Beranda / โรแมนติก / นที (โปรด) รัก / บทที่ 6 ความอยากที่ไม่เคยมี

Share

บทที่ 6 ความอยากที่ไม่เคยมี

Penulis: 23.19น.
last update Tanggal publikasi: 2025-10-16 02:05:25

รถยนต์ค่อย ๆ ชะลอตัวลงเมื่อขับเข้ามาจอดในโรงจอดรถ แม้จะจอดนิ่งแล้วแต่ว่าเครื่องยนต์ยังคงทำงานเงียบ ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง แทนที่นทีจะดับเครื่องยนต์เขากลับเลือกที่จะให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหน่อย สายตาของเขามองไปยังคนร่างบางที่ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเบาะฝั่งผู้โดยสาร สิ่งเดียวที่ยังบอกว่าหล่อนมีชีวิตอยู่มีเพียงแค่ลมหายใจที่สม่ำเสมอเท่านั้น

ตอนแรกนทีตั้งใจที่จะปลุกเธอ แต่เขากลับเลือกที่จะมองดูเงียบ ๆ เสียอย่างนั้น เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องมานั่งรอคนหลับแบบนี้ ทั้งที่เขามีสิทธิ์เต็มที่ว่าจะให้เธออยู่หรือไป แต่การที่เห็นอัจฉราหลับสงบแบบนั้น แม้จะไม่เข้าใจแต่เขาก็ไม่คิดที่จะหาคำตอบเพื่อทำความเข้าใจเช่นกัน

ดวงตาคู่เฉียบยังคงราบเรียบเหมือนเคย แต่สายตาของเขาในยามนี้กลับกำลังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาว ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือมากกว่านั้นก็ตาม นทีสังเกตหล่อนตั้งแต่เรือนผมสีแดง คิ้วเรียวสวยที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ใต้ตาที่แดงช้ำจาง ๆ ทั้งสองข้าง ปลายจมูกรั้นนิด ๆ ตลอดไปจนถึงกลีบปากอิ่มที่แย้มออกจากกันเล็กน้อย

ยอมรับโดยไม่ต้องหาข้ออ้างเลยว่าอัจฉราเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยจนมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบในความรู้สึกของนที หญิงสาวก็ไม่ได้ต่างไปจากหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง มีดีแค่ปกหนังสือ สวยแต่รูป แต่เนื้อหาซ้ำซากจำเจ... ไม่ได้ ‘พิเศษ’ อะไรนักในความรู้สึกของเขา

ราวกับว่าเจ้าของร่างที่กำลังถูกสายตาของเขาประเมินอยู่จะรู้สึกตัวเสียแล้ว อัจฉราขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายตัว เปลือกตาหนาหนักกระพือเปิดขึ้นมาช้า ๆ ภาพที่เห็นทำให้นทีเบือนสายตาไปทางอื่นแทน ไม่ต้องการให้หล่อนรู้ว่าเขาแอบมองเธออยู่เมื่อครู่ แสงไฟจากโรงรถส่องกระทบเข้ามา เผยเห็นใบหน้าและแววตาที่ยังคงอ่านยากเหมือนเดิม

ขณะที่อัจฉราลืมตาตื่นขึ้นมาพอดีพร้อมกับความรู้สึกงุนงง และหนักอึ้งที่ศีรษะเล็กน้อย หญิงสาวหรี่ตาลงอีกครั้งเมื่อต้องแสงไฟสลัว คิ้วขมวดเข้าหากันบ่งบอกถึงความไม่สบายตัวชัดเจน

ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะรู้ตัวว่ารถยนต์ที่เคยเคลื่อนไหวในความทรงจำสุดท้าย ตอนนี้หยุดนิ่งอยู่กับที่แล้ว นัยน์ตาสียางไม้ไหววูบเบา ๆ ด้วยความสับสนและประหลาดใจ เมื่อหล่อนลืมตาขึ้นเห็นว่าตนอยู่ที่ไหน แม้จะมืดแต่ก็จำได้อย่างชัดเจนด้วยความคุ้นเคย

“เธอไม่ได้บอกฉันว่าจะให้ไปส่งที่ไหน...”

นทีเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ว่าหนักแน่นและทรงอำนาจตามแบบฉบับของเขา ชายหนุ่มสังเกตเห็นความงุนงงในดวงตาของอัจฉราผ่านหางตาของเขา แม้จะไม่ได้มองเธอตรง ๆ ก็ตาม เขาพูดจบก็ผินหน้าไปทางตัวบ้านหลังใหญ่ ก่อนจะถอดเข็มขัดนิรภัยออก และปลดล็อกประตูรถยนต์ซีดานคันหรูด้วยเสียง ‘คลิก’ เบา ๆ

อัจฉราสะดุ้งเบา ๆ หลังจากที่เสียงทุ้มดังขึ้น หล่อนหันไปทางนที ดวงตาที่ฉายแววตาอ่อนล้าอย่างปิดไม่มิดมองเขาเงียบ ๆ สายตามองตามเขาออกไปนอกหน้าต่าง บ้านหลังใหญ่ที่คุ้นเคยดีตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น

อัจฉราไม่ทันพูดอะไร เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเตรียมตัวจะลงจากรถแล้ว เธอจึงละสายตาไปจากเขาและรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออก ขณะที่กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากัน พร้อมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน

“ขอโทษนะคะ... ที่เนยไม่ได้บอก”

อัจฉราเอ่ยปากพูดเป็นครั้งแรกหลังจากที่ตื่นนอน ทำให้น้ำเสียงของหล่อนแหบพร่าเล็กน้อย แต่รู้สึกผิดและเกรงใจจนต้องรีบเอ่ยปากขอโทษเขา กลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายลำบากใจเพราะความสะเพร่าของเธอเอง

“แต่เดี๋ยวเนยเรียกรถกลับเองก็ได้ค่ะ ขอบคุณที่ให้เนยติดรถมาด้วยนะคะ...”

“เรียกรถ?... ดึกขนาดนี้น่ะเหรอ”

นทีเอ่ยขัดขึ้นมาฉับพลันเมื่ออัจฉราพูดจบ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว สายตาของเขาตวัดมองเธอที่ตอนนี้นั่งตัวเกร็ง ผิดไปจากท่าทีผ่อนคลายก่อนหน้านั้นตอนที่เธอหลับอยู่อย่างสิ้นเชิง เขาผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ คิ้วที่เคยขมวดเข้าหากันก่อนหน้าคลายออกจนสีหน้ากลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง

“ไม่ต้องเรียกรถ... ดึกแล้วนอนค้างที่นี่ไปก่อน... พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที”

นทีพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขากลับมาเป็นปกติ พูดจบเขาก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้แย้งอะไรอีก เขาละสายตาไปจากเธอ พร้อมกันนั้นก็เปิดประตูลงจากรถไปทันที ก่อนจะหันกลับไปมองอัจฉราที่ยังคงนั่งเงียบ สีหน้าของเธอแทบจะเก็บความสับสนและประหลาดใจเอาไว้ไม่ได้เลย

“ลงมาสิ”

น้ำเสียงของนที แม้จะราบเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความกดดันบางอย่างที่อัจฉราสัมผัสถึงได้ ทำให้เธอไม่กล้าขัดใจ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเบา ๆ พยักหน้า ก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถไปตามคำสั่งของเขา

อัจฉราปิดประตูลงอย่างเบามือ นทีมองการกระทำนั้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาด อย่างน้อยหล่อนก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ไม่ว่าจะเป็นด้วยความกลัว กดดันหรือเกรงใจ แต่ผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนกันอยู่ดี... นั่นคือเธอฟังคำสั่งของเขา

อากาศเย็นในคืนหลังจากที่ฝนตกหนักทำให้ร่างบางที่ยังสวมเสื้อผ้าเปียก ๆ ตัวสั่นเล็กน้อยจนต้องกอดครุยที่เอาติดมือมาด้วยแน่นเพื่อคลายหนาว ขณะที่หล่อนเดินอ้อมรถมาอยู่ตรงหน้าเขา แต่ก็รักษาระยะห่างเอาไว้อย่างเหมาะสม

“หึ...”

เสียงทุ้มแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อย นทีเห็นภาพนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึก ขบขันระคนสมเพชนิด ๆ เขาไม่รู้หรอกว่าอัจฉราไปเจออะไรมาบาง แต่หล่อนที่เขาเห็นในวันนี้ มันไม่เหมือนเธอในเมื่อก่อนเลยแม้แต่น้อย

เธอที่เชิดหน้า เธอที่เป็นห่านแต่ชูคอเหมือนหงส์ เธอที่แทบจะเข้าหาเขาทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นถอยห่างราวกับกลัวว่าเขาจะทำอะไร... หรือไม่ก็เริ่มรู้สึกเจียมตัวขึ้นมาบ้างแล้ว

อัจฉราชะงักไปเล็กน้อย หล่อนสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากและได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของนที แม้จะแค่แวบเดียวก็ตาม นั่นทำให้อัจฉรางุนงงอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าเขาหัวเราะเรื่องอะไรกันแน่ แต่ยังไม่ทันจะได้หาคำตอบ หญิงสาวต้องตกใจซ้ำสอง เมื่อจู่ ๆ ชายหนุ่มก็ขยับเดินเข้ามาใกล้เธอ การเคลื่อนไหวที่กะทันหันนั้นทำให้อัจฉราไม่ทันตั้งตัว

หล่อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ หัวใจดวงน้อยพลันเต้นผิดจังหวะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างและฉายแววสับสนระคนตื่นตระหนก ทว่า... สิ่งที่เธอคิดกับสิ่งที่เขาทำมันดันไม่ใช่อย่างที่คิดเลยแม้แต่น้อย เมื่อชายหนุ่มไม่ได้เดินมาหาเธอ แต่เขาเพียงแค่เดินผ่านหน้าเธอไปเฉย ๆ เพื่อไปเปิดประตูหลังรถก็เท่านั้น

“กินอะไรหรือยัง...”

นทีถาม คำถามของเขาทำให้คนที่พึ่งจะหน้าแตกไปไม่ถึงนาทีถึงกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัยอย่างเก็บอาการไม่อยู่อีกต่อไป นทีหันกลับไปหาเธอโดยที่ในมือของเขามีปิ่นโตอยู่ใบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำตาโตกะพริบตาปริบ ๆ แทนที่จะตอบเขา ชายหนุ่มก็ไม่ถามอีก แต่ยื่นปิ่นโตไปให้เธอต้องรับไปอย่างช่วยไม่ได้

“ขอบคุณค่ะ... แต่ว่า... แต่ว่าคุณนทีไม่เก็บไว้ทานเองเหรอคะ”

อัจฉราตอบกลับเสียงแผ่ว น้ำเสียงหวานสั่นนิด ๆ นั้นแฝงไปด้วยความลังเลผสมกับความเกรงใจ ทั้งที่ความจริงหัวใจของหล่อนมันกำลังเต้นแรง เพราะการกระทำง่าย ๆ แต่ไม่คาดคิดของนทีจะตายอยู่แล้ว มือบางกำหูปิ่นโตแน่นด้วยความประหม่าและข่มใจ

เตือนตัวเองว่าที่เขาทำ ไม่ใช่เพราะว่าเขารู้สึกอะไรด้วย ไม่ควรปล่อยใจให้คิดเข้าข้างตัวเองไปไกล... แต่รู้ทั้งรู้มันก็อดรู้สึกอะไรไม่ได้เลยอยู่ดี

“ไม่ล่ะ... ฉันไม่ชอบเท่าไหร่... เธอเอาไปกินเถอะ”

นทีตอบกลับเสียงเรียบ เขาสังเกตเห็นความประหม่าในท่าทีของอัจฉรา เห็นแม้กระทั่งพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสีเลือดฝาด เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำมันทำให้อัจฉราคิดไปไกลแค่ไหน แต่เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการย้ำเตือนหรือขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจน เพราะคนที่คิดจะข้ามเส้นมาตั้งแต่แรกมันคือเธอ... ไม่ใช่เขาอยู่แล้ว

หลังจากประโยคนั้นนทีก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เขามองหญิงสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังให้เธอและเดินตรงไปยังตัวบ้านทันที ทิ้งให้หล่อนยืนอยู่ข้างหลังท่ามกลางความหนาวและเสียงฟ้าร้องที่กระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่าฝนห่าใหญ่กำลังตั้งเคล้ามาอีกแล้ว และสมดั่งใจ ไม่ต้องรอนานพายุที่พึ่งจะซาไปเมื่อครู่ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับฝนเม็ดใหญ่ที่โปรยปรายลงมา

อัจฉราสะดุ้งเฮือกเมื่อหยดน้ำสัมผัสผิว สายตาที่มองแผ่นหลังของชายหนุ่มจำต้องแหงนหน้ามองฟ้าสั้น ๆ ก่อนที่จะรีบเดินตามหลังชายหนุ่มไปติด ๆ แต่ต่อให้ฝนจะตกลงมาอย่างไร หล่อนก็ไม่กล้าวิ่งแซงหน้าเขาไปอยู่ดี เป็นการกระทำเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากความเคยชินของสถานะที่ต่างกันสุดขั้วระหว่าง ‘เจ้านาย’ กับ ‘คนใช้’ อย่างเธอ

“มัวแต่เดินตามหลังอยู่แบบนั้น อยากเปียกอีกรอบหรือไง”

เสียงทุ้มของนทีดังขึ้นข้างหน้า ร่างสูงใหญ่ของเขาหยุดยืนกะทันหันเมื่อมาถึงชานบ้านแล้ว ซึ่งมีหลังคาคุ้มอยู่ไม่ให้เปียกฝน สีหน้าของเขายังคงอ่านยากเหมือนเดิม แต่แววตาของเขากลับฉายแววบางอย่างซึ่งคล้ายกับความ ‘หงุดหงิด’ ออกมาราง ๆ

“รีบเข้ามา...”

พูดเสร็จเขาก็เดินเข้าบ้านไปก่อนเธอ ทิ้งให้อัจฉรายืนสับสนอยู่คนเดียว กับความกดดันที่รับรู้ได้ผ่านน้ำเสียงของเขาเมื่อครู่ สายตามองตามร่างใหญ่ที่หายเข้าไปในบ้านแล้วจนลับตา ฝนก็ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอเริ่มเปียกอีกครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ทันที

หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ตัวสั่นงกด้วยความหนาวเย็น เธอกัดริมฝีปากที่สั่นระริก ก่อนจะวางปิ่นโตใบน้อยเอาไว้บนคอนโซลข้างประตูและหันกลับไปปิดประตูไม้บานคู่สีขาวให้สนิทและล็อกเรียบร้อย รู้ดีว่าถ้าหากนทีกลับบ้านมาแล้วก็ย่อมไม่มีใครนอกเหนือจากเขาแล้ว

หลังจากที่จัดการกับประตูเสร็จหล่อนก็หันกลับไปมองรอบ ๆ บ้านอีกครั้ง แต่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่กล้าขยับไปไหน ตอนนี้อัจฉรายังตัวเปียกอยู่ ดูมอมแมมอย่างกับลูกนกตกน้ำ ดวงหน้ากลับมาซีดอีกครั้งด้วยความหนาวเย็นจนจับสั่น เรือนผมสีแดงลู่ไปตามกรอบหน้าและลำคอ สีบางส่วนก็หลุดจนเปื้อนคอเสื้อสีอ่อนไปแล้วด้วย

สายตาพยายามมองหาทางที่จะเลาะไปยังห้องคนใช้ที่อยู่หลังบ้าน ก่อนจะถอดรองเท้าผ้าใบที่เปียกน้ำออกไป เพราะไม่อยากทำให้พื้นหินอ่อนมันวับใต้เท้าเปื้อนไปมากกว่านี้ ทว่าจังหวะที่กำลังก้มลงไปหยิบรองเท้าเสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นก่อน

“อยากปอดบวมตายหรือไง?”

นทีถาม พร้อมกันนั้นผ้าขนหนูผืนหนาสีขาวสะอาดจากในมือของเขาก็ถูกโยนไปให้หญิงสาวที่ยืนตัวสั่นงก จนเธอต้องยื่นมือออกมารับเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณ ดวงตาคู่คมตอนนี้เหมือนจะดูดุกว่าเดิมอย่างไม่รู้ตัวมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า กว่าจะรู้ตัวว่าคำพูดเมื่อครู่มันแรงไปก็ช้าเกินไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะเอ่ยคำขอโทษแต่อย่างใด

เขาไม่สนใจเธอ... อัจฉราเป็นผู้หญิงที่เขาไม่อยากเข้าไปมีบทบาทในชีวิตของหล่อนด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมว่าครั้งนี้เขากลับเมินเฉยหล่อนไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนกับที่ผ่านมาตลอดก็ไม่รู้ เขาไม่รู้ว่าเพราะเธอเป็นคนคุ้นเคย หรือเป็นเพราะเธอคือพี่สาวของคนที่เขาเคยมีความรู้สึกดี ๆ ด้วยครั้งหนึ่ง หรืออาจเป็นเพราะเขารู้สึก ‘สมเพช’ เธอจนอดที่จะดูแคลนเธอไม่ได้กันแน่

หรือแค่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความอยาก... อยากที่จะเป็นคนที่ได้ ‘เฝ้ามอง’ เธอในตอนที่หล่อนกำลังค่อย ๆ พังลง ในตอนที่เปลือกที่เคยห่อหุ้มหล่อนเอาไว้ค่อย ๆ กะเทาะหลุดลอกไป ตลอดจนเผยออกให้เห็น ‘เนื้อแท้’ ที่เป็น ‘อัจฉรา’ จริง ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่เธอซ่อนเอาไว้ภายใต้หน้ากากที่เธอสวมมาตลอดกันแน่

มันเป็นความรู้สึกที่จู่ ๆ ก็ทำให้นทีรู้สึกอยากเป็นคนนั้นซึ่ง ‘มีสิทธิ์’ จะได้เห็น... และมันต้องเป็นเขาเท่านั้นในครั้งนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [2/2]

    คำถามด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่นนั่นร้ายกาจไม่ใช่เล่น คำพูดของเธอในครั้งนี้กระทบใจนทีอย่างจัง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจพูดหรือไม่ก็ตาม รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า บรรยากาศที่เคยร้อนระอุเย็นเยียบขึ้นถนัดตา“หึ... กล้าถามขนาดนี้ แสดงว่ายังไม่สิ้นฤทธิ์”น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงอย่างอันตราย เรียบเหมือนผิวน้ำที่กำลังโหมคลื่นใหญ่อยู่ก้นบึ้ง ปลายนิ้วโป้งกดลงบนริมฝีปากอิ่มของอัจฉราด้วยแรงที่ทำให้กลีบเนื้ออ่อนนุ่มนั้นเผยอออกและอุทาน ‘โอ๊ย’ ออกมาด้วยความเจ็บก่อนจะพลิกร่างเล็กกลับขึ้นมาและคร่อมเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่าทั้งคู่จะเปลือยเปล่า โน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกชนกัน ผสานลมหายใจที่ร้อนระอุเข้ากับจังหวะหายใจที่ขาดห้วงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของอัจฉรา“เธอมองว่าฉันเป็นคนดีมาตลอดเหรอ? หึ... นั่นแหละที่ทำให้เธอไม่แตกต่างจากคนอื่น... มองแค่ผิวเผิน... ใจง่ายไปเอง ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้ด้วยซ้ำ”นัยน์ตาสีนิลแข็งกร้าว แต่ก็มีชั่วแวบหนึ่งที่มันฉายประกายอย่างซับซ้อน คล้ายกับความเจ็บปวดจากบางอย่าง ทว่าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว นทีกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นความหวาดหวั่

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [1/2]

    “อึก... อื้ออ...” สองมือยึดสะโพกเอาไว้มั่น ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาแหงนหน้าขึ้นฟ้า ปล่อยธารรักอุ่นร้อนพุ่งเป็นสายหนาเคลือบแผ่นหลังเนียนที่บัดนี้เต็มไปตราประทับกลีบกุหลาบและรอยขบกัด สะท้านสะเทือนเพราะแรงรักที่เขาปรนเปรอให้ใจจริงนทีอยากที่จะปลดปล่อยเคลือบผนังกำมะหยี่ แต่เขาก็รักษาคำพูดของตัวเองพอที่จะไม่ลดตัวลงไปฝากน้ำรักของเขาในกายของหล่อน... ถ้าเกิดพลาด อัจฉราท้องขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่“อ่าห์... โคตรดี... เธอเป็นของฉันแล้วนะ เนย”เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดกับใบหูที่ร้อนผ่าวของคนใต้ร่าง หลังจากที่ปลดปล่อยจนสุดทางรัก ทรุดตัวลงนอนทับเธอ โดยระวังน้ำหนักไม่ให้ทับคนตัวเล็กกว่าจนร่างแหลกไปเสียก่อนเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปตามแนวสีข้างของเธอ จนมาถึงข้างแก้มที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีแดงบดบังใบหน้าของคนที่เขาอยากเห็นสีหน้าที่สุดจนมองไม่เห็น“พูดอะไรบ้างสิ... หรือว่าโดนของฉันไปเลยจุกพูดไม่ออก”นทีถามเสียงเย้าแหย่ แต่แฝงความเป็นเจ้าของที่เพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม รู้สึกพึงพอใจที่สามารถยึดครองร่างกายเธอมาเป็นของเขาได้ด้วย

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    พรึ่บ! นทีไม่สนท่าทีที่กลับมาขัดขืนงอัจฉรา เขากระชากกางเกงยีนและกางเกงในตัวจิ๋วลงไปกองรวมกันอยู่ที่ข้อเท้าเล็กอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นเงาสามเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่หว่างขาขาว เท่านั้นยังไม่พอใจ กวาดสายตามองร่างเปลือยเปล่าตั้งแต่หัวจรดเท่าสายตาจวบจ้วงนั่นทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวและความอายอย่างถึงที่สุด เธอพยายามถดตัวหนี ปิดบังตัวเองด้วยมือและแขนอย่างน่าสมเพช แต่มันกลับดูยั่วยวน กระตุ้นความอยากของนทีอย่างร้ายกาจคว้าข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างเอาไว้มั่น รับรู้ได้ถึงแรงต้านที่พยายามจะหนีบขาเข้าหากัน แต่พละกำลังที่มากกว่าก็สามารถจับเรียวขาสวยของเธอแยกออกจากกันได้ไม่ยาก เผยให้เห็นกลีบเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำวาวแล้ว“ไม่นะ! อย่ามอง!”“แฉะแล้ว... อย่าหลอกตัวเองเลยเนย...”.นทีเลียกลืนน้ำลาย สายตาจับจ้องส่วนรับของอัจฉราอย่างกระหาย ความงามของเธอเกือบทำให้ลืมหายใจ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ รีบแทรกกายเข้าไประหว่างขาของเธอ รับรู้ถึงความปวดร้าวของตัวเองที่ร้องหาปลดปล่อยใต้เนื้อผ้า“คุณนที... ฮึก...”น้ำตาของเธอ... ร้องไห้อีกแล้ว ความปรารถ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    “คุณนทีอย่า!”อัจฉราประท้วงเสียงเครือ ดวงตาคู่ฉ่ำน้ำใส ไหวสั่นระริก ความร้อนซ่านประดับพวงแก้มใสราวกับผลตำลึงสุก ทั้งอายและอัปยศอย่างถึงที่สุด หลังจากที่นทีเปิดเผยร่างกายท่อนบนของเธอ มองเขาด้วยสายตาที่อ้อนวอน ผิดจากความดื้อรั้นก่อนหน้า“อย่านะคะ... ฮึก... เนยขอร้อง”เธอขอร้องทั้งน้ำตา ปลายจมูกรั้นแดงเรื่อ หายใจติดขัด ภาพตรงหน้าของนทีช่างดูน่าสงสาร เขากำลังทำร้านอัจฉราย่อมรู้ดี แต่ความต้องการของเขามันบดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปหมด สำคัญเขากำลังมองว่าความอ่อนแอของเธอมันน่าขย้ำให้จมเขี้ยว เหมือนสัตว์ตัวน้อย ๆ อ่อนแอ หวาดกลัว... สิ้นหวังแต่ก็ยังดิ้นรนที่จะขอร้อง“อย่าร้องไห้...”เขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบหน้าคนใต้ร่างอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบไม่ใกล้เคียงกับคำว่าปลอบใจเลยแม้แต่น้อย ซึ่งใช่... นทีไม่ได้กำลังปลอบประโลม“คุณนที... เนยขอร้องนะ... อย่าทำแบบนี้เลย”ร่างเล็กตัวสั่น สัมผัสของปลายนิ้วที่เฉียดผ่านแก้มเนียนยามที่เขาเช็ดน้ำตาให้ แม้รู้ดีว่ามันคือการกระทำเสแสร้งที่สุด ทว่ากลับรู้สึกสะท้านใจอย่างอดไม่ได้ ยิ่งเปิดเปลือ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [2/2]

    “น่ารำคาญมากไหมคะ... ฮึก... เนยน่ารำคาญในสายคุณนทีมากไหมคะ?”นทีชะงักจริง ๆ ในครั้งนี้ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ตอบคำถามแต่กลับจ้องใบหน้าที่เปื้อนหยาดน้ำใสจากตาของเธอ ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง น้ำตาของเธอ... ทำให้รู้สึกเดือดในใจอย่างประหลาดพร้อมด้วยเสียงหัวเราะต่ำ เขาปล่อยมือออกจากคางของเธอ ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะตอบคำถามของหล่อนด้วยน้ำเสียงเย็นจัดตรงข้ามกับสัมผัส“มาก... จนอยากปิดปากเธอให้เงียบเลยล่ะ”พูดจบก็ก้มลงประกบจูบอัจฉราอย่างแรง แบบไม่ให้เธอทันได้ตั้งตัว ดวงตาชุ่มน้ำเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจท่ามกลางความรู้สึกเจ็บปวด ขณะที่นทีเลื่อนมือมาล็อกกรามของเธอเอาไว้ บังคับให้เงยหน้ารับจูบได้ถนัดมากขึ้น“อืม...”เสียงทุ้มคำรามในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อย ที่กลีบปากนุ่มของหญิงสาวเม้มแน่น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาบีบกรามเธอแน่นขึ้นจนอัจฉราแย้มริมฝีปากออกด้วยความเจ็บ นทีใช้จังหวะนั้นสอดลิ้นร้อนเข้าไปลิ้มรสความเค็มของน้ำตาผสมกับความหวานหอมของคนใต้ร่างอย่างดุเดือดกวาดต้อนลิ้นเ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [1/2]

    อัจฉราหยุดฝีเท้าที่ปลายบันได แผ่นหลังบางตั้งตรงแม้จะสั่นไหวจากการร้องไห้ก็ตาม ดวงตาคู่สวยคมกล้าขึ้นเหนือความบอบบางที่เจ็บลึกสุดใจ “เนยไม่ได้หนี... แต่ถ้าจะหนีแล้วมันเรื่องอะไรของคุณนทีคะ?” เสียงหวานเครือย้อนถามคนข้างหลังโดยไม่หันไปมอง พูดจบหล่อนไม่รอคำตอบรับ หญิงสาวก็เคลื่อนไหวลงบันไดไปอีกครั้ง ทว่าเร็วไม่พอ ไม่ง่ายอย่างที่คิดนทีกล่าวไว้ไม่มีผิด “กล้าดีนี่!” หมับ! มือใหญ่ยื่นออกมาคว้าข้อมือเล็กของอัจฉราได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นก็รวบร่างบางด้วยแขนอีกข้างที่ว่างเข้ามาหา ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือของหญิงสาว แล้วยกเธอขึ้นอุ้มทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามหรือแรงขัดขืน “คุณนที! ปล่อยเนยนะ!” “ปล่อยเหรอ?! จะให้ปล่อยไปไหนล่ะ? ไปเสนอตัวให้ไอ้เจ้าหนี้ของเธอทำเมียหรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหน เขาจับร่างเล็กพาดบ่าอย่างมั่นคง ก่อนจะหันกลับขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนที่ประตูยังคงเปิดอ้าอยู่จากเมื่อครู่ ดวงตาสีนิลมืดครึ้มลงอย่างน่ากลัว ส

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 7 หนังสือสองเล่ม

    ดวงตาคู่สวยของอัจฉราเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวจากการกระทำและคำพูดที่ไม่คาดคิดของนทีเมื่อครู่ มือบางกำผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อีกฝ่ายพึ่งโยนให้เมื่อครู่แน่น ขณะที่แววตาฉายแววสับสนและตกใจออกมาอย่างซ่อนไม่มิด สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเรื่องที่หญิงสาวไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทำ เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ยังคงยืนนิ่ง

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 5 นกปีกหัก

    ความเงียบภายในรถยนต์ที่กำลังแล่นไปบนท้องถนนท่ามกลางพายุที่ยังไม่สงบนั้นเป็นสิ่งที่จับต้องได้ นอกจากเสียงเครื่องยนต์ที่ยังคงทำงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไร ทำให้บรรยากาศเหมือนคนแปลกหน้าสองคนที่บังเอิญอยู่ในรถคันเดียวกันมากกว่าคนที่รู้รักกันเสียอีกสายตาของนทีจับจ้องไปยังทั

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 4 มรสุม

    “หนูขอร้องนะคะเฮีย ตอนนี้หนูกับแม่ลำบากกันมากจริง ๆ”เสียงสั่นเครือออกมาจากปากของหญิงสาวที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องยอมก้มหัวให้ใครมาก่อน แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้วในขณะที่อัจฉรากำลังเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ของพ่อเป็นการส่วนตัว ณ จุดนี้หล่อนยอมลดศักดิ์ศรีที่มันค้ำคอลงบ้าง อย่างไรเสียหล่อนก็แทบไม่มีอ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 3 เลิศธารินทร์

    อรุณรุ่งส่องแสงไปทั่วหล้าสุดขอบฟ้า ปลุกทุกสรรพชีวิตให้ตื่นจากค่ำคืนที่ยาวนานอีกครั้งในวันใหม่ ภายในห้องครัวกว้างสุดหรูหรา เต็มไปด้วยเครื่องครัวใช้สำหรับการประกอบอาหาร หม้อแกงสเตนเลสอย่างดีกำลังตั้งเตาร้อนระอุ ส่งกลิ่นอายจากข้าวต้มที่เพิ่งปรุงเสร็จได้ไม่นาน ทั้งในห้องอาหารก็เช่นกัน ถ้วยข้าวต้มหมูร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status