Share

ตอนที่6

last update Last Updated: 2025-12-13 10:35:44

ตอนที่ 6

หลังรับประทานอาหารมื้อแรกในฐานะฮูหยินแห่งเรือนเหลียนฮัวเสร็จ หลิงเซียวรู้สึกเหมือนวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่างไปในคืนเข้าหอกำลังค่อย ๆ กลับคืนร่างอีกครั้ง

“ฮูหยินเจ้าค่ะ” กุ้ยอิงวางชาร้อนลงเบื้องหน้า ทำสีหน้าปั้นยากอยู่มาก เพราะกลัวว่าตนเองพูดออกไปฮูหยินใหม่ของตนจะเสียใจ

“ตั้งแต่เช้าแรกหลังวันแต่งงาน ท่านแม่ทัพออกไปค่ายองครักษ์หน่วยอวี้หลินตั้งแต่ยามต้นยามเฉินเขาก็ยังไม่กลับมาเลยเจ้าค่ะและเอ่อ...คาดว่าจะไม่กลับมาอีกหลายวัน”

ช้อนในมือหลิงเซียวแทบหลุด ไม่ใช่เพราะเสียใจแต่นาง ยินดีแทบโห่ร้อง “เจ้าว่าอย่างไรนะกุ้ยอิงพูดอีกครั้งสิ”

นางถามซ้ำเพื่อให้แน่ใจ น้ำเสียงกลับสดใสกว่าที่ตั้งใจจะควบคุมไว้ไม่ให้เผยความดีใจออกไปให้สาวใช้ทั้งสามได้เห็น

กุ้ยอิงพยักหน้ายืนยันสงสารเจ้านายใหม่เหลือเกินสตรีใดเล่าจะไม่เสียใจที่สามีทอดทิ้งไปตั้งแต่วันแรกหลังผ่านคืนเข้าหอจนป่านนี้ยังไม่กลับมาแล้วคงไม่กลับมาอีกนาน ท่านแม่ทัพช่างใจร้ายเกินไปนัก

“เจ้าค่ะ พี่อู่ถง ทหารรับใช้คนสนิท เพิ่งมาเอาชุดเปลี่ยนไปให้ท่านแม่ทัพเมื่อครู่ก่อนที่ฮูหยินจะตื่น”

ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มทันที แบบห้ามไม่อยู่ “ดียิ่ง…”

แล้วหลิงเซียวก็ชะงัก เพราะทั้งกุ้ยอิง กุ้ยชิง และกุ้ยหนิงมองนางตรง ๆ ราวกับจะบอกว่า ‘ฮูหยินยินดีหรือเจ้าค่ะ?’

โอ้สวรรค์… นางคิดดังไปสินะ?

หลิงเซียวรีบเก็บสีหน้า ย้ำกับตนเองซ้ำ ๆ ว่านับจากนี้ห้ามลืมว่าตนคือฮูหยินแม่ทัพสวี จะดีใจจนออกนอกหน้าที่สามีไม่กลับเรือนเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

นางรีบยกถ้วยชาขึ้นจิบ กระแอมหนึ่งทีเพื่อกู้ฟอร์มในทันที “ข้ากล่าวว่า ‘เช่นนั้นหรือ’ พวกเจ้าฟังว่าอันใดกันหรือทำสีหน้าประหลาดนัก”

พอฮูหยินกล่าวเช่นนั้นทั้งสามสาวใช้รีบหันสบตากันไปมาอยู่อึดใจ ก่อนที่กุ้ยอิงและกุ้ยชิงจะคิดตรงกันนัดว่า ฮูหยินคงลำบากไม่น้อยในคืนเข้าหอพอได้ฟังว่าท่านแม่ทัพจะไม่กลับเรือนอีกหลายวัน จึงได้ยินดีขนาดนี้… เพราะพวกนางแน่ใจว่าตนเองฟังไม่ผิดแถมยังเห็นชัดเจนถึงแววยินดีกระจ่างอีกด้วย

แต่แล้วกุ้ยหนิงที่เด็กที่สุดกลับถามออกมาซื่อ ๆ เพราะไม่รู้เช่นสองคนรุ่นพี่จนถูกกุ้ยอิงตีแขนเตือน

“แต่บ่าวได้ยินว่า ‘ดียิ่ง!’ นะเจ้าค่ะ”

“อย่าพูดซี้ซั้ว!” กุ้ยชิงกระซิบดุอีกคน ส่วนกุ้ยอิงถลึงตาใส่น้องเล็กสุดในพวกนางทั้งสามคนอย่างตำหนิ ตามประสาคนที่เคยอยู่เรือนหลักมาก่อน ต่างจากเด็กสองคนที่เพิ่งขยับจากลานซักล้างขึ้นมาเป็นสาวใช้ประจำเรือน

หลิงเซียวรีบแก้ตัวอย่างว่องไว “ใช่ที่ไหนกัน ข้าจะดีใจที่ท่านแม่ทัพไม่กลับจวนได้อย่างไร ข้ารู้สึกน้อยใจและไม่มั่นคงจะตาย…”

แต่ในใจนางกลับโล่งอกจนเกือบลอยขึ้นฟ้า น้อยใจอันใดกัน ยิ่งเขาไม่กลับนางก็ยิ่งสบายใจนัก!

คิดแล้วยังถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนมองสาวใช้ทั้งสามอย่างสงบขึ้น เพราะกำลังจะกล่าวเรื่องสำคัญ

“ต่อไปพวกเจ้าคงต้องลำบากช่วยข้าอีกมาก ข้ายังใหม่กับจวนนี้ ทั้งเรือนนี้ ทั้งเจ้านายคนอื่น ๆ” น้ำเสียงอ่อนลงอย่างจริงใจ

กุ้ยอิงยิ้มอ่อนโยนก่อนตอบ“ฮูหยินวางใจเถิดเจ้าค่ะ เรือนเหลียนฮัวคือเรือนส่วนตัวของท่านแม่ทัพในยามนี้ก็คือเรือนของท่านด้วย พวกเรานับจากนี้ก็เป็นคนของฮูหยินเช่นกัน”

กุ้ยหนิงพยักหน้าถี่ ๆ สนับสนุนคำของสาวใช้รุ่นพี่ “ใช่เจ้าค่ะ หากไม่มีฮูหยิน พวกเราก็คงเป็นบ่าวลานซักล้างไปทั้งชีวิตดังนั้นนับว่านี้พวกเราคือคนของฮูหยินตลอดไป”

กุ้ยชิงชูกำปั้นเล็ก ๆ อย่างมุ่งมั่น “ข้าก็จะช่วยฮูหยินเต็มที่เจ้าค่ะ!”

เสียงสดใสของสองเด็กสาวทำให้หลิงเซียวอดยิ้มไม่ได้ ความอบอุ่นเล็ก ๆ ผุดขึ้นในใจนางอย่างง่ายดาย

‘ในเมื่อแต่งเข้ามาแล้ว ก็ไม่มีทางหันหลังกลับ’ ถึงจะอยากกลับหลังหันตอนนี้เกรงว่านางจะไม่มีจวนเดิมให้กลับไปอีกแล้ว เพราะท่านพ่อไม่ต้องการ ท่านย่ายิ่งไม่รับคืนมีเพียงสู้ไปให้สุดทาง หากสุดท้ายไม่ไหวจริง ๆ นางก็แค่ขอหย่า

แต่ก่อนจะหย่ากับสามี นางจำต้องมีต้นทุนสำหรับเริ่มชีวิตใหม่เสียก่อน…

รุ่งสางวันถัดมา หมอกอ่อนเหนือจวนติ้งถิงโหวลอยบางราวผืนผ้าขาว หลิงเซียวลุกขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันเปลี่ยนสี นางล้างหน้าเช็ดตัว แต่งกายด้วยกิริยาเรียบนิ่ง กว่าจะเรียบร้อยก็ล่วงไปกว่าครึ่งชั่วยาม

ปลายยามเหม่านางจึงออกเดินตรงไปยังเรือนหลัก มีเพียงกุ้ยอิงติดตามไปด้วย ส่วนกุ้ยหนิงและกุ้ยชิงอยู่ประจำเรือนเหลียนฮัว ทั้งสองก้าวเข้าสู่เขตเรือนใหญ่เพื่อคารวะผู้อาวุโสในจวนเป็นครั้งแรกหลังแต่งเข้าบ้านสามี

ลานหินหน้าศาลากว้างยังเย็นยะเยือก ทว่าหัวใจของกู้หลิงเซียวกลับสงบจนไร้ระลอก คล้ายสระน้ำยามเดือนดับที่ซ่อนปลายกระบี่ไว้ใต้ผิวน้ำ นางรู้ดีว่าตระกูลสวีคือสายหมอหลวงเก่าแก่ เคียงข้างฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์มาหลายชั่วคน

ติ้งถิงโหว ผู้อาวุโสใหญ่แห่งบ้าน นั่งบนเก้าอี้ไม้แกะลายงดงาม ใบหน้าเยือกเย็น สายตานิ่งราวผู้คุมผืนน้ำกว้างที่รับรู้ทุกความสั่นไหวโดยไม่ต้องเอ่ยถาม หลิงเซียวก้าวขึ้นไปคารวะอย่างสง่างาม ช้า พอดี ไม่โอ้อวด

“ลุกขึ้นเถิด หลิงเซียว” เสียงท่านปู่นุ่มลึกแต่ทรงอานุภาพจนทุกคนสำรวม ไม่กล้าแสดงรังเกียจต่อหลานสะใภ้คนโตที่ดูเหมือนยากจน ไม่มีแม้สาวใช้ติดตามจากจวนกู้นั่นก็เพราะท่านโหวดูให้ท้ายนางมากนั่นเอง

“หน้าตาน่าเอ็นดูนักเด็กคนนี้ กิริยาก็งดงาม” ท่านปู่เอ่ยชม ไม่เอ่ยถึงเรื่องหลังวันแต่งงานที่นางไม่อาจมายกน้ำชาคารวะตามธรรมเนียมจนผ่านมาถึงสามวัน

หลิงเซียวเพียงยิ้มบาง น้อมศีรษะกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณท่านปู่ที่เอ็นดูหลิงเซียวเจ้าค่ะ”

อาสะใภ้รอง จวี๋ซื่อ ฮูหยินเอกของท่านอารอง ยิ้มละไม รอยยิ้มงดงามแต่ปิดบังความคิดได้แนบเนียนนัก มองเหมือนเอ็นดู ทว่าแววตากลับประหนึ่งกำลังชั่งน้ำหนักสะใภ้ใหม่อยู่เงียบ ๆ หลิงเซียวรู้สึกถึงปลายหนามจากรอยยิ้มนั้น จึงยิ้มหวานกลับไปแบบไร้เดียงสาให้อีกฝ่ายชมเล่น

อยู่ในอารามแม่ชีมาเก้าปี ไหนจะสกุลกู้ที่บิดาไม่ใส่ใจ มารดาเลี้ยงใจร้าย ท่านย่ายึดแต่ผลประโยชน์การแสร้งไร้เดียงสาตบตาคน นางถนัดนัก

หลิงเซียวเหลือบมองท่านอารอง สวีเฟยเหยา แพทย์หลวงชื่อดัง น้องชายแท้ ๆ ของบิดาของแม่ทัพเฟิ่งเยี่ยนผู้ล่วงลับไปนานปี เขายิ้มอ่อนคืนมา ไม่เห็นเล่ห์เหลี่ยมใด แต่คนเราตัดสินจากแรกพบไม่ได้ ต้องดูกันนาน ๆ

“พักผ่อนจนหายดีแล้วใช่หรือไม่ หลิงเซียว เจ้าพึ่งเข้าบ้านใหม่ท่านอาได้ข่าวว่าเจ้าป่วย” ท่านอารองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอารี

หลิงเซียวรีบประสานมือ ตอบกลับอย่างอ่อนหวาน“ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะท่านอา ขอบคุณที่เมตตาหลานสะใภ้ที่ฝากยาสมุนไพรไปให้”

บรรยากาศยังเรียบลื่นอยู่ไม่นาน ก็ถูกสะกิดให้ค่อย ๆ ร้อน เมื่อเว่ยอี๋เหนียง ภรรยารองของท่านอารองยกชาหอมขึ้นจิบก่อนกระแอมเบา ๆ น้ำเสียงหวาน แต่คำพูดเต็มไปด้วยหนามแหลม

“สะใภ้ใหญ่ของเรานี่ช่างเรียบร้อยเสียจริง สินเดิมก็น้อย คนจากเรือนเดิมก็ไม่ติดตามมาแม้แต่คนเดียว คงต้องปรับตัวหนักหนาแน่แท้”

เว่ยอี๋เหนียงเว้นช่วง ก่อนกล่าวต่อด้วยเสียงหวานลงพิษ“หลังคืนเข้าหอถึงกับล้มหมอนนอนเสื่ออยู่สามวันสามคืน ไม่อาจมายกน้ำชาคารวะผู้ใหญ่ ต้องปรับตัวให้ดีนะ ประเดี๋ยวจะขายหน้าไปถึงแม่ทัพเฟิ่งเยี่ยนหากเรื่องลือออกนอกจวน”

คำเหน็บแนมชัดเจนจนสาวใช้ข้างหลังยังลอบมองหน้ากัน หลิงเซียวก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยสีหน้าไร้เดียงสาแท้าน่าเห็นใจ

“ขอบคุณเว่ยอี๋เหนียงที่ชี้แนะเจ้าค่ะ หลานสะใภ้จะปรับตัวให้มาก”

ติ้งถิงโหวยกถ้วยชาช้า ๆ ก่อนวางลงดัง กึก เบา ๆ แต่กลับทำให้ทุกคนชะงักราวถูก ตวาดใส่ ด้วยกิริยาพร้อมกัน

“เว่ยอี๋เหนียง หลิงเซียวเป็นสะใภ้ที่ข้าเลือกเอง นางจะมีหรือไม่มีอะไร…ไม่ใช่ประเด็น วันก่อนนางเพิ่งผ่านคืนเข้าหอ เจ้าเองก็เป็นสตรี จะไม่เข้าใจนางจริงหรือ”

เว่ยอี๋เหนียงหน้าแข็งค้าง รีบขออภัยเสียงแผ่วก่อนปิดปากสนิท บ้านสามกับบ้านสี่เห็นท่าทีเช่นนั้นก็ไม่กล้าแตะหลานสะใภ้คนโตอีกในเมื่อคนปกป้องคือติ้งถิงโหวทั้งคน

จวี๋ซื่อหลุบตามองถ้วยชาในมือในขณะภายในใจนางกำลังคิดบางสิ่งเงียบงัยส่วนสวีเฟยเหยาก็มองหลิงเซียวด้วยแววเห็นใจ

ส่วนหลิงเซียว…ก้มหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายในใจของนางกำลังยิ้มกว้างท่านปู่นี่ช่างน่ารัก นางควรจดชื่อไว้ในบัญชีลับหมวด ผู้สนับสนุนหลัก สินะ

เมื่อแต่ละคนเผยนิสัย นางเองก็เผยความเงียบเฉียบคม ต้อนรับอย่างมารยาทจนจบ จากนั้นจึงเดินออกจากศาลา กุ้ยอิงรีบตามมากระซิบ

“ฮูหยิน เหนื่อยไหมเจ้าคะ?”

หลิงเซียวหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“ไม่เหนื่อยหรอก แค่รู้สึกว่าบ้านนี้อบอุ่นดี…ทุกคนต้อนรับข้าเต็มที่จริง ๆ”

กุ้ยอิงสะดุ้งเฮือก “เอ่อ…เจ้าค่ะ”

หลิงเซียวก้าวเดินอย่างสงบ แต่ในใจนับรายชื่อผู้คนไปทีละคนว่าใครเป็นใครเว่ยอี๋เหนียงเป็นคนพูดตรงแต่ปากมีพิษ ส่วนจวี๋ซื่อมีรอยยิ้มหวานแต่ใจคำนวณผลได้ผลเสียตลอดเวลา ท่านอารองสวีเฟยเหยาใจดีแต่ต้องสังเกตยาว ๆ ส่วนบ้านสามกับบ้านสี่นั้นเป็นพวกสังเกตคนได้เปรียบ หากใครเสียที สองบ้านนี้จะกระทืบซ้ำทันที กับเหล่าสาวใช้แต่ละคน ยังไม่รู้สังกัดว่าเป็นคนของใครบ้าง และแน่นอนท่านปู่เป็นคนเดียวที่เอ็นดูนางจากใจจริง

เงาของนางทอดยาวตามแสงแดดเงาของสตรีอ่อนโยน…ที่แอบเก็บเขี้ยวไว้ในอกเริ่มชีวิตวันที่สี่ก็สนุกถึงเพียงนี้ อีกหน่อยจะสนุกยิ่งกว่าไหมนะ…

หลิงเซียวส่งยิ้มบางๆ ก่อนเดินกลับเรือนเหลียนฮัว งดงามราวกลีบดอกเหมยลอยตามลม…ทว่าในกลีบเหมยนั้น อาจซ่อนคมมีดไว้ก็ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 2/2

    “ตอนนี้ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ท่านก็เป็นคนละคนกับวันนั้น ข้าไม่ถือโทษท่านตั้งแต่ปีแรกหลังแต่งงานแล้ว ท่านเปลี่ยนไปมาก…จนข้ารู้สึกว่า หากวันหนึ่งข้าต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีท่าน ข้าคงลำบากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”รอยยิ้มลึกปรากฏบนใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยน เขาเอื้อมมือเกลี่ยไรผมบนลำคอของนาง“จริงสิช่วงหลังมานี้เจ้าเวลาเจ้าโกรธกลับไม่เคยตะโกนคำรุนแรงใส่ข้าแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเพราะเหตุใดกันหรือ”หลิงเซียวหัวเราะหึเบาๆ“ข้าไม่ชอบให้ท่านด่าข้า ดังนั้นข้าจึงไม่ทำแบบนั้นกลับ ข้ากลัวท่านทำข้าเจ็บ ข้าย่อมไม่อยากทำให้ท่านเจ็บเช่นกัน ใจเขาใจเรา…ข้าเชื่ออย่างนั้นมาตลอด”คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นทำให้หัวใจของเฟิ่งเยี่ยนกระตุก เขาดึงมือของนางมากุมไว้ทั้งสองข้าง ราวต้องการยืนยันว่าตนโชคดีนักที่นางให้โอกาสเขา“หลิงเซียว…” เสียงของเขาแผ่วต่ำ เกือบกลายเป็นกระซิบ“ข้าขอบคุณเจ้ามากกว่าใคร ขอบคุณที่อดทน ขอบคุณที่ยังยื่นมือให้คนเช่นข้า”นางยังไม่ทันตอบ ริมฝีปากอุ่นของเขาก็แตะลงบนหน้าผากอย่างนุ่มนวล ก่อนค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะข้างแก้ม สัมผัสนั้นมิได้เร่งรีบ หากแต่แนบแน่นจนหัวใจนางสั่นวูบหลิงเซียวหลบสายตาไม่ได้ เมื่อเขาเอียงหน้าเ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 1/2

    ตอนพิเศษผ่านไปครึ่งปีหลังจากสวีเฟิ่งเยี่ยนกับกู้หลิงเซียวตัดสินใจจับมือกันเดินไปข้างหน้า ชีวิตของทั้งสองสงบมั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กิจการร้านยาเหอเซียงหยู๋ที่เริ่มตั้งหลักได้มั่นคงตั้งแต่ปีก่อน บัดนี้ยิ่งรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ลูกค้าจากเมืองใกล้เคียงแวะเวียนมาซื้อยาล้วนชมว่าตัวยาของร้านคุณภาพดี ซื่อสัตย์ ราคาเหมาะสม ทำให้หลิงเซียวเอ่ยปากปรึกษากับเฟิ่งเยี่ยนต้องให้คนไปเปิดสาขาเพิ่มอีกสองแห่ง เพียงไม่นานชื่อเสียงของร้านก็ขยายไปไกลจนแม้แต่ต่างแดนยังรู้จักร้านขายยาเหอเซียงหยู๋นี้ท่านปู่ในวัยหกสิบสองผู้ดูแลกิจการของตระกูลมาตลอด เห็นงานของหลิงเซียวและเฟิ่งเยี่ยนก้าวหน้าเช่นนี้ก็ยิ่งพอใจ วันหนึ่งท่านเรียกทั้งคู่เข้าจวน พูดอย่างจริงใจว่าต้องการยกกิจการร้านค้าอื่นๆ อีกหลายชนิดให้หลิงเซียวดูแลเพิ่ม ทั้งร้านผ้า ร้านชา รวมถึงโรงเก็บสินค้าของตระกูล เพราะเห็นว่านางมีความสามารถและซื่อสัตย์แต่หลิงเซียวกับเฟิ่งเยี่ยนกลับรีบปฏิเสธโดยพร้อมเพรียง นางเอ่ยกับท่านปู่อย่างสุภาพว่า“กิจการของตระกูลมีมากมาย ข้าไม่อาจรับทั้งหมดไว้ เฟิ่งหยวนจะแต่งฮูหยินในอีกไม่นานนี้แล้ว ท่านปู่ควรมอบกิจการบางส่วนให้

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 2/2

    คืนนั้นหลิงเซียวถูกสามีให้ใช้ปาก ใช้มือ และใช้เรือนกายเอาอกเอาใจอยู่นานเสียหนึ่งชั่วยาม กว่าจะได้เอนกายนอนอย่างสงบ…ก็เป็นครั้งแรกที่เขายอมปล่อยนางหลับก่อนโดยไม่ลากเข้าสมรภูมิรบไปอีกหลายยกวันต่อ ๆ มา ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสงบราบรื่น ร้านเหอเซียงหยู๋และสวนสมุนไพรทั้งในเมืองนอกเมืองอยู่ภายใต้การดูแลของหลิงเซียวเต็มตัว ท่านปู่และผู้อาวุโสในตระกูลสวีทั้งหลายไว้ใจนางอย่างหมดหัวใจสองปีผ่านไป หลิงเซียวรู้ตัวว่าตนเปิดใจให้สามีมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก แม้จะยังไม่ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยคำรักก่อน เฟิ่งเยี่ยนก็ไม่บังคับ เพียงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนจนใครต่อใครลือกันทั่วจวนและในค่ายว่าแม่ทัพอยู่ใต้อำนาจภรรยาอย่างสิ้นเชิงเขากลับยืดอกยอมรับอย่างไม่อาย “พวกเจ้าพึ่งรู้หรือ ข้าอยู่ใต้ฝ่าเท้าฮูหยินมาตั้งนานแล้ว”เสียงโห่แซวตามมาไม่ขาดสาย แต่คนหน้าด้านเช่นเขาหาได้สนใจไม่แม้แต่น้อยคืนนั้นเป็นคืนวสันต์อีกครั้ง คืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท แสงตะเกียงในห้องนอนถูกหรี่จนอบอุ่น เฟิ่งเยี่ยนเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วดึงภรรยาเข้ามากอดจากด้านหลัง กลิ่นสมุนไพรจากเสื้อผ้าของนางทำให้เขาใจอ่อนทันที“วันนี้ข้าคิดถึงเจ้านัก” เขาก้มจุมพิตแผ่นหล

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 1/2

    ตอนจบยามเหยียนลมเย็นพัดเข้ามาทางหน้าต่าง แต่ความร้อนในอกของแม่ทัพสวีกลับเดือดพลุ่งจนหลิงเซียวต้องเหลือบมองอยู่หลายครั้ง หลังคดีในจวนสงบเรียบร้อย ทั้งป้ายวิญญาณถูกตั้งเข้าที่ สุสานมารดาถูกบูรณะเสร็จสิ้น เดิมทีเฟิ่งเยี่ยนคิดว่าเรื่องทุกอย่างสงบแล้วเขากับ หลิงเซียวจะได้ปรับความเข้าใจกันอย่างแท้จริง ทว่า...เจียงถิงถิง...สตรีผู้เป็นเพียงรักเก่าแถมอีกฝ่ายเคยหักหลังเขาอย่างเลือดเย็นไม่พอหลังถูกเขาจับได้นางยังประกาศว่าตลอดมาไม่เคยรักเขามาก่อน ที่คบหาล้วนหลอกใช้ ทำเอาเขาเสียผู้เสียคนเป็นปีกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้แต่คราวนี้พอตนกลายเป็นหญิงหม้ายสามีขับออกจากจวนนางกลับหน้าไม่อายคอยตามตื๊อเขาไม่พอ ยังไปก่อกวนหลิงเซียวถึงที่ร้าน แล้วกล่าวหาว่าฮูหยินเขาใจแคบไม่ยอมให้สามีรับอี๋เหนียง หางานให้เขาโดยแท้คิดว่าจัดการจวี๋ซื่อไปแล้วชีวิตเขาจะสงบสุข ดันลืมจัดการเจียงถิงถิงเสียได้ อาจเป็นเพราะเขาเห็นนางไม่สำคัญกระมังจึงลืมไปง่ายดาย แต่ในยามนี้หลิงเซียวกำลังจ้องเขาตาเขียวปั๊ด เฟิ่งเยี่ยนหายใจไม่ทั่วท้องแล้วจริงๆ“ว่าอย่างไรเจ้าค่ะ จริงหรือที่ท่านแม่ทัพคิดจะรับแม่นางเจียงเป็นอี๋เหนียง?”ขนหลังต

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 2/2

    หลังพวกเขาขุดศพขึ้นมาได้ในคืนนั้น ทุกอย่างก็ประจักษ์แจ้งทั้งหลักฐานและพยาน ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดความจริงได้อีกต่อไป กระดูกที่ถูกพิษจนดำคล้ำ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ยังมองเห็นชัดว่าผู้ตายต้องทรมานเพียงใดก่อนสิ้นใจ ใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยนกับเฟิ่งหยวนขณะยืนมองศพของมารดาถูกยกขึ้นจากดินนั้นซีดเผือดยิ่งกว่าคืนหิมะ ตะเกียงที่จิ่งหมัวมัวถือส่องสว่างเพียงเล็กน้อย แต่ความจริงที่เปิดเผยกลับหนักจนทุกคนแทบหายใจไม่ทั่วท้องรุ่งเช้าวันต่อมา ในช่วงยามอู่ สือซานนำกังลังพร้อมทหารเฝ้าศาลต้าหลี่มาถึงจวนติ้งถิงโหวทันที พวกเขาได้รับคำสั่งจากทางการให้จับกุมจวี๋ซื่ออย่างเร่งด่วนโดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า จวี๋ซื่อที่กำลังนั่งดื่มยาคลายอาการปวดศีรษะอยู่ในห้องโถงยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อบานประตูถูกผลักเปิดกว้าง เสียงประกาศกร้าวดังขึ้น“จวี๋ซื่อ แห่งสกุลสวี รับคำสั่งศาลต้าหลี่ ต้องถูกควบคุมตัวในข้อหาฆ่าคนตาย ปลอมหลักฐาน และปิดบังความผิดของตนมานานหลายปี!”จวี๋ซื่อหน้าเปลี่ยนสีในชั่วพริบตา มือที่ถือถ้วยน้ำชาสั่นจนหกเลอะโต๊ะ นางมองรอบตัวอย่างหาที่พึ่ง แต่บ่าวที่เคยภักดีล้วนหลบสายตาทั้งหมด ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 1/2

    ตอนที่ 30หลังจัดการหลอกให้หลินซื่อออกมาจากจวนสำเร็จ ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่จวี๋ซื่อคาดหวังไว้แต่แรกอันที่จริงนางวางแผนนี้มานานจนแทบจำไม่ได้ว่าวันใดเริ่มคิดอยากกำจัดศัตรูหัวใจตนเองเสียทีวันนั้น จวี๋ซื่อสั่งให้บ่าวที่ไว้วางใจ พาหลินซื่อไปยังบ้านร้างนอกกำแพงเมือง ความเงียบงันของสถานที่เหมาะสำหรับจัดการใครสักคน หลินซื่อเองย่อมไม่คิดว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายในชีวิต ตั้งแต่ออกจากจวนก็ยังคิดว่าจวี๋ซื่อคงหวังดีต่อตนเองจากใจทว่าเมื่อถูกเชื้อเชิญให้นั่งพัก และถ้วยชาถูกยื่นให้ นางก็รับมันมาดื่มด้วยความเกรงใจ ไม่ทันคิดว่ากลิ่นหอมของใบชานั้นแฝงกลิ่นยาพิษที่ร้ายกาจเพียงใด ไม่นานนัก ร่างของหลินซื่อก็ล้มลงอย่างใกล้สิ้นลมหายใจ ดวงตาเบิกขึ้นครั้งสุดท้ายเห็นใบหน้าของจวี๋ซื่อยืนเหนือหัวของตน รอยยิ้มที่เคยเห็นว่าอ่อนหวาน กลับดูเหมือนคนที่รอวันกำจัดศัตรูมานาน“ข้ารอเวลานี้มาหลายปี” จวี๋ซื่อพูดเบาๆ คล้ายพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับคนที่กำลังจะตาย “ในที่สุดก็สมหวังสักครา”พอหลินซื่อสิ้นใจ นางก็สั่งบ่าวชายสามคนให้ช่วยกันย้ายศพไปฝังด้านหลังเรือนร้างราวกับฝังสุนัขหนึ่งตัว แม้แต่ดินที่กลบก็ยังขรุขระราวกับชีว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status