Mag-log in[ระบบยืนยันตัวตนเรียบร้อย พร้อมใช้งานแล้ว]
[ขอแจ้งให้ทราบว่า ระบบมีของวิเศษจากโลกอนาคต ไม่ว่าเจ้าของระบบต้องการสิ่งใดล้วนจัดหาให้ได้ทุกสิ่ง]
“จริงเหรอ”
[หากข้องใจสิ่งใด เจ้าของระบบสามารถอ่านใบชี้แจงที่ปรากฏบนหน้าจอตรงนี้ได้]
สิ้นเสียงระบบ ข้อมูลรายละเอียดก็ปรากฏสู่สายตาของนางทันที
“วิเศษไปเลย ข้ามมิติมาอย่างน้อยก็มีตัวช่วยแบบนี้ก็ไม่อดตายแล้วเรา”
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป[1] หลิวหรงผิงนั่งสำรวจระบบวิเศษที่มีทั้งคลังอาหารและคลังเวชภัณฑ์ต่างๆ มากมาย แต่ระบบนี้กลับไม่ได้ไร้ขีดจำกัดอย่างที่นางคิด
นางจำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจเพื่อเปิดคลังอาหารและยาเหล่านี้ มิเช่นนั้นของพวกนี้ก็เป็นเพียงภาพลวงตาที่ไม่สามารถคว้ามาใช้งานได้จริง
‘ใช้งานยากเย็นขนาดนี้ ข้าไม่เอาด้วยหรอก’ นางคิดประชดในใจ
[ระบบตรวจพบความขี้เกียจของเจ้าของระบบ ขอเพิ่มเงื่อนไขกุญแจเปิดคลังยาอีกหนึ่งดอก]
“เฮ้ย! ไม่ได้สิข้าแค่คิดเฉยๆ ยังไม่ได้ทำจริงสักหน่อย”
[ภายในเวลาสิบสองชั่วยาม[2] เจ้าของระบบต้องทำการรักษาคนหรือสัตว์ด้วยเครื่องมือที่ระบบจัดหาให้]
หน้าจอแสดงภาพผ้าพันแผล แอลกอฮอล์ขวดใหญ่หนึ่งขวดพร้อมทั้งเบตาดีนสำหรับใส่แผลอีกสองขวดลอยออกมา
“จะมีใครตายหรือไง ให้มาซะเยอะเชียว”
[ระบบตรวจพบ...]
“พอเลย! ข้าแค่คิดหากเจ้ายังกล้าเพิ่มกุญแจให้ข้าอีก ข้าจะทุบระบบของเจ้าทิ้งแน่”
[ขออภัย เวลานี้ระบบเกิดข้อขัดข้องต้องทำการซ่อมบำรุงด่วน ขอให้เจ้าของระบบโชคดี ไว้พบกันใหม่หลังภารกิจเสร็จสิ้น]
เจ้าระบบวิเศษพูดเองเออเองเสร็จสรรพ พร้อมกับโยนอุปกรณ์ทำแผลใส่นางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดหน้าจอหายวับไปดื้อๆ ราวกับกลัวว่านางจะทุบทำลายมันทิ้งจริงๆ อย่างนั้นแหละ
“เจ้าระบบบ้าเอ้ย”
นางถอนหายใจพลางเบ้ปากออกมาเล็กน้อย พลันคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ดูท่าเรื่องของเจ้าของร่างนี้คงไม่ใช่แค่ปัญหากระทบกระทั่งในครอบครัวธรรมดาเสียแล้ว แต่น่าจะเกี่ยวพันไปถึงเชื้อพระวงศ์ที่มีส่วนทำให้ชีวิตของนางจบสิ้นลงได้ทุกเมื่อ
‘อยากให้เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝันเสียจริง... เฮ้อ’
“พระชายา บ่าวเข้าไปนะเพคะ”
“อืม”
สิ้นคำอนุญาตเสี่ยวเถาก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับตะกร้าที่อัดแน่นไปด้วยผลไม้สีแดงฉ่ำ
“นั่นอะไรหรือ”
“ผลอิงเถา(เชอร์รี่) เพคะ ที่ท้ายเรือนของเราขึ้นเต็มเลย”
“ผลอิงเถางั้นหรือ”
“ใช่แล้วเพคะ”
‘ชื่อผลไม้พานให้คิดถึงสหายในยุคที่จากมาเสียจริง ผลของมันสีแดงฉ่ำน่ากินเหลือเกิน แต่รสชาตินั้น...’
“อะ เดี๋ยวสิเพคะ! ให้บ่าวล้างก่อนอาจมีดินหรือแมลงเกาะอยู่ก็เป็นได้”
เสี่ยวเถาพูดจบก็ฉวยผลไม้ในมือของหลิวหรงผิงไปล้างในถังน้ำที่ซิ่วอิงแบกตามเข้ามาทีหลัง
“ข้าแค่จะหยิบมาดูเท่านั้นเอง ทำอย่างกับผลไม้นี้ถูกฉีดพ่นด้วยยาฆ่าแมลงอย่างนั้นแหละ” ท้ายประโยคนางพึมพำกับตนเองเบาๆ แต่เสี่ยวเถานั้นกลับหูดีเกินคาด
“พระชายาพูดว่าอะไรนะเพคะ”
“หือ… ไม่มีอะไรหรอกน่าอย่าสนใจเลย”
“อย่างนั้นหรือเพคะ เสร็จแล้วกินได้แล้วเพคะ” เสี่ยวเถายื่นผลไม้นั้นมาตรงหน้าแต่หลิวหรงผิงเอาแต่ขมวดคิ้วไม่ยอมหยิบเสียที
“มันเปรี้ยว ข้าไม่ชอบ” แม้ปากจะบอกไม่ชอบแต่สายตากลับเอาแต่จ้องเขม็งไม่วางตา
“เปรี้ยวที่ไหนกันเพคะ หวานกรอบอร่อยจะตายไป”
“หวานอย่างไรกันที่ข้าเคยกินมัน…”
“ก็เมื่อก่อนท่านยังชมอยู่เลยนี่เพคะ ว่าที่จวนแห่งนี้ปลูกผลอิงเถาได้อร่อยยิ่งนักไม่เหมือนที่จวนใต้เท้าหลิวเลย เปรี้ยวมากกว่าหวานเสียอีก” เสี่ยวเถาเอาแต่เคี้ยวผลไม้ตุ้ยๆ ไม่ได้สนใจสีหน้าของหลิวหรงผิงที่แอบกลืนน้ำลายลงคอไปหลายอึก
“ไม่เปรี้ยวแน่นะ” นางหยิบมันขึ้นมาลูกหนึ่งก่อนจะตัดสินใจกัดชิมคำแรก ความหวานฉ่ำละมุนแทรกซึมไปทั่วทั้งปาก
“อร่อย!”
“ใช่ไหมล่ะเพคะยังมีอีกเยอะเลย หากท่านต้องการอีกบ่าวจะไปเก็บมาให้”
“เมล็ดของมันน่ะ...”
“ทำไมหรือเพคะ”
“เก็บเอาไว้ให้ข้าด้วย”
“จะเก็บไปทำไมกันเพคะ”
“เก็บไว้ปลูกอย่างไรเล่า”
“แต่ว่าที่ท้ายจวน...”
“เจ้าคิดว่าข้าจะอยู่ที่จวนอ๋องนี่ไปจนตายหรือไง”
“เอ๋ เหตุใดพระชายาถึงได้...”
“จวิ้นอ๋องไม่มีทางอยู่กินกับข้านานถึงเพียงนั้นหรอก สักวันเขาต้องหาทางเขี่ยข้าออกจากตำแหน่งชายาอย่างแน่นอน ตอนนี้ข้ากำลังแอบเก็บหอมรอมริบเงินทองเอาไว้ เพื่อที่พวกเราสามคนจะได้ไม่ลำบากในวันข้างหน้า”
“อะไรนะเพคะ”
สาวใช้คนสนิทอ้าปากค้างด้วยความงุนงง นั่งฟังพระชายาของตนพูดจนปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทันและไม่มีจังหวะได้ซักไซ้ต่อแต่อย่างใด
“อย่าถามมากน่า ทำตามที่ข้าบอกก็พอแล้ว”
“เพคะ / เพคะ”
หลิวหรงผิงที่ยังเคี้ยวผลอิงเถาอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น จู่ๆ ก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางชะงักค้างไปพลางหันไปจ้องมองสาวใช้ของตนเอง
เมื่อทั้งคู่เห็นว่าถูกหลิวหรงผิงจ้องมองไม่วางตา ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาแปลกๆ
“มีอะไรหรือเปล่าเพคะเหตุใดถึงได้มองพวกบ่าวเช่นนั้น”
เสี่ยวเถากับซิ่วอิงนึกกลัวว่านายสาวจะเกิดคลุ้มคลั่งเข้ามาทุบตีพวกนางเหมือนยามที่ไม่ได้สติก่อนหน้านี้
พวกนางเริ่มถอยหลังไปทีละนิด จนหลิวหรงผิงต้องขมวดคิ้วด้วยความฉงน
“พวกเจ้าเป็นอะไรไป”
- - - - - - - - - -
[1] หนึ่งก้านธูป = ครึ่งชั่วโมง - 1 ชั่วโมง
[2] สิบสองชั่วยาม = 24 ชั่วโมง
"ในใจของข้า... เจ้าคือภรรยาเพียงคนเดียว และอาเฟยคือผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของข้าตลอดไป เช่นนี้แล้วเจ้ายังคิดจะทิ้งพวกเราไปอีกหรือ"น้ำตาที่หลิวหรงผิงพยายามสะกดกลั้นไว้พังทลายลงมาเป็นสาย นางมองดูราชโองการในมือสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มที่ยอมสยบแทบเท้านางเพื่อร้องขอความรักความรักที่เขาโยนเกราะกำบังอันแน่นหนาที่สุดมาปกป้องนางทำให้นางซาบซึ้ง ทว่าลึกๆ ในใจของหญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ก็ยังคงกรีดร้องด้วยสัจธรรมอันโหดร้าย"ท่านพี่... ท่านช่างแสนดีกับข้าเหลือเกิน" นางเอ่ยปนสะอื้น"แต่ท่านคิดบ้างหรือไม่ การที่ท่านกักขังพวกนางไว้ให้ไร้รัก ไร้สิทธิ์ ไร้ทายาทมันไม่เท่ากับเป็นการสร้างศัตรูที่เคียดแค้นข้าและอาเฟยเพิ่มขึ้นอีกร้อยเท่าพันทวีหรือเพคะ และสำหรับข้า… การที่ต้องแบ่งปันพื้นที่บ้านหลังนี้กับสตรีที่ข้ารู้ดีว่าท่านต้องรับผิดชอบชีวิตพวกนางตามหน้าที่ มันคือการทรมานใจกันไปชั่วชีวิต"องค์รัชทายาทนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางไว้แน่นหนา ซบใบหน้าลงบนซอกคอของนาง"ข้ารู้... ข้ารู้ว่ามันไม่ยุติธรรมต่อเจ้า" เขาซุกหน้าสะอื้นเบาๆ"แต่นี่คือโลกของข้า ผิงเอ๋อ... ข้าปล่อยเจ้าไปไม่ได้จริงๆ หากเจ
"หึ!... ข้าในยามนั้นยังไม่ใจกล้าและเจ้าแผนการเท่าเขาเลยเสียด้วยซ้ำ"ฮ่องเต้ทรงถอนพระทัยยาวพลางเคาะพระดัชนีลงบนเทียบรายชื่อสีแดงชาดบนโต๊ะทรงงานเสียงดัง กึก... กึก..."ในตอนแรก ข้านึกว่าเขาจะดื้อรั้นแข็งทื่อจนยอมหักไม่ยอมงอเพื่อสตรีเพียงคนเดียวเหมือนพวกคนเขลาทั่วไป ทว่าที่ไหนได้… เขากลับยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อกลืนสตรีตระกูลใหญ่เหล่านั้นเข้ามา แล้วใช้อำนาจที่มีผนึกอำนาจพวกนางให้อยู่ในกรงขังที่เขาเป็นผู้คุมกฎแต่เพียงผู้เดียว"ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเทียบรายชื่อนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าและยากจะหยั่งถึง"การรับชายารองและอนุในครั้งนี้ ขุนนางเหล่านั้นคิดว่าตนเองได้ส่งลูกสาวมาเสวยสุขและกุมอำนาจร่วมกับมังกร... แต่แท้จริงแล้วลูกชายของข้ากลับตลบหลังใช้ลูกสาวของพวกเขามาเป็นตัวประกันทางการเมืองเพื่อคานอำนาจพวกนั้นเสียเองต่างหาก""ยอมทำตามประเพณีเพื่อปิดปากราชสำนักแต่ในขณะเดียวกันก็กางปีกปกป้องเมียรักและลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้อย่างหมดจด... ช่างเป็นหมากที่ไร้ช่องโหว่และเหี้ยมเกรียมสิ้นดี”"องค์รัชทายาททรงปรีชาสามารถยิ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ แผ่นดินนี้ภายใต้การปกครองของพระองค์ในวันข้างหน้าย่อมต้องเกรียงไกรและมั่นคงดั
กลิ่นหมึกและกระดาษอบอวลไปทั่วห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรพระโอรสผู้เย็นชาที่กำลังคุกเข่าอยู่อย่างสงบนิ่ง เบื้องพระพักตร์ขององค์เหนือหัวคือม้วนเทียบรายชื่อหญิงงามจากตระกูลใหญ่ที่ฮองเฮาส่งมา"เจ้ามาพบข้าด้วยเรื่องสตรีเหล่านี้ใช่หรือไม่"ฮ่องเต้ตรัสทำลายความเงียบขึ้นมาเป็นคำแรก สุรเสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจและยากจะหยั่งถึง"ฮองเฮารายงานข้าว่าเจ้าต่อต้านอย่างหนัก... รัชทายาท เจ้าเป็นผู้ชนะในศึกรุ่ยอ๋อง ทว่าเจ้าจะพ่ายแพ้พังพินาศเพียงเพราะเรื่องสตรีฝ่ายในไม่ได้ จารีตนี้มีมาแต่โบราณก็เพื่อค้ำจุนราชบัลลังก์ของตัวเจ้าเองทั้งสิ้น""ลูกทราบดีพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ"องค์รัชทายาททูลตอบพลางประสานมือถวายบังคม สุรเสียงเรียบนิ่งทว่าหนักแน่นและกังวานไปทั่วห้องทรงพระอักษร"ลูกไม่ได้มาเพื่อปฏิเสธสมรสพระราชทาน ลูกยินดีจะรับสตรีจากทั้งสองตระกูลเข้าสู่ตำหนักบูรพาตามจารีตประเพณีทุกประการ"ฮ่องเต้เลิกพระขนงขึ้นด้วยความแปลกพระทัย"โอ้? แล้วเหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าถึงอาละวาดจนฮองเฮาต้องปวดหัวกันเล่า""เพราะลูกต้องการข้อแลกเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ" องค์รัชทายาทเงยพระพักตร์ขึ้นสบตาผู้เป็นบิดาอย่างไม่เกรงกลัว"ลูกยอมรับพว
"เจ้าพูดอะไรออกไป" มู่อิงเถารีบขยับเข้าไปใกล้ พลางจ้องมองใบหน้าเพื่อนรักเขม็ง"ข้าบอกเขาว่า… ให้เขาทำเพื่อตัวเองและอาเฟย และข้ามีวิธีของข้าเอง"พูดจบนางก็ถอนหายใจยาว แววตาที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด"พยัคฆ์อย่างเขา... ไวต่อกลิ่นอายอันตรายเสมอ พอได้ยินเช่นนั้นเขาคงสั่งเพิ่มกำลังทหารเพื่อกักบริเวณข้าทันที เป็นการบีบบังคับกลายๆ ไม่ให้ข้าก้าวขาออกจากตำหนักบูรพาแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว"มู่อิงเถาสูดหายใจเข้าลึก ใบหน้างามซีดเผือดลงทันใดเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย"นี่มันไม่ใช่การอารักขาธรรมดาแล้วนะหรงผิง... แต่มันคือกรงขังทองคำชัดๆ องค์รัชทายาทกำลังใช้กำลังทหารทั้งหมดที่มีเพื่อล่ามเจ้าไว้ใต้ปีกของเขา แล้วหากกองกำลังทหารหนาแน่นถึงเพียงนี้ แผนการเดินทางไปหุบเขาซีหยวนในอีกสามเดือนข้างหน้า เจ้าจะเริ่มลงมือได้อย่างไรกัน"หลิวหรงผิงไม่ได้ตอบคำถาม นางเพียงแต่ลดสายตาลงมองฝ่ามือของตนเองที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย"ถึงอย่างไร ข้าก็แค่ย้อนถามเจ้าไปอย่างนั้น วันก่อนข้าก็ย้ำกับเจ้าไปแล้วเรื่องของอาเฟย... เจ้าทำใจทิ้งเด็กค
“ท่านพี่ ในเมื่อจารีตของที่นี่กักขังท่านไว้และกำลังจะบดขยี้ข้า ข้าก็คงต้องขอเลือกเส้นทางของข้าเอง เพื่อให้ท่านได้เป็นฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยไม่มีข้าเป็นจุดอ่อนอีกต่อไป”องค์รัชทายาทตะลึงงันกับสิ่งที่ได้ยินนางเอ่ยออกมา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างพลางจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่เพิ่งเอ่ยวาจาคล้ายการลาจาก หัวใจของเขาบีบรัดรุนแรงจนแทบหยุดหายใจ"เจ้าหมายความว่าอย่างไร" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือหนาเอื้อมไปจับบ่าทั้งสองข้างของนางเอาไว้แน่น"มีวิธีของเจ้าเองอย่างนั้นหรือ ผิงเอ๋อ... เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร!”หลิวหรงผิงไม่ได้หลบสายตา นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของสวามีด้วยแววตาที่นิ่งสงบอย่างน่าใจหาย"ท่านเพียงแต่รับรู้ไว้ว่าจากนี้ไปจงทำเพื่อตัวท่านเองและเพื่ออาเฟย อย่าทำให้เขาต้องลำบาก ส่วนตัวข้าๆ มีวิธีของข้าเอง""วิธีของเจ้าคืออะไร ตอบข้ามา!" ชายหนุ่มคาดคั้น เวลานี้เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความกลัว…. กลัวว่าจะเสียนางไปอีกครั้ง"เจ้าจะหนีข้าไปอีกอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าแผ่นดิ
ภายในนั้นนอกจากตำรายาโบราณ กลับมีม้วนกระดาษผ้าไหมสีแดงชาดหรูหราขอบทองคำ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของทางตำหนักเหยียนเหอ ตำหนักส่วนพระองค์ของฮองเฮาซุกซ่อนอยู่ชั้นล่างสุดชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะดึงม้วนผ้าไหมนั้นขึ้นมาคลี่ออกทันที แสงเทียนสาดส่องกระทบตัวอักษรหวัดสีทองที่เรียงรายอยู่ด้านใน‘รายชื่อบุตรีขุนนางผู้เพียบพร้อม เพื่อคัดเลือกตำแหน่งชายารองและอนุ’ไล่มาตั้งแต่บุตรีมหาเสนาบดีซ้ายไปจนถึงบุตรีแม่ทัพรักษาพระนคร หัวใจขององค์รัชทายาทพลันกระตุกวูบ เมื่อพอจะรับรู้ความจริงทุกอย่างที่ทำให้นางแปรเปลี่ยนไปสัญลักษณ์ตราประทับสีแดงฉานของฮองเฮาที่มุมกระดาษ เปรียบเสมือนตราบาปที่เหยียบย่ำหัวใจของภรรยาเขาอย่างทารุณ"ฮองเฮา!"สุรเสียงขององค์รัชทายาทแหบพร่าและสั่นเทาด้วยความโกรธจัดที่ปะทุขึ้นในอก ลำคอแกร่งปรากฏเส้นเลือดปูดโป่ง พระหัตถ์หนาบีบม้วนเทียบเชิญคัดเลือกชายารองในมือแน่นจนกระดาษยับย่นแทบแหลกคามือเขารู้ทันทีว่าเหตุใดนางจึงได้ทำตัวแปลกแยกและโศกเศร้าถึงเพียงนี้นางได้รับแรงกดดันและคำข่มขู่จากแม่เลี้ยงใจยักษ์ของเขามาโดยตรงอย่างหลีกเ







