LOGINหลายปีผ่านพ้น เป็นช่วงเวลาแสนอ่อนหวาน ฉันกับกวนจิ้งอ๋องช่วยกันสร้างครอบครัวเล็กๆ ด้วยกันอย่างมีความสุข เราต่างทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และดูแลกันและกันด้วยความรัก “ดูนี่นะจ๊ะ ห่อเกี๊ยวง่ายนิดเดียว ตรุษจีนปีนี้เราจะกินเกี๊ยวหมูได้ไม่อั้นเลยนะ” ฉันกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ สองมือประคองแป้งบางๆ ห่อไส้เกี๊ยวด้วยความชำนาญ รอบตัวมีเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยนั่งล้อมอยู่ ทั้งสองกำลังจ้องมองมือแม่ด้วยความตั้งใจ ดวงตากลมโตเปล่งประกายด้วยความอยากลองทำบ้าง “เสด็จแม่จ๋า แบบนี้หรือเปล่า?” อวิ๋นเจี๋ย ลูกชายคนโตถามพลางยื่นเกี๊ยวในมือขึ้นมาให้ฉันดู ชื่อของเขาแปลว่าเมฆผู้สง่างาม เป็นชื่อที่สะท้อนถึงความหวังว่าลูกชายจะเติบโตเป็นคนที่มีจิตใจสูงส่งและน่าเกรงขามเหมือนเมฆบนฟ้า ปีนี้อายุสี่ขวบแล้ว ชอบเข้าครัวและเรียนฟันดาบเป็นชีวิตจิตใจ เจ้าก้อนแป้งของเขาดูบูดเบี้ยวเสียจนฉันต้องกลั้นหัวเราะ “ยังไม่สวย แต่ลูกตั้งใจดีแล้ว ลองอีกครั้งนะ” ฉันลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหยิบแป้งแผ่นใหม่ส่งให้ หรูอวี้ ลูกสาวที่นั่งข้างกันเงยหน้าขึ้นมอง แถมย่นจมูกเล็กๆ ชื่อของลูกสาวคนนี้
“งื้ออ... ท่านอ๋อง... ใหญ่จัง” “เด้าอร่อยด้วยนะ โยวหลัน เจ้าช่างน่ารักน่าขยี้ ปากบอกไม่ๆ แต่แฉะรอเชียวนะ” จ๊วบบบ... จ๊วบบบ... “อย่า... อ๊ะ ซี้ดด อูยยๆ อย่านะเพคะ อา...” ริมฝีปากอุ่นร้อนดูดกลืนหัวนมชูชันจนหายวับ กวนจิ้งอ๋องตั้งอกตั้งใจดูดจนเนื้อเต้าอวบกระเพื่อม แรงดูดมหาศาลทำเอาฉันผงะหงาย ไหนจะมือหยาบกร้านที่ดีดหัวนมของฉันอีกข้างอีกเล่า พระองค์ใช้ลิ้นสะกิดหัวนมของฉันรัวแรง ในขณะเดียวกันก็รูดแท่งหยกให้พร้อมสู้ศึกไปด้วย “งื้ออ... ท่านอ๋อง ข้าเสียว” “อา... เมียข้า น่ารักเกินไปแล้ว” กวนจิ้งอ๋องประกบปากจุมพิตอย่างดูดดื่ม พร้อมกันนั้นก็เอาท่อนเอ็นอวบมาจี้ตรงเม็ดทับทิม ถูไถงัดไปงัดมาเร็วๆ จนกลีบเนื้อแบะบาน น้ำหวานเยิ้มๆ เอ่อล้น โหนกนูนของฉันอวบอูมเกลี้ยงเกลา กลีบเนื้อสีชมพูสวย ปิดประกบสนิทราวกับเด็กน้อย น้ำหวานไหลรินน่าดูดเลีย ปากคอของกวนจิ้งอ๋องถึงกับสั่นระริก ช่วงท้องร้อนราวกับถ่านไฟแดงจัด ชีพจรเต้นแรงเพราะแท่งหยกกำลังเต้นตุบๆ ปั่นป่วนชุลมุนไปหมด เขาบดเอวทิ่มไปทิ่มมาจนฉันร้องคราง “ซี้ดด... โหนกอูมน่ากินจริงๆ ตอนนี้อยากได้
คุณหนูจ้าวจื่อ อาหารคือสิ่งที่ให้ชีวิตผู้คน หากเจ้าจะโยนของมีค่าเช่นนี้ลงพื้น ข้าจำต้องสั่งสอน” พูดจบก็ยกมือฟาดลงบนแก้มของจ้าวจื่อ เสียงดัง “เพียะ” จนทุกคนในร้านตะลึง “เจ้า... เจ้า... กล้าตบข้าหรือ!” คุณหนูจ้าวจื่อร้องกรี๊ด ลูบแก้มแดงก่ำด้วยความตกใจ ฉันยังคงยืนหยัด มองด้วยสายตาแน่วแน่ “ข้ากล้า หากเจ้ายังไม่เคารพสิ่งที่ควรเคารพ เช่นนี้เรียกว่าเตือนสติ บ้านเมืองยังมีผู้เดือดร้อนยากจนอยู่นับไม่ถ้วน เจ้าโยนข้าวปลาอาหารที่มีค่าทิ้งเพื่อระบายอารมณ์ไร้สาระของเจ้า สมควรแล้วรึ?” ถึงฉันจะไม่เคยมีปากมีเสียงกับใครเลยก็เถอะ แต่ในฐานะเชฟแล้ว ถ้าเห็นใครทิ้งขว้าง เอาอาหารมาเล่น หรือใส่อะไรก็ตามที่ส่งผลเสียต่อร่างกายคนกิน ฉันไฟว์แหลก กูไม่ยอมค่ะ จับตีมือหักเลย คุณหนูจ้าวจื่อไม่อาจเอ่ยคำใด น้ำตาคลอเบ้า กวนจิ้งอ๋องมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างนิ่งสงบ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น “จ้าวจื่อ กลับไปเสียเถิด เปล่าประโยชน์ที่เจ้าจะดึงดันและลดตัวลงไปกระทำเรื่องเหลวไหล เจ้าสูงส่งกว่านั้น” “เพคะ” คุณหนูจ้าวจื่อดูจะสงบใจลงได้บ้างแล้ว นางจึงคำนับและกล่าวขออภัย
คุณหนูจ้าวจื่อก้าวนำมา ใบหน้างดงามวันนี้กลับบึ้งตึงราวกับฟ้าครึ้มก่อนฝน นางโยนห่อผ้าลงบนโต๊ะกลางร้าน เสียงดังปึงจนคนทั้งร้านหันมามอง “นี่คืออะไร เจ้ารู้หรือไม่!?” น้ำเสียงนางเฉียบขาด มองฉันด้วยสายตาแหลมคมระคนชิงชัง แต่นางมีท่าทีหวาดเกรงกวนจิ้งอ๋องอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางของพระองค์สง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจ ดวงเนตรคมกริบตวัดมองไปยังจ้าวจื่อ “เจ้ามาทำอะไรที่นี่ จ้าวจื่อ?” น้ำเสียงต่ำลึกของกวนจิ้งอ๋องกดดันจนคนทั้งร้านเงียบกริบ “ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าต้องอยู่ห่างๆ เมียข้า หรือเจ้าต้องการให้ข้ากำจัดสกุลจ้าวไปให้พ้นหูพ้นทาง” โห... พระเอก มึงไปขู่นางเอกไว้ขนาดนั้นเลยเรอะ “ข...ข้าไม่อาจทนความหยาบช้าของนางได้เพคะ ไม่อยากให้พระองค์ถูกล่อลวง... ข้าจึงเสี่ยงตายนำหลักฐานมาให้ท่านอ๋องตาสว่างเสียที” นางชี้ไปที่ห่อผ้าและเริ่มเค้นถาม “ยอมรับเสียดีๆ ว่านี่เป็นฝีมือของเจ้า” “นั่นคืออะไร” “เจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจ ยังจะทำเป็นไขสือ” “ข้าจะไปรู้หรือ” ฉันมองห่อผ้าที่คลี่ออก เผยให้เห็นกากสมุนไพรแห้งสีน้ำตาลแดง ฉันเลิกคิ้ว ค
“ท่านอ๋อง ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาท่าน” “หื้ม? ว่ามาสิ” “คือว่า... ข้าเอง ตอนนี้ก็พอจะทำมาหากิน เก็บเงินทองได้บางแล้ว ข้าจะหาเงินนำมาคืนทุนให้ท่านจนครบ แล้วหลังจากนั้นข้าคิดว่า...” ฉันกลืนน้ำลายอย่างลำบากใจ ก่อนจะเอ่ยต่อไป “ข้าคิดว่า... ข้าคิดว่าเมืองเซียงหยางก็มีลู่ทางดี ข้ากับลูก... ควรจะไป” “เจ้าไม่ใช่คนของโลกนี้สินะ” กวนจิ้งอ๋องยัดเสี่ยวหลงเปาใส่ปากฉัน ฉันพ่นเสี่ยวหลงเปาชิ้นนั้นออกจากปากทันที แปะบนพระพักตร์กวนจิ้งอ๋องพอดิบพอดี เหงื่อแตกซิก “ฮะๆๆ ท...ท... ท่าน... ท่านอ๋องพูดเรื่องอะไร ตล๊กตลก ฮะ ฮะ ฮะ ก๊าก ก๊าก” ดูออกง่ายจริงจริ๊ง กวนจิ้งอ๋องคิดขณะเท้าแขนมองดูฉันหัวเราะกลบเกลื่อน “เจ้าคิดจะขอหย่ากับข้า จะได้พาลูกหนีไปจากข้าให้ไกลๆ เพื่อเปิดทางให้ข้ากับคุณหนูจ้าวจื่อ” “เอ่อ...” “ข้าเดาถูกสินะ” “ท่าน... รู้ได้ยังไง” “เราเป็นผัวเมียกัน นอนข้างกัน ข้าย่อมสังเกตได้ว่าเจ้ามีความกังวลซ่อนอยู่” “ท่านรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” “ตั้งแต่แรกแล้ว”
บทส่งท้าย เสี่ยวหลงเปา ในยามสาย วันนั้นแสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้ไผ่ของร้าน เสียงตะหลิวกระทบกระทะยังคงดังเป็นจังหวะคุ้นเคย กลิ่นหอมกรุ่นของเสี่ยวหลงเปาที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ ๆ ลอยออกจากครัว กวนจิ้งอ๋องประทับอยู่ที่โต๊ะมุมร้านตามปกติ ฉลองพระองค์เรียบง่าย แต่ท่วงท่าองอาจไร้ผู้ใดเทียบได้ ขณะที่พระหัตถ์ยกตะเกียบขึ้น ควันร้อนๆ ยังพวยพุ่งออกจากเสี่ยวหลงเปาเล็กๆ บนจานไม้ไผ่ “ค่อยๆ กินนะเพคะ มันร้อน” ฉันวุ่นอยู่กับการเตรียมของรอเปิดร้าน ตั้งแต่ไปออกงานเปิดตัว ยอดลูกค้าก็พุ่งไปสามเท่า แม่ครัวไมเกรนขึ้น ขายดีจนเจ๊งไม่เกินจริง “อร่อยมั้ยเพคะ” ฉันพักเหนื่อย แวะมานั่งกินด้วยกัน พระองค์ยิ้มบางๆ เทน้ำชายื่นให้ฉันคลายเหนื่อย “เจ้ากำลังท้อง ต้องระวังให้มากๆ มาๆ นั่งพักกับข้าก่อนเถอะ” “ยิ่งท้อง ยิ่งควรจะขยับร่างกาย จะได้แข็งแรงเพคะ” ฉันซดน้ำชา สามีก็รอเติมให้อย่างเอาใจใส่ “ไหนว่าจะต้องไปกินมื้อเที่ยงกับฮ่องเต้มิใช่หรือเพคะ” "อืม กินแล้ว แต่ไม่ถูกใจข้าเลย เสี่ยวหลงเปาของเจ้า ไม่ว่าเมื่อใดก็มิอาจเปรียบได้" “ท่านนี่ชอ
บทที่ 1 หาทางหนี ชื่อจริงของฉันคือ แพรวา ภูมิลำเนากรุงเทพโดยกำเนิด ฐานะทางบ้านปานกลาง หลังจากที่เรียนจบด้านการทำอาหารก็ได้งานเป็นเชฟฝึกหัดในครัวโรงแรมหรู เงินดีแต่งานหนัก เพราะงั้นแล้วสิ่งที่ช่วยฮีลใจมนุษย์เงินเดือนอย่างฉันได้ก็คือซีรีย์เรื่องคุณหนูไข่มุก ดูเพราะกล้ามพ
“พี่โยวหลัน คืนนี้ท่านหนีไปเถอะ” “หา?” “ใช่ๆ หนีไปเปิดร้านภัตตาคารเลยๆๆ” งืม... ก็ไม่เลวนะ แต่ปัญหาคือฉันไม่มีเงิน จะว่าไปฉันจำได้เลาๆ ว่าตอนเด็กเคยคุยเรื่องเปิดร้านอาหารกับใครบางคนอย่างออกรส จำได้ว่าโม้เลอะเทอะไปหลายเรื่อง อย่างเช่น “ข้าจะทำร้านอาหารที่มีแดน
“ยิ่งตี้ที่ท่านจ้าวเต๋อคัดเลือกไว้ มีมากถึงห้าสิบคนเชียวล่ะ พี่โยวหลันไม่อยากตามคุณหนูไปอยู่ที่จวนท่านอ๋องเหรอ” “ม่ายล่ะ ไม่ดีกว่า” ยิ่งตี้ คือการแสดงความมีอันจะกินของบ้านเจ้าสาว โดยกำหนดให้สาวใช้และแรงงานเด็กจำนวนหนึ่งติดตามเจ้าสาวไปยังบ้านเจ้าบ่าวด้วย ชีวิตของยิ่งตี้ถือเป็นสิท
ตามท้องเรื่องแล้ว โยวหลันเป็นตัวร้ายที่แสร้งทำตัวน่าสงสาร คอยกลั่นแกล้งรังแกพี่สาวลับหลัง สุดท้ายก็โดนท่านอ๋องเชือดคอหอยตายโทษฐานผลักนางเอกตกเรือ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอีเว้นท์นั้น ฉันจึงเก็บตัวเจี้ยมเจี๋ยมมาตลอด พยายามอยู่ให้ห่างจากพี่สาว หลบอยู่แต่ในครัว ใช้สกิลเชฟเอาตัวรอดไปเรื่อย ถ้าพี่สาวแต่งง







