แชร์

25

ผู้เขียน: เม็ดขนุน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-24 15:31:05

“ฮูหยินรองอยู่ที่ใดกันเล่า” เมื่อมาถึงด้านหน้าประตูเรือนของลู่ฟางเหนียน ท่านแม่ทัพก็หยุดชะงักแล้วหันกลับไปถามไถ่รุ่นถิงให้ได้คำตอบแน่ชัด

“ฮูหยินรองอยู่ในห้องนอนเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ” รุ่นถิงตอบ

“อืม” บุรุษพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินเข้าไปในเรือนของฮูหยินรองลู่ฟางเหนียนที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย สะอาดสะอ้านตาสมกับเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมโยธาเสียจริงเชียว กวาดสายตาแลรอบ ๆ ด้วยความชื่นชมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นเคาะบานประตูสองสามครั้งเพื่อขออนุญาตคนด้านในเผื่อว่านางอาจอยู่ในสภาพที่มิพร้อมรับแขกก็เป็นได้ “ขอข้าเข้าไปได้หรือไม่ฟางเหนียน”

“เจ้าค่ะท่านพี่” วินาทีแรกที่ขาของบุรุษก้าวไปในห้องนอนของสตรีก็ได้สูดดมกลิ่นหอมที่อบอวลไปด้วยนานาชนิดตีเข้ามาแตะปลายจมูก “ เจ้าเป็นเช่นใดบ้าง”

“ข้าปวดแสบปวดร้อนเหลือเกินเจ้าค่ะท่านพี่” ลู่ฟางเหนียนลุกขึ้นนั่งทำให้ผ้าห่มที่คลุมเนื้อตัวนางอยู่เมื่อครู่หล่นพาดลงด้านข้าง เผยให้เห็นอาภรณ์ตัวบางที่ทอดมองลึกถึงด้านในเรือนร่างบอบบางอย่างชัดเจน

“เหตุใดเจ้ามิแต่งตัวให้เรียบร้อยเล่า” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางรีบหันหลังให้นาง

“ข้าขอโทษเจ้าค่ะท่านพี่ เมื่อครู่ข้ากำลังจะลงไปแช่น้ำเพื่ออบร่ำกลิ่นน้ำหอมจากบุปผา โดยตามตำราของสกุลลู่สตรีต้องสวมใส่อาภรณ์ตัวบางเพื่อให้กลิ่นหอมซึมซับไปจากด้านนอกเข้าไปจนถึงภายในกายเจ้าค่ะท่านพี่ แต่ทว่าขณะที่กำลังจะนำน้ำชามาวางพักไว้ให้พออุ่น ๆ ข้าไม่ทันระวังก็เลยทำกาน้ำหลุดจากมือเจ้าค่ะ ท่านพี่ช่วยทายาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ”

ลู่ฟางเหนียนหัวใจสั่นระรัวกลัวว่าแผนการของรุ่นถิ่นจะไม่สำเร็จแล้วทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางจับได้ว่าทุกอย่างล้วนถูกแต่งขึ้นมามิใช่ความจริงแท้ หากเป็นเช่นนั้นแม้แต่น้ำหน้าของนางคงโดนเกลียดชังจนมิอยากอยู่ร่วมจวนเดียวกันเป็นแน่

“นะเจ้าคะท่านพี่ ข้าปวดแสบปวดร้อนเหลือเกินเจ้าค่ะ” นางร้องขออีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนหมายจะให้เขาเห็นอกเห็นใจ

“อืม” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางรับคำแล้วหย่อนสะโพกลงนั่งบนเตียงข้าง ๆ เรือนร่างบอบบาง ทำให้อีกฝ่ายเผลอคิดไปเองว่าบุรุษอาจแอบมีใจให้ตนแต่มิกล้ากระทำอันใดออกนอกหน้าเพราะติดค้างสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาเอกเป่ยลี่

“นี่ยาเจ้าค่ะ” นางยื่นตลับยาสมุนไพรที่พกมาจากจวนตระกูลลู่ส่งให้แก่ผู้เป็นสามี “ข้าโดนน้ำร้อนลวกจนแดงแสบร้อนไปหมดเลยเจ้าค่ะท่านพี่” ลู่ฟางเหนียนดึงชายอาภรณ์แหวกออกให้เห็นขาเรียวยาวที่เนื้อนุ่ม ๆ สีขาวเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยฤทธิ์ของไอความร้อน

แน่นอนว่าชายอาภรณ์ถูกดึงขึ้นไปจนปรากฏเห็นต้นขาวเนียนซึ่งนั่นเป็นความจงใจของลู่ฟางเหนียน ที่หมายจะยั่วยวนท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางผู้เป็นสามีให้ติดกับ

“อือ” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางใช้นิ้วป้ายลงบนตลับยาสมุนไพรแล้วลูบไล้ทาบริเวณโคนขาขาวเนียนของนางโดยที่สายตาของเขามิได้จ้องมองมันเลยสักนิด…เขาตวัดแลไปทางอื่นจนทำให้นางเริีมรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยกับการคาดคะเนที่ผิดคาดไป “คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรระมัดระวังให้มากกว่านี้เสียหน่อย”

“ท่านพี่เป็นห่วงข้าหรือเจ้าคะ”

“อย่างไรเสียข้าก็รับเจ้าเข้ามาอยู่จวนตระกูลเฉินในฐานะภรรยารอง หากคนจากจวนสกุลลู่หรือผู้อื่นทราบเข้าคงจะหาว่าข้ารังแกเจ้า ดูแลเจ้ามิดีไม่สมกับเป็นสามี” ใช่…ท่านแม่ทัพหาได้เป็นห่วงในฐานะหนุ่มสาวที่มีใจรักใคร่กันไม่ แต่เพียงเพราะทำทุกอย่างด้วยหน้าที่บังคับเท่านั้น

แล้วอย่างไรเล่า…ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางแม้จะจับดาบ จับปืน ฆ่าฟันข้าศึกนับร้อยนับพัน แต่บุรุษอย่างไรก็คือบุรุษ มีสตรียั่วยวนสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์บางเฉียบจนเห็นทรวดทรงองค์เอวทั้งหมดมีหรือจะไม่หวั่นไหว!

“ท่านพี่เจ้าคะ” ลู่ฟางเหนียนรวบรวมแรงกล้าทั้งหมดที่ตนเองมี ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาบุรุษหนุ่มรูปร่างแกร่งกำยำแล้วใช้สองแขนเรียวยาวคล้องคอเขาเอาไว้มิให้หลบหนีพลางบดบี้ริมฝีปากสบถจูบ

“ทำอันใดของเจ้าฟางเหนียน” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางรีบผลักตัวนางออกอย่างไม่ลังเล “เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร รู้ตัวหรือไม่ว่าทำอันใดลงไป”

“ข้ารู้ตัวและมีสติสัมปชัญญะครบทุกประการเจ้าค่ะ ท่านพี่เจ้าขา ข้ากับท่านพี่เราสองคนก็แต่งงานกันมาครึ่งเดือนแล้วนะเจ้าคะ ทว่าเรายังไม่เคยเข้าหอด้วยกันสักครั้งเลย ท่านพี่มิเคยปฏิบัติต่อข้าเช่นที่สามีภรรยาปฏิบัติต่อกัน เหตุใดกันเล่าเจ้าคะ?” ลู่ฟางเหนียนย่างกรายลงจากเตียงแล้วเดินเข้าไปใช้ฝ่ามือบอบบางลูบไล้แผงอกแกร่งกำยำของเขาด้วยน้ำเสียงและท่าทีเย้ายวน “ข้าไม่งาม ไม่น่ามองหรือเจ้าคะ ไยท่านพี่ถึงไม่ยอมแตะต้องตัวข้า”

“ไม่ใช่เช่นนั้นฟังเหนียน” ในทางกลับกันลู่ฟางเหนียน หญิงงามผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาสะสวย ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใยตั้งแต่หัวจรดเท้า ยากที่จะหาข้อติเตียนในความงามของนางได้…เพียงแต่เรื่องบนเตียงสำหรับซือหยางแล้วหาใช่ว่าจะสามารถเกิดขึ้นกับผู้ใดก็ได้ไม่

เขาเป็นชายชาตินักรบ หากไร้ซึ่งใจรักใคร่ก็หาได้อยากรังแกสตรีด้วยการหลับนอนจนกลายเป็นข้อผูกมัดกับนางไม่

“แล้วเป็นเช่นใดเล่าเจ้าคะ” นางเลื่อนฝ่ามือลงต่ำ แล้วดึงสายเชือกปลดเปลื้องอาภรณ์ตัวบางหล่นกองอยู่บนพื้น เหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขา “ข้าไม่เย้ายวนใจหรือเจ้าคะ”

“ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขาทำท่าจะก้าวขาออกไปจากห้องนอนแต่ถูกฉุดรั้งด้วยอ้อมกอดของลู่ฟางเหนียนเสียก่อน

“ท่านพี่เจ้าคะ ท่านพี่อย่าทิ้งข้าไปเลยนะเจ้าคะ อยู่กับข้าก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะทำให้ท่านพี่มีความสุขเองเจ้าค่ะ” ฝ่ามือเรียวบางของนางยังคงปัดป่ายอยู่บนแผงอกแกร่งกำยำผ่านอาภรณ์สีเขียวสว่างของสามีไม่เลิก

“หยุดทำเช่นนี้เสียทีลู่ฟางเหนียน” ท่านแม่ทัพจับมือของนางเอาไว้แน่นแล้วกระชากออกอย่างแรง “ในสายตาของข้าเจ้ายังคงเป็นสตรีชนชั้นสูงผู้งามพร้อมเช่นเดิม เป็นเช่นนั้น…ข้าขอได้หรือไม่ฟางเหนียนเจ้าอย่าปฏิเสธตัวไร้ค่าเยี่ยงนี้เลยเพราะมันทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนจนไม่อยากอยู่ร่วมจวนเดียวกันกับเจ้า”

“การที่ข้าปรารถนาจะหลับนอนกับสามีตัวเองมันเป็นเรื่องสะอิดสะเอียนถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ” นางไม่เข้าใจ

“ปล่อยข้าฟางเหนียน” ท่านแม่ทัพสั่งเสียงเข้ม

“ไม่ปล่อยเจ้าค่ะ” นางยังคงยืนยันคำเดิม

“อย่าให้ความรู้สึกนับถือ ความรู้สึกชื่นชม ความรู้สึกดี ๆ ในฐานะมิตรสหายที่ข้ามีให้เจ้ามันต้องหมดสิ้นไปเพียงเพราะเหตุนี้เลย ข้าเคยบอกมิเคยบอกเจ้าหรือฟางเหนียนว่าหัวใจของข้าดวงนี้ได้ยกให้กับสตรีจากต่างแคว้นเป็นผู้ครอบครองไปเสียนานนมแล้ว และที่เจ้ายังสามารถใช้ตำแหน่งฮูหยินรองแม่ทัพของจวนตระกูลเฉินได้อีกก็ด้วยหน้าที่บีบบังคับทั้งสิ้น” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางดันเรือนร่างของนางให้ออกห่างจากกาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   35

    หากจะพูดว่าเขาเข้าใจหัวอกและเข้าใจความรู้สึกของท่านแม่ทัพดีก็ย่อมได้ เพราะเขาอยู่รับใช้ท่านแม่ทัพมาตั้งแต่พอรู้ความ เขาจึงได้มั่นใจนักมั่นใจหนาว่าท่านแม่ทัพหาได้มีความสามารถมากพอที่จะตัดไฟรักต่อฮูหยินเป่ยลี่ได้เลยสักครั้งปากที่บอกว่าเกลียดนางหนักหนา ทว่าพอลับสายตาผู้คนกลับนอนซม น้ำตาไหลรินอยู่บนเตียงที่เคยใช้หลับนอนกับอีกฝ่าย ตั้งแต่เป่ยลี่จากไป ไม่เคยเลยสักครั้ง เจิ่งฟู่ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพหลับเต็มตาได้เลยสักครั้ง…“ขอบใจเจ้ามาก ข้าวานเจ้าอีกเรื่องเจิ่งฟู่ อยู่เฝ้าอารักขาด้านหน้าประตูเรือนอย่างกวดขันอย่าให้ผู้ใดสามารถย่างกรายเข้ามายุ่งวุ่นวายหรือสร้างความรำคาญใจแก่ข้าไม่เว้นแม้กระทั่งฮูหยินลู่ฟางเหนียนหรือท่านแม่” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางค่อนข้างมั่นใจว่าการปรากฏตัวของเป่ยลี่ในครั้งนี้ ลู่ฟางเหนียนและรุ่นถิงจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่ พวกนางคงหาหนทางทำให้เป่ยลี่ออกไปจากจวนตระกูลเฉินโดยเร็วและรีบส่งข่าวหาทั้งสองคนที่อยู่ ณ จวนสามีท่านอาหญิงให้กลับมาช่วยสมทบเป็นกำลังเสริม เพราะอย่างไรสี่หัวก็ย่อมดีกว่าสองหัว! “อ๊วก!” ขณะที่ท่านแม่ทัพกำลังยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบดื่มเพื่อดับกระหาย ทว่า

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   34

    กิริยาใดที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นจากนาง นางกลับทำได้ดีเสียทีเดียวราวกับมันคือตัวตนที่แท้จริงของนาง หาได้ดูฝืนเหมือนตอนที่เขาพบเจอนางครั้งแรกไม่“ท่านอาหมอมาแล้วขอรับท่านแม่ทัพ” เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทรีบเชิญท่านอาหมอซึ่งเป็นหมอหลวงประจำราชสำนักเข้าไปด้านในเพื่อตรวจดูอาการสตรีคนรักของเจ้านาย“ท่านอาหมอช่วยตรวจดูอาการของนางด้วยเถิดขอรับ จู่ ๆ นางก็เป็นลมไม่ได้สติ ข้าพยายามเรียกเท่าใดนางก็ไม่ตื่นขอรับ” เห็นได้ชัดว่าในแววตาของท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางเป็นห่วงสตรีผู้นั้นมากถึงเพียงใดก็ยิ่งทำให้ลู่ฟางเหนียนรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจขึ้นไปใหญ่“เป็นเช่นใดบ้างเจ้าคะท่านอาหมอ สตรีผู้นี้ตายแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ลู่ฟางเหนียนชะเง้อหน้าถามหมอหลวงในราชสำนักที่สามีของนางอุตส่าห์ให้ไอ้เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทแบกหน้าไปรับเขามาจากจวนเพื่อรักษาสตรีน่าเกลียดผู้นี้!หากเป่ยลี่ตายไปเสียได้ก็ดีจะได้ไม่อยู่เป็นมารหัวใจพรากความสุขในชีวิตของนาง! เสียดายนัก! ไยท่านย่าต้องเรียกตัวมารดาและน้องสาวสามีไปหาในเวลาหน้าซิ่วหน้าขวานเช่นนี้ด้วยเล่า! มิเช่นนั้นพวกนางคงจะมิยอมแม้กระทั่งให้สตรีน่าเกลียดผู้นี้ย่างกรายเข้ามาในจวนตระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   33

    “เป่ยลี่!” นางหมดสติล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ จะให้เขาใจไม้ไส้ระกำยืนมองดูเฉย ๆ โดยที่ไม่รู้สึกรู้สาอันใดก็หาใช่ความไม่ จริงอยู่ที่ท่านแม่ทัพโกรธแค้นในสิ่งที่นางกระทำต่อเขามากมายเพียงใด ทว่าหัวใจของเขาก็ไม่เคย ไม่เคยที่จะตัดขาดเยื่อใยรักที่มีต่อนางได้เลยสักครั้งเช่นกัน “ท่านพี่เจ้าคะ!” ลู่ฟางเหนียนพยายามรั้งตัวสามีเอาไว้ “ท่านพี่ลืมสิ้นแล้วหรือเจ้าคะว่านางทำเช่นใดกับท่านพี่บ้าง นางลักลอบได้เสียกับชายชู้แล้วพาหนีตามกันไปนะเจ้าคะ" ลู่ฟางเหนียนกลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางและท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางผู้เป็นสามีที่กำลังพัฒนาอย่างเรื่อย ๆ จะล่าถอยหรือหยุดชะงักเพราะนางสตรีคนนี้น่ะสิการกลับมาของฮูหยินเป่ยลี่ครั้งนี้ สร้างความหวั่นอกหวั่นใจแก่ลู่ฟางเหนียนยิ่งนัก เพราะนางเกรงว่าเก้าอี้ตำแหน่งภรรยาเอกท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางของนางจะเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว “ปล่อย!” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางสลัดตัวลู่ฟางเหนียนให้ออกห่างกาย ก่อนจะรีบช้อนตัวเรือนร่างบอบบางของเป่ยลี่เข้าไปด้านในเรือนหอ วางนางลงบนเตียงนุ่มที่เขาไม่เคยให้สตรีนางใดเข้ามาร่วมหลับนอนด้วยกันเลยสักครั้ง “เป่ยลี่…เป็นเช่นใดบ้าง”

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   32

    เป็นเช่นนั้นเสนาบดีกรมโยธาจึงมอบทรัพย์สินเงินทองให้ทั้งสองไปตั้งตัวสร้างครอบครัวด้วยกันจำนวนหนึ่ง นั่นทำให้ลู่ฟางเหนียนซึ่งตอนนั้นอายุเพียงสิบสี่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก นางจึงหาหนทางเข้าหาท่านนายอำเภออยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ กระทั่งใช้วิธีวางยาปลุกกำหนัด แสร้งร้องห่มร้องไห้ว่าตนโดนพี่เขยบังคับขืนใจ ทำให้สองพี่น้องมีปากเสียงกันอยู่สักระยะ...และในที่สุดฟางซินก็ต้องกลายเป็นหญิงหม้ายทั้ง ๆ ที่เพิ่งตบแต่งกันไม่ถึงครึ่งค่อนเดือนด้วยซ้ำทำให้ข่าวที่ว่า บุตรสาวทั้งสองคนของเสนาบดีกรมโยธาสกุลลู่ ลู่ฟางซินลูกที่เกิดจากเมียบ่าว และ บุตรสาวอีกคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านหาได้ทราบชื่อเสียงเรียงนามชัดเจนไม่ ใช้ผู้ชายร่วมกันจนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวทะเลาะเบาะแว้งใหญ่โตถูกล่ำลือไปทั่วชานเมืองในเขตการปกครองของตระกูลลู่ทว่าลู่ฟางเหนียนและมารดาของนางก็ยังไม่ยอมความ วางแผนร้าย จัดฉากว่าลู่ฟางซินแอบลักลอบได้เสียกับบ่าวในจวนตระกูลลู่ซึ่งเป็นสามีของของสาวรับใช้คนสนิทฮูหยินเอก ข่าวยิ่งโหมกระหน่ำถูกพูดกันปากต่อปากถึงการกระทำเยี่ยงหญิงในหอนางโลมของลู่ฟางซิน บุตรสาวคนโต ทำให้ท่านเสนาบดีกรมโยธ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   31

    ด้านหน้าประตูจวนกำลังชุลมุนเพราะมีเกวียนของพ่อค้าแม่ค้าจากแดนไกลเข้ามาค้าขายเครื่องประดับอัญมณีและผ้าแพรผ้าไหมสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า นางจึงใช้จังหวะอลหม่านลักลอบเข้าไปด้านในโดยให้เจียวหลงพักอาศัยอยู่ที่บ้านใกล้ ๆ กับจวนตระกูลเฉินเพราะเกรงว่าหากพาเขาเข้าไปด้วยจะไม่เหมาะสมสักเท่าใดนักเมื่อมีเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้น ทำให้นางได้รู้ว่าตนเองจะต้องเข้มแข็งและลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่าปล่อยให้คนใจร้ายโหดเหี้ยมพรรค์นั้นรังแกอยู่ฝ่ายเดียว...จริงอยู่คราก่อนนางอาจยินยอม ไม่โต้เถียง อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเพื่อหวังว่าวันข้างหน้าคงได้ปรองดองกันเสียที ทว่านี่ถึงขั้นฆ่าแกง หมายหัวจะเอาชีวิต นางคงนิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หาไม่เช่นนั้นนางคงจะไม่กล้ากลับไปสู่หน้าท่านพ่อที่มีเกียรติเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหยี่ยชิงอีกตลอดชีพเป็นแน่ใบหน้ามุ่งมั่นเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังกาย กำลังใจเมื่อครู่พลันสลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพราะภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าในขณะนี้สตรีผู้นั้น ลู่ฟางเหนียน ภรรยาที่ถูกแต่งเข้ามาในจวนตระกูลเฉินด้วยสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้กำลังนั่งหน้าระรื่นใช้ฝ่ามือปรนนิบัติพัดวีบีบนวดบ่าสามีอยู่ที่ชานระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   30

    ผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มที่ฮูหยินท่านแม่ทัพ ‘เป่ยลี่’ อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกลางหุบเขา โดยอาสาช่วยงานบ้านงานเรืิอน แบ่งเบาภาระท่านป้าเจียวจินที่เมตตาให้ที่พักพิงและอาหารการกินเท่าที่นางจะทำได้ โดยงานพวกนั้นก็หาได้หนักหนาเกินกำลังสตรีไม่ เพียงลงครัวเป็นลูกมือบ้างในบางครั้ง ปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดพื้นบ้าน รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารไก่ และขอติดตามท่านป้าเจียวจินกับบุตรชายเจียวหลงขึ้นไปบนหุบเขาเพื่อหาพืชสมุนไพรลงมาทำเป็นยาหรือตากแดดขายให้กับพวกพ่อค้าแม่ค้า “ข้าใคร่อยากจะเดินทางเข้าไปในเมืองหลวงเจ้าค่ะท่านป้า” ฮูหยินเป่ยลี่อดใจรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว นางไม่เข้าใจเสียจริง ระยะเวลาเวลาก็ผ่านมาร่วมหนึ่งเดือนเต็มแล้ว ไยคนของท่านพี่หรือท่านพี่ถึงยังตามหาตัวนางไม่เจออีกเล่า สามีนางเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางคุมกำลังพลนับหมื่นนับแสนนาย มีเส้นมีสายมีอำนาจอยู่ทุกหัวเมือง ผู้ใดต่างก็ให้ความเคารพเขา เรื่องแค่นี้คงมิเหนือบ่ากว่าแรงไม่ใช่หรือ! เมื่อเป็นเช่นนั้นเป่ยลี่จึงตัดสินใจปลอมตัวเข้าไปในเมืองหลวงโดยอาศัยรถม้าของท่านนายอำเภอและมีเจียวหลงบุตรชายวัยสิบสามขวบของท่านป้าเจียวจินขอติดตามไปด้วยเพราะเป็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status