เข้าสู่ระบบตอนที่ 5 ภารกิจ
หลายเดือนต่อมา เรือนตระกูลเหวินมีลูกค้ามากมายทั้งลูกค้าผักและเห็ดทว่าตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทำให้เห็ดฟางเกิดยากกว่าเดิม แม้จะมีความชื้นมากแต่กระนั้นหากฝนตกหนักมาก ๆ ก็อาจทำให้เห็ดเน่าและเสียหายได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการทำอย่างอื่นหากเห็ดเกิดน้อยและดูแลยาก เสี่ยวเถาจึงชักชวนท่านตาและท่านแม่ไปเช่าพื้นที่ปลูกข้าว และปลูกผักใบเขียวส่งให้โรงเตี๊ยมหากมีมากพอก็ส่งไปขายที่หมู่บ้านอื่น
เทียนมู่ไม่เคยขัดจัดให้ตลอดเขาจัดการเช่าพื้นที่ของท่านปู่หมอยาที่บ้านอยู่ฝั่งด้านขวา ยามนี้บุตรชายของเขาได้รับราชการทหารในวังหลวงจึงไม่มีผู้ที่ทำนาได้ เป็นการทำข้าวแบ่งเจ้าของที่โดยที่ไม่เสียเงินสักตำลึงเดียว มีเพียงเมล็ดพันธุ์ข้าวเท่านั้นที่ต้องหามาปลูก เสี่ยวเถาให้ท่านตาวางใจเรื่องเท่านี้เขาจัดการได้
ครอบครัวของเยว่ฉีมั่นคงและร่ำรวยมากกว่าเดิม จนเวลาล่วงเลยมาอีกสองปี ยามนี้เสี่ยวเถาอายุได้ห้าขวบแล้ว เขามองดูว่าวที่ท่านตาทำให้ลอยติดลมบนอยู่บนท้องฟ้า ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนยิ่งอยู่ที่นี่เขายิ่งผูกพันแต่ก็มีช่วงหนึ่งที่คิดถึงแม่ของเขาที่อยู่อีกมิติหนึ่ง ตอนนั้นเองเสียงแว่วผ่านสายลมดังขึ้น
‘เจ้าคิดถึงครอบครัวที่โลกเดิมสินะ หากอยากกลับโลกเดิมไปใช้ชีวิตของเจ้าเหมือนเมื่อก่อน จงทำภารกิจนี้ให้เสร็จแล้วข้าจะส่งเจ้ากลับไปหาแม่ที่แท้จริงของเจ้า’
“ใครนั่นเสียงของผู้ใดกัน”
‘ข้าคือพระเจ้า ที่ส่งเจ้าเข้ามาในโลกของละคร ภารกิจของเจ้าคือการช่วยเหลือครอบครัวเหวินให้มีความสุขและสุขสบายหาบิดาตัวจริงของเสี่ยวเถาให้พบ นั่นคือภารกิจที่เจ้าต้องทำเจ้าเต็มใจจะทำหรือไม่ ?’
“ทำไมข้าต้องตามหาคนที่ทำร้ายจิตใจท่านแม่ และทิ้งท่านแม่ให้เจอความทุกข์ยากด้วยเล่า หากเขารักท่านแม่จริงไม่มีทางที่จะทิ้งท่านแม่ให้อดอยากหรอก ท่านเป็นพระเจ้า อย่างนั้นเรื่องทุกอย่างก็เป็นท่านที่ลิขิตสินะ”
“ฮ่า ฮ่า เจ้านี่นะ...ทำให้ข้าหัวเราะออกมาอย่างง่ายดาย อย่างนั้นหมายความว่าเจ้าไม่ต้องการทำภารกิจและเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่สินะ”
“ขะ ..ข้าขอคิดดูก่อน แม้ว่าข้าจะสงสารท่านแม่เยว่ฉี แต่ข้าก็คิดถึงแม่ของข้าตัวจริงเช่นเดียวกัน ”
“เช่นนั้นอีกสามวันข้าจะมาฟังคำตอบของเจ้าอีกครั้ง ข้าให้เจ้าตามหาแต่มิได้บอกให้เจ้าทำให้ทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันเสียหน่อย เจ้าเองไม่อยากรู้หรือเหตุใดเขาถึงหายตัวไปและทิ้งให้มารดาของเจ้าเลี้ยงดูเจ้ามาตามลำพัง”
“จะเป็นอะไรได้ล่ะ นอกจากความเห็นแก่ตัวและมักมายในกามของบุรุษซึ้งไร้ความรับผิดชอบ ข้าเกลียดเขาตั้งแต่ไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ หากเจอตัวข้าจะแก้แค้นแทนท่านแม่เอง” เสี่ยวเถาโมโหไม่น้อย ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องการมีตัวตนของบิดาเช่นเดียวกัน เพราะโลกปัจจุบันเขาเองก็เป็นเด็กกำพร้า มีเพียงแม่เท่านั้นที่เลี้ยงดูเขามาด้วยความยากลำบากเพียงลำพังทำให้เขาไม่ชอบดูละครเกี่ยวกับความรักหรือละครหลังข่าวเพราะความรักดี ๆ อย่างละครไม่มีอยู่จริง
ขณะนั้นเองเสียงของเยว่ฉีได้ดังขึ้น
“เสี่ยวเถาถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว รีบมากินข้าวกันเถอะ”
“ขอรับท่านแม่” เสี่ยวเถาลุกขึ้นจากแคร่เดินเตร่ ๆ ไปหามารดา
หลังจากกินข้าวเสร็จเยว่ฉีชักชวนเสี่ยวเถาไปที่สวน เทียนมู่ปลูกข้าวโพดในนาข้าวโดยการแย่งทำนาหนึ่งส่วนและทำข้าวโพดขายอีกหนึ่งส่วน เมล็ดพันธุ์หรือแม้แต่ปุ๋ยล้วนเป็นสิ่งที่เสี่ยวเถาบันดาลมาให้ โชคดีที่ไม่มีแมลงระบาดในยุคสมัยนี้จึงไม่ต้องนำยาเคมีของยุคสมัยใหม่มาใช้ ระหว่างเดินทางไปสวนข้าวโพดเสี่ยวเถาจับมือมารดาแน่น เงยหน้าถามด้วยความอยากรู้ความคิดของมารดา
“ท่านแม่ขอรับ ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากจะรู้ท่านแม่พอจะตอบข้าได้หรือไม่ขอรับ”
“เสี่ยวเถาของแม่อยากรู้อะไรหรือ ? แล้วทำไมแม่ผู้นี้จะตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ไม่ได้ลองเอ่ยมาสิ”
“ข้าอยากรู้ว่าท่านพ่อของข้าคือผู้ใดขอรับ ท่านแม่ไม่เคยเอ่ยถึงเลยหรือว่าท่านพ่อเป็นบุรุษที่ชั่วร้าย เป็นโจรป่ามิอาจจะกล่าวถึงได้” เยว่ฉีชะงักเล็กน้อยสองเท้าหยุดเดินทันที ก่อนจะย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของบุตรชาย ยกมือทั้งสองขึ้นจับใบหน้าของบุตรชายเอาไว้แน่นดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“โธ่ ๆ เสี่ยวเถาของข้า ข้าคิดว่าเจ้ามีความคิดที่เติบโตไม่เหมือนเด็กในรุ่นเดียวกัน แท้ที่จริงแล้วเจ้าก็เป็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ เท่านั้น เจ้าอยากรู้และคิดถึงท่านพ่อของเจ้าหรือ ? แต่ว่าสิ่งนี้แม่ไม่สามารถบอกเจ้าได้เพราะว่าแม่เองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าท่านพ่อของเจ้าคือผู้ใด ตั้งแต่วันนั้นที่พบเจอกับบิดาของเจ้า แม่ก็ไม่เคยพบเจอเขาอีกเลยจนจำใบหน้าของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“มิใช่ขอรับ ข้าไม่ได้คิดถึงท่านพ่อ เพียงแค่อยากรู้เท่านั้นเอง อีกอย่างข้านะมีเพียงท่านแม่กับท่านตาก็เพียงพอแล้วขอรับ” เสี่ยวเถาไม่คิดเลยว่าการถามไปตรง ๆ เช่นนี้จะทำให้ท่านแม่ใบหน้าเศร้าหมองลง
“ลูกคือยอดดวงใจของแม่ แม้จะไม่มีบิดาแต่เจ้ายังมีแม่และท่านตาที่มอบความรักความอบอุ่นไม่ต้องการกลัวหากผู้ใดมาต่อว่าเจ้า เจ้าจงตอกหน้ากลับไปเลยว่าทุกวันนี้เจ้ามิได้ด้อยไปกว่าผู้ที่มีบิดา”
“ขอรับท่านแม่” เสี่ยวเถายิ้มกว้างทั้งสองพากันเดินไปจนถึงสวนข้าวโพดเป็นช่วงที่กำลังเก็บเกี่ยวพอดี ท่านตาได้จ้างชาวบ้านสองสามคนมาช่วยกันเก็บผลผลิตและแบกไปส่งขายที่ตลาด
“เยว่ฉีลูกมาพอดี ตอนนี้เก็บข้าวโพดใกล้จะเสร็จแล้ว เจ้าเดินทางไปพร้อมๆ กับลุงเฟยเพื่อไปเอาเงินค่าข้าวโพดและรอข้าอยู่ที่นั่น ข้าจะตามไปอีกประมาณสองกระบุง”
“ท่านพ่อหลังของท่านปวดอยู่อย่าทำเองเลยเจ้าค่ะ สู้จ้างรถม้าให้ขนไปที่ตลาดจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องบ่นปวดหลังยามวิกาล”
“นั่นสิขอรับท่านตา จ้างรถม้าขนข้าวโพดใช้เวลาน้อยกว่าที่ท่านตาจะแบกไปเสียอีก ท่านตาจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น เช่นเล่นว่าวกับข้าขอรับ” เสี่ยวเถาได้ยินตาบ่นในทุก ๆ คืนแทบนอนไม่ได้เพราะทำงานหนักมาโดยตลอด กระดูกเริ่มพุพังตามกาลเวลา เสี่ยวเถามาอยู่ที่นี่ทั้งผูกพันและรักเทียนมู่ราวกับท่านตาของเขาจริง ๆ ไม่อยากให้ท่านตาต้องทำงานหนัก แท้ที่จริงเพียงแค่มีโสมขายตลอดและพืชผักที่ปลูกนั้นก็พอมีประทังชีวิตอย่างไม่อดอยาก ทว่าเทียนมู่เป็นคนขยันไม่หยุดนิ่งอะไรทำได้ก็อยากทำเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้กับเยว่ฉีและเสี่ยวเถา เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เก็บเงินเอาไว้มาก ๆ
“เสี่ยวเถายามนี้เจ้าเติบโตมาจนอายุได้ห้าหนาว ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องเข้าเรียน การเข้าเรียนต้องใช้เงินจำนวนมาก ตาผู้นี้อยากจะให้เจ้ามีอนาคตที่ดีสอบติดบัณฑิตและเป็นขุนนาง ชดเชยสิ่งที่ตาไม่สามารถรถทำได้ในช่วงวัยเดียวกับเจ้า และชดเชยที่ตาไม่สามารถเลี้ยงดูมารดาของเจ้าให้เป็นอย่างดีได้”
“ท่านพ่อเจ้าคะ สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ควรให้มันผ่านไป ส่วนเรื่องเรียนข้าเองก็เตรียมการเอาไว้ให้เสี่ยวเถาแล้ว ทำตามที่ข้ากับเสี่ยวเถาบอกเถอะนะเจ้าคะ หากท่านพ่อไม่สบายมาทุกอย่างที่ทำจะไม่คุ้มค่านะเจ้าคะ”
“เฮ้อ..เอาเช่นพวกเจ้าว่าก็ได้ อย่างนั้นข้าจะไปจ้างรถม้าของเรือนตระกูลจางสักครู่ ส่วนพวกเจ้าจัดการหักข้าวโพดให้เสร็จเร็ว ๆ เสียล่ะก่อนที่ข้าจะกลับมา" เทียนมู่ยอมจำนนทำตามความต้องการของบุตรสาวสั่งงานก่อนจะเดินไปที่หมู่บ้านเพื่อจ้างรถม้าขนข้าวโพดไปขายที่ตลาด
“ท่านตาขอรับข้าไปด้วยคนนะขอรับ ท่านแม่ท่านไปรอที่เรือนเถอะเมื่อไหร่ที่หักข้าวโพดขนขึ้นรถม้าเสร็จข้าจะไปตามท่านที่เรือนนะขอรับ" เยว่ฉีพยักหน้ายิ้มกว้างมองท่านพ่อจับมือบุตรชายตัวน้อยเดินไปตามทาง นางโชคดีจริง ๆ ที่เลือกเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ หากวันนั้นนางเลือกที่จะดื่มยาเพราะสงสารท่านพ่อต้องมีภาระเพิ่มขึ้นเพียงลำพังสองคนยังแทบไม่มีอะไรเลี้ยงท้อง ตั้งแต่ที่นางเลือกเก็บชีวิตน้อย ๆ นี่เอาไว้ชีวิตของนางพลิกผันจนน่าเหลือเชื่อ
ตอนที่ 5 ภารกิจหลายเดือนต่อมา เรือนตระกูลเหวินมีลูกค้ามากมายทั้งลูกค้าผักและเห็ดทว่าตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทำให้เห็ดฟางเกิดยากกว่าเดิม แม้จะมีความชื้นมากแต่กระนั้นหากฝนตกหนักมาก ๆ ก็อาจทำให้เห็ดเน่าและเสียหายได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการทำอย่างอื่นหากเห็ดเกิดน้อยและดูแลยาก เสี่ยวเถาจึงชักชวนท่านตาและท่านแม่ไปเช่าพื้นที่ปลูกข้าว และปลูกผักใบเขียวส่งให้โรงเตี๊ยมหากมีมากพอก็ส่งไปขายที่หมู่บ้านอื่นเทียนมู่ไม่เคยขัดจัดให้ตลอดเขาจัดการเช่าพื้นที่ของท่านปู่หมอยาที่บ้านอยู่ฝั่งด้านขวา ยามนี้บุตรชายของเขาได้รับราชการทหารในวังหลวงจึงไม่มีผู้ที่ทำนาได้ เป็นการทำข้าวแบ่งเจ้าของที่โดยที่ไม่เสียเงินสักตำลึงเดียว มีเพียงเมล็ดพันธุ์ข้าวเท่านั้นที่ต้องหามาปลูก เสี่ยวเถาให้ท่านตาวางใจเรื่องเท่านี้เขาจัดการได้ครอบครัวของเยว่ฉีมั่นคงและร่ำรวยมากกว่าเดิม จนเวลาล่วงเลยมาอีกสองปี ยามนี้เสี่ยวเถาอายุได้ห้าขวบแล้ว เขามองดูว่าวที่ท่านตาทำให้ลอยติดลมบนอยู่บนท้องฟ้า ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนยิ่งอยู่ที่นี่เขายิ่งผูกพันแต่ก็มีช่วงหนึ่งที่คิดถึงแม่ของเขาที่อยู่อีกมิติหนึ่ง ตอนนั้นเองเสียงแว่วผ่านสายลมดังขึ
ตอนที่ 4 อิจฉาหลังจากนั้นทั้งสองพากันเดินไปที่ตลาดเพื่อขายผัก เสี่ยวเถาคิดอะไรบางอย่างได้ในยุคสมัยนี้มีฟางข้าวจำนวนมาก การหารายได้ที่ยั่งยืนก็ดีไม่น้อย หากวันหนึ่งพลังนึกคิดหายไปจะได้ไม่กลับไปลำบากอีก“ท่านแม่ขอรับ ข้าเดินมากับท่านในตลาดแห่งนี้ไม่มีเห็ดขายหรือต้องรอฤดูกาล”“ใช่แล้วเสี่ยวเถาเห็ดจะออกตามฤดูของมันเท่านั้น เมื่อถึงฤดูในตลาดแห่งนี้จะมีเห็ดป่ามากมายวางขายให้เลือกซื้อ”“ข้าคิดอะไรบางอย่างออกขอรับ เราปลูกเห็ดกันดีมั้ยขอรับ ข้ามีแผนการเอาไว้ในใจไว้กลับเรือนแล้วจะเล่าให้ท่านแม่ฟังนะขอรับ”“เสี่ยวเถาเจ้าช่างเก่งและฉลาดรอบรู้ แต่บางครั้งแม่ก็อยากให้เจ้าเป็นเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป เอาล่ะเจ้าคอยแม่ตรงนี้สักครู่แม่เอาผักไปให้ลุงไป๋แล้วจะพาเจ้าไปซื้อขนม” เด็กชายพยักหน้าให้มารดา ยืนรออยู่หน้าโรงเตี๊ยม ครานั้นเองสายตาของเสี่ยวเถาเหลือบไปเห็นป้าอวี้หรานกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทาและมองมาทางตนกับมารดา“เจ้าเห็นหรือว่าตั้งแต่เด็กชายคนนั้นเกิด เรือนแซ่เหวินมีของกินมากมายโสมหายากที่ไม่คิดว่าจะมีในหุบเขาของเรา ครอบครัวนั้นก็มีครอบครอง อีกอย่างเด็กเสี่ยวเถานั่นไม่มีบิดาจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเด็กนั่น
ตอนที่ 3 อย่าให้ผู้ใดรู้3 ปีต่อมา ตอนนี้ต้าหลงได้ออกมาเติบโตข้างนอกหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในท้องมารดามาสิบเดือน ตอนนี้เขาถูกเรียกว่าเสี่ยวเถา ออกมาอย่างง่ายดายไม่ทำให้ท่านแม่เจ็บปวดทรมานอยู่นาน เกิดมามีสุขภาพแข็งแรง และพัฒนาการที่ดีกว่าเด็กที่เกิดรุ่นเดียวกัน ตอนนี้เรือนของเทียนมู่กับเยว่ฉีถูกสร้างขึ้นมาใหม่ บริเวณรอบบ้าน เยว่กับบิดาช่วยกันปลูกผักและเลี้ยงไก่ เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องสงสยเรื่องของกินของใช้ที่ได้มาอย่างไม่มีเหตุผล จนวันหนึ่งช่วงที่เสี่ยวเถาอายุเพียงหนึ่งขวบเขาเดินไปแตะอ่างน้ำที่แห้งเหือดในฤดูแล้ง จนน้ำเต็มอ่างและไม่มีวันแห้งอีก เยว่ฉีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและรู้แล้วว่าบุตรชายคนนี้เกิดมาพร้อมพลังวิเศษ ของใช้และของกินทุกอย่างล้วนเป็นพลังของเด็กชายคนนี้ นางจึงคิดหาหนทาง ที่จะไม่ทำให้ผู้คนสงสัยและปิดซ่อนพลังของบุตรชายเอาไว้ หากชาวบ้านได้เห็นหรือรับรู้มีหวังขับไล่และกล่าวหาว่าบุตรของนางเป็นปีศาจแน่ ๆ“เสี่ยวเถาลูกฟังแม่นะ ห้ามแสดงพลังที่เจ้ามีให้ผู้อื่นเห็นเด็ดขาดแม่กลัวเหลือเกินว่าชาวบ้านจะไม่ใจดีกับเจ้า มีหวังตัวของเจ้าจะถูกจับตัวส่งมอบให้ใต้เท้าผู้ทรงอำนาจเพื่อให้เจ้าดลบัน
ตอนที่ 2 ช่วยท่านแม่เหวินเทียนมู่มิแทบไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง ทำได้เพียงโมโหจนต้องเดินหนีบุตรสาวเพราะไม่กล้าลงมือ บุตรสาวที่เลี้ยงมาอย่างทะนุถนอม เขากลับมาอีกครั้งเมื่อใจเย็นบอกกับเยว่ฉีว่า ให้เก็บเด็กคนนี้เอาไว้โดยไม่เอ่ยปากถามสักคำว่าพ่อของเด็กคือบุตรชายบ้านใดตอนนี้ต้าหลงเรื่องปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้นเขาทำใจยอมรับ ว่าตนเองเป็นบุตรชายกำลังจะเกิดของเหวินเยว่ฉี“ฉันจำได้คุ้น ๆ เหมือนคุณแม่จะเรียกชื่อลูกชายของนางเอกว่าเสี่ยวเถาต่อจากนี้ฉันคือเสี่ยวเถาสินะเอาล่ะหากฉันเป็นลูกของนางเอกจริงๆ ฉันช่วยเหลือเธอเองเพื่อจะได้สุขสบาย” เยว่ฉีเดินไปกินซุปที่ท่านพ่อทำไว้ให้ในนั้นไม่มีเนื้อสัตว์แม้แต่น้อยมีเพียงผักนิดหน่อยและน้ำซุปจำนวนมากเยว่ฉีต้องกินเพื่อประทังชีวิตและกลัวลูกน้อยไม่อิ่มท้องและก็เป็นอย่างที่เธอคิดต้าหลงหรือเสี่ยวเถาไม่อิ่มเลย“กินแต่น้ำซุปอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไรกับเด็กล่ะ สารอาหารคงตกไม่ถึงฉันแน่ ๆ แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรมาเติบโตและแข็งแรง”เสี่ยวเถาคิดในใจครั้นนั้นสายตาพลันมองไปเห็น ไก่กำลังเขี่ยหาอาหารที่นอกชานเรือนในใจเขาคิดว่าหากได้กินไข่ไก่บำรุงสักหน่อยคงดีไม่น้อยทันใดนั้นเ
ตอนที่ 1 ที่นี่ที่ไหน??ครืด ครืด“อึก อื้อ …ทำไมที่นี่มืดจังแถมยังอึดอัดด้วย ฉันกำลังเล่นเกมส์อยู่ในห้องไม่ใช่หรือไงกัน!! โอ้ย ๆ ทำไมปวดหัวแบบนี้ เดี๋ยวสิทำไมทุกอย่างมืดสนิทเหมือนกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ แค่ก ๆ แค่ก ๆ เริ่มหายใจไม่ออก แม่ครับช่วยผมด้วย แค่ก ๆ " ชายหนุ่มพยายามดิ้นรนแหวกว่ายคิดว่าตัวเองกำลังจมน้ำตายอย่างงวยงง แต่ไม่ว่าจะดิ้นไปไหนจะเจอเพียงแต่พื้นที่แคบ ๆ เป็นวงกลมไม่มีทางจะหนีออกได้เลย เขายิ่งกระวนกระวายตกใจกลัว"ทำไมไม่มีที่ออก หรือว่ากำลังฝันใช่แล้วฉันคงไม่ได้นอนและพักผ่อนน้อยทำให้นอนจนฝัน เอ๊ะ..เดี๋ยวนะรู้สึกเหมือนฉันไม่ได้ขาดอากาศหายใจและยังหายใจโล่งอีกด้วย อย่าบอกนะว่าหายใจในน้ำได้ ฮ่า ฮ่า นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันต้องรีบตื่นจากความฝันบ้า ๆ นี่เสียที วันนี้เกมส์จะอัพเดทใหม่ด้วย บอสใหญ่จะลงมาดวงเพื่อให้ชิงรางวัลฉันจะต้องชนะให้ได้ ฮึบ ตื่น ตื่นสิ" เขาพยายามอย่างมากหลับตาลงข่มให้หลับ ทว่าต่อให้ลืมตามากี่ครั้ง ๆ ก็ยังอยู่ที่เดิม"อึก อึก เด็กน้อยแม่ผู้นี้ต้องขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องอดอยากตั้งแต่อยู่ในท้อง เจ้าคงหิวมากสินะ ... เป็นความผิดข้าเองหากวันนั้นไม่ดิ้นรนออกไปเที่ยว ต





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

