที่เปลือยเปล่ามากอดไว้ใต้ผ้าห่มหลับลงพร้อมกันนางกำนัลมองดูรอยผิวแดงจ้ำตามเนินอก หลังไหล่ และต้นขาของแม่นางเหอแล้วหัวเราะคิกคักเขินอาย“แม่นางเหอ ท่านอ๋องทรงโปรดปรานท่านจริงๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่เคยเห็นท่านอ๋องสนใจสตรีนางใดมาก่อน อย่าว่าแต่จะพามาที่จวนเลย” เหอเจียอีได้ยินก็ยิ้มกว้าง ซักไซ้พวกนางถึงเรื่องที่พวกนางรู้เกี่ยวกับจวิ้นอ๋อง เสียงหัวเราะข
เหอเจียอีอาบน้ำแต่งตัวจวนตะวันจะตรงศีรษะ นางรับประทานอาหารด้วยความสุขล้น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอยากจะกลับไปเล่าให้แม่นมเหอฟังว่า เขาอ่อนโยนและรักใคร่นางเหลือเกิน“น้องเจียอี เจ้าช่างดูมีความสุขยิ่งนัก” จินวั่งซูเดินอาดๆ ถือพัดโบกไปมา มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่รู้สึกสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์เงาอยู่ในห้องจึงกล่าวต่อ “เจ้าช่างไม่นึกถึงข้าว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อแผนเจ้าเพียงใด เจ้านี่มันข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพาน[1]เห็นๆ”“ท่านอย่าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋องเทียว ท่านไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับข้าให้มากนัก ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของท่าน”“จุ๊ๆ เจ้าใจร้ายจริง” จินวั่งซูนั่งลงตรงข้าม “ข้ากินด้วยคน เมื่อเช้าองค์ชายสิบสองดึงข้าออกไปในเมืองแต่เช้าตรู่ได้กินไปนิดเดียว”จินวั่งซูสั่งบ่าวรับใช้ไปเอาถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม“องค์ชายสิบสองจะเสด็จกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะมีข่าวใหม่น่าสนใจ”เหอเจียอีเงยหน้าจากถ้วยข้าวขึ้นมองเพื่อนพี่ชาย“ข่าวนี้เกี่ยวพันกับข้าหรือไม่ ”จินวั่งซูยกยิ้มมีเลศนัย “เกี่ยวสิ ไม่งั้นข้าจะอยู่ทำไมกัน ” “พี่วั่งซู ท่านรู้เรื่องใดมา บอกข้าได้หรือไม
“หม่อมฉันไม่อยากจะหวังลมๆ แล้งๆ นี่เพคะ หากวันหน้าท่านอ๋องทรงมีสตรีอื่น หม่อมฉันคงทนไม่ได้”“ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่มีสตรีอื่นอีก”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ “ขอบพระทัยเพคะ”“ต่อไปเจ้าเป็นคนของข้า ทุกอย่างข้าจะเชื่อเจ้า เข้าข้างเจ้า ไม่ว่าผู้ใดกล่าวร้ายเจ้า ข้าก็จะถามเจ้าก่อน”นางประคองใบหน้าของชายที่รัก เอียงคอตอบด้วยรอยยิ้ม “สัญญาแล้วเพคะ หากวันใดไม่รักษาสัญญาหม่อมฉันจะ......”“เจ้าจะทำอย่างไร ”“หม่อมฉันจะหนีพระองค์ไปแต่งงานกับชายอื่น” นางสบตาเขา กล่าวโดยไม่ยิ้มสักนิดดวงตาจวิ้นอ๋องวาววับ “เจ้ากล้ารึ” เขากดร่างนางลงกับแท่นบรรทม “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ใต้หล้านี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะมาชิงเจ้า”เหอเจียอียิ้มหวาน ใจเต้นระริกรัวกับคำประกาศนั้น “เพคะ” นางโน้มคอของเขาลงมา เงยหน้าประกบริมฝีปากเย็นชืดกับริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นจวิ้นอ๋องดูดเม้มริมฝีปากล่างของนาง มือค่อยลูบไล้ไปไปตามเรือนร่าง ค่อยกระตุกสายผูกเสื้อตัวนอกของนางออก สัมผัสผิวเนียนนุ่มด้านในจากหน้าท้องน้อยไปด้านหลังถึงบั้นสะโพกนางจูบตอบไม่ลดละ เขาสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง หญิงสาวหมุนศีรษะไปตามจังหวะของเขาที่พลิกไปหัน
องค์ชายสิบสองได้ยินเรื่องแม่นางเหอจากองครักษ์เงาก็รู้สึกเห็นใจ เขาดูออกว่าพี่ชายของตนหลงใหลนางมากแต่เพราะตลอดชีวิตวัยหนุ่มเอาแต่รบทัพจับศึกจึงไม่เคยเข้าใจความคิดของเพศตรงข้ามความคลั่งไคล้หลงใหลที่หมิงจิ้นเหอมีต่อเหอเจียอีเห็นได้อย่างชัดเจน แต่คงเป็นเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาความรักเช่นไร จึงทำให้ต้องผิดใจกับสตรีที่ตนรัก ยามนี้แม่ทัพใหญ่หมิงคงกลัดกลุ้มอย่างหนัก...เช้านี้การฝึกทหารจึงเป็นไปอย่างดุเดือดกว่าปกติ... “รองแม่ทัพมู่ ท่านว่า พี่ชายข้าฝึกทหารเช่นนี้อยู่แล้ว หรืออารมณ์ไม่ดี ” “เอ่อ! กระหม่อมว่าอย่างหลัง พะยะค่ะ ปกติก็ทรงดุดันแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิดอย่างนี้” หมิงเฉินกงหัวร่อออกมาเมื่อคนสนิทของจวิ้นอ๋องไม่ยั้งความคิดเห็น“เจ้านี่...ช่างไม่ไว้หน้าท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย” “กระหม่อมทูลไปตามความจริง” “พี่ชายของเปิ่นหวาง คงจะห่วงนางมากกระมัง” องค์ชายหมิงเฉินกงมองดูร่างสูงใหญ่ที่กวัดแกว่งดาบดุเดือดอยู่ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย “ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะพะยะค่ะ หากมีคนเข้าใกล้นางก็จะทรงหงุดหงิด” “อืม ค่ำนี้แล้วสินะ” องค์







