Partager

นที (โปรด) รัก
นที (โปรด) รัก
Auteur: 23.19น.

บทที่ 1 อัจฉรา

Auteur: 23.19น.
last update Date de publication: 2025-10-11 02:15:23

“แม่ พ่อยังไม่กลับมาอีกเหรอ”

น้ำเสียงเจือความเหนื่อยเอ่ยถามผู้เป็นมารดา หลังจากที่เดินเข้าบ้านมาแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้เป็นบิดาเลยแม้แต่น้อง

“ไม่รู้มัน สงสัยไปตายห่าตายโหงที่ไหนแล้วล่ะมั้ง”

คนถูกถามตอบ น้ำเสียงไม่ใส่ใจกับคำถามซ้ำซากนั้น ราวกับว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันจนเคยชิน สายตาของหล่อนมองตามลูกสาวที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู บัดนี้กลับส่องประกายความไม่ได้ตั้งใจผิดจากเมื่อก่อนจนรู้สึกได้

“แล้วนี่ไปไหนมา กลับมาซะค่ำมืดเชียว”

หล่อนถามเสียงแข็งเล็กน้อยแต่ก็ยังมีแววเกรงใจอยู่บ้าง สายตากวาดมองลูกสาวที่กำลังจะเดินเข้าครัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปหยุดที่หัวอีกครั้ง

“แล้วนี่ทำผมสีอะไรของเอ็งวะ อีเนย แดงแรดขนาดนั้นไม่ห่วงว่าคุณอัญแกจะว่าอะไรหรือไง”

อัจฉราหยุดกึก มือที่ยื่นออกไปจับฝาชีครอบอาหารบนโต๊ะลอยค้างอยู่กลางอากาศ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดฝาชีออกเผยให้เห็นแกงสองถุงกับข้าวสวยอีกหนึ่งจาน มื้อเล็ก ๆ ที่เพียงพอแล้วสำหรับบ้านที่อยู่มีอยู่กันแค่สองคน หล่อนไม่ได้ตอบคำถามของแม่ในทันที แกะยางรัดถุงแกงออกเงียบ ๆ ก่อนจะตักแบ่งใส่เป็นจานเดียว

“แม่... เนยแค่ทำสีผม”

อัจฉราหันกลับไปมองผู้เป็นแม่ของหล่อน เดินออกจากห้องครัวไปหาอีกฝ่าย สาวเจ้าหย่อนกายนั่งลงบนพื้นวางจานไว้ตรงหน้าตน ความหิวทำให้เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ ตั้งใจว่าจะกินข้าวเงียบ ๆ แต่กินไปแค่สองสามคำอรไพลินก็เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง

“เออ กูรู้อยู่ว่ามึงแค่ทำสีผม แต่ที่กูถามเนี่ยกูแค่ไม่เข้าใจว่ามึงจะไปทำมาทำไม ผมดำก็ดีอยู่แล้ว เดี๋ยวคุณอัญเธอก็แดกกระบาลให้หรอก เธอยิ่งจะเริ่มไม่ค่อยชอบกูอยู่ด้วย ตั้งแต่แยมมันไปก่อเรื่องใหญ่มานั่นนะ”

ช้อนลอยอยู่ห่างจากริมฝีปากของอัจฉราอยู่ไม่เท่าไหร่ สายตาของเจ้าหล่อนเพียงแค่มองลงไปยังจานข้าว ความอยากอาหารหมดสิ้นลงในพริบตา จนต้องวางช้อนลงอย่างเก่า สาวเจ้าเงยหน้าและหันไปมองแม่ตนเองที่ยามนี้กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอทีวี แทะเม็ดแตงไปพลาง ๆ แต่ทว่าบรรยากาศในตอนนี้กลับไม่สามารถปฏิเสธความตึงเครียดออกไปได้เลย

“เนยรับงานมา เพื่อนมันหาให้เลยต้องเปลี่ยนสีผม...”

อัจฉราตอบเสียงเหนื่อยระคนระอา หล่อนรู้ดีว่าแม่จะไม่ฟังหล่อนเหมือนเดิมแล้ว ตั้งแต่หายแม่ที่เคยเอ็นดูหล่อนเมื่อก่อน ไม่เคยพูดหยาบใส่ก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

“งานอะไร? หวังว่ามึงคงไม่ได้คิดจะเจริญตามทางอีแยมล่ะ ดูสิ... มันขายตัวจนได้ดี แต่เอาเถอะตอนนี้กูปลงแล้วล่ะ มึงจะทำกูก็ไม่ว่าหรอก อย่างน้อยก็ได้ผัวรวย... กูจะได้สบายสักที”

อัจฉราถอนหายใจออกมาเบา ๆ ละสายตาจากคนเป็นแม่ พลางลุกขึ้นเก็บจานข้าวที่ยังกินไม่หมดไปไว้ในครัว จำต้องทิ้งลงถังขยะและล้างจานเก็บและหันหลังขึ้นห้องตนไป ดวงหน้าของหล่อนในตอนนี้แม้จะยังสวยสด แต่ประกายในดวงตากลับฉายแววเหนื่อยล้าชัดเจน หญิงสาวขบริมฝีปากตัวเองเบา ๆ

เหนื่อย... ตอนนี้อัจฉรารู้สึกเหนื่อยจนสะเอวแทบจะขาดอยู่แล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้มาตกที่เธอแบบนี้ได้นะ

อัจฉราได้แต่ถอนหายใจระบายความอึดอัดใจอย่างทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้งานเดียวไม่พอเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวอีกแล้ว ด้วยเสียงหายใจยาว ๆ อีกครั้ง สาวเจ้าคว้าผ้าขนหนูและตรงเข้าไปในห้องน้ำทันที... หวังจะคลายความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเผชิญและผ่านมันไปแต่ละวัน แม้จะเป็นแค่กิจวัตรประจำวันก็ตาม

เพล้ง! โครม!!

ดวงตาของอัจฉราเบิกกว้าง เสียงของแตกและหล่นอย่างแรงดังขึ้นมาจากชั้นล่างจนถึงหู สาวเจ้ารีบคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบตัวเองแล้วรีบเปิดประตูวิ่งออกไปจากห้องน้ำ ตรงดิ่งลงไปยังชั้นล่างของบ้านทาวน์เฮ้าส์ซอมซ่อทันที เมื่อเท้าแตะพื้นหัวใจของหล่อนก็กระตุกวูบด้วยความตกใจกับฉากตรงหน้าทันที

“นี่! กูบอกว่าอย่าเอาของกูไปไงวะ!”

แม่ของหล่อนโวยวาย ขณะที่กำลังยื้อทีวีจอแบนตกรุ่นกับชายฉกรรจ์ร่างโตอย่างสุดกำลัง

ภาพที่เห็นนั้นไม่จำเป็นต้องคำอธิบายอะไร อัจฉราก็เข้าใจได้ในทันที... เจ้าหนี้ของพ่อมาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อขู่อีกแล้ว

“มึงแต่ไม่จ่าย! ของมึงกูก็ต้องเอาไปสิวะ! ถ้ามึงไม่อยากให้กูเอาไปมึงก็ไปเรียกผัวมึงให้มาใช้หนี้ซะ!”

“พี่! ใจเย็น ๆ ก่อนนะจ๊ะ คุยกับหนูก่อนได้ไหม!”

อัจฉราไม่ได้สนใจตัวเอง หล่อนรีบปรี่เข้าไปยืนประกบข้างอรไพลินทันที มือบางยกขึ้นไหว้อีกฝ่ายอย่างขอร้อง การปรากฏตัวของเธอทำให้คนมาทวงหนี้ยอมชะงัก หันขวับไปมองหล่อนแทน แววตาดุดันไม่ยอมอ่อนข้อพลันวูบไหว เบิกกว้างอย่างตกตะลึง

สายตาไล่มองเรือนกายของสาวเจ้าอย่างเปิดเผย เผลอผ่อนแรงจนอรไพลินดึงทีวีคืนกลับไปได้ แต่เขากลับไม่ได้สนใจอีกต่อไป กลืนน้ำอึกใหญ่พลันแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากคล้ำเบา ๆ ตาเป็นมันวับวาว จนอัจฉรารู้สึกตัวขยะแขยงในสายตาคู่นั้น จำต้องคว้าผ้าที่บังเอิญวางอยู่บนโซฟามาคลุมไหล่เอาไว้

“ลูกสาวเจ๊เหรอ...”

ชายทวงหนี้กะพริบตาถี่ ๆ อย่างได้สติ รีบกลับไปควบคุมมาดเข้ม พร้อมกับหันขวับกลับไปมองอรไพลินอีกครั้ง ดวงตาดุดันฉายแววชั่วร้ายที่ซ่อนไม่มิด แต่อรไพลินนั้นสนใจทรัพย์สินตนเองมากกว่าลูกสาวเสียอีก นั่นทำให้คนเป็นลูกรู้สึกเจ็บอยู่ในใจลึก ๆ อย่างอดไม่ได้

“ใช่ค่ะ พี่เคยเจอหนูมาบ้างแล้ว”

อัจฉราตอบแทนผู้เป็นแม่ คำพูดอ่อนหวานแต่ฉะฉานพอสมควร มือบางจับผ้าคลุมไหล่แน่นราวกับกลัวว่าจะหลุดให้คนมองแทะโลมเล่น สายตายังคงตรึงอยู่ที่ชายฉกรรจ์ผิวเข้มตรงหน้า

“พี่ใจเย็น ๆ หน่อยได้ไหม... ตอนนี้พ่อไปไหนหนูกับแม่ยังไม่รู้เลย พวกพี่อย่าพึ่งมายึดของไปเลยนะจ๊ะ หนูขอร้อง”

ชายทวงหนี้หันไปหาอัจฉรา เมื่อสาวเจ้าเอ่ยปากขอร้องด้วยตัวเอง แววตาดุดันไล่มองเจ้าหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ก่อนจะไปหยุดที่ดวงตาของหล่อนซึ่งไม่มีการหลบตาเขาอย่างใด จนอดไม่ได้ที่จะยิ้มกระหยิ่มใจในความกล้าของเจ้าหล่อน

“หนูจะให้พี่ผ่อนผันเหรอจ๊ะ?”

ชายทวงหนี้ถาม ท่าทางยังคงขึงขังอยู่บ้าง เขาก้าวเข้าไปหาอัจฉรา ยื่นมือออกมาหมายจะขู่ให้อีกฝ่ายกลัว แต่หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบไปได้ทัน ทำให้มือที่ยื่นออกมานั้นเฉียดเส้นผมสีแดงชื้นไปนิดเดียว ชายทวงหนี้จึงหัวเราะออกมาอย่างเสียงดังจนน่ารังเกียจ บรรยากาศตึงเครียดขึ้นอีก

“ไม่ได้หรอก พี่มาทวงหนี้! ไม่ได้มาขอความเมตตา!”

พูดจบก็หันไปกระชากทีวีคืนมาจากอรไพลินทันที ด้วยแรงที่น้อยกว่าทำให้หญิงวัยกลางคนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น อัจฉราต้องรีบถลาลงไปพยุงทันที

“เฮ้ย! มึงจะเอาของกูไปไม่ได้นะโว้ย!”

“แม่! เป็นอะไรหรือเปล่า!”

อัจฉราถาม แม้ว่าแม่ของหล่อนจะยังคงโวยวายไม่สนใจตัวเองหรือว่าเธอที่เข้ามาพยุงเอาไว้ก็ตาม อัจฉราคิ้วขมวด สีหน้าเคร่งเครียด แหงนหน้าไปมองชายทวงหนี้ แววตาเจือความไม่พอใจแต่ในขณะเดียวกันก็ทำอะไรไม่ได้

“ทำไม?! มองกูทำพระแสงอะไรอีหนู! ถ้ามึงไม่อยากให้พวกกูมายึดของไปแบบนี้ มึงก็บอกให้พ่อมึงกลับมาใช้หนี้ซะ! ครั้งนี้กูเห็นใจมึง! กูจะเอาไปแค่ของก็แล้วกัน แต่ครั้งหน้า...”

ชายทวงหนี้เว้นช่วง สายตามองลงไปยังอัจฉรา มองผ่านสาบผ้าขนหนูคลุมไหล่ที่แยกออกเผยให้เห็นไหปลาร้าและเนินอกอิ่มอย่างจาบจ้วง เขาเลียริมฝีปาก ก่อนจะช้อนสายตากลับไปสบตากับแม่สาวเนื้อเนียนอีกครั้ง พร้อมกับทิ้งคำพูดด้วยน้ำเสียงเด็กขาดที่ทำให้คนฟังใจหายวาบ ตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกได้อย่างง่ายดาย

“ครั้งหน้าไม่ได้ตัวเงิน... ก็ต้องเป็นตัวมึงไง ไปกลับเว้ย! อย่าลืมขนของที่พอใช้ได้ออกไปให้หมดด้วย!”

“เฮ้ย! หยุดนะโว้ย! พวกมึงจะเอาของกูไปไม่ได้! กลับมา! โธ่เว้ย!”

อรไพลินโวยวาย สลัดตัวเองหลุดออกจากอ้อมแขนของลูกสาว รีบลุกขึ้นหมายจะวิ่งตามไปแต่ก็อืดอาดด้วยแรงจนไม่ทันการณ์ทรัพย์สินของหล่อนถูกขนออกไปหมดแล้ว ทำได้แค่ยืนโหวกเหวกห้าม เกาะแขนขาเกาะเหล่าชายฉกรรจ์เอาไว้

ขณะที่อัจฉรา... สาวเจ้าช็อกไปแล้วกับคำขู่สุดท้ายที่ชายทวงหนี้ฝากเอาไว้ ‘เป็นตัวเธอ...’ ความหมายมันชัดเจนมากว่าถ้าหากไม่มีเงินไปใช้หนี้ คนที่ต้องใช้หนี้แทนจะต้องกลายเป็นหล่อนเสียเอง อัจฉรามองไปหน้าบ้านผ่านประตูที่เปิดอ้าอยู่ แม่ของหล่อนร้องโวยวาย โมโหจนน้ำตาไหล ถูกฝ่ายเจ้าหนี้สะบัดแขนขาใส่

ทนดูภาพนั้นไม่ได้อีกต่อไป อัจฉรารีบลุกและตรงเข้าไปหาแม่ของหล่อนที่ล้มลุกคลุกคลานไปแล้วทันที ก่อนจะยื่นแขนออกไปโอบเอวรั้งตัวผู้เป็นแม่เอาไว้แน่น กระบอกตาร้อนผ่าว สุดท้ายทนกลั้นไม่ไหว ทั้งเครียดและกดดันจากความอัปยศนี้จนห้ามไม่อยู่อีกแล้ว

“แม่!... ฮึก... พอเถอะแม่!”

เสียงสะอื้นให้เล็บออกมากว่าที่จะควบคุม อัจฉรากอดร่างแม่ของหล่อนแน่น แม่อีกฝ่ายจะไม่ยอมให้รั้ง แต่ก็ดิ้นรนต่อไปไม่ไหวเพราะแรงของลูกสาวไม่ยอมปล่อย ความโมโหเปลี่ยนเป็นความโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“พออะไร!?... พออะไร! มึงเห็นไหมอีเนยว่ากูฉิบหายหมดแล้ว! พ่อมึงมันทำเหี้ย!... โว้ย! ไม่เหลืออะไรแล้ว!”

อัจฉรากอดรั้งคนเป็นแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย น้ำตาของเจ้าหล่อนไหลพรากเป็นเขื่อนแตก ร่างบางสั่นระริก ผ้าผ่อนก็หลุดลุ่ยจนแทบจะเปลือย แต่หาได้สนใจไม่ ชีวิตของหล่อนมันอัปยศยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ ไม่เคยตกต่ำขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่ามันก็เปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนไหนกัน... หลังจากที่น้องสาวของเธอไปได้ดี หลุดพ้นจากครอบครัวนี้ หลังจากที่พ่อของหล่อนหนีหนี้ไป

มันตั้งแต่ตอนไหนกันแน่ ที่อัจฉราต้องกลายมาเป็นคนที่ต้องแบกรับทุกอย่างในชีวิต... เหมือนเป็นเวรกรรมที่ถึงคราวหล่อนจะต้องชดใช้มันแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [2/2]

    คำถามด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่นนั่นร้ายกาจไม่ใช่เล่น คำพูดของเธอในครั้งนี้กระทบใจนทีอย่างจัง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจพูดหรือไม่ก็ตาม รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า บรรยากาศที่เคยร้อนระอุเย็นเยียบขึ้นถนัดตา“หึ... กล้าถามขนาดนี้ แสดงว่ายังไม่สิ้นฤทธิ์”น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงอย่างอันตราย เรียบเหมือนผิวน้ำที่กำลังโหมคลื่นใหญ่อยู่ก้นบึ้ง ปลายนิ้วโป้งกดลงบนริมฝีปากอิ่มของอัจฉราด้วยแรงที่ทำให้กลีบเนื้ออ่อนนุ่มนั้นเผยอออกและอุทาน ‘โอ๊ย’ ออกมาด้วยความเจ็บก่อนจะพลิกร่างเล็กกลับขึ้นมาและคร่อมเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่าทั้งคู่จะเปลือยเปล่า โน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกชนกัน ผสานลมหายใจที่ร้อนระอุเข้ากับจังหวะหายใจที่ขาดห้วงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของอัจฉรา“เธอมองว่าฉันเป็นคนดีมาตลอดเหรอ? หึ... นั่นแหละที่ทำให้เธอไม่แตกต่างจากคนอื่น... มองแค่ผิวเผิน... ใจง่ายไปเอง ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้ด้วยซ้ำ”นัยน์ตาสีนิลแข็งกร้าว แต่ก็มีชั่วแวบหนึ่งที่มันฉายประกายอย่างซับซ้อน คล้ายกับความเจ็บปวดจากบางอย่าง ทว่าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว นทีกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นความหวาดหวั่

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [1/2]

    “อึก... อื้ออ...” สองมือยึดสะโพกเอาไว้มั่น ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาแหงนหน้าขึ้นฟ้า ปล่อยธารรักอุ่นร้อนพุ่งเป็นสายหนาเคลือบแผ่นหลังเนียนที่บัดนี้เต็มไปตราประทับกลีบกุหลาบและรอยขบกัด สะท้านสะเทือนเพราะแรงรักที่เขาปรนเปรอให้ใจจริงนทีอยากที่จะปลดปล่อยเคลือบผนังกำมะหยี่ แต่เขาก็รักษาคำพูดของตัวเองพอที่จะไม่ลดตัวลงไปฝากน้ำรักของเขาในกายของหล่อน... ถ้าเกิดพลาด อัจฉราท้องขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่“อ่าห์... โคตรดี... เธอเป็นของฉันแล้วนะ เนย”เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดกับใบหูที่ร้อนผ่าวของคนใต้ร่าง หลังจากที่ปลดปล่อยจนสุดทางรัก ทรุดตัวลงนอนทับเธอ โดยระวังน้ำหนักไม่ให้ทับคนตัวเล็กกว่าจนร่างแหลกไปเสียก่อนเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปตามแนวสีข้างของเธอ จนมาถึงข้างแก้มที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีแดงบดบังใบหน้าของคนที่เขาอยากเห็นสีหน้าที่สุดจนมองไม่เห็น“พูดอะไรบ้างสิ... หรือว่าโดนของฉันไปเลยจุกพูดไม่ออก”นทีถามเสียงเย้าแหย่ แต่แฝงความเป็นเจ้าของที่เพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม รู้สึกพึงพอใจที่สามารถยึดครองร่างกายเธอมาเป็นของเขาได้ด้วย

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    พรึ่บ! นทีไม่สนท่าทีที่กลับมาขัดขืนงอัจฉรา เขากระชากกางเกงยีนและกางเกงในตัวจิ๋วลงไปกองรวมกันอยู่ที่ข้อเท้าเล็กอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นเงาสามเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่หว่างขาขาว เท่านั้นยังไม่พอใจ กวาดสายตามองร่างเปลือยเปล่าตั้งแต่หัวจรดเท่าสายตาจวบจ้วงนั่นทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวและความอายอย่างถึงที่สุด เธอพยายามถดตัวหนี ปิดบังตัวเองด้วยมือและแขนอย่างน่าสมเพช แต่มันกลับดูยั่วยวน กระตุ้นความอยากของนทีอย่างร้ายกาจคว้าข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างเอาไว้มั่น รับรู้ได้ถึงแรงต้านที่พยายามจะหนีบขาเข้าหากัน แต่พละกำลังที่มากกว่าก็สามารถจับเรียวขาสวยของเธอแยกออกจากกันได้ไม่ยาก เผยให้เห็นกลีบเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำวาวแล้ว“ไม่นะ! อย่ามอง!”“แฉะแล้ว... อย่าหลอกตัวเองเลยเนย...”.นทีเลียกลืนน้ำลาย สายตาจับจ้องส่วนรับของอัจฉราอย่างกระหาย ความงามของเธอเกือบทำให้ลืมหายใจ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ รีบแทรกกายเข้าไประหว่างขาของเธอ รับรู้ถึงความปวดร้าวของตัวเองที่ร้องหาปลดปล่อยใต้เนื้อผ้า“คุณนที... ฮึก...”น้ำตาของเธอ... ร้องไห้อีกแล้ว ความปรารถ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    “คุณนทีอย่า!”อัจฉราประท้วงเสียงเครือ ดวงตาคู่ฉ่ำน้ำใส ไหวสั่นระริก ความร้อนซ่านประดับพวงแก้มใสราวกับผลตำลึงสุก ทั้งอายและอัปยศอย่างถึงที่สุด หลังจากที่นทีเปิดเผยร่างกายท่อนบนของเธอ มองเขาด้วยสายตาที่อ้อนวอน ผิดจากความดื้อรั้นก่อนหน้า“อย่านะคะ... ฮึก... เนยขอร้อง”เธอขอร้องทั้งน้ำตา ปลายจมูกรั้นแดงเรื่อ หายใจติดขัด ภาพตรงหน้าของนทีช่างดูน่าสงสาร เขากำลังทำร้านอัจฉราย่อมรู้ดี แต่ความต้องการของเขามันบดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปหมด สำคัญเขากำลังมองว่าความอ่อนแอของเธอมันน่าขย้ำให้จมเขี้ยว เหมือนสัตว์ตัวน้อย ๆ อ่อนแอ หวาดกลัว... สิ้นหวังแต่ก็ยังดิ้นรนที่จะขอร้อง“อย่าร้องไห้...”เขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบหน้าคนใต้ร่างอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบไม่ใกล้เคียงกับคำว่าปลอบใจเลยแม้แต่น้อย ซึ่งใช่... นทีไม่ได้กำลังปลอบประโลม“คุณนที... เนยขอร้องนะ... อย่าทำแบบนี้เลย”ร่างเล็กตัวสั่น สัมผัสของปลายนิ้วที่เฉียดผ่านแก้มเนียนยามที่เขาเช็ดน้ำตาให้ แม้รู้ดีว่ามันคือการกระทำเสแสร้งที่สุด ทว่ากลับรู้สึกสะท้านใจอย่างอดไม่ได้ ยิ่งเปิดเปลือ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [2/2]

    “น่ารำคาญมากไหมคะ... ฮึก... เนยน่ารำคาญในสายคุณนทีมากไหมคะ?”นทีชะงักจริง ๆ ในครั้งนี้ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ตอบคำถามแต่กลับจ้องใบหน้าที่เปื้อนหยาดน้ำใสจากตาของเธอ ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง น้ำตาของเธอ... ทำให้รู้สึกเดือดในใจอย่างประหลาดพร้อมด้วยเสียงหัวเราะต่ำ เขาปล่อยมือออกจากคางของเธอ ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะตอบคำถามของหล่อนด้วยน้ำเสียงเย็นจัดตรงข้ามกับสัมผัส“มาก... จนอยากปิดปากเธอให้เงียบเลยล่ะ”พูดจบก็ก้มลงประกบจูบอัจฉราอย่างแรง แบบไม่ให้เธอทันได้ตั้งตัว ดวงตาชุ่มน้ำเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจท่ามกลางความรู้สึกเจ็บปวด ขณะที่นทีเลื่อนมือมาล็อกกรามของเธอเอาไว้ บังคับให้เงยหน้ารับจูบได้ถนัดมากขึ้น“อืม...”เสียงทุ้มคำรามในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อย ที่กลีบปากนุ่มของหญิงสาวเม้มแน่น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาบีบกรามเธอแน่นขึ้นจนอัจฉราแย้มริมฝีปากออกด้วยความเจ็บ นทีใช้จังหวะนั้นสอดลิ้นร้อนเข้าไปลิ้มรสความเค็มของน้ำตาผสมกับความหวานหอมของคนใต้ร่างอย่างดุเดือดกวาดต้อนลิ้นเ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [1/2]

    อัจฉราหยุดฝีเท้าที่ปลายบันได แผ่นหลังบางตั้งตรงแม้จะสั่นไหวจากการร้องไห้ก็ตาม ดวงตาคู่สวยคมกล้าขึ้นเหนือความบอบบางที่เจ็บลึกสุดใจ “เนยไม่ได้หนี... แต่ถ้าจะหนีแล้วมันเรื่องอะไรของคุณนทีคะ?” เสียงหวานเครือย้อนถามคนข้างหลังโดยไม่หันไปมอง พูดจบหล่อนไม่รอคำตอบรับ หญิงสาวก็เคลื่อนไหวลงบันไดไปอีกครั้ง ทว่าเร็วไม่พอ ไม่ง่ายอย่างที่คิดนทีกล่าวไว้ไม่มีผิด “กล้าดีนี่!” หมับ! มือใหญ่ยื่นออกมาคว้าข้อมือเล็กของอัจฉราได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นก็รวบร่างบางด้วยแขนอีกข้างที่ว่างเข้ามาหา ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือของหญิงสาว แล้วยกเธอขึ้นอุ้มทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามหรือแรงขัดขืน “คุณนที! ปล่อยเนยนะ!” “ปล่อยเหรอ?! จะให้ปล่อยไปไหนล่ะ? ไปเสนอตัวให้ไอ้เจ้าหนี้ของเธอทำเมียหรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหน เขาจับร่างเล็กพาดบ่าอย่างมั่นคง ก่อนจะหันกลับขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนที่ประตูยังคงเปิดอ้าอยู่จากเมื่อครู่ ดวงตาสีนิลมืดครึ้มลงอย่างน่ากลัว ส

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 15 ไม้อ่อนดัดยาก

    หลายนาทีผ่านไป มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังที่ดังคล้ายกับจะถ่วงความเงียบเอาไว้ กระทั่งจังหวะที่นทีจัดการกับมื้ออาหารของเขาเสร็จพอดี เหลือเพียงแค่อัจฉราที่ยังกินอยู่ แต่ก็เหลือไม่มากแล้ว ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทเพราะไม่มีใครกล้ารบกวน ก็ถูกเปิดเข้ามาโดยไม่ได้เคาะก่อน“พี่ที! เนยเป็นไงบ้า

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 14 คลื่นใต้น้ำ

    วินาที นาที ครึ่งชั่วโมง นับได้เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่อัจฉรารู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น เธอจะยับตัวอย่างอึดอัดเล็กน้อยบนโซฟาที่นั่งอยู่ ขณะที่คนเป็นเจ้าของห้องตั้งแต่เกิดเรื่อง ขู่ให้เธอกลัวเขาก็ยังไม่ขยับออกจากโต๊ะทำงานเลยด้วยซ้ำหญิงสาวกัดริมฝีปากอิ่มเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 13 บังคับเหยื่อเข้าถ้ำ

    เสียงเครื่องยนต์ดับลง รถยนต์คันหรูจอดนิ่งอยู่ในช่องจอดประจำของผู้บริหารระดับสูง เบื้องหน้าอาคารสำนักงานใหญ่โตของ L&T Law ดวงตาของอัจฉราเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตกตะลึง กำลังจะหันไปถามคนข้าง ๆ ว่าทำไมถึงพาเธอมาที่นี่ ทว่าเขากลับลงจากรถไปเสียแล้ว“ล

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 12 แมวจับหนู

    “เอาไปสิ”เสียงทุ้มดังขึ้น แล้วยื่นถุงยาส่งให้คนป่วยที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่เบา ๆ เพราะยังไม่หายไข้ดี แม้จะได้ยาฉีดจากหมอไปแล้วก็ตาม แต่ถึงจะดูไม่ค่อยไหวนักเธอก็ยื่นมือออกมารับไปอย่างไม่อิดออด“ขอบคุณนะคะ”น้ำเสียงของอัจฉราแผ่วเบา แฝงไปด้วยความรู้สึกเกรงใจอย่างอดไม่ได้ ท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status