LOGINสายฝนค่อย ๆ ตกลงมากระทบกับหลังคาจนเกิดเป็นเสียงดัง
ท้องฟ้าที่เคยสว่าง ค่อย ๆ มืดครื้มเหมือนเป็นใจจะสร้างบรรยากาศ
ฝนนอนนิ่ง แขนทั้งสองข้างวางไว้บนอก มือยังคงกำหนังสือนิยายแน่นเหมือนเป็นที่ระบายความตื่นเต้นเดียวที่เธอมีตอนนี้
ผมค่อย ๆ ใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่แขนเธอเบา ๆ หยิบหนังสือที่เธอถือไว้ออก
มืออีกข้างของผมท้าวกับเตียงไว้เพื่อรับน้ำหนักตัวเอง
ผมค่อย ๆ ก้าวเข่ามาคร่อมตัวฝน ผมนำทางมือของเธอให้มาโอบที่คอผมไว้ ขณะที่ยังจูบเธออยู่
จากนั้น ผมก็ค่อย ๆ ใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในปากของฝนช้า ๆ
เธอยอมให้ผมทำแบบนั้น และเธอก็ค่อย ๆ ทำตาม จนลิ้นของเราพันกันในโพรงปาก
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงทำแบบนั้น
ผมแค่ทำมันไปตามสัญชาตญาณและมันก็สั่งให้ล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเธอต่อ
ผมค่อย ๆ ล้วงมื้อเข้าไป สัมผัสผิวนุ่มลื่นที่หน้าท้องของเธอ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาจนถึงหน้าอกที่มีชุดชั้นในนุ่ม ๆ ขวางอยู่
ฝนสะดุ้งเล็กน้อย
ผมบีบมันเบา ๆ จนเธอต้องดึงมือข้างหนึ่งที่กำลังโอบคอผมอยู่ ลงมาจับที่ข้อมือผมไว้
จากนั้น ผมก็ล้วงมือเข้าไปข้างในชุดชั้นในของเธอ
ผมขยับมือไปจนฝ่ามือของผมประทับเข้ากับใต้ราวนมของฝน จนเต็มฝ่ามือ
เธอครางเบา ๆ ขณะที่ลิ้นเรายังพันกันอยู่
เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมสัมผัสเนื้อนุ่ม ๆ ที่เรียกว่าหน้าอกของสาวบริสุทธิ์
ผมค่อย ๆ บีบมือลงบนหน้าอกเธอเบา ๆ ก่อนจะขยับฝ่ามือหมุนเป็นวงกลม
ผมกดฝ่ามือแนบลงไป จนผมรู้สึกว่าหัวนมของเธออยู่ที่กลางฝ่ามือของผม
เนื้อนุ่ม ๆ แทรกไปตามร่องระหว่างนิ้วตามแรงบีบ
ผมถอนลิ้นและปากออกมา แล้วค่อย ๆ จูบไล่ลงมาที่ซอกคอของเธอ
พร้อม ๆ กับมือของผมที่บีบสลับกับใช้นิ้วคลึงหัวนมของเธอ
เธอครางออกมาเบา ๆ หลับตาลง หายใจหอบถี่
ผมทำแบบนั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเข่าอีกครั้ง
ผมมองหน้าฝนโดยไม่พูดอะไร
เธอตาปรือมองผมผ่านแว่นตากรอบบาง มือทั้งสองข้างแบออก หน้าอกขยับตามจังหวะหายใจหอบถี่
ผมค่อย ๆ เลื่อนมือไปจับขาทั้งสองข้างเธอ แล้วแหกออกช้า ๆ
กางเกงขาสั้นรั้งขึ้น จนเห็นส่วนโหนกนูนของเธอได้อย่างชัดเจน
เธอยอมทำตามโดยไม่ขัดขืน
ผมรู้สึกตื่นเต้นกับภาพที่เห็นตรงหน้าและมันทำให้ลำยาวของผม เริ่มแข็งตัวในกางเกง
จากนั้น ผมก็ดึงกางเกงขาสั้นกับกางเกงในของผมลงมาในครั้งเดียว
เผยให้เห็นลำยาวที่กำลังแข็งตัว ชี้เป็นเส้นตรง ส่วนหัวเปิดเล็กน้อย
ฝนก้มมองที่ลำยาวของผมก่อนจะเอามือปิดปากตัวเองหลวม ๆ
“มะ…มัน ใหญ่มาก”
จากนั้น ผมค่อย ๆ เลื่อนมือไปถอดกางเกงขาสั้นของฝนออก
เธอยังคงมองลำยาวของผมโดยไม่รู้ตัวว่า กางเกงขาสั้นของเธอได้ถูกถอดออกไปแล้ว
ฝนนอนแหกขากว้างโดยมีกางเกงในสีขาวรัดตึงจนเห็นเป็นร่องกึ่งกลาง
ผมกดลำยาวของผม ให้ส่วนกลางลำแนบลงไปที่ร่องกึ่งกลางของเธอผ่านกางเกงในสีขาว
เธอสะดุ้งทันทีเหมือนหลุดจากภวังค์ เมื่อผมโยกเอวให้ลำยาวถูเบา ๆ
ผมรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ลำยาวของผมเล็กน้อย
“นู๋ รู้สึกแปลก ๆ ตรงท้องน้อยจัง”
เสียงเธอสั่น ๆ
จากนั้น…
ผมเอื้อมมือไปถอดกางเกงในของเธอ ทันทีที่ส่วนตรงกลางกำลังจะหลุดออก
เธอก็รีบขว้างมันเอาไว้ เหมือนยังไม่พร้อม
เธอปากเบะเล็กน้อยเหมือนจะร้องไห้
ผมเงยหน้ามามองฝน สายตาที่เธอมองมา ดูตื่นกลัวและลำบากใจสุด ๆ
ผมเข้าใจดี ว่าเธอยังคงไม่พร้อม และจริง ๆ แล้ว ผมเองก็ยังไม่พร้อมเช่นกัน
ผมหยุดทันทีแล้วค่อย ๆ ดึงกางเกงตัวเองขึ้นมา
“ไม่เป็นไรนะ...”
ผมปลอบฝนจนเธอค่อย ๆ สงบลง ขาทั้งสองขางยังแหกออกกว้าง มือของเธอยังคงกำขอบกางเกงในไว้แน่น
"ฉันขอโทษนะ...ที่รีบร้อนไปหน่อย"
ผมบอกเธออย่างอ่อนโยน
ฝนมองตาผม เหมือนรู้สึกผิดที่ทำให้ผมต้องหยุดแบบนี้
“นู๋…ทำให้พี่กรรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าค่ะ?”
ผมส่ายหน้าทันที แล้วยื่นมือไปลูบแก้มเธอเบา ๆ
“ฉันอาจจะรีบร้อนเกินไป…และเราก็ไม่มีอะไรป้องกันด้วย ฉันไม่อยากให้ฝนต้องกังวลหลังจากที่เราทำกันไปแล้วน่ะ”
ฝนมองหน้าผม สีหน้าเธอดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
"นู๋รู้สึกผิด…ขอโทษนะคะ"
“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษ...ที่ทำให้ฝนลำบากใจ”
แล้วน้ำตาของเธอก็ค่อย ๆ ไหลออกมา แต่ท่าทีที่ดูหวาดกลัวกลับหายไปทั้งหมด
"งั้นเราหยุดแค่นี้กันดีไหม?"
ฝนเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
"ถ้าพี่กรอยากจะทำจริง ๆ นู๋จะอดทนค่ะ"
คำพูดนั้น ทั้งดูใส่ซื่อและเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก
เธอพยายามทำเพื่อผม...เพราะฉนัน ผมจะทำเพื่อเธอบ้าง
"งัน...ฉันจะทำอย่างอื่น ที่ทำให้ฝนไม่ต้องลำบากใจนะ"
หลังจากถ่ายฉากสุดท้ายเสร็จเธอยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน ก่อนเดินกลับมาหาพวกเราส่วนผมยื่นขวดน้ำให้เธอ เธอยิ้มให้ผมก่อนจะรับน้ำไปผมรู้ว่าเธอคงเหนื่อยมาก ๆ เพราะเธอแทบจะไม่ได้หยุดพักเลยระหว่างถ่ายผมมองรอยยิ้มของเธอ แล้วก็รู้สึกว่าไม่ต้องถามอะไรต่ออีกแล้วก่อนกลับบ้านผู้หญิงคนหนึ่งจากทีมงานเดินเข้ามาหาพวกเราเธอบอกว่าทางบริษัทอยากคุยกับรุ้งเพิ่มเติม และขอให้ผู้ใหญ่ที่มาด้วยเข้าไปรับฟังรายละเอียดผมจึงโทรหาป๊าเพื่อบอกเรื่องนี้ก่อนป๊าบอกให้ผมเป็นตัวแทน แต่ถ้ามีเอกสารอะไรต้องเซ็น ให้เอากลับมาให้ป๊ากับแม่ตรวจสอบก่อนจากนั้นจึงเดินตามรุ้งเข้าไปในห้องประชุมเล็ก ๆภายในห้องมีผู้จัดการฝ่ายดูแลนักแสดงและผู้หญิงจากทีมแคสติ้งนั่งรออยู่พวกเขาชมว่ารุ้งเรียนรู้งานได้เร็ว มีความเป็นธรรมชาติหน้ากล้อง และสามารถปรับบุคลิกตามบทได้ดีจึงสนใจชวนเธอมาเป็นนักแสดงในสังกัดของบริษัทรายละเอียดคร่าว ๆ คือบริษัทจะช่วยหางานที่เหมาะสมให้รายได้จะขึ้นอยู่กับประเภทงาน โดยมีการแบ่งค่าตอบแทนตามข้อตกลงในสัญญา
หลังจากสอบวิชาสุดท้ายเสร็จ...ทุกคนก็ดูผ่อนคล้ายขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะยังต้องใช้เกรดของเทอมนี้ด้วย ในการสอบ Admission ทุกคนเลยต้องจริงจังกับการสอบครั้งนี้สำหรับเด็ก ม.6 คำว่าปิดเทอมอาจไม่ได้หมายถึงการได้หยุดพักเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วเพราะยังมีทั้งการสอบตรงเข้ามหาลัยฯ และหนังสืออีกหลายเล่มที่รออยู่แต่อย่างนั้น...ก็ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้า เพื่อมาเข้าแถวที่โรงเรียนแล้วช่วงปิดเทอม 1ชีวิตของพวกเราเริ่มมีตารางเวลาที่แตกต่างกันมากขึ้นฝนลงเรียนพิเศษเพิ่มอีกหลายวิชา โดยเฉพาะที่ต้องใช้เตรียมสอบเข้าคณะแพทย์ฯเธอต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและกลับมาเกือบเย็นส่วนผมเองก็เริ่มลงเรียนเหมือนกันมีอยู่ไม่กี่วิชาที่เราลงเรียนเหมือนกัน พวกเราจึงไปเรียนด้วยกันหลังเลิกเรียน เราก็แวะซื้อขนมหรือไอติมก่อนกลับบ้านมันเป็นช่วงเวลาธรรมดาที่ผมชอบมากถึงจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่การได้อยู่กับเธอ มันทำให้ผมมีความสุขแล้วส่วนรุ้ง...ดูเหมือนปิดเทอมครั้งนี้จะเป็นช่วงที่เธอยุ่งที่สุดนอกจา
หลังจากกลับบ้านในวันนั้น พวกเธอก็เอานามบัตรให้ป๊ากับแม่ดูทันทีตอนแรกป๊าดูแปลกใจอยู่พอสมควรที่จู่ ๆ มีคนมาชวนลูกสาวทั้งสองไปถ่ายโฆษณาส่วนแม่ก็ถามรายละเอียดเสียยกใหญ่ทั้งชื่อบริษัท สถานที่ถ่ายงาน และใครจะเป็นคนดูแลพวกเธอโชคดีที่ริษาช่วยตรวจสอบข้อมูลของบริษัทมาให้แล้ว พ่อจึงโทรไปสอบถามกับทางทีมงานอีกครั้งสุดท้ายทั้งสองคนก็อนุญาตแต่มีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่ง“กร วันอาทิตย์ไปดูน้อง ๆ ด้วยนะ”ป๊าพูดขึ้นระหว่างกินข้าวเย็นผมเงยหน้าจากจานข้าวเล็กน้อย“ได้ครับ”รุ้งหันมายิ้มให้ผมทันที“เยี่ยม! มีคนถือกระเป๋าแล้ว!”“นี่ฉันไปดูแลเธอนะ!”ผมถอนหายใจเบา ๆเสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ บนโต๊ะกินข้าวเมื่อถึงนัดหมาย...สถานที่แคสติ้งเป็นสตูดิโอขนาดไม่ใหญ่มากนัก อยู่ภายในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งพอไปถึงก็มีผู้ปกครองพาลูก ๆ มารอกันอยู่หลายกลุ่มบางคนกำลังซ้อมบทพูด ส่วนบางคนก็นั่งให้แม่จัดทรงผมอยู่หน้ากระจก
วันเสาร์…ผมออกจากบ้านพร้อมรุ้งและฝนตั้งแต่ช่วงสายฝนมีเรียนพิเศษตามปกติ ส่วนรุ้งนัดริษากับนกไว้ที่สยามเพื่อถ่ายคลิปใหม่หน้าที่ของผมก็ยังเหมือนเดิมเบ้!ผมเดินตามพวกเธอไปเรื่อย ๆถึงแม้รุ้งจะทำกับผมเหมือนเป็นคนถือของแต่เวลาที่ผมเห็นรอยยิ้มของเธอแล้วต่อให้ของหนักกว่านี้…ผมก็ถือให้เธอได้ช่วงบ่ายพวกเธอถ่ายคลิปกันอยู่หลายจุดวันนี้นกเตรียมคำถามสั้น ๆ สำหรับสัมภาษณ์คนที่ยินดีร่วมรายการ ส่วนริษาก็คอยหามุมกล้องและตรวจภาพมุมใหม่ ๆรุ้งรับหน้าที่เดินเข้าไปชวนคุยเหมือนเดิมช่วงแรกเธอยังมีติดขัดอยู่บ้างแต่พอผ่านไปสองสามคนก็เริ่มพูดคล่องและเป็นธรรมชาติมากขึ้นผมยืนมองอยู่ไม่ไกลเวลารุ้งอยู่หน้ากล้อง เธอดูต่างจากตอนอยู่ในห้องเรียนเล็กน้อยเหมือนความร่าเริงที่มีอยู่ ถูกดึงออกมาใช้ได้เต็มที่เธอหัวเราะง่าย พูดเก่ง และไม่ค่อยกลัวที่จะเริ่มบทสนทนากับคนแปลกหน้าเป็นสิ่งที่คนพูดน้องอย่างผมและฝน มองว่ามันวิเศษมากและรุ้งทำมันได้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
วันต่อมา…ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน ขณะที่ผมกำลังอาบน้ำอยู่จู่จู่ความคิดหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในหัว“หรือที่ฝนกังวลอยู่…จริง ๆ แล้ว เป็นเพราะผมเสร็จข้างในพวกเธอหรือเปล่านะ?”ผมคิดในใจและคิดว่าจะหาจังหวะคุยกับพวกเธอทั้ง 2 คนตอนนั้น ผมคิดเรื่องนี้อยู่ทั้งวัน จนคนรอบข้างคิดว่าผมคงกังวลเรื่องเตรียมสอบผมพยายามหาจังหวะจะคุยกับพวกเธอ แต่พอตอนมีโอกาศ ผมก็ดันไปกล้าเอ่ยถามออกไปปกติแล้วถ้าเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ผมคงถามเธอเลยตรง ๆ แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้ ผมกลับรู้สึกไม่กล้าที่จะเอ่ยออกมาคงเป็นเพราะว่า ตอนนั้นผมยังคงเด็กมาก ๆ เลยคิดไปแบบนั้นยิ่งเวลาผ่านไป ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นผมจมอยู่กับความรู้สึกแบบนี้อยู่วัน สองวันจนฝนเริ่มสังเกตุเห็นความผิดปกติของผมบางอย่างเย็นวันหนึ่ง…ขณะที่พวกเรานั่งทำการบ้านกันอยู่“พี่กร…เป็นอะไรหรือเปล่า?”รุ้งเอ่ยถามหลังจากทำการบ้านเสร็จ“ป่าว ไม่มีอะไร”
หลังจากนั้น...ที่พวกเราผ่านประสบการณ์'ครั้งแรก'พร้อม ๆ กันทั้ง 3 คนผมถามพวกเธอว่าปลอดภัยจริง ๆ หรอ ที่ยอมให้ผมเสร็จข้างในแบบนั้นแต่พวกเธอก็ยืนยันว่าเป็นช่วงระยะปลอดภัยของพวกเธอพอดีถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่ฝนก็ดูมีท่ากังวลเล็กน้อย ซึ่งตรงข้ามกับพี่สาวเธอสุดท้าย พวกเราจึงตัดสินใจกินยาคุมฯวันต่อมา…โรงเรียนกลับมาเปิดตามปกติผมเดินเข้าประตูโรงเรียนพร้อมกับรุ้งและฝนเหมือนทุกวันหลังพายุฝนตกหนักเมื่อวาน พื้นสนามยังเปียกอยู่เล็กน้อย มีแอ่งน้ำขังอยู่ตามขอบทางเดิน ส่วนต้นไม้ข้างอาคารที่หักโค้น ถูกเก็บกวดเรียบร้อยพอเดินมาถึงห้องเรียน ผมก็พบว่าบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อสัปดาห์ก่อนเล็กน้อยข้าง ๆ กระดานมีตารางสอบกลางภาคติดอยู่ส่วนเพื่อนหลายคนที่ปกติจะนั่งอ่านการ์ตูนหรือคุยเล่นกันก่อนเข้าเรียน วันนี้กลับเปิดหนังสืออ่านกันตั้งแต่เช้า“อีกสามอาทิตย์เองเหรอ!”เสียงเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากหลังห้อง“เออ ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย&rdqu







