Partager

ตำหนักเฟิ่งอี๋

last update Date de publication: 2025-12-29 12:47:44

ตำหนักเฟิ่งอี๋ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขตพระราชวังต้องห้าม ทุกย่างก้าวมั่นคงเสมอทำให้อากัปกิริยาอ่อนช้อย ราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ลงมาจุติยังโลกมนุษย์

สายตานับหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่หญิงสาวอาภรณ์ชมพู เสียงพูดคุยดังคลอเบา ๆ ในมุมต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง

สตรีมากมายที่หลี่หลิ่งฟางเห็น พวกนางล้วนคือเหล่าบรรดาพระสนมของฮ่องเต้ ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้เข้าวังหลวงมาเป็นพระสนม

หลี่หลิ่งฟางที่เป็นคนยุคปัจจุบันยังเผลอตกใจกับจำนวนพระสนมเหล่านี้ หากจะให้นางนั่งไล่นับขึ้นมาจริง ๆ พระสนมก็คงมีไม่ต่ำไปกว่าสองพันกว่าคนได้กระมัง

“เฮ้อ” หลี่หลิ่งฟางถอนหายใจออกมาปลงตก แอบนึกสงสารหลี่หลิ่งฟางตัวจริงขึ้นมา

หากองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์สมัยถัดไป หลี่หลิ่งฟางอาจจะบอบช้ำทางจิตใจมากขึ้น เมื่อพระสวามีของตนต้องมีภรรยาเพิ่มเป็นพันกว่าคน

ขนาดมีเพียงแค่คนเดียว ในยุคปัจจุบันยังมีการนอกใจได้ แต่นี่ไม่มีการนอกกายนอกใจแต่อย่างใด มีเพียงกฎทางราชสำนักที่ฮ่องเต้ต้องมีพระสนมมากมาย

ในประวัติศาสตร์น้อยครั้งที่จะมีฮองเฮาเพียงคนเดียว เพราะถ้าหากไม่รับพระสนมจากการคัดเลือก หรือจากบรรดาบุตรีของเหล่าขุนนางมา เกรงว่าอำนาจของฮ่องเต้อาจจะสั่นคลอนได้

ในสมัยอดีตการมีภรรยาหลายคนไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดปรกติแต่อย่างใด เหล่าภรรยาทุกคนสามารถยอมรับสถานะของตนได้

รวมไปถึงฮองเฮาที่อาจจะต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับเรื่องพรรค์นี้ เพราะบุรุษเป็นใหญ่กว่าสตรี ภรรยาจะต้องเชื่อฟังสามีเท่านั้น นั่นคือกฎของวัฏจักรมนุษย์

หลี่หลิ่งฟางเดินมาหยุดลงหน้าบานประตูขนาดใหญ่ โดยมีป้ายสลักตัวอักษรเอาไว้อยู่บนเหนือศีรษะ

‘เฟิ่งอี๋’

พระตำหนักพระชายาในองค์รัชทายาท ต่อให้สถานะของหลี่หลิ่งฟางจะเป็นเพียงว่าที่พระชายา อย่างไรตำแหน่งพระชายาในองค์รัชทายาทก็ยังคงเป็นนางอยู่ดี

คนภายในอาจจะรู้จักหลี่หลิ่งฟางเป็นเพียงว่าที่พระชายา แต่คนภายนอกรู้จักกันในนามพระชายา

จึงไม่สามารถกระจายข่าวลือที่เกิดขึ้นนี้ออกนอกวังหลวงไปได้ หากหลุดรอดออกไปจากน้ำเรียบนิ่งอาจเกิดพายุเพลิงขึ้นเพียงชั่วพริบตา

บานประตูหน้าตำหนักเฟิ่งอี๋เปิดออกเผยให้เห็นสภาพบรรยากาศด้านในตัวตำหนัก ดอกไม้ ต้นไม้ ยังคงเบ่งบานชูช่อออกดอกสวยงามเฉกเช่นเดิม ราวกับตำหนักเฟิ่งอี๋ยังมีผู้พักอาศัยตลอดสองเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา

องครักษ์ผู้เฝ้าระวังอันตรายเดินไปเปิดบานตูของตัวตำหนักตามหน้าที่ สภาพบรรยากาศภายในห้องมืดสนิทไร้แสงสว่าง แตกต่างจากสภาพบรรยากาศด้านนอกโดยสิ้นเชิง

กระนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากความคิดของหลี่หลิงฟางมากนัก

ยามที่ก้าวเท้าเข้าไปในตำหนักกลับมีกลิ่นหนึ่งลอยออกมาแตะที่ปลายจมูก

หลี่หลิ่งฟางขมวดคิ้วไล่สายตามองสำรวจภายในความมืดอย่างละเอียด นางก้าวถอยหลังออกมายืนที่หน้าทางเข้า จนทำให้อันฉีนางกำนัลของหลี่หลิ่งฟางเกิดสงสัย

“ว่าที่พระชาทรงเป็นอันใดไปเพคะ?”

หลี่หลิ่งฟางดันอันฉีให้ออกห่างจากหน้าทางเข้าตำหนักขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่นางยังคงตรัสขึ้นมาโดยไม่ได้หันไปมองที่ตัวอันฉี

“ในตำหนักมีบุคคลอื่น”

“อันใดนะเพคะ! ในตำหนักมีผู้บุกรุกหรือเพคะ!”

ทันทีที่อันฉีโพล่งคำว่าผู้บุกรุกขึ้นมาเสียงดัง เหล่าองครักษ์สองนายรีบเข้ามายืนกันร่างของว่าที่พระชายาอย่างรวดเร็ว

“ว่าที่พระชายาทรงหลบออกไปด้านนอกก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ ทางนี้พวกกระหม่อมจะเข้าไปตรวจสอบให้เองพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางไม่ได้ตอบกลับ และถูกอันฉีจับแขนลากมายืนอยู่ห่างจากตัวตำหนักตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้

องครักษ์ทั้งสองจับอาวุธเดินย่องเข้าไปตรวจสอบด้านในตัวตำหนักอย่างเงียบเฉียบ สายตาสองคู่คอยไล่มองการเคลื่อนไหวของผู้บุกรุก

ทันใดนั้นเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาที่องครักษ์นายหนึ่งอย่างกะทันหัน ทำให้องครักษ์เสียหลักล้มลงหงายหลังไปกับพื้นดังปึก องครักษ์อีกนายรีบเข้ามาหมายจะจับตัวผู้บุกรุกในระหว่างชุลมุน

ทว่าผู้บุกรุกกลับวิ่งหนีออกมานอกตำหนักอย่างรวดเร็ว เป้าหมายที่ผู้บุกรุกพุ่งหนีออกมาคือร่างของสตรีทั้งสอง ที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านนอก

“ว่าที่พระชายะระวังพ่ะย่ะค่ะ!”

องครักษ์ตะโกนเตือนเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก เขารีบจับหอกวิ่งไล่ตามหลังผู้บุกรุกมา เพราะเขาวิ่งออกตัวช้าทำให้ระยะห่างนั้นมากเกินกว่าจะคว้าจับตัวผู้บุกรุกได้ แต่ทว่า...

ฉัวะ!

“อ๊าก!!!!”

เสียงตะโกนแหกปากร้องดังขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์หน้าสิวหน้าขวาน อันฉีที่รีบเอาตัวเข้ามาบังว่าที่พระชายาหลับตาปี๋ยามกอดปกป้องผู้เป็นนาย ทว่าเหตุการณ์ที่คิดกลับไม่เกิดขึ้น

อันฉีหรี่ตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองดูสถานการณ์ด้วยความสงสัย

ภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขา ทั้งนางกำนัลและองครักษ์ต่างยืนนิ่งอึ้งอ้าปากค้างไปแล้ว

หยาดโลหิตไหลซึมเป็นสายราวกับน้ำตกตกลงสู่พื้นดิน ร่างของผู้บุกรุกทรุดเข่าลงกอดแขนขวาที่ถูกตัดขาด

ท่าทางของผู้บุกรุกดูตกตะลึงจนสติหลุดกระเจิงหายไป องครักษ์รีบเข้ามาจับกุมผู้บุกรุกทันทีที่สิ้นท่า

“อย่าขยับ! หากเจ้าขยับแม้แต่นิดเดียวเจ้าได้ตายแน่!”

ผู้บุกรุกไม่ได้ขัดขืนองครักษ์ บนใบหน้าของผู้บุกรุกเต็มไปด้วยเลือดที่กระเด็นเปรอะเปื้อน แขนขวานอนนิ่งบนมือยังคงจับมีดสั้นอาบยาพิษเอาไว้

“เจ้าจะถูกลงโทษในฐานลอบปลงพระชนม์ว่าที่พระชายา ลุกขึ้นยืนซะ! ข้าจะพาเจ้าไปขังที่คุกวังหลวง”

ผู้บุกรุกยืนขึ้นด้วยแรงพยุงขององค์รักษ์ ชิ้นส่วนแขนที่ขาดถูกห่อผ้าขาวบางถือไปด้วย

“เดินไป!” องครักษ์ดันร่างของผู้บุกรุกไปด้านหน้า

ท่าทางที่ผู้บุกรุกแสดงออกมากลับทำให้ความสงสัยขององครักษ์ไม่มั่นใจ

ภาพก่อนหน้านั้น ในจังหวะที่ผู้บุกรุกพุ่งตรงไปที่ว่าที่พระชายาและนางกำนัล ด้วยความกระวนกระวายใจที่วิ่งมาช่วยไม่ทันกาล แต่พอรู้ตัวอีกทีภาพตรงหน้าก็ปรากฏโลหิตสีชาดกระเด็นเป็นวงกว้าง พร้อมกับแขนขวาที่ปลิวค้างอยู่กลางอากาศ

ร่างของผู้บุกรุกทรุดเข่าไปนั่งตะโกนแหกปากอยู่บนพื้น โดยที่เบื้องหน้าในตอนนั้นคือร่างของว่าที่พระชายา

สายพระเนตรคมกริบแผ่จิตสังหารออกมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับสตรีผู้นั้นหาใช่ว่าที่พระชายาที่เคยรู้จัก

“อาลั่ว เจ้ากำลังมองอันใดอยู่?”

ชายหนุ่มสะดุ้งตกใจหันกลับมามองที่สหายองครักษ์ของตน “เปล่า พวกเรารีบพาผู้บุกรุกไปขังที่คุกวังหลวงเถอะ”

สหายองครักษ์ผงกศีรษะจับผู้บุกรุกเดินนำหน้าไป ในขณะที่องครักษ์อีกนายยืนจ้องมองนิ่ง

‘ลั่วเจิ้งหนาน หากเจ้าเห็นสิ่งใดน่าสงสัยให้มารายงานกับข้าด้วย’

องครักษ์หนุ่มยกยิ้มมุมปากเดินตามหลังสหายองครักษ์ไปติด ๆ

-----

ทางด้านตำหนักตงกง ควันสีขาวหลายสายลอยเอื่อย ๆ ออกจากเตากำยาน บนพระพักตร์หลับตาพริ้มลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ

มุมหนึ่งของห้องบรรทมมีเงาเคลื่อนไหวใกล้เข้ามาอย่างเงียบเฉียบ ดาบถูกชักออกมาจากฝักสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์

ชายชุดดำส่งแรงไปที่แขนขวาทั้งหมดหมายจะปลิดชีพชายหนุ่มบนเตียง

เกร๊ง!

ของแข็งสองชิ้นกระทบกันอย่างรุนแรงจนเกิดสะเก็ดไฟ ชายชุดดำกระโดดถอยออกจากเตียงไปที่มุมห้อง เบื้องหน้าของเขาคือสตรีอาภรณ์ชมพูที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“เจ้าเป็นใครกัน?”

“คำถามนั้นต้องเป็นข้าที่ถามเจ้ามากกว่า เข้ามาในตำหนักองค์รัชทายาทได้อย่างไร?”

ชายชุดดำกำดาบแน่น สายตาจับจ้องมองไปที่สตรีอาภรณ์ชมพูไม่วางตา ในเมื่อมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ เห็นทีเขาต้องสังหารพยานไปด้วย

มือหนากำด้ามดาบแน่นพุ่งตรงไปที่ร่างหมายจะเอาชีวิต แต่ทั้งหมดกลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด

ชิ้ง!

ดาบถูกปัดออกอย่างง่ายดาย ชายชุดดำถูกเตะเข้าที่กลางลำตัวอย่างแรงจนร่างกระเด็นไปอีกฝั่ง ยังไม่ทันที่ชายชุดดำจะตั้งตัวได้ทัน บนใบหน้าถูกฝ่ามือบางจับกระแทกกับกำแพงเต็มแรง

“อัก!”

โลหิตสำลักออกมาทางริมฝีปาก ชายชุดดำทรุดไปกองอยู่บนพื้นในสภาพสะบักสะบอม กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก สายตามองจ้องชายกระโปรงที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

“สารภาพมาเผื่อข้าจะไว้ชีวิต”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากชายชุดดำก่อนกล่าวกลับมาว่า “ไม่มีความเมตตาในหมู่นักฆ่า”

“ก็จริง”

ฉัวะ! ตุบ กึกๆๆ

หลี่หลิ่งฟางเดินมาดูร่างที่ไร้ศีรษะนอนจมกองเลือด สายตาเย็นชาจ้องมองนิ่งก่อนจะหันหลังเดินมามองพระพักตร์องค์รัชทายาท ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวอันใดทั้งสิ้น

หมับ

“เจ้าลูกเจี๊ยบตัวนี้นอนสบายใจเฉิบ ในขณะที่ข้าต้องมานั่งปกป้องเจ้างั้นรึ” หลี่หลิ่งฟางบีบแก้มชายหนุ่มเบามือด้วยความหมั่นไส้ “เอาเถอะ มีหลายเรื่องที่ข้าอยากรู้จากเจ้าลูกเจี๊ยบนี่อีกเยอะ แต่ก่อนอื่น...”

พลั่ก

“โอ๊ย” หวังจิ้งเสวียนพยุงร่างของตนที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมานั่งด้วยความงุนงง

“นี่ ช่วยตะโกนแหกปากบอกว่ามีผู้บุกรุกให้ที อ้อ แล้วอย่าบอกว่านั่นเป็นฝีมือของหม่อมฉันนะเพคะ”

หวังจิ้งเสวียนจ้องมองแผ่นหลังบางวิ่งหายออกไปจากห้อง ชายหนุ่มยังคงอึนและงงกับสถานการณ์ แต่พอเหลือบไปเห็นศพไร้ศีรษะนอนจมกองเลือด ชายหนุ่มก็เข้าใจได้ในทันที

“องครักษ์มีนักฆ่าในห้องบรรทมของข้า ช่วยเข้ามาเอาเก็บศพให้ข้าที”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คืนเทศกาลหอมรัญจวน (nc)

    บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอบอวลไปด้วยเพลิงราคะ บทเพลงรักบรรเลงไปตามจังหวะที่ร่างสูงเป็นคนกำหนด เสียงเนื้อกระทบเนื้อปลุกเร้าให้อารมณ์ของทั้งคู่เดือดพล่านหวังจิ้งเสวียนกระแทกกระทั้นหนักหน่วงจนเตียงสั่นคลอน ดวงตาหงส์จ้องมองดวงหน้าหวานเชิดขึ้นเผยอริมฝีปากอวบอิ่มหอบหายใจถี่ ร่างอรชรดิ้นพล่

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คำสัญญาในคืนหยวนเซียว (nc)

    พวกเขาทั้งสองต่างยืนทอดมองไปที่จุดเดียวกัน ภายใต้แสงโคมไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างนวลลอยคว้างไปอย่างเงียบงัน ความเงียบสงบงดงามในค่ำคืนนี้คล้ายถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกหลากหลายที่แนบแน่นในใจทั้งสอง“ปีหน้าพวกเรามาเที่ยวเล่นเทศกาลนี้ด้วยกันอีกครั้งเถิด” หวังจิ้งเสวียนตรัสขึ้น

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เทศกาลหยวนเซียว

    หลี่หลิ่งฟางจูงมือหวังจิ้งเสวียนเดินทอดน่องไปตามย่านงานเทศกาลที่คึกคักในเมืองหลวง ตลอดสองฟากฝั่งประดับประดาไปด้วยโคมแดงระย้าห้อยละลานตา เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังคลอเคล้า กลิ่นอาหารหอมฉุยจากแผงลอยเรียงรายพัดมาตามสายลม เรียกน้ำลายจนท้องไส้ของนางส่งเสียงประท้วงเบา ๆหลี่หลิ่งฟางชะโงกหน้าไปดูร้านหน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พ่อตาพูดคุยกับลูกเขย

    บรรยากาศเงียบสงบ กลิ่นชาสาลี่ที่เพิ่งรินใส่ถ้วยยังคงอบอวลในอากาศ หลี่หลิ่งฟางได้ขอตัวไปพักที่เรือนของตน โดยปล่อยให้บุรุษทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันอัครมหาเสนาบดีหลี่ซีเฉิงวางสายตาแน่วนิ่งที่องค์รัชทายาท ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความเคร่งขรึมในฐานะบิดาผู้เป็นห่วงบุตรี และขุนนางผู้มากประสบการณ์ใน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status