登入"ทหาร!" เซี่ยอวิ๋นเฉิงไม่คิดเสียเวลาฟังคำแก้ตัวแม้แต่น้อย
"ลากสตรีผู้นี้ออกไปจากจวนโหว หากนางกล้าเหยียบเข้ามาในเขตจวนแห่งนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ให้จับส่งศาลอาญาในข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในจวนขุนนาง"
"ท่านโหว! ไม่นะเจ้าคะ เสี่ยวเยว่ ช่วยข้าด้วย"
สวี่หลานถูกทหารสองนายหิ้วปีกขึ้นจากพื้น ก่อนลากตัวออกไปทั้งน้ำตา เสียงกรีดร้องโวยวายค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิท
ถูกลากออกจากจวนเป็นครั้งที่สองในเวลายังไม่พ้นหนึ่งวัน
หลินเสี่ยวเยว่ได้แต่มองตามพลางส่ายหน้า
‘เหตุใดต้องลำบากตัวเองเช่นนี้ด้วยนะ’
เมื่อความวุ่นวายสงบลง นางจึงค่อยๆ คลายมือออกจากแขนของเซี่ยอวิ๋นเฉิง ก่อนเงยหน้าส่งยิ้มหวานให้อย่างประจบประแจง
"ขอบพระคุณท่านพี่มากนะเจ้าคะที่ปกป้องข้า ท่านพี่ช่างดียิ่งนัก สมแล้วที่เป็นสามีประเสริฐอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้มมองแขนข้างที่เพิ่งถูกนางปล่อย
ความรู้สึกว่างเปล่าแปลกๆ ผุดขึ้นในใจเพียงชั่วครู่ ก่อนเจ้าตัวจะรีบกดมันลงแล้วปรับสีหน้าให้เรียบตึงดังเดิม
"อย่ามาประจบข้า แล้วเรื่อง ‘รูปวาด’ ของบัณฑิตจางนั่นเล่า"
หลินเสี่ยวเยว่กะพริบตาปริบๆ
เซี่ยอวิ๋นเฉิงหมุนตัวกลับมาจ้องหน้านางเต็มตา น้ำเสียงเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
"มันอยู่ที่ไหน"
‘โอ้โฮ... น้ำส้มสายชูหกทั้งไหแล้วกระมัง’
หลินเสี่ยวเยว่หัวเราะแห้งๆ ก่อนชูสองนิ้วขึ้นราวกับกล่าวคำสัตย์
"ข้าเผาทิ้งไปตั้งแต่น้ำต้มยังไม่เดือดแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ตอนนี้ในหัวของข้า มีแต่ใบหน้าหล่อเหลาของท่านพี่เพียงคนเดียวเท่านั้นจริงๆ เจ้าค่ะ"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงแค่นเสียง "เหอะ" ในลำคอ ราวกับไม่เชื่อคำหวานแม้แต่น้อย
ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยกลับทรยศเจ้าตัวเสียเอง
เขารีบหมุนตัวเดินออกไป
"ข้าจะไปทำงาน เย็นนี้หากข้ากลับมา แล้วพบว่าเจ้าก่อเรื่องอีก ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้าแน่"
"เจ้าค่ะท่านพี่ เดินทางดีๆ นะเจ้าคะ เลิฟยูนะเจ้าคะ"
หลินเสี่ยวเยว่ยกมือโบกไล่หลังอย่างอารมณ์ดี
เซี่ยอวิ๋นเฉิงที่กำลังเดินจากไปพลันชะงักฝีเท้า
‘เลิฟยู’ เขาขมวดคิ้ว ภาษาอะไรกันอีก
ชายหนุ่มหันกลับไปมองภรรยาแวบหนึ่ง เห็นนางยังยืนยิ้มแป้นโบกมือให้เขาอยู่หน้าเรือน จึงรีบหันหน้ากลับแล้วเดินต่อ
แต่คราวนี้... มุมปากของท่านโหวกลับยกสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างปิดไม่มิด
ส่วนหลินเสี่ยวเยว่ที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับไม่ทันสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย
ตกเย็น แสงอาทิตย์อัสดงฉาบทาจวนโหวเป็นสีส้มทอง หลินเสี่ยวเยว่ยืนกอดอกอยู่กลางครัวใหญ่ของจวน ท่ามกลางเหล่าพ่อครัวแม่ครัวที่พากันยืนเหงื่อตก มองหม้อเหล็กใบใหญ่ตรงหน้าด้วยสายตาหวาดหวั่น
"ฮูหยินเจ้าคะ สิ่งนี้กินได้จริงหรือเจ้าคะ" แม่ครัวใหญ่ถามเสียงสั่น พลางมองเครื่องเทศเผ็ดร้อนสารพัดชนิดกับน้ำซุปสีแดงฉานที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่ในหม้อ
"กินได้สิ นี่เรียกว่า ‘หม่าล่าหม้อไฟ’ เป็นตำรับพิสดารจากต่างแดน" หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มร่าอย่างภาคภูมิใจ
นางอาศัยความเป็นนักกินตัวยงจากโลกปัจจุบัน ผสมเครื่องเทศที่พอหาได้ในยุคนี้ ดัดแปลงจนกลายเป็นหม้อไฟรสเผ็ดชาที่ใกล้เคียงกับหม่าล่าในความทรงจำมากที่สุด ทั้งยังตั้งใจทำเพื่อเอาใจสามีโดยเฉพาะ
‘วันๆ กินแต่อาหารรสอ่อน เจอหม่าล่าหม้อนี้เข้าไป รับรองติดใจจนไปไหนไม่รอด’
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยดังมาจากด้านนอกเรือนอาหาร
หลินเสี่ยวเยว่หันไปมองทันที
เซี่ยอวิ๋นเฉิงในชุดลำลองสีเข้มก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ทันทีที่กลิ่นเครื่องเทศหอมฉุนปะทะจมูก คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"เจ้าทำอะไร กลิ่นแปลกประหลาดนัก" น้ำเสียงยังคงเรียบตึงตามนิสัย ทว่าสายตากลับกวาดมองถาดเนื้อแกะหั่นบาง ผักสด และเครื่องเคียงที่จัดเรียงเต็มโต๊ะอย่างสนใจ
"ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ" หลินเสี่ยวเยว่รีบกุลีกุจอเข้าไปหา ช่วยรับเสื้อคลุมจากเขาแล้วส่งให้สาวใช้ ก่อนฉีกยิ้มหวาน
"วันนี้ท่านพี่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ข้าจึงลงครัวทำอาหารพิเศษเพื่อบำรุงร่างกายท่านพี่โดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงปรายตามองหม้อที่กำลังเดือดพล่าน ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทีสง่างาม
"จวนโหวของเราตกอับถึงขั้นต้องให้ฮูหยินลงครัวด้วยตัวเองแล้วหรือ"
"โธ่... ความรักความใส่ใจจากภรรยา ต่อให้มีเงินทองกองเท่าภูเขาก็ซื้อไม่ได้นะเจ้าคะ" หลินเสี่ยวเยว่ตอบกลับทันควันอย่างไม่รู้จักเขินอาย
เซี่ยอวิ๋นเฉิงเหลือบมองนาง
"เจ้านี่ช่างพูดนัก"
"ข้าพูดแต่ความจริงเจ้าค่ะ"
หญิงสาวหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบเนื้อแกะหั่นบางลงไปลวกในน้ำซุปหม่าล่า พอเนื้อสุกได้ที่ก็นำมาวางลงในถ้วยของเขาอย่างเอาอกเอาใจ
"ชิมดูสิเจ้าคะ รับรองว่าอร่อยจนท่านพี่ต้องร้องขอชีวิต เอ้ย! ร้องขอเพิ่ม"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงมองเนื้อในถ้วย ก่อนเงยหน้ามองภรรยาที่กำลังจ้องเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
ตั้งแต่เมื่อวานมาจนถึงวันนี้ สตรีผู้นี้เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน
จากคนที่เคยเห็นหน้าเขาก็เบือนหนี บัดนี้กลับตามประจบเอาใจไม่ห่าง แถมยังลงครัวทำอาหารให้ด้วยตัวเอง
ยิ่งนางทำดีเท่าไร เขากลับยิ่งระแวงมากเท่านั้น
"ข้าไม่ชอบอาหารรสจัด" แม้ปากจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายเซี่ยอวิ๋นเฉิงก็ยกตะเกียบขึ้น คีบเนื้อชิ้นนั้นเข้าปากอย่างเสียไม่ได้
ทว่าเพียงเคี้ยวคำแรก ความเผ็ดร้อนเจือรสชาจากเครื่องเทศผสานกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อแกะพลันกระจายไปทั่วปาก กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้รสชาติที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเด่นชัดยิ่งขึ้น
ดวงตาของท่านโหวขยายขึ้นเล็กน้อย
หลินเสี่ยวเยว่เห็นทุกอย่างเต็มสองตา
‘ฮั่นแน่’
‘อร่อยล่ะสิ’
นางพยายามกลั้นยิ้ม ก่อนเอียงคอถามอย่างซุกซน
"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านพี่ พอกินได้หรือไม่"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงค่อยๆ กลืนเนื้อลงคอ ก่อนปรับสีหน้าให้เรียบตึงดังเดิม
"ก็... พอใช้ได้ ไม่ได้แย่อะไร"
"จริงหรือเจ้าคะ"
"อืม"
ปากบอกเพียง ‘พอใช้ได้’
แต่มือกลับคีบเนื้อชิ้นที่สองลงหม้อ
จากชิ้นที่สองกลายเป็นชิ้นที่สาม...
ชิ้นที่สี่...
แล้วก็ชิ้นที่ห้า...
หลินเสี่ยวเยว่มองตาปริบๆ
‘นี่หรือพอใช้ได้’
เซี่ยอวิ๋นเฉิงยังคงกินต่อราวกับลืมคำพูดของตัวเองไปแล้ว ไม่เพียงคีบเนื้อ เขายังลองทั้งผัก เห็ด และเครื่องเคียงต่างๆ จนแทบทุกอย่างบนโต๊ะพร่องลงอย่างรวดเร็ว
ยิ่งกิน ใบหน้าคมคายก็ยิ่งแดงขึ้นเพราะความเผ็ด เหงื่อเม็ดเล็กซึมตามหน้าผาก แต่ตะเกียบในมือกลับไม่ยอมหยุด
หลินเสี่ยวเยว่นั่งมองสามีปากแข็งกินเอาๆ ด้วยความบันเทิงใจ นางคอยคีบผัก คีบเนื้อ และเติมน้ำชาให้ไม่ขาดมือ
"ค่อยๆ กินนะเจ้าคะ เดี๋ยวจะลวกปากเอา"
"ข้ารู้"
"ท่านพี่ เนื้อชิ้นนี้นุ่มเจ้าค่ะ"
"อืม"
"ลองเห็ดนี่ด้วยสิเจ้าคะ"
หลินเสี่ยวเยว่หมุนตัวกลับมา คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังและมั่นคงนางเดินตรงเข้ามาหาเขาโดยไม่หวั่นเกรงสีหน้าเย็นชานั้นแม้แต่น้อย ก่อนคว้ามือใหญ่ของเซี่ยอวิ๋นเฉิงมากุมไว้แน่นฝ่ามือของนางอุ่นจัด อุ่นเสียจนหัวใจของเขากระตุกวูบ"ฟังข้าให้ดีนะเจ้าคะ ท่านโหว" หลินเสี่ยวเยว่สบตาเขาตรงๆ ก่อนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ"ชีวิตนี้ข้าเป็นคนของท่านโหว ตายไปก็เป็นผีของจวนโหว ใครหน้าไหนอยากจะหย่าก็หย่า แต่ข้า หลินเสี่ยวเยว่... ไม่-หย่า-เด็ด-ขาด"เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งอึ้ง หัวใจในอกซ้ายพลันกระแทกแรงอย่างไม่มีสาเหตุ‘ตายไปก็เป็นผีของจวนโหว...’ถ้อยคำเพียงไม่กี่คำกลับดังวนเวียนอยู่ในหัวจนเขาไม่อาจสลัดทิ้งได้"เจ้า..." เซี่ยอวิ๋นเฉิงเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนถามเสียงเบาลง"เจ้าไม่ได้รักบัณฑิตจางผู้นั้นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวเยว่เลิกคิ้ว"เจ้าเต่าซื่อบื้อนั่นน่ะหรือเจ้าคะ"นางแค่นเสียงในลำคอ ก่อนขยับเข้าใกล้สามีอีกนิด จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ"เทียบกับท่านพี่แล้ว เขาเป็นเพียงเศษฝุ่นริมทาง สามีข้าทั้งหล่อเหลา ทั้งมีอำนาจ สายตาคมกริบ รูปร่างสูงสง่า แข็งแรงกำยำถึงเพียงนี้ ข้าจะทิ้งทองคำแท้ไปคว้าก้อ
"ส่งมา""ไหนบอกว่าพอใช้ได้อย่างไรเล่า" มือที่กำลังยื่นตะเกียบไปคีบเนื้อของเซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันทีเขาเงยหน้าขึ้นมองนาง หลินเสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น"ขำอะไร""เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ขำเลยสักนิด""หลินเสี่ยวเยว่""เจ้าคะ ๆ ข้าไม่ขำแล้ว ท่านพี่กินต่อเถิดเจ้าค่ะ"กว่ามื้อเย็นจะจบลง อาหารบนโต๊ะก็แทบไม่เหลือเซี่ยอวิ๋นเฉิงเอนหลังเล็กน้อย ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอกินอาหารที่บอกว่า ‘พอใช้ได้’ เสียจนเกือบหมด จึงรีบวางตะเกียบแล้วปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมตามเดิม"อืม... รสชาติถือว่าใช้ได้ แก้ขัดยามหิวได้ดี"หลินเสี่ยวเยว่ก้มมองหม้อที่แทบเหลือแต่น้ำซุป‘แก้ขัดยามหิว’‘หากอร่อยจริงๆ ท่านคงกินหม้อเข้าไปด้วยกระมัง’เซี่ยอวิ๋นเฉิงทำเป็นมองไม่เห็นสายตาล้อเลียนของนาง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"เห็นแก่ความตั้งใจของเจ้า เรื่องเมื่อวานข้าจะไม่รื้อฟื้นเอาความอีก""ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพี่"หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มกว้าง ก่อนดวงตาจะกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์โอกาสดีเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไรนางขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ก่อนยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยรอยยิ้มหวาน"แล้ว... คืนนี้ท่านพ
"ทหาร!" เซี่ยอวิ๋นเฉิงไม่คิดเสียเวลาฟังคำแก้ตัวแม้แต่น้อย"ลากสตรีผู้นี้ออกไปจากจวนโหว หากนางกล้าเหยียบเข้ามาในเขตจวนแห่งนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ให้จับส่งศาลอาญาในข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในจวนขุนนาง""ท่านโหว! ไม่นะเจ้าคะ เสี่ยวเยว่ ช่วยข้าด้วย"สวี่หลานถูกทหารสองนายหิ้วปีกขึ้นจากพื้น ก่อนลากตัวออกไปทั้งน้ำตา เสียงกรีดร้องโวยวายค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิทถูกลากออกจากจวนเป็นครั้งที่สองในเวลายังไม่พ้นหนึ่งวันหลินเสี่ยวเยว่ได้แต่มองตามพลางส่ายหน้า‘เหตุใดต้องลำบากตัวเองเช่นนี้ด้วยนะ’เมื่อความวุ่นวายสงบลง นางจึงค่อยๆ คลายมือออกจากแขนของเซี่ยอวิ๋นเฉิง ก่อนเงยหน้าส่งยิ้มหวานให้อย่างประจบประแจง"ขอบพระคุณท่านพี่มากนะเจ้าคะที่ปกป้องข้า ท่านพี่ช่างดียิ่งนัก สมแล้วที่เป็นสามีประเสริฐอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน"เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้มมองแขนข้างที่เพิ่งถูกนางปล่อยความรู้สึกว่างเปล่าแปลกๆ ผุดขึ้นในใจเพียงชั่วครู่ ก่อนเจ้าตัวจะรีบกดมันลงแล้วปรับสีหน้าให้เรียบตึงดังเดิม"อย่ามาประจบข้า แล้วเรื่อง ‘รูปวาด’ ของบัณฑิตจางนั่นเล่า"หลินเสี่ยวเยว่กะพริบตาปริบๆเซี่ยอวิ๋นเฉิงหมุนตัวกลับมาจ้องหน้านางเต็มตา น้ำเส
"ท่านพี่ ข้าทำความดีความชอบ ปราบคนชั่วให้จวนโหว ท่านไม่มีรางวัลให้ข้าสักหน่อยหรือเจ้าคะ"เซี่ยอวิ๋นเฉิงไม่ได้ตอบชายหนุ่มเพียงก้าวเข้ามาหานางช้าๆหนึ่งก้าว...สองก้าว...จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียวหลินเสี่ยวเยว่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา ขณะที่เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนางราวกับต้องการมองให้ทะลุไปถึงความคิดที่ซ่อนอยู่ภายใน"หลินเสี่ยวเยว่ เจ้าเล่นละครอะไรอยู่กันแน่""ข้าไม่ได้เล่นละครนะเจ้าคะ ข้าพูดจริงทุกคำ" หลินเสี่ยวเยว่ยกมือทาบอก ทำตาปริบๆ อย่างจริงใจที่สุด"ต่อให้ฟ้าผ่า หรือโลกนี้ดับสูญ ข้าก็ไม่มีวันหย่า และไม่มีวันทิ้งท่านพี่ไปไหนเด็ดขาด"เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งไป ภรรยาที่เคยมองหน้าเขาราวกับเห็นศัตรู จู่ ๆ กลับยืนประกาศว่าจะไม่ยอมหย่าต่อหน้าเขาเสียอย่างนั้นใบหน้าคมยังคงเย็นชาเช่นเดิม ทว่าใบหูกลับค่อยๆ ร้อนผ่าวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เขากระแอมเบาๆ ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมกว่าเดิม"หวังว่าเจ้าจะจำคำพูดของตัวเองเอาไว้ เพราะหากเจ้าคิดจะหนีอีกแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะหักขาเจ้าเสีย"พูดจบ ท่านโหวหนุ่มก็สะบัดแขนเสื้อ หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ร
หลินเสี่ยวเยว่เบิกตาโพลง มองเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณเหนือศีรษะด้วยความมึนงง กลิ่นกำยานจางๆ ลอยแตะปลายจมูก พร้อมเสียงกระซิบแหลมเล็กข้างหูที่ฟังแล้วชวนให้หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก"เสี่ยวเยว่ มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบขนก้อนทองกับเครื่องประดับหยกพวกนี้ใส่ถุงผ้าเร็วเข้าสิ บัณฑิตจางรอเจ้าอยู่ที่ประตูหลังจวนแล้วนะ"เสี่ยวเยว่หันขวับไปตามเสียง ก่อนจะพบหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดฮั่นฝูสีชมพูอ่อน กำลังกุลีกุจอหยิบเครื่องประดับบนโต๊ะใส่ห่อผ้าอย่างลับๆ ล่อๆ‘สวี่หลาน’ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายก็ประเดประดังเข้าสู่สมองจนหลินเสี่ยวเยว่แทบตั้งตัวไม่ทันนี่มันนิยายจีนโบราณเรื่อง ‘ลิขิตรักจวนโหว’ ที่นางเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนชัดๆส่วนร่างที่นางกำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้ก็คือ ‘หลินเสี่ยวเยว่’ ภรรยาพระราชทานผู้โง่เขลาของท่านโหว นางหลงเชื่อคำยุยงของสวี่หลาน เพื่อนรักดอกไม้ขาวจอมเสแสร้ง จนคิดหอบสมบัติหนีตามบัณฑิตยากจนที่ตนหลงใหลและจุดจบในนิยายก็คือ หลังหลินเสี่ยวเยว่หนีออกจากจวนได้ บัณฑิตจางกลับกวาดเงินทองทั้งหมดแล้วทอดทิ้งนางอย่างไม่ไยดี ขณะที่สวี่หลานรีบนำเรื่องนี้ไปบอกท่านโหว สุดท้ายหลินเสี่ยวเยว่ถูกจับกลับมารับโท







