Share

ตอนที่7

last update Last Updated: 2025-12-14 09:47:56

ตอนที่ 7

ครึ่งเดือนผ่านไป…

ในสายตาคนทั้งจวนติ้งถิงโหว นี่อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ฮูหยินใหม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับบ้านสามีแต่ช่างน่าเห็นใจนักที่สามีเช่นเฟิ่งเยี่ยน นั้นทอดทิ้งนางไม่กลับจวนและยิ่งไม่กลับเรือน แต่สำหรับหลิงเซียวแล้ว ครึ่งเดือนนี้ไม่ต่างจากสวรรค์เมตตานางที่สามีอำมหิตไม่กลับมารังแกตน

ตั้งแต่สวีเฟิ่งเยี่ยนได้ออกจากเรือนไปตั้งแต่รุ่งสางหลังวันเข้าแต่งงาน เขาไม่เคยกลับมาอีกเลย สตรีอื่นคงร่ำไห้น้ำตาท่วมเรือน เพราะสามีไม่พากลับบ้านเดิมตามธรรมเนียม แถมยังหายไปไร้เงาราวกับเขาลืมฮูหยินเช่นนางไปแล้ว เช่นนี้ในสายตาบ่าวไพร่และญาติ ๆ ฮูหยินใหม่ย่อมถูกมองว่าผูกใจสามีไม่ได้ นิสัยคงไม่ดี และเตรียมถูกเหยียดหยามเป็นแน่

แต่สำหรับหลิงเซียว การลืมตาตื่นขึ้นโดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกใครอีกคนบนเตียงทรมานครึ่งคืน หรือถูกทำให้กระดูกแทบแตกทั้งร่าง คือพรแสนประเสริฐจากสวรรค์ แต่ละวันสาวใช้ทั้งสาม กุ้ยอิง กุ้ยหนิง และกุ้ยชิง คอยดูแลอย่างดีไร้ความหมิ่นแคลน ทำให้นางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

พอไปคารวะท่านปู่กับเหล่าท่านอาทั้งสี่บ้าน แม้จะถูกแดกดันอยู่บ้าง แต่แค่ท่านปู่ชักสีหน้า ทุกคนก็เงียบไม่กล้ารังแกนาง นางถึงกับคิดว่าต่อให้เขาหายไปอีกหนึ่งปี นางก็ไม่คิดถึง มีเพียงการสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน…

...ขอให้เขาอย่ากลับมา

บ่าวไพร่ในเรือนเหลียนฮัวเองก็ค่อย ๆ เห็นภาพน่าทึ่งฮูหยินของพวกเขายิ้มบาง ๆ ระหว่างรดน้ำต้นโบตั๋น ดอกเหมย และกุ้ยฮวา ฮัมเพลงเบา ๆ ไม่เคยมีแววทุกข์ ไม่เคยลงโทสะใส่ผู้ใด แม้สามีไม่กลับเรือน บ่าวไพร่กลับค่อย ๆ เกรงใจฮูหยินท่านแม่ทัพมากขึ้นโดยปริยาย

และที่สำคัญที่สุดหลิงเซียวไม่เคยเอ่ยถามถึงสวีเฟิ่งเยี่ยนเลยสักครั้งไม่ถามว่าเขาอยู่ไหน ไม่ถามว่าจะกลับเมื่อไร ไม่แม้แต่ห่วงว่าเขายังมีชีวิตดีหรือไม่

นางใช้ชีวิตสบายประหนึ่งหญิงม่ายที่สามีทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้ใช้เล่น ๆ มิใช่ฮูหยินแม่ทัพอวี้หลินผู้ดุดัน เขาไม่กลับเอง มิใช่นางไล่ นางไม่ผิดแม้แต่น้อย

ฝ่ายฮูหยินใช้ชีวิตสุขสบาย ส่วนฝ่ายสามีผู้ตั้งใจทิ้งภรรยาไว้เพียงลำพังเพื่อดูท่าทีว่านางจะอ่อนแอไหม จะร้องหาสามีหรือไม่ จะหวาดกลัวหรือส่งจดหมายเรียกเขากลับเรือนไหม

เพราะหากเป็นเช่นนั้น นางก็คือสตรีในกำมือเขา เนื่องจากสวีเฟิ่งเยี่ยนเพียงอยากข่มนางเท่านั้นเลยวางแผนไม่กลับจวนไม่กลับเรือน และปล่อยให้กู้หลิงเซียวเผชิญหน้าญาติใจแคบและบ่าวไพร่ที่ดีแต่เอาตัวรอดในจวนไปลำพัง แล้วรอดูผลในสามวัน…

...ทว่านี่ก็ผ่านไปครึ่งเดือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ทุกบ่าย อู่ถงจะกลับมาที่เรือนเหลียนฮัวเพื่อเอาเสื้อผ้าและของใช้ที่เจ้านายสั่ง ก่อนกลับค่ายอวี้หลินที่ตั้งอยู่นอกเมืองหลวงราวสามสิบหลี้ แล้วรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นในจวน และทุกครั้ง…สวีเฟิ่งเยี่ยนถามประโยคเดิม

“ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้าง” น้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาแข็งเครียดทุกครั้งอู่ถงก้มหน้ารายงานอย่างซื่อสัตย์

“ฮูหยิน…สบายดีมากขอรับ วันนี้นางเพิ่งปลูกต้นโบตั๋นเพิ่มด้วยตัวเอง หลังจากจัดการบัญชีของเรือนเหลียนฮัวเสร็จแล้ว”

วันถัดมา “ฮูหยินไปคารวะท่านโหวแต่เช้ามืด ท่าทางเรียบร้อยนอบน้อม ท่านโหวให้นางช่วยดูบัญชีสวนสมุนไพรที่ถิงโจวอยู่ครึ่งวันขอรับ”

อีกหลายวันผ่านไป “ฮูหยินกำลังทดลองทำขนมสมุนไพรสูตรใหม่ไปให้ท่านโหวชิม ดูรื่นรมย์มากขอรับ”

และอีกหลายวันต่อมา “วันนี้ท่านโหวให้ฮูหยินไปศึกษาชื่อของสมุนไพรในร้านเหอเซียงหยู่กับท่านหมอเฟิ่งหยวนขอรับ”

ทุกประโยคทำให้คิ้วของเฟิ่งเยี่ยนยิ่งขมวดเข้าหากันขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านปู่ให้หลิงเซียวไปเรียนรู้ชื่อสมุนไพรของร้านจากน้องชายแท้ๆ ของเขา ยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด เดือดจนอยากทุบโต๊ะให้พังเสียให้รู้แล้วรู้รอด

จนในที่สุดเขาต้องถามเสียงต่ำเหมือนพยายามกลั้นโทสะเต็มกำลังแผนจะกดศีรษะนางใต้ปลายเท้าพังไม่เป็นท่า เขาไม่รักนาง แค่ต้องการให้นางจำนน แต่เหตุใดถึงไม่ได้อย่างใจเช่นนี้เล่า?

“แล้วตลอดมานางเคยถามถึงข้าบ้างหรือไม่”

อู่ถงส่ายหน้า เขาเองยังรู้สึกเห็นใจนายขึ้นมาบ้าง คนกล้าทรมานตัวเองนอนในกระโจมในค่ายแสนจะคับแคบ ทั้งร้อยทั้งอับชื้นคงลำบากมาก แต่สิ่งที่ได้กลับตรงข้ามที่คิดเป็นพันหลี้

“ไม่เคยเลยขอรับ”

สวีเฟิ่งเยี่ยนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ปลายนิ้วเคาะโต๊ะดังหนักราวจะเจาะไม้เนื้อแข็งให้ทะลุ สตรีผู้นั้นนางลืมเขาไปแล้วหรือ?!

หรือว่านางไม่เคยใส่ใจเขาแม้แต่น้อย?!

เขาเองยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงร้อนรุ่มนักคงเพราะแผนไม่สำเร็จกระมัง ใช่ น่าจะเป็นเช่นนั้น

“เจ้าไปสืบมาว่าฮูหยินช่วงนี้สนิทกับท่านหมอเฟิ่งหยวนมากเพียงใด” เขาสั่งด้วยอารมณ์พุ่งสูง

“ขอรับ!” อู่ถงรีบรับคำแล้วหายไปอย่างว่องไว ก่อนกลับมาพร้อมรายงานเรื่องราวตลอดครึ่งเดือนของกู้หลิงเซียวในจวนอย่างละเอียดว่าฮูหยินมีความสุขดี รื่นรมย์จนฮัมเพลงได้ทุกวัน ไม่แม้แต่ห่อเหี่ยวชั่วครู่ ต่อให้นางต้องกลับจวนกู้ลำพังไม่มีสามีตามไปนางก็ยังยิ้มแย้มทั้งขาไปและขากลับ แต่เรื่องที่สวีเฟิ่งเยี่ยนฟังแล้วเกิดลมร้อนแล่นออกจากหู คงเป็นช่วงหลายวันนี้ที่กู้หลิงเซียวดูสนิทสนมกับน้องสามีราวกับคุ้นเคยกันมานานแรมปี!

แม่ทัพหนุ่มโมโหขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลจนทหารองครักษ์ทั้งค่ายไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้ทั้งวัน และยังลากยาวไปอีกสองวันเต็ม ๆ จนกระทั่งวันที่สิบเจ็ดที่เขาอยู่ค่าย สวีเฟิ่งเยี่ยนก็ทนไม่ไหว โบกมือสั่งอู่ถงเสียงลั่นราวประกาศศึก

“เตรียมม้า เย็นนี้ข้าจะกลับเรือน!”

อู่ถงถึงกับอ้าปากค้าง “แต่ท่านแม่ทัพ...”

“ข้าจะกลับ นั่นเรือนของข้า!” น้ำเสียงดุดันเหมือนพายุพัดคมดาบ ทำเอาคนทั้งค่ายหน้าถอดสีไปตามกัน

ด้านหลิงเซียวนั้นยามเย็นวันที่สิบเจ็ดหลังแต่งเข้าสกุลสวีลมปลายฤดูฝนพัดเอื่อยผ่านศาลาท้ายเรือน กลิ่นดอกเหมยกุ้ยฮวาลอยบาง ๆ ชวนให้สบายใจ นางนั่งบนเบาะผ้านุ่ม กินผลไม้ไปช้า ๆ กุ้ยหนิงรินชา กุ้ยชิงตรวจผ้าทอจากเรือนใหญ่เตรียมตัดชุดใหม่ ส่วนกุ้ยอิงกำลังเก็บบัญชีที่ท่านโหวมอบหมายให้นางตรวจเข้าไปในห้องหนังสือ

ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบ เย็นใจเพราะไม่มีเงาแม่ทัพสวีให้ต้องระแวง โชคดีจริง ๆ ที่เขาไม่กลับเรือนมาตลอดสิบเจ็ดวัน หลิงเซียวคิดพลางจะหยิบผลไม้เพิ่มแต่โชคดีนี้…

...ดูเหมือนสวรรค์คงให้นางใช้จนหมดแล้ว

เสียงฝีเท้าวิ่งกระหืดกระหอบดังมาตามทาง สาวใช้เวรยามรีบโค้งตัวรายงานด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ

“ฮูหยินเจ้าค่ะ! หน้าประตูจวนใหญ่…ท่านแม่ทัพสวีกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”

กุ้ยอิงชะงัก หันไปด้านตะวันตก กุ้ยหนิงถึงกับมืออ่อน ทำถ้วยชาเอียงไปครึ่งใบ ส่วนกุ้ยชิงหน้าเปลี่ยนสี คงนึกถึงเรื่องสยองเมื่อสองปีก่อนสาวใช้ปีนเตียงท่านแม่ทัพหวังจะได้ดี แต่ถูกฟันคอ หัวขาดตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวขึ้นเตียงด้วยซ้ำ จนเรือนเหลียนฮัวก็กลายเป็นเขตต้องห้ามของหญิงสาวทั้งจวน

“ฮูหยิน…ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว จะออกไปต้อนรับหรือไม่เจ้าคะ” กุ้ยอิงกระซิบถามด้วยหัวใจสั่นไหว

หลิงเซียวหยุดมือ ใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะคิดถึง ไม่ใช่เพราะหวั่นไหวแต่ไม่อยากเจ็บตัวจนกระดูกแทบแหลกต่างหาก เพราะคืนเข้าหอบอกนางได้ดีทีเดียวว่าสวีเฟิ่งเยี่ยนเป็นบุรุษที่กระหายหินกินจุมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ภายนอกนางเพียงกะพริบตาเบา ๆ วางผลไม้ลงอย่างสง่างาม สีหน้านุ่มนวลมั่นคงราวไม่กระทบสักนิด

“ต้องไปสิ” นางตอบด้วยท่าทางสงบสาวใช้ทั้งสามหน้าเสีย เพราะรู้ดีในเมื่อท่านแม่ทัพกลับโดยไม่ส่งข่าวล่วงหน้า มักไม่เคยมีเรื่องดี

ทว่าหลิงเซียวเพิ่งจะขยับตัวไม่ทันถึงสองก้าว เสียงฝีเท้าหนักก็ลอยเข้ามาจากด้านหน้าเรือนแล้ว ฝีเท้า นั้นดังชัดเจนและหนักแน่น ฟังแล้วเย็นยะเยือกจนคนทั้งเรือนแข็งทื่อ

นางคิดในใจว่าตนเองช้าไปแล้วจริง ๆ

อึดใจต่อมา สวีเฟิ่งเยี่ยนก็ก้าวเข้ามาจากลานหน้าเรือน ประตูไม้ถูกบ่าวชายผลักเปิดอย่างลนลานราวกลัวขวางทางจนทำท่านแม่ทัพอารมณ์เสีย เขาเดินเร็วยังกับพายุกรูเข้าบ้าน ไม่แชแม้ครึ่งก้าว มุ่งตรงไปศาลาหลังเรือนที่หลิงเซียวนั่งอยู่

เงาร่างสูงใหญ่ทอดลงบนพื้นก่อนตัวเจ้าของจะโผล่มาเต็ม ๆ ยามนี้สวีเฟิ่งเยี่ยนอยู่ในชุดฝึกเปื้อนฝุ่น ใบหน้าเข้มเคร่งจนบรรยากาศทั้งศาลาหม่นลงครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมดั่งคบเพลิงจ้องผู้เป็นภรรยาอย่างไร้เมตตา

สิ่งแรกที่เขาเห็นฮูหยินคนงามที่เขา’ ตั้งใจ’ ทอดทิ้งไว้ดูท่าทีของนางมาสิบเจ็ดวันแทนที่จะผอมโซร้องไห้ อ่อนแอ หรือล้มหมอนนอนเสื่อ แต่นี่นางกลับนั่งกินผลไม้อย่างเริงรื่น สีหน้าเย็นสงบราวพึ่งกลับจากชมสวน ไม่ใช่สตรีที่ถูกสามีทิ้งเฝ้าเรือนหอแม้แต่น้อย

ความเงียบปกคลุมจนสาวใช้ทั้งสามรวมถึงอู่ถงไม่กล้าหายใจแรงสวีเฟิ่งเยี่ยนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นเหมือนคมดาบ

“มีความสุขจริงนะ…ฮูหยินข้า”

คำพูดเฉือนเนื้อนั้นทำเอาคนทั้งศาลาตัวสั่นยกเว้นหลิงเซียวนางเพียงก้าวออกจากศาลาอย่างอ่อนช้อย ก้มศีรษะอย่างมีมารยาทงดงาม

“หลิงเซียวคารวะท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ” นางยิ้มบาง ๆ สุภาพนุ่มนวล “เรียนท่านแม่ทัพ ข้าสบายดีเจ้าค่ะ ขอบพระคุณที่ท่านใส่ใจ”

ไม่มีอารมณ์ใดในน้ำเสียงให้เฟิ่งเยี่ยนจับได้ทั้งประชดประชัน น้อยอกน้อยใจ หรือตัดพ้อต่อว่า

แต่ท่าทีเย็นสงบนี้ยิ่งทำให้สวีเฟิ่งเยี่ยนเดือดอยู่ในอกนางไม่ตกใจ ไม่ถามว่าทำไมเพิ่งกลับ ไม่แม้เผยรอยยินดีราวกับเขาจะมา หรือไม่มา ก็ไม่สร้างความต่างใดในชีวิตนางเลย

เขาก้าวเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าเหยียบพื้นไม้ดังก้องจนสาวใช้สะดุ้งเป็นระยะ

“กู้หลิงเซียว” เขาเรียกชื่อเต็มเน้นชัดทุกคำ

หลิงเซียวเงยหน้ามอง สายตาสงบไม่หวั่นไหว ไม่ต่อต้าน แต่กลับเหมือนบอกว่าไม่ว่ามีเขาหรือไม่มี นางก็ใช้ชีวิตได้ทั้งนั้น

ริมฝีปากสวีเฟิ่งเยี่ยนกระตุก ก่อนเอ่ยถ้อยคำที่ไม่รู้ว่ามีน้ำหนักจากโทสะที่นางทำเหมือนเขาไร้ค่าหรือความผิดหวังที่แผนบีบนางให้สยบอยู่แทบเท้าของเขาล้มเหลวกันแน่

“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าอยู่ลำพังอีกแล้ว”

กุ้ยอิงสะดุ้ง กุ้ยหนิงหน้าซีด กุ้ยชิงเกือบทำสมุดบัญชีหล่นจนต้องรีบก้มเก็บ

ส่วนหลิงเซียวยังวางสีหน้าสงบเหมือนเดิม เพราะนี่มันเรือนของเขา นางจะค้านอันใดได้ แต่ในใจนั้น…

…สวรรค์…

เกรงว่านับจากนี้ ชีวิตนางคงหมดความสงบสุขแล้วจริง ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 2/2

    “ตอนนี้ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ท่านก็เป็นคนละคนกับวันนั้น ข้าไม่ถือโทษท่านตั้งแต่ปีแรกหลังแต่งงานแล้ว ท่านเปลี่ยนไปมาก…จนข้ารู้สึกว่า หากวันหนึ่งข้าต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีท่าน ข้าคงลำบากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”รอยยิ้มลึกปรากฏบนใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยน เขาเอื้อมมือเกลี่ยไรผมบนลำคอของนาง“จริงสิช่วงหลังมานี้เจ้าเวลาเจ้าโกรธกลับไม่เคยตะโกนคำรุนแรงใส่ข้าแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเพราะเหตุใดกันหรือ”หลิงเซียวหัวเราะหึเบาๆ“ข้าไม่ชอบให้ท่านด่าข้า ดังนั้นข้าจึงไม่ทำแบบนั้นกลับ ข้ากลัวท่านทำข้าเจ็บ ข้าย่อมไม่อยากทำให้ท่านเจ็บเช่นกัน ใจเขาใจเรา…ข้าเชื่ออย่างนั้นมาตลอด”คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นทำให้หัวใจของเฟิ่งเยี่ยนกระตุก เขาดึงมือของนางมากุมไว้ทั้งสองข้าง ราวต้องการยืนยันว่าตนโชคดีนักที่นางให้โอกาสเขา“หลิงเซียว…” เสียงของเขาแผ่วต่ำ เกือบกลายเป็นกระซิบ“ข้าขอบคุณเจ้ามากกว่าใคร ขอบคุณที่อดทน ขอบคุณที่ยังยื่นมือให้คนเช่นข้า”นางยังไม่ทันตอบ ริมฝีปากอุ่นของเขาก็แตะลงบนหน้าผากอย่างนุ่มนวล ก่อนค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะข้างแก้ม สัมผัสนั้นมิได้เร่งรีบ หากแต่แนบแน่นจนหัวใจนางสั่นวูบหลิงเซียวหลบสายตาไม่ได้ เมื่อเขาเอียงหน้าเ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 1/2

    ตอนพิเศษผ่านไปครึ่งปีหลังจากสวีเฟิ่งเยี่ยนกับกู้หลิงเซียวตัดสินใจจับมือกันเดินไปข้างหน้า ชีวิตของทั้งสองสงบมั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กิจการร้านยาเหอเซียงหยู๋ที่เริ่มตั้งหลักได้มั่นคงตั้งแต่ปีก่อน บัดนี้ยิ่งรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ลูกค้าจากเมืองใกล้เคียงแวะเวียนมาซื้อยาล้วนชมว่าตัวยาของร้านคุณภาพดี ซื่อสัตย์ ราคาเหมาะสม ทำให้หลิงเซียวเอ่ยปากปรึกษากับเฟิ่งเยี่ยนต้องให้คนไปเปิดสาขาเพิ่มอีกสองแห่ง เพียงไม่นานชื่อเสียงของร้านก็ขยายไปไกลจนแม้แต่ต่างแดนยังรู้จักร้านขายยาเหอเซียงหยู๋นี้ท่านปู่ในวัยหกสิบสองผู้ดูแลกิจการของตระกูลมาตลอด เห็นงานของหลิงเซียวและเฟิ่งเยี่ยนก้าวหน้าเช่นนี้ก็ยิ่งพอใจ วันหนึ่งท่านเรียกทั้งคู่เข้าจวน พูดอย่างจริงใจว่าต้องการยกกิจการร้านค้าอื่นๆ อีกหลายชนิดให้หลิงเซียวดูแลเพิ่ม ทั้งร้านผ้า ร้านชา รวมถึงโรงเก็บสินค้าของตระกูล เพราะเห็นว่านางมีความสามารถและซื่อสัตย์แต่หลิงเซียวกับเฟิ่งเยี่ยนกลับรีบปฏิเสธโดยพร้อมเพรียง นางเอ่ยกับท่านปู่อย่างสุภาพว่า“กิจการของตระกูลมีมากมาย ข้าไม่อาจรับทั้งหมดไว้ เฟิ่งหยวนจะแต่งฮูหยินในอีกไม่นานนี้แล้ว ท่านปู่ควรมอบกิจการบางส่วนให้

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 2/2

    คืนนั้นหลิงเซียวถูกสามีให้ใช้ปาก ใช้มือ และใช้เรือนกายเอาอกเอาใจอยู่นานเสียหนึ่งชั่วยาม กว่าจะได้เอนกายนอนอย่างสงบ…ก็เป็นครั้งแรกที่เขายอมปล่อยนางหลับก่อนโดยไม่ลากเข้าสมรภูมิรบไปอีกหลายยกวันต่อ ๆ มา ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสงบราบรื่น ร้านเหอเซียงหยู๋และสวนสมุนไพรทั้งในเมืองนอกเมืองอยู่ภายใต้การดูแลของหลิงเซียวเต็มตัว ท่านปู่และผู้อาวุโสในตระกูลสวีทั้งหลายไว้ใจนางอย่างหมดหัวใจสองปีผ่านไป หลิงเซียวรู้ตัวว่าตนเปิดใจให้สามีมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก แม้จะยังไม่ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยคำรักก่อน เฟิ่งเยี่ยนก็ไม่บังคับ เพียงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนจนใครต่อใครลือกันทั่วจวนและในค่ายว่าแม่ทัพอยู่ใต้อำนาจภรรยาอย่างสิ้นเชิงเขากลับยืดอกยอมรับอย่างไม่อาย “พวกเจ้าพึ่งรู้หรือ ข้าอยู่ใต้ฝ่าเท้าฮูหยินมาตั้งนานแล้ว”เสียงโห่แซวตามมาไม่ขาดสาย แต่คนหน้าด้านเช่นเขาหาได้สนใจไม่แม้แต่น้อยคืนนั้นเป็นคืนวสันต์อีกครั้ง คืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท แสงตะเกียงในห้องนอนถูกหรี่จนอบอุ่น เฟิ่งเยี่ยนเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วดึงภรรยาเข้ามากอดจากด้านหลัง กลิ่นสมุนไพรจากเสื้อผ้าของนางทำให้เขาใจอ่อนทันที“วันนี้ข้าคิดถึงเจ้านัก” เขาก้มจุมพิตแผ่นหล

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 1/2

    ตอนจบยามเหยียนลมเย็นพัดเข้ามาทางหน้าต่าง แต่ความร้อนในอกของแม่ทัพสวีกลับเดือดพลุ่งจนหลิงเซียวต้องเหลือบมองอยู่หลายครั้ง หลังคดีในจวนสงบเรียบร้อย ทั้งป้ายวิญญาณถูกตั้งเข้าที่ สุสานมารดาถูกบูรณะเสร็จสิ้น เดิมทีเฟิ่งเยี่ยนคิดว่าเรื่องทุกอย่างสงบแล้วเขากับ หลิงเซียวจะได้ปรับความเข้าใจกันอย่างแท้จริง ทว่า...เจียงถิงถิง...สตรีผู้เป็นเพียงรักเก่าแถมอีกฝ่ายเคยหักหลังเขาอย่างเลือดเย็นไม่พอหลังถูกเขาจับได้นางยังประกาศว่าตลอดมาไม่เคยรักเขามาก่อน ที่คบหาล้วนหลอกใช้ ทำเอาเขาเสียผู้เสียคนเป็นปีกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้แต่คราวนี้พอตนกลายเป็นหญิงหม้ายสามีขับออกจากจวนนางกลับหน้าไม่อายคอยตามตื๊อเขาไม่พอ ยังไปก่อกวนหลิงเซียวถึงที่ร้าน แล้วกล่าวหาว่าฮูหยินเขาใจแคบไม่ยอมให้สามีรับอี๋เหนียง หางานให้เขาโดยแท้คิดว่าจัดการจวี๋ซื่อไปแล้วชีวิตเขาจะสงบสุข ดันลืมจัดการเจียงถิงถิงเสียได้ อาจเป็นเพราะเขาเห็นนางไม่สำคัญกระมังจึงลืมไปง่ายดาย แต่ในยามนี้หลิงเซียวกำลังจ้องเขาตาเขียวปั๊ด เฟิ่งเยี่ยนหายใจไม่ทั่วท้องแล้วจริงๆ“ว่าอย่างไรเจ้าค่ะ จริงหรือที่ท่านแม่ทัพคิดจะรับแม่นางเจียงเป็นอี๋เหนียง?”ขนหลังต

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 2/2

    หลังพวกเขาขุดศพขึ้นมาได้ในคืนนั้น ทุกอย่างก็ประจักษ์แจ้งทั้งหลักฐานและพยาน ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดความจริงได้อีกต่อไป กระดูกที่ถูกพิษจนดำคล้ำ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ยังมองเห็นชัดว่าผู้ตายต้องทรมานเพียงใดก่อนสิ้นใจ ใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยนกับเฟิ่งหยวนขณะยืนมองศพของมารดาถูกยกขึ้นจากดินนั้นซีดเผือดยิ่งกว่าคืนหิมะ ตะเกียงที่จิ่งหมัวมัวถือส่องสว่างเพียงเล็กน้อย แต่ความจริงที่เปิดเผยกลับหนักจนทุกคนแทบหายใจไม่ทั่วท้องรุ่งเช้าวันต่อมา ในช่วงยามอู่ สือซานนำกังลังพร้อมทหารเฝ้าศาลต้าหลี่มาถึงจวนติ้งถิงโหวทันที พวกเขาได้รับคำสั่งจากทางการให้จับกุมจวี๋ซื่ออย่างเร่งด่วนโดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า จวี๋ซื่อที่กำลังนั่งดื่มยาคลายอาการปวดศีรษะอยู่ในห้องโถงยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อบานประตูถูกผลักเปิดกว้าง เสียงประกาศกร้าวดังขึ้น“จวี๋ซื่อ แห่งสกุลสวี รับคำสั่งศาลต้าหลี่ ต้องถูกควบคุมตัวในข้อหาฆ่าคนตาย ปลอมหลักฐาน และปิดบังความผิดของตนมานานหลายปี!”จวี๋ซื่อหน้าเปลี่ยนสีในชั่วพริบตา มือที่ถือถ้วยน้ำชาสั่นจนหกเลอะโต๊ะ นางมองรอบตัวอย่างหาที่พึ่ง แต่บ่าวที่เคยภักดีล้วนหลบสายตาทั้งหมด ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 1/2

    ตอนที่ 30หลังจัดการหลอกให้หลินซื่อออกมาจากจวนสำเร็จ ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่จวี๋ซื่อคาดหวังไว้แต่แรกอันที่จริงนางวางแผนนี้มานานจนแทบจำไม่ได้ว่าวันใดเริ่มคิดอยากกำจัดศัตรูหัวใจตนเองเสียทีวันนั้น จวี๋ซื่อสั่งให้บ่าวที่ไว้วางใจ พาหลินซื่อไปยังบ้านร้างนอกกำแพงเมือง ความเงียบงันของสถานที่เหมาะสำหรับจัดการใครสักคน หลินซื่อเองย่อมไม่คิดว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายในชีวิต ตั้งแต่ออกจากจวนก็ยังคิดว่าจวี๋ซื่อคงหวังดีต่อตนเองจากใจทว่าเมื่อถูกเชื้อเชิญให้นั่งพัก และถ้วยชาถูกยื่นให้ นางก็รับมันมาดื่มด้วยความเกรงใจ ไม่ทันคิดว่ากลิ่นหอมของใบชานั้นแฝงกลิ่นยาพิษที่ร้ายกาจเพียงใด ไม่นานนัก ร่างของหลินซื่อก็ล้มลงอย่างใกล้สิ้นลมหายใจ ดวงตาเบิกขึ้นครั้งสุดท้ายเห็นใบหน้าของจวี๋ซื่อยืนเหนือหัวของตน รอยยิ้มที่เคยเห็นว่าอ่อนหวาน กลับดูเหมือนคนที่รอวันกำจัดศัตรูมานาน“ข้ารอเวลานี้มาหลายปี” จวี๋ซื่อพูดเบาๆ คล้ายพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับคนที่กำลังจะตาย “ในที่สุดก็สมหวังสักครา”พอหลินซื่อสิ้นใจ นางก็สั่งบ่าวชายสามคนให้ช่วยกันย้ายศพไปฝังด้านหลังเรือนร้างราวกับฝังสุนัขหนึ่งตัว แม้แต่ดินที่กลบก็ยังขรุขระราวกับชีว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status