Masuk❤️95%
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ บรรยากาศยังคงครึกครื้นตามจังหวะดนตรี นายณ์ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ ธีร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมคุยหยอกล้อกับสมาชิกตามปกติ “ว่าแต่… ไอ้นายณ์ไปห้องน้ำไม่ใช่หรอ หายไปตั้งนานแล้ว” เมษากวาดสายตามองรอบร้านแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “คงเพราะคนเยอะน่ะสิ ห้องน้ำอาจจะเต็ม รอคิวยาวก็ได้” นนท์เสริมขึ้นอย่างเข้าใจ “โทษทีๆทุกคน ให้รอนานหน่อยนะ” ชาลีเดินผ่านฝูงชนเข้ามาแล้วนั่งลงว่างข้างๆโชตามเดิม “อ้าว… เจ้าของผับก็ยังมีงานต้องทำด้วยเหรอ? นึกว่าคนนั่งดูอย่างเดียวสบายๆซะอีก” เมษาแซวชาลีทันที “ก็มีเรื่องให้ต้องจัดการเรื่อยๆนั่นแหละ ไม่ได้นั่งเฉยๆ ขนาดนั้นหรอก” ชาลียิ้มตอบอย่างขำขัน “ถ้าว่างๆ ก็แวะไปบ้านฉันบ้างสิ จะได้เจอน้องชายนายด้วย” นนท์ชวนลอยๆ “ถ้ามีเวลาฉันไปแน่ จะไปนั่งดื่มจนเมาเลย เป็นเจ้าของผับดื่มไม่สะใจเลย ตอนเปิดร้านนึกว่าจะได้จิบเต็มที่ แต่พอทำจริงกลับต้องคอยดูแลคนอื่นแทน” “เหอะๆ ดีแล้วล่ะที่ฉันเลือกทำช่องกับพี่นนท์ ได้เที่ยวได้พักแบบนี้สบายกว่ากันเยอะเลย” เมษาพูดอย่างภูมิใจ “แล้วน้องธีร์ล่ะครับ มาเข้าทีมกับเขาได้ยังไงกันเนี่ย” ชาลีหันมาสนใจหนุ่มหน้าหวานที่นั่งฝั่งตรงข้าม “นายณ์เป็นคนพามาน่ะ ตั้งแต่ธีร์เข้ามาร่วมทีม คลิปพวกเราก็มีคนดูเพิ่มขึ้นเยอะเลย” เมษาพูดแทรกขึ้น “ฉันก็ติดตามดูอยู่นะ ไอ้นายณ์มันดูแลน้องธีร์ดีมากจริงๆนั่นแหละ ถ้าไม่รู้ว่ามันชอบผู้หญิง คงนึกว่ามันชอบธีร์แน่ๆ เมื่อกี้ผ่านไปเห็นมันยืนคุยกับผู้หญิงหน้าห้องน้ำ คืนนี้มันคงค้างโรงแรมแถวนี้แล้วมั้ง” ชาลีพูดต่ออย่างไม่รู้ตัว “ไอ้นี่! ปากหมาจริงๆเลย!” เมษารีบหยิบเฟรนฟรายในจานโยนเบาๆใส่เพื่อนทันทีเพื่อหยุดคำพูด “ทำไมวะ! ฉันก็พูดเรื่องที่เห็นนี่หว่า!” ธีร์นั่งนิ่ง คำพูดนั้นแล่นเข้าหูราวกับน้ำเย็นราดหัว ความรู้สึกเจ็บจี๊ดบางๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในอก แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ภาพที่ของการพูดคุยของนายณ์กับผู้หญิงที่สระน้ำก็ลอยวนอยู่ในความคิดจนสายตาเริ่มหม่นลง “เดี๋ยวฉันไปตามมันกลับมาเอง!” เมษาลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของคนน้อง “ไม่เป็นไรครับพี่เมษา… เดี๋ยวพี่นายณ์คุยเสร็จก็คงกลับมาเองแหละครับ อย่าเพิ่งไปรบกวนเขาเลยดีกว่า” ธีร์รีบดึงแขนเมษาไว้ ฝืนบังคับรอยยิ้มอ่อนๆ ออกมาแม้ในใจจะอึดอัดมากก็ตาม นนท์มองเห็นอาการของธีร์อย่างชัดเจน ถึงแม้คนน้องจะพยายามทำใจและไว้วางใจเพียงใด แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวแบบนี้ ความกังวลยังแทรกเข้ามาได้เสมอ จึงคอยสังเกตอยู่ห่างๆ พร้อมจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจทันทีหากเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มรับไม่ไหว นายณ์เดินกลับมาถึงโต๊ะและนั่งลงที่เดิมข้างๆ ธีร์ ทันทีที่วางตัวลง ก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป สายตาของเพื่อนทุกคนมองมาด้วยความสงสัยผสมไม่พอใจ ส่วนคนที่นั่งใกล้ที่สุดกลับก้มหน้าลงต่ำ ไม่เงยสบตาเลยแม้แต่นิดเดียว “เกิดอะไรขึ้น?” นายณ์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มือเอื้อมไปแตะไหล่ธีร์เบาๆอย่างเป็นห่วง “นายนั่นแหละ! เมื่อกี้ไปไหนมา…” เมษารีบเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงเข้ม แต่คำพูดกลับถูกตัดขาดกะทันหัน “พี่เมษา! ดื่มกันต่อเถอะครับ! ธีร์ว่าอันนี้รสชาติดีใช่ได้เลย” ธีร์รีบขัดจังหวะอย่างรวดเร็ว ยกแก้วขึ้นมาชนอย่างรีบร้อน พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ “ชิ!” เมษามองจิกเพื่อนด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะหันกลับมายิ้มรับกับธีร์ตามไปด้วยความอ่อนใจ สถานการณ์ภายนอกดูเหมือนจะกลับมาครึกครื้นตามเดิม แต่ในใจของธีร์กลับยังอึดอัดอยู่เต็มอก พยายามกลบความรู้สึกนั้นด้วยการยกแก้วดื่มจนเกือบหมดทุกครั้งที่วางแก้วลง “ธีร์… พี่ว่าธีร์ดื่มเยอะไปแล้วนะ” นายณ์เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทีที่ผิดปกติ “ก็ธีร์ชอบนี่ครับ” ธีร์ยิ้มตอบบางๆ แต่ความสดใสในรอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปจนเหลือเพียงผิวเผิน “แต่พี่ว่า…” ประโยคไม่ทันจบลง เสียงเรียกทักทายดังแทรกเข้ามาจากด้านข้าง “อ้าว! คุณนายณ์! คุณนั่งอยู่ตรงนี้เองหรอคะ ฟาร์มองหาอยู่พอดีเลย” หญิงสาวรูปร่างดีในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเดินเข้ามาพร้อมถือแก้วเหล้าในมือ ทักทายด้วยท่าทางสนิทสนม “อ้อ… ครับ” นายณ์ตอบรับอย่างสุภาพ รู้สึกอึดอัดขึ้นมาในอดเล็กน้อย “นี่คือทีมงานทั้งหมดใช่ไหมคะ? ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ ฟาร์เองก็ชอบกิจกรรมกลางแจ้งเหมือนกันค่ะ เมื่อกี้ได้คุยเรื่องเดินป่ากับคุณนายณ์ไป รู้สึกสนใจมากเลยค่ะ” เธอกวาดสายตามองรอบโต๊ะ ก่อนจะหันกลับมาที่นายณ์ เธอค่อยๆขยับเข้ามาใกล้จนต้นขาชนเข้ากับแขนของนายณ์ที่วางอยู่ขอบโซฟาอย่างจงใจ นายณ์เอียงตัวหลบเล็กน้อย ทำให้พื้นที่ระหว่างนายณ์กับธีร์ดูเหมือนถูกบีบแคบลง “ทางช่องพวกเรามีข้อมูลและวิธีเตรียมตัวไว้ด้วยนะครับ ลองแวะไปติดตามดูได้ครับ” นนท์ตอบกลับอย่างเป็นทางการ “แน่นอนค่ะ! งั้นฟาร์ขออนุญาตชนแก้วกับทุกคนสักหน่อยได้ไหมค่ะ” “ได้เลยครับ” นนท์ตอบรับอย่างสุภาพแทนกลุ่ม เมษายกแก้วขึ้นด้วยท่าทีบึ้งตึงไม่เต็มใจนัก แต่ธีร์ก็เอื้อมมือไปสะกิดที่เอวเบาๆจนเมษาสะดุ้งเฮือก ทำให้ทุกคนหันมองด้วยความแปลกใจ ทันทีที่ความสนใจเบนไป ธีร์ก็ยกแก้วชนตามอยากจบพิธีโดยเร็ว หญิงสาวยิ้มหวานให้เฉพาะนายณ์ก่อนจะค่อยๆลาถอยออกไป นายณ์ไม่ได้สนใจเธอเลย ตั้งแต่ที่เห็นธีร์สะกิดเอวเมษาเมื่อกี้ เขาก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่คนรักใกล้ชิดกับเมษาถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัว แต่พอเห็นความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ในสายตาคนน้อง เขาก็เลือกเก็บความรู้สึกนั้นไว้ไม่เอ่ยออกมา เก็บความสงสัยในการเปลี่ยนไปของธีร์เอาไว้ในใจ ในรถตู้… ระหว่างทางเดินทางกลับ บรรยากาศภายในรถเงียบเหงาจนแทบได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์และลมหายใจของสมาชิกทีม ธีร์มีอาการมึนเมาชัดเจน แม้จะรู้สึกมึนแค่ไหน แต่ความอึดอัดในใจทำให้เขาไม่มีท่าทีใดๆ ต่างจากทุกครั้งที่เคยซบพิงที่อ้อมอกคนพี่ ตลอดทางเขากลับนั่งเอนตัวหันหน้าไปทางอื่น ไม่ยอมเอียงตัวเข้าหานายณ์แม้แต่น้อย เพื่อนๆคนอื่นๆก็มีอาการเมาเพียงเล็กน้อย ต่างรู้สึกถึงความหนักหน่วงของบรรยากาศจนไม่มีใครกล้าพูดแทรก เมษาใช้จังหวะนั้น ส่งข้อความเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในผับให้นายณ์ได้รับรู้ ทันทีที่อ่านจบ นายณ์จึงรู้ตัวทันที ว่าความเปลี่ยนแปลงและความห่างเหินทั้งหมด ล้วนเกิดจากตนเองทั้งสิ้น ทางเดินหน้าหน้าห้องพัก ธีร์เดินนำหน้ามาเองอย่างเชื่องช้า ปฏิเสธการประคองจากนายณ์ แม้จะเดินไม่มั่นคงเซไปมาบ้างก็ยังยืนยันจะก้าวเดินด้วยตัวเอง นายณ์จึงทำได้เพียงเดินตาม คอยระวังหลังอยู่ใกล้ๆ อย่างเงียบๆ หัวใจก็พลันเจ็บปวดไม่แพ้กัน “ธีร์… ทำไมไม่พูดกับพี่เลย?” นายณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานผสมความเป็นห่วง “ธีร์แค่…ไม่รู้จะพูดอะไรดี” เสียงตอบกลับแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “พี่ขอเข้าไปในห้องธีร์ได้ไหมครับ?” “เข้ามาสิครับ” หนุ่มน้อยหน้าหวานตอบรับ และเป็นความต้องการในใจลึกๆ แม้จะรู้สึกอึดอัดและพยายามอดกลั้นเอาไว้อยู่ ในห้องพักของธีร์ แกร็ก… ประตูถูกปิดลงเบาๆ ตัดขาดจากโลกภายนอก ความเงียบกลับมาปกคลุมทั้งสองอีกครั้ง นายณ์มองออกชัดเจนถึงความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ในสายตาคนน้อง แต่ธีร์กลับเก็บงำไว้ไม่ยอมเอ่ยออกมา ขณะที่ตนเองก็ลังเลว่าจะเริ่มแก้ไขจากจุดไหนก่อนดี “พี่นายณ์… มีอะไรจะคุยกับธีร์หรอครับ?” ธีร์ที่เดินเข้ามาถึงกลางห้อง ก็เป็นฝ่ายเปิดประโยคขึ้นมาด้วยความพยายามรวบรวมสติหันหน้าไปเผชิญกับคนพี่ “แล้วธีร์ล่ะ… มีอะไรอยากถามพี่บ้างไหม?” นายณ์ก้าวเข้ามาตรงหน้าธีร์พร้อมจ้องไปที่ดวงตาหวานตรงหน้า ที่ตอนนี้กำลังดูอ่อนล้าและสั่นไหว “ไม่มี… ครับ” ธีร์ตอบเสียงเบาพร้อมก้มหน้าลงหลบสายตาคนพี่ “ไม่มีจริงๆ เหรอ?” นายณ์ก้าวเข้าใกล้อีกก้าว “ธีร์แค่… กลัวคำตอบ” “ธีร์… ฟังพี่นะ เรื่องเมื่อกี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่ธีร์คิดเลย พี่แค่…” ประโยคอธิบายยังไม่ทันจบลง ธีร์ก็ก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชิดตัว ยกมือบางจับคอเสื้อของอีกฝ่ายรั้งลงมาต่ำลงจนพอดีระดับหน้า ก่อนจะประกบริมฝีปากเข้าด้วยกันอย่างรีบเร่งและสั่นเทา กลีบปากบางสั่นระริกราวกับกำลังสะอื้นอยู่ในความเงียบ น้ำตาที่กลั้นมาตลอดก็เอ่อล้นไหลลงมาอาบแก้ม นายณ์ตกใจจนค้างชั่วครู่ แต่ก็รับรู้ถึงความรู้สึกอัดอั้น หวาดกลัว และความรักที่ล้นเหลือทั้งหมดผ่านสัมผัสนั้น เมื่อธีร์พยายามจะผละออกด้วยความอ่อนแอ นายณ์กลับรีบยกแขนขึ้นโอบเอวร่างบางนั้นไว้แนบกายไม่ให้ห่าง ก่อนจะกดจูบกลับลงไปอีกครั้งอย่างทดแทนและผ่อนคลาย ครั้งนี้นุ่มนวลลึกซึ้งขึ้น เป็นการบอกกล่าวโดยไม่ต้องใช้คำพูด ธีร์ยังคงน้ำตาไหลไม่หยุด แต่ก็ยกแขนขึ้นกอดคอคนพี่แน่นยิ่งขึ้น ท่ามกลางความกลัวที่จะสูญเสียความอบอุ่นจากคนตรงหน้า นายณ์ประคองร่างที่เริ่มเซื่องซึม เดินถอยหลังช้าๆจนถึงขอบเตียง โดยไม่ถอนริมฝีปากออกจากกันแม้แต่วินาทีเดียว มืออีกข้างประคองต้นคอเบาๆ ค่อยๆปรับท่าให้เอนตัวลงนอนราบบนเตียง ร่างสูงโน้มตัวคล่อมร่างบางไว้อย่างระมัดระวัง นายณ์ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างแผ่วเบา แต่ยังคงนั่งอยู่ชิดใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง มองไปยังดวงตาที่ยังอาบด้วยน้ำตาของคนใต้กาย เห็นความพยายามกลั้นเสียงสะอื้นจนลำคอสั่นระริกราวกับเจ็บปวดทั้งกายและใจ “ธีร์… ฟังพี่นะครับ พี่ไม่เคยคิดจะสนใจคนอื่น นอกจากธีร์เลยนะ เพราะตอนนี้พี่รักแค่ธีร์คนเดียว” นายณ์เลื่อนมือขึ้นมาปาดเช็ดหยดน้ำที่ไหลรินลงตามแก้มอย่างอ่อนโยน “พี่ขอโทษที่ทำให้ธีร์ต้องมีน้ำตาเพราะพี่ ผู้หญิงนนั้นเข้ามาทักพี่ก่อน ถามถึงเรื่องการเดินป่า พี่พยายามอยู่นานกว่าจะปลีกตัวออกมาได้ มันไม่ได้มีอะไรอย่างที่ธีร์คิดเลย” ธีร์พยักหน้าช้าๆ แรงสั่นสะเทือนของเสียงร้องไห้ยังไม่จางหาย “ที่ธีร์เป็นแบบนี่ เพราะธีร์เองก็มีใจให้พี่แล้ว...ใช่ไหมครับ?” สายตาอ่อนโยนมองคนน้องตาไม่กระพริบ "ครับ ธีร์รักพี่นายณ์ อือออ.. ไม่รู้ว่ารักพี่นายณ์ขนาดนี้ อึก... ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮือออ....” คนน้องพูดความในใจพร้อมร้องไห้อย่างห้ามตัวเองไม่ได้ “เด็กดี… ร้องทำไมล่ะครับ พี่เห็นน้ำตาธีร์ พี่ก็เจ็บไปด้วย” นายณ์ก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่เปลือกตาที่ชื้นแฉะ เพื่อปลอบประโลม “อึก...ธีร์กลัว กลัวจะเสียพี่นายณ์ไป ฮือออ…” “พี่สัญญาแล้วไง พี่จะไม่มีวันปล่อยมือและไม่มีวันทำให้ธีร์เสียใจแน่นอน” นายณ์โอบกอดร่างบางให้แนบชิดแน่นขึ้น อ้อมกอดนี้เต็มไปด้วยความมั่นคงปลอดภัย “ครับ…ธีร์จะเชื่อพี่นายณ์” “พี่ดีใจนะที่ธีร์รักพี่ขนาดนี้ แต่พี่อยากให้ธีร์ถามพี่ตรงๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เล็กน้อยแค่ไหน ก็ถามพี่ได้เลย พี่พร้อมจะตอบธีร์เสมอ อย่าเก็บกดแบบวันนี้อีก พี่ทรมานไปด้วย และพี่เองก็ไม่สบายใจที่ทำให้คนที่พี่รักต้องเป็นแบบนี้” “ครับ… ธีร์จะถามพี่นายณ์ทุกอย่างครับ… ฮึก… ธีร์ดูเอาแต่ใจเกินไปใช่ไหมครับ…อึก” “ไม่ใช่เลย” นายณ์ตอบกลับทันทีอย่างจริงจัง “ธีร์แค่ไม่รู้จะจัดการกับความสงสัยในใจยังไง ธีร์อาจจะยังไม่เชื่อใจพี่เต็มร้อย พี่เคยชอบผู้หญิงก็จริง แต่ตอนนี้พี่รักธีร์ ไม่ใช่เพราะเพศ แต่รักเพราะว่าเป็นธีร์คนนี้เท่านั้น รักทุกนิสัย ทุกความอ่อนโยน และทุกความน่ารักที่มีอยู่ ไม่มีใครแทนที่ได้ พี่รักธีร์นะครับ” ธีร์ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างข้างใต้ สูดดมกลิ่นอายที่ทำให้สบายใจที่สุดในโลก ความหวาดกลัวที่เคยหนักอึ้งค่อยๆ ละลายหายไปจนหมดสิ้น “ขอบคุณนะครับพี่นายณ์… ที่ยอมเข้าใจและไม่ทิ้งธีร์ไปไหน” เสียงกระซิบอ่อนระริก ขณะที่มือทั้งสองกำจับเสื้ออีกฝ่ายแน่นราวกับยืนยันว่าความจริงใจนี้ยังคงอยู่ตรงหน้า “ตราบใดที่ธีร์ยังต้องการพี่ พี่ก็จะอยู่ให้ธีร์พึ่งพิงตลอดไป” นายณ์สบตาอีกฝ่ายสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาจ้องมองริมฝีปากบางที่ยังฉ่ำชื้น สีชมพูระเรื่อ นายณ์ค่อยๆก้มหน้าลงมาอีกครั้งอย่างแผ่วเบา ประกบปากลงไปอย่างนุ่มนวล เป็นการยืนยันความจริงใจที่เพิ่งพูดออกมา นิ้วมือยังคงประคองข้างแก้มอย่างทนุถนอม ขณะที่ริมฝีปากขยับลูบไล้คลึงเคล้าคลอไปตามเนื้อปากบางช้าๆ เมื่อรู้สึกถึงการผ่อนคลายและการตอบรับอย่างเต็มใจ นายณ์จึงค่อยๆ สอดปลายลิ้นเข้าไปสัมผัสปลายลิ้นคนน้องภายในอย่างละมุน สานสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งและผูกพันยิ่งขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความรัก ไม่เร่งรีบแต่ครอบครองอย่างช้าๆ ธีร์หลับตาลงสนิท ปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามจังหวะนั้น รับรู้ทุกความอ่อนโยนผ่านสัมผัสและพร้อมจะตกเป็นของคนตรงหน้าทั้งกายและใจโดยสมบูรณ์❤️ 100% ณ.ร้านอาหารใหญ่แห่งหนึ่ง “เมนูของหวานเยอะมากเลย น่ากินจัง” ธีร์กวาดสายตาดูรายการบนหนังสือเล่มใหญ่ด้วยความสนใจ “จะกินของหวานก่อนไม่ได้นะ ทานข้าวก่อนจะได้ทานยา” นายณ์แทรกเสียงดูแลทันทีราวกับผู้ปกครอง “รู้แล้วน่า… พี่นายณ์ขี้บ่นจริง” ธีร์ทำหน้าบึ้งเล็กน้อยแต่ก็ยอมรับฟัง “ธีร์เป็นอะไร ไม่สบายหรอ” นนท์หันมาถามด้วยความเป็นห่วง “ธีร์ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ เมื่อคืนดื่มเยอะไปหน่อย” นายณ์รีบตอบแทนอย่างคล่องแคล่ว ปกปิดสาเหตุที่แท้จริงไปอย่างแนบเนียน “พี่เมษาก็อย่าลืมทานยาแก้ปวดด้วยนะครับ” โชหันมาพูดแทรกขึ้นมาอีกฝั่ง “ไอ้นี่!” เมษาร้องดังกลบขึ้นทันทีด้วยใบหน้าแดงฉาน “ปกตินายไม่เคยปวดหัวหลังดื่มนี่” นนท์สังเกตถึงความผิดปกติแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ “ผมไม่ได้ปวดหัวซะหน่อย!” เมษายังคงยืนยันเสียงแข็ง ทุกคนยิ้มให้กับท่าทางเกินเบอร์ของสมาชิกคนนี้ ที่พยายามปกปิดแต่ก็เผยพิรุธจนทุกคนจับได้ ไม่นานอาหารจานหลักก็
“พี่นายณ์… ท่านี้มัน… ” ธีร์กระซิบเสียงสั่น “พี่อยากเห็นหน้าธีร์ใกล้ๆ อยากกอดธีร์ไว้ด้วย” “แต่มัน...แน่นมากเลยครับ… แล้วก็…รู้สึกจุกกว่าเดิมด้วย" “ธีร์อยากลองทำเองไหม จะได้รู้ว่าชอบตรงจุดไหนเป็นพิเศษ" "มะ...ไม่เอาหรอกครับ ธีร์อาย..." “งั้น กอดคอพี่ไว้นะ” ธีร์ยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบต้นคอหนา นายณ์เลื่อนใบหน้าใกล้ประกบริมฝีปากอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มขยับบั้นเอวเริ่มจากจังหวะช้าๆนุ่มนวล เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคย ก่อนจะค่อยๆเร่งความเร็วและแรงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ “อ่ะ!... อื้อ…!! อึก… พี่นายณ์… ช้าๆ หน่อย…” ใบหน้าหวานเริ่มขยับไปมาตามจังหวะที่กระแทกเข้าออก ความลึกที่สอดเข้าไปถึงขอบในสุด ประกอบกับความรู้สึกร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านขึ้นมาจนถึงหน้าท้อง ทำให้ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว มือที่กอดอยู่ยิ่งกำแน่นขึ้นราวกับต้องการยึดเกาะความมั่นคงจากคนพี่ หายใจหอบถี่จนแทบไม่ทันรับลม กลืนเสียงร้องครางไว้ในลำคอให้เหลือเพียงเสียงแผ่วพร่าที่ดังลอดออกมาเบาๆ ท่ามกลางจูบที่ยังคงเชื่อมต่อกันไม่ขาดสาย ภายในห้องพักโรงแรม มีเพียงแสงไ
❤️ 100% นายณ์ค่อยๆ เลื่อนมือสอดผ่านขอบเสื้อเข้าไปด้วยความระมัดระวัง มือหนาที่อุ่นผ่าวลูบไล้ไปตามผิวเนื้อนุ่มที่เรียบเนียนบริเวณเอวบางทีละนิด ทุกการสัมผัสทำให้ผิวเนื้อใต้ฝ่ามือร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับความรู้สึกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในทรวงของทั้งคู่ “พี่นายณ์… ธีร์… ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน..” เสียงกระซิบแผ่วสั่นระริก เล็ดลอดออกมาระหว่างลมหายใจที่เร็วขึ้น เห็นถึงความตื่นเต้นผสมความกังวลเล็กน้อย “ไม่ต้องกลัวนะครับ… พี่จะระวังและอ่อนโยนกับธีร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายณ์กระซิบตอบกลับ ก่อนจะก้มลงประกบริมฝีปากอีกครั้งอย่างนุ่มนวล เพื่อช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่คงเหลืออยู่ มือหนาค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นตามแนวสีข้างที่เว้าวัง ร่างบางกระตุกเฮือกเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนจุดที่อ่อนไหวของร่างกาย ความรู้สึกเสียวซ่าแผ่กระจายสะท้านไปทั่วทั้งร่าง แม้จะเพียงแค่สัมผัสเบาๆ กลับก่อให้เกิดความร้อนวูบ เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้หัวใจเต้นรัว และทำให้ธีร์รู้ชัดเจนขึ้นว่า ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น เป็นสิทธิ์พิเศษที่มีเพียงคนตรงหน้าเท่านั้นที่จะทำได้
❤️95% เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ บรรยากาศยังคงครึกครื้นตามจังหวะดนตรี นายณ์ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ ธีร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมคุยหยอกล้อกับสมาชิกตามปกติ “ว่าแต่… ไอ้นายณ์ไปห้องน้ำไม่ใช่หรอ หายไปตั้งนานแล้ว” เมษากวาดสายตามองรอบร้านแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “คงเพราะคนเยอะน่ะสิ ห้องน้ำอาจจะเต็ม รอคิวยาวก็ได้” นนท์เสริมขึ้นอย่างเข้าใจ “โทษทีๆทุกคน ให้รอนานหน่อยนะ” ชาลีเดินผ่านฝูงชนเข้ามาแล้วนั่งลงว่างข้างๆโชตามเดิม “อ้าว… เจ้าของผับก็ยังมีงานต้องทำด้วยเหรอ? นึกว่าคนนั่งดูอย่างเดียวสบายๆซะอีก” เมษาแซวชาลีทันที “ก็มีเรื่องให้ต้องจัดการเรื่อยๆนั่นแหละ ไม่ได้นั่งเฉยๆ ขนาดนั้นหรอก” ชาลียิ้มตอบอย่างขำขัน “ถ้าว่างๆ ก็แวะไปบ้านฉันบ้างสิ จะได้เจอน้องชายนายด้วย” นนท์ชวนลอยๆ “ถ้ามีเวลาฉันไปแน่ จะไปนั่งดื่มจนเมาเลย เป็นเจ้าของผับดื่มไม่สะใจเลย ตอนเปิดร้านนึกว่าจะได้จิบเต็มที่ แต่พอทำจริงกลับต้องคอยดูแลคนอื่นแทน” “เหอะๆ ดีแล้วล่ะที่ฉันเลือกทำช่องกับพี่นนท์ ได้เที่ยวได้พักแบบนี้สบายกว่ากันเยอะเลย” เมษาพูดอย่างภูมิใจ
❤️ 95% “มันบางเกินไป โยนทิ้งไปซะ” น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนแต่แฝงความหวงอย่างชัดเจน “คะ… ครับ” ธีร์พยักหน้ารับทันที ไม่กล้าขัดใจแม้แต่นิดเดียว “ถ้างั้น… ถึงเวลาลงโทษจริงๆแล้วสินะ” นายณ์เลื่อนมืออีกข้างขึ้นแตะที่คางเรียว ค่อยๆดันให้เงยหน้าสบตากันตรงๆ ธีร์นิ่งสนิท แก้มแดงฉานจนซ่อนไม่มิด ในท้ายที่สุดก็หลับตาลงสนิทราวกับเตรียมรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น นายณ์มองภาพนั้นแล้วยิ้มกว้างขึ้นด้วยความเอ็นดูจนใจละลาย ค่อยๆก้มหน้าลง จรดปลายจมูกลงเบาๆที่กลางหน้าผากอย่างทนุถนอม ธีร์สะดุ้งเล็กน้อยรีบลืมตา ตกใจกับความอ่อนโยนที่ไม่ได้คาดคิด “พี่แค่หวงน่ะ… ไม่อยากให้คนอื่นมองรูปร่างของแฟนพี่ ขนาดพี่เองยังต้องยั้งใจไว้ ไม่กล้ามองเต็มตาเลย” “พะ… พูดอะไรของพี่เนี่ยนะ!” ธีร์รีบก้มหน้าหลบสายตา รู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า “ก็ถ้าพี่เผลอมองนานเกินไป… กลัวจะหยุดตัวเองไม่ได้ไง” นายณ์กระซิบต่ำๆ ก่อนจะหอมซ้ำสัมผัสที่หน้าผากคนน้องอีกครั้ง “พี่นายณ์รีบเข้าไปอาบน้ำเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายตัวนะ” ธีร์รีบเปลี่ยนเรื่องเสียงสั่นนิดๆ
❤️95%“ก็รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็เจอกันที่นี่… ธีร์…ต้องรอพี่นายณ์หรอครับ…” ริมฝีปากขยับอย่างลังถามเสียงเบา“นายนี่ยังทำตัวเหมือนคนไม่มีแฟนอยู่เลยนะ หรือว่า… นายยังไม่ได้ชอบไอ้นายณ์มากพอกันแน่” เมษาเอ่ยต่อ น้ำเสียงเปลี่ยนมาเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย“ธีร์ชอบพี่นายณ์นะครับ แต่… ธีร์ไม่รู้ว่า คนที่เป็นแฟนกันเขาทำกันยังไง” สายตาคนน้องหลบลงมองพื้น“นายยังไม่เคยทำเรื่องอย่างว่ากับไอ้นายณ์มันเลยหรอ?” เมษาเอียงตัวเข้ามาใกล้ กระซิบถามอย่างเป็นความลับ“จะไปเคยได้ยังไงล่ะครับ! ธีร์… ยังไม่พร้อมเลย” ธีร์รีบตอบเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าแดงฉานด้วยความเขิน“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นโดยตรงหรอกนะ ฉันหมายถึง… นายยังไม่รู้สึกว่าต้องการมันมากพอต่างหาก ฉันดูออกนะ ถึงตอนพวกนายอยู่ด้วยกันถึงจะดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังมีความเกรงใจและกำแพงบางๆ กั้นอยู่ชัดเจน และฉันรู้ด้วยว่า… คนที่สร้างกำแพงนั้นขึ้นมาก็คือนายเอง..” เมษาส่ายหน้าเบาๆ มองคนน้องด้วยความเข้าใจคำพูดนั้นทำให้ธีร์รู้สึกเหมือนถูกชี้จุดที่ซ่อนไว้“ธีร์… ต้องทำยังไงครับ” ธีร์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าและสับสน“นายแค่ต้







