Teilen

24

last update Veröffentlichungsdatum: 24.08.2026 15:30:59

“…” เป่ยลี่นิ่งเงียบ

“ที่บ่าวพูด บ่าวเตือนเพราะบ่าวเป็นห่วงคุณหนูนะเจ้าคะ จนถึงตอนนี้คนในจวนตระกูลเฉินทั้งฮูหยินซูเจียวและคุณหนูซูฮวาเองก็น่ากลัวขึ้นทุกทีทุกที พวกเขาเล่นงิ้วแสดงบทบาทคนดีต่อหน้าท่านแม่ทัพ แต่พอลับหลังกลับกลั่นแกล้งรังแกคุณหนูสารพัด เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยนะเจ้าคะว่าแผนการต่อไปของพวกเขาจะเป็นเช่นใด จะอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ก็มิมีใครรู้…คราวแรกบ่าวก็คิดว่าหากท่านแม่ทัพกลับมา อย่างไรเราสองคนคงได้พึ่งใบบุญท่านแม่ทัพ ทว่าพอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นทุกอย่างมันประติดประต่อกันลงตัวเสียเหลือเกิน เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยนะเจ้าคะคุณหนู”

หลิ่งจินเองก็ติดตามฮูหยินเหวินเป่ยลี่ออกเดินทางจากจวนตระกูลเหวิน ต้องเดินทางข้ามแม่น้ำ ข้ามภูเขาหลายชั่วยามเพื่อตบแต่งเข้าจวนสามี ทว่าตอนนี้กลับหันหน้าแลหลังมิสามารถไว้เนื้อเชื่อใจผู้ใดได้เลยสักคน มันช่างรู้สึกน่าหดหู่ใจยิ่งนัก

“ขอบใจมากหลิ่งจิน ขอบใจจริง ๆ ขอบใจที่เจ้าคอยอยู่ข้าง ๆ ข้าไม่ว่าในยามที่ข้าสุขหรือยามที่ข้าทุกข์…เจ้าเป็นคนที่ข้าไว้ใจมากที่สุด ขอบใจเจ้ามาก ขอบใจมากจริง ๆ” เป่ยลี่โถมเข้าใส่เรือนร่างของสาวรับใช้คนสนิท แล้วโอบกอดนางเอาไว้

สำหรับเป่ยลี่แล้วหลิ่งจินเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เปรียบเสมือนพี่สาว เปรียบเสมือนเพื่อน เปรียบเสมือนพ่อ เปรียบเสมือนแม่ที่คอยดูแลนางไม่ว่าจะเป็นยามเจ็บป่วยหรือตกทุกข์ได้ยากสักเพียงใดก็ยังมีหลิ่งจินอยู่เคียงข้าง เป็นคนที่นางไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุดสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องอย่างไม่มีปิดบัง เป็นอีกที่พึ่งทางจิตใจที่นางอยู่ด้วยแล้วรู้สึกปลอดภัย…

“เจ้าค่ะคุณหนู หากเหนื่อยล้าจนทนไม่ไหวก็กลับจวนตระกูลเหวินของเรานะเจ้าคะ บ่าวไม่อยากเห็นคุณหนูต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้อีกแล้วเจ้าค่ะ” หลิ่งจินเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปลูบแผ่นหลังเรียบเนียนผ่านอาภรณ์สีฟ้าครามของนางเบา ๆ

“อือ”

เอี๊ยด! เสียงล้อรถม้าที่ถูกเบรคอย่างกะทันหันทำให้ทั้งสองคนซึ่งกำลังนั่งปลอบใจกันอยู่ผละออก แล้วรีบเปิดม่านชะโงกออกไปดูสถานการณ์ด้านนอกว่าเกิดอันใดขึ้น

“คุณหนูเจ้าคะ หลบเข้ามาข้างในก่อนเจ้าค่ะเผื่อด้านนอกมีอันตราย เดี๋ยวบ่าวจะเป็นคนลงไปดูเองเจ้าค่ะว่าเกิดอันใดขึ้น”

“ระวังตัวด้วยนะหลิ่งจิน”

“เจ้าค่ะคุณหนู” จากนั้นหลิ่งจินก็เดินลงจากรถม้า

ทว่า…สถานการณ์ข้างนอกกลับเงียบเชียบไม่มีแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของผู้ใดจนดูผิดสังเกตจึงทำให้เป่ยลี่ค่อย ๆ แง้มผ้าม่านเปิดออกเล็กน้อย แต่กลับพบว่า!

ไม่มีผู้ใดอยู่ด้านนอกเลยสักคน เหลือเพียงเรือนร่างไร้วิญญาณของบ่าวรับใช้ที่ล้มตายระเนระนาอยู่บนพื้นถนนเท่านั้น…

“หลิ่งจิน ได้ยินข้าหรือไม่” ด้วยความที่นางเป็นห่วงสาวรับใช้คนสนิท เป่ยลี่จึงตัดสินใจเปิดประตูแล้วก้าวขาลงมาจากรถม้า นางเดินย่องอ้อมไปรอบ ๆ โดยไม่ลืมที่จะคว้าท่อนไม้ขนาดกลางยึดถือเอาไว้เพื่อป้องกันความปลอดภัยของตนเอง

“…”

“ฮึก…” นางยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งขึ้นมาป้องริมฝีปากด้วยความตกใจเมื่อเห็นคราบเลือดที่เลอะเปรอะเปื้อนอาภรณ์ของบ่าวรับใช้ทุกนายซึ่งติดตามรถม้าของนางมา…พวกเขาบ้างถูกลูกศรทิ่มแทงเสียบทางด้านหลังทะลุขั้วหัวใจ หรือไม่ก็ใช้คมมีดกรีดฟันจนเป็นรอยเหวอะหวะ

เป็นฝีมือของผู้ใดกัน!!! ผู้ใดกันที่กล้ากระทำเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิตฆ่าคนเป็นผักเป็นเบือเช่นนี้ได้ลงคอ!! หรือจะเป็นพวกโจรดักปล้นเกวียนพ่อค้าแม่ค้าเช่นนั้นหรือ? แล้วเหตุใดมันถึงหายไปเล่า มิได้รื้อค้นสิ่งของ ฉวยเอาทรัพย์สินมีค่าแม้แต่ม้าไปสักตัวเดียว

เหตุการณ์นี้มีหลายอย่างไม่ชอบมาพากล หรือว่าจุดประสงค์ของพวกมันมิใช่เพียงปล้นฆ่าชิงทรัพย์จากพวกพ่อค้าแม่ค้าและเศรษฐีที่ลากเกวียนผ่านไปมาแต่เป็นนางเช่นนั้นหรือ!!!

“อื้อ!!!” มีมือของใครบางคนเอื้อมเข้ามาจากทางด้านหลังแล้วใช้ผ้าซึ่งป้ายสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทำให้วิงเวียนศรีษะอุดรูจมูกของนางจนหมดสติไปในท้ายที่สุด ก่อนที่จะค่อย ๆ ปล่อยให้เรือนร่างบอบบางหล่นฟุบลงไปนอนราบอยู่บนพื้น

ปั๊ก!!! ฝ่าเท้าของใครคนนั้นวางลงบนบั้นสะโพกกลมมนของสตรีที่หมดสติ จากนั้นจึงใช้พละกำลังถีบอย่างแรงทำให้เรือนร่างบอบบางกลิ้งลงไปตามเนินเขาที่ค่อนข้างลาด…แม้ไม่ถึงตายแต่อาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

“เฮ้ย!” หัวใจของท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางกระตุกวูบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อจู่ ๆ จานใส่พู่กันที่ถูกตั้งวางไว้อย่างมั่นคงเมื่อครู่คว่ำหน้าจนหมึกสีแดงเปรอะเปื้อนชื่อของภรรยาสาวเป่ยลี่ที่เขาเขียนเอาไว้ยามนึกถึงนาง “เป่ยลี่” เขาเริ่มรู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ใคร่ดีสักเท่าใด…ป่านนี้รถม้าของเป่ยลี่ที่ออกเดินทางจากจวนตระกูลเฉินคงจะถึงจวนของท่านอาได้แล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดถึงมิมีนกพิราบส่งข่าวกลับมาตามที่เขาฝากฝังเอาไว้กับบ่าวรับใช้ควบคุมหัวม้าด้านหน้าเล่า

“ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ท่านแม่ทัพช่วยด้วยเจ้าค่ะ ช่วยฮูหยินรองด้วยเจ้าค่ะ” รุ่นถิงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเรือนหอของท่านแม่ทัพและฮูหยินเอกเป่ยลี่ “ฮูหยินแย่แล้วเจ้าค่ะ ช่วยฮูหยินรองด้วยนะเจ้าคะท่านแม่ทัพ” นางพูดจาวกวนไปมาฟังไม่ได้ความ

“เกิดเหตุอันใดขึ้นรุ่นถิง เจ้าช่วยใจเย็นตั้งสติแล้วพูดให้ข้าฟังอีกทีได้หรือไม่ เจ้าพูดจาวกไปวนมาเช่นนี้จะให้ข้าเข้าใจได้อย่างไรกันเล่า”

“ฮูหยิน ฮูหยินรองแย่แล้วเจ้าค่ะ”

“เจ้านายของเจ้าเป็นอันใดไปหรือ เมื่อครู่ที่นำบัวลอยต้มน้ำขิงมาให้ข้ายังดี ๆ อยู่เลยไม่ใช่รึ” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

“ตอนยกบัวลอยต้มน้ำขิงมาให้ท่านแม่ทัพฮูหยินรองของข้ายังสบายดีเจ้าคะ แต่…เมื่อครู่ฮูหยินรองตั้งใจจะต้มชาสมุนไพรซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงสมองและทำให้ท่านแม่ทัพรู้สึกสดชื่นเจ้าค่ะ ทว่าคงจะไม่ทันระวังจึงทำหม้อน้ำชาหกใส่ต้นขากลายเป็นแผลแสบร้อนไปหมดเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพช่วยไปดูฮูหยินรองได้หรือไม่เจ้าคะ” แน่นอนว่าเรื่องที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากของรุ่นถิงล้วนเป็นความจริงแท้ทุกประการ เพียงถูกปรุงแต่งขึ้นในประโยคข้างต้นนั่นก็คือนางไม่ได้ตั้งใจจะต้มน้ำชาสมุนไพรให้ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยาง แต่ทั้งหมดเป็นเพียงแผนการจัดฉากเพื่อล่อเสือเข้าถ้ำต่างหากเล่า

ลู่ฟางเหนียนลงทุนเจ็บตัวเล็กน้อยนำน้ำที่ร้อนขึ้นควันราดใส่หน้าขาตัวเองเพื่อหวังลงทุนจะได้เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั่นก็คือใกล้ชิดกับท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางผู้เป็นสามีในขณะที่ฮูหยินเป่ยลี่ออกไปทำธุระนอกจวนตระกูลเฉินอย่างไรเล่า

“ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางรับคำรุ่นถิงสาวรับใช้คนสนิทของลู่ฟางเหนียน เพราะอย่างไรเขาพานางเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลเฉินด้วยฐานะภรรยาอีกคนหนึ่ง ถึงแม้จะมิได้เกิดจากความเต็มใจแต่เขาก็ต้องให้ความดูแลนางเช่นสามีภรรยาที่ควรปฏิบัติต่อกันมิใช่หรือ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   35

    หากจะพูดว่าเขาเข้าใจหัวอกและเข้าใจความรู้สึกของท่านแม่ทัพดีก็ย่อมได้ เพราะเขาอยู่รับใช้ท่านแม่ทัพมาตั้งแต่พอรู้ความ เขาจึงได้มั่นใจนักมั่นใจหนาว่าท่านแม่ทัพหาได้มีความสามารถมากพอที่จะตัดไฟรักต่อฮูหยินเป่ยลี่ได้เลยสักครั้งปากที่บอกว่าเกลียดนางหนักหนา ทว่าพอลับสายตาผู้คนกลับนอนซม น้ำตาไหลรินอยู่บนเตียงที่เคยใช้หลับนอนกับอีกฝ่าย ตั้งแต่เป่ยลี่จากไป ไม่เคยเลยสักครั้ง เจิ่งฟู่ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพหลับเต็มตาได้เลยสักครั้ง…“ขอบใจเจ้ามาก ข้าวานเจ้าอีกเรื่องเจิ่งฟู่ อยู่เฝ้าอารักขาด้านหน้าประตูเรือนอย่างกวดขันอย่าให้ผู้ใดสามารถย่างกรายเข้ามายุ่งวุ่นวายหรือสร้างความรำคาญใจแก่ข้าไม่เว้นแม้กระทั่งฮูหยินลู่ฟางเหนียนหรือท่านแม่” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางค่อนข้างมั่นใจว่าการปรากฏตัวของเป่ยลี่ในครั้งนี้ ลู่ฟางเหนียนและรุ่นถิงจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่ พวกนางคงหาหนทางทำให้เป่ยลี่ออกไปจากจวนตระกูลเฉินโดยเร็วและรีบส่งข่าวหาทั้งสองคนที่อยู่ ณ จวนสามีท่านอาหญิงให้กลับมาช่วยสมทบเป็นกำลังเสริม เพราะอย่างไรสี่หัวก็ย่อมดีกว่าสองหัว! “อ๊วก!” ขณะที่ท่านแม่ทัพกำลังยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบดื่มเพื่อดับกระหาย ทว่า

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   34

    กิริยาใดที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นจากนาง นางกลับทำได้ดีเสียทีเดียวราวกับมันคือตัวตนที่แท้จริงของนาง หาได้ดูฝืนเหมือนตอนที่เขาพบเจอนางครั้งแรกไม่“ท่านอาหมอมาแล้วขอรับท่านแม่ทัพ” เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทรีบเชิญท่านอาหมอซึ่งเป็นหมอหลวงประจำราชสำนักเข้าไปด้านในเพื่อตรวจดูอาการสตรีคนรักของเจ้านาย“ท่านอาหมอช่วยตรวจดูอาการของนางด้วยเถิดขอรับ จู่ ๆ นางก็เป็นลมไม่ได้สติ ข้าพยายามเรียกเท่าใดนางก็ไม่ตื่นขอรับ” เห็นได้ชัดว่าในแววตาของท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางเป็นห่วงสตรีผู้นั้นมากถึงเพียงใดก็ยิ่งทำให้ลู่ฟางเหนียนรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจขึ้นไปใหญ่“เป็นเช่นใดบ้างเจ้าคะท่านอาหมอ สตรีผู้นี้ตายแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ลู่ฟางเหนียนชะเง้อหน้าถามหมอหลวงในราชสำนักที่สามีของนางอุตส่าห์ให้ไอ้เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทแบกหน้าไปรับเขามาจากจวนเพื่อรักษาสตรีน่าเกลียดผู้นี้!หากเป่ยลี่ตายไปเสียได้ก็ดีจะได้ไม่อยู่เป็นมารหัวใจพรากความสุขในชีวิตของนาง! เสียดายนัก! ไยท่านย่าต้องเรียกตัวมารดาและน้องสาวสามีไปหาในเวลาหน้าซิ่วหน้าขวานเช่นนี้ด้วยเล่า! มิเช่นนั้นพวกนางคงจะมิยอมแม้กระทั่งให้สตรีน่าเกลียดผู้นี้ย่างกรายเข้ามาในจวนตระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   33

    “เป่ยลี่!” นางหมดสติล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ จะให้เขาใจไม้ไส้ระกำยืนมองดูเฉย ๆ โดยที่ไม่รู้สึกรู้สาอันใดก็หาใช่ความไม่ จริงอยู่ที่ท่านแม่ทัพโกรธแค้นในสิ่งที่นางกระทำต่อเขามากมายเพียงใด ทว่าหัวใจของเขาก็ไม่เคย ไม่เคยที่จะตัดขาดเยื่อใยรักที่มีต่อนางได้เลยสักครั้งเช่นกัน “ท่านพี่เจ้าคะ!” ลู่ฟางเหนียนพยายามรั้งตัวสามีเอาไว้ “ท่านพี่ลืมสิ้นแล้วหรือเจ้าคะว่านางทำเช่นใดกับท่านพี่บ้าง นางลักลอบได้เสียกับชายชู้แล้วพาหนีตามกันไปนะเจ้าคะ" ลู่ฟางเหนียนกลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางและท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางผู้เป็นสามีที่กำลังพัฒนาอย่างเรื่อย ๆ จะล่าถอยหรือหยุดชะงักเพราะนางสตรีคนนี้น่ะสิการกลับมาของฮูหยินเป่ยลี่ครั้งนี้ สร้างความหวั่นอกหวั่นใจแก่ลู่ฟางเหนียนยิ่งนัก เพราะนางเกรงว่าเก้าอี้ตำแหน่งภรรยาเอกท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางของนางจะเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว “ปล่อย!” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางสลัดตัวลู่ฟางเหนียนให้ออกห่างกาย ก่อนจะรีบช้อนตัวเรือนร่างบอบบางของเป่ยลี่เข้าไปด้านในเรือนหอ วางนางลงบนเตียงนุ่มที่เขาไม่เคยให้สตรีนางใดเข้ามาร่วมหลับนอนด้วยกันเลยสักครั้ง “เป่ยลี่…เป็นเช่นใดบ้าง”

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   32

    เป็นเช่นนั้นเสนาบดีกรมโยธาจึงมอบทรัพย์สินเงินทองให้ทั้งสองไปตั้งตัวสร้างครอบครัวด้วยกันจำนวนหนึ่ง นั่นทำให้ลู่ฟางเหนียนซึ่งตอนนั้นอายุเพียงสิบสี่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก นางจึงหาหนทางเข้าหาท่านนายอำเภออยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ กระทั่งใช้วิธีวางยาปลุกกำหนัด แสร้งร้องห่มร้องไห้ว่าตนโดนพี่เขยบังคับขืนใจ ทำให้สองพี่น้องมีปากเสียงกันอยู่สักระยะ...และในที่สุดฟางซินก็ต้องกลายเป็นหญิงหม้ายทั้ง ๆ ที่เพิ่งตบแต่งกันไม่ถึงครึ่งค่อนเดือนด้วยซ้ำทำให้ข่าวที่ว่า บุตรสาวทั้งสองคนของเสนาบดีกรมโยธาสกุลลู่ ลู่ฟางซินลูกที่เกิดจากเมียบ่าว และ บุตรสาวอีกคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านหาได้ทราบชื่อเสียงเรียงนามชัดเจนไม่ ใช้ผู้ชายร่วมกันจนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวทะเลาะเบาะแว้งใหญ่โตถูกล่ำลือไปทั่วชานเมืองในเขตการปกครองของตระกูลลู่ทว่าลู่ฟางเหนียนและมารดาของนางก็ยังไม่ยอมความ วางแผนร้าย จัดฉากว่าลู่ฟางซินแอบลักลอบได้เสียกับบ่าวในจวนตระกูลลู่ซึ่งเป็นสามีของของสาวรับใช้คนสนิทฮูหยินเอก ข่าวยิ่งโหมกระหน่ำถูกพูดกันปากต่อปากถึงการกระทำเยี่ยงหญิงในหอนางโลมของลู่ฟางซิน บุตรสาวคนโต ทำให้ท่านเสนาบดีกรมโยธ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   31

    ด้านหน้าประตูจวนกำลังชุลมุนเพราะมีเกวียนของพ่อค้าแม่ค้าจากแดนไกลเข้ามาค้าขายเครื่องประดับอัญมณีและผ้าแพรผ้าไหมสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า นางจึงใช้จังหวะอลหม่านลักลอบเข้าไปด้านในโดยให้เจียวหลงพักอาศัยอยู่ที่บ้านใกล้ ๆ กับจวนตระกูลเฉินเพราะเกรงว่าหากพาเขาเข้าไปด้วยจะไม่เหมาะสมสักเท่าใดนักเมื่อมีเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้น ทำให้นางได้รู้ว่าตนเองจะต้องเข้มแข็งและลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่าปล่อยให้คนใจร้ายโหดเหี้ยมพรรค์นั้นรังแกอยู่ฝ่ายเดียว...จริงอยู่คราก่อนนางอาจยินยอม ไม่โต้เถียง อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเพื่อหวังว่าวันข้างหน้าคงได้ปรองดองกันเสียที ทว่านี่ถึงขั้นฆ่าแกง หมายหัวจะเอาชีวิต นางคงนิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หาไม่เช่นนั้นนางคงจะไม่กล้ากลับไปสู่หน้าท่านพ่อที่มีเกียรติเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหยี่ยชิงอีกตลอดชีพเป็นแน่ใบหน้ามุ่งมั่นเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังกาย กำลังใจเมื่อครู่พลันสลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพราะภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าในขณะนี้สตรีผู้นั้น ลู่ฟางเหนียน ภรรยาที่ถูกแต่งเข้ามาในจวนตระกูลเฉินด้วยสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้กำลังนั่งหน้าระรื่นใช้ฝ่ามือปรนนิบัติพัดวีบีบนวดบ่าสามีอยู่ที่ชานระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   30

    ผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มที่ฮูหยินท่านแม่ทัพ ‘เป่ยลี่’ อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกลางหุบเขา โดยอาสาช่วยงานบ้านงานเรืิอน แบ่งเบาภาระท่านป้าเจียวจินที่เมตตาให้ที่พักพิงและอาหารการกินเท่าที่นางจะทำได้ โดยงานพวกนั้นก็หาได้หนักหนาเกินกำลังสตรีไม่ เพียงลงครัวเป็นลูกมือบ้างในบางครั้ง ปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดพื้นบ้าน รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารไก่ และขอติดตามท่านป้าเจียวจินกับบุตรชายเจียวหลงขึ้นไปบนหุบเขาเพื่อหาพืชสมุนไพรลงมาทำเป็นยาหรือตากแดดขายให้กับพวกพ่อค้าแม่ค้า “ข้าใคร่อยากจะเดินทางเข้าไปในเมืองหลวงเจ้าค่ะท่านป้า” ฮูหยินเป่ยลี่อดใจรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว นางไม่เข้าใจเสียจริง ระยะเวลาเวลาก็ผ่านมาร่วมหนึ่งเดือนเต็มแล้ว ไยคนของท่านพี่หรือท่านพี่ถึงยังตามหาตัวนางไม่เจออีกเล่า สามีนางเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางคุมกำลังพลนับหมื่นนับแสนนาย มีเส้นมีสายมีอำนาจอยู่ทุกหัวเมือง ผู้ใดต่างก็ให้ความเคารพเขา เรื่องแค่นี้คงมิเหนือบ่ากว่าแรงไม่ใช่หรือ! เมื่อเป็นเช่นนั้นเป่ยลี่จึงตัดสินใจปลอมตัวเข้าไปในเมืองหลวงโดยอาศัยรถม้าของท่านนายอำเภอและมีเจียวหลงบุตรชายวัยสิบสามขวบของท่านป้าเจียวจินขอติดตามไปด้วยเพราะเป็

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status