Beranda / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / ปล่อยตัวว่าที่พระชายา

Share

ปล่อยตัวว่าที่พระชายา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-27 12:32:31

วันที่สองในการทำงานหลี่หลิ่งฟางและอันฉีกำลังนั่งถอนหญ้าเฉกเช่นเดิม ทว่าจู่ ๆ ประตูบานใหญ่หน้าตำหนักเหลิ่งกงถูกเปิดออก หญิงสาวทั้งสองต่างลุกขึ้นยืนมองดูผู้มาเยือน

หลี่หลิ่งฟางมีความสงสัยปรากฏอยู่บนดวงหน้างาม นางหันกลับมาตรัสถามกับนางกำนัลรับใช้ของตนว่า “อันฉีคนเหล่านี้เป็นใครกัน?”

“ทูลว่าที่พระชายา ท่านที่กำลังเดินนำหน้าองครักษ์มาคือกงกงของฝ่าบาทเพคะ

‘กงกง...อ้อ! ขันทีใกล้ชิดฮ่องเต้สินะ’

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวกงกงค้อมกายถวายบังคมสตรีเบื้องหน้า

หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะรับ “ท่านกงกงมาหาเปิ่นกงด้วยเรื่องอันใดงั้นหรือ?”

“ทูลว่าที่พระชายา วันนี้กระหม่อมได้นำราชโองการจากฝ่าบาทมาถวายให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ”

‘ราชโองการอะไรล่ะนั่น?’

“ว่าที่พระชายารับราชโองการ”

หลี่หลิ่งฟางยอบกายรับราชโองการที่ฮ่องเต้พระราชทานมาอย่างงุนงง

“ราชโองการฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟาง จากเหตุการณ์ที่ถูกต้องโทษข้อหาวางยาพิษลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท ในวันนี้ความจริงได้ปรากฏออกมาแล้ว ซึ่งว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟางมิได้กระทำความผิด แต่กลับเป็นแพะรับบาปแทน เรารู้สึกเสียพระทัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในครั้งนี้ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟางพ้นความผิดทุกคำครหา กลับคืนสู่ยศถาบรรดาศักดิ์ดั้งเดิม จบราชโองการ”

หลี่หลิ่งฟางสับสนปนงุนงง ซึ่งในนิยายตัวละครหลี่หลิ่งฟางไม่ได้รับความยุติธรรมแต่อย่างใด หรืออาจเป็นเพราะสวรรค์ได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตา คนที่สมควรตายไปแล้วกลับยังมีชีวิตอยู่ เช่น ตัวของนางและองค์รัชทายาท

“เชิญว่าที่พระชายารับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางโคลงศีรษะไล่ความคิดไร้สาระ ยื่นมือทั้งสองไปรับราชโองการมาจากจ้าวกงกง นางลุกขึ้นยืนสะบัดกระโปรง บนดวงหน้างามมีความสงสัยเต็มไปหมด

“ว่าที่พระชายาเพคะ หม่อมฉันขอแสดงความยินดีที่พระองค์พ้นโทษจากความผิดนะเพคะ” อันฉียิ้มแย้มกล่าวคำอวยพรแด่ผู้เป็นนายอย่างจริงใจ

“ว่าที่พระชายาพ้นโทษแล้ว กระหม่อมคิดว่าพระองค์กลับตำหนักเพื่อพักพระวรกายเถิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะนำทางพระองค์กลับตำหนักเองพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม”

หลี่หลิ่งฟางหันหลังไปมองตำหนักที่เคยอาศัยอยู่ร่วมสองเดือนกว่าเกือบสามเดือน ถึงแม้วิญญาณของนางเพิ่งจะมาอาศัยอยู่เพียงแค่สามวันก็ตาม

แอ๊ด แกรก

บานประตูใหญ่หน้าตำหนักเหลิ่งกงถูกปิดลงไร้ผู้อยู่อาศัย หลี่หลิ่งฟางรู้สึกใจหายไม่น้อยที่ตนได้ออกจากตำหนักหนาวนี้ขึ้นมาจริง ๆ

‘แสดงว่าหลังจากนี้หลี่หลิ่งฟางที่มีวิญญาณของข้ามาสิงร่าง คงต้องดำเนินชีวิตต่อเอาเองแล้วสินะ’

หลี่หลิ่งฟางคิดว่าบททดสอบยังอีกยาวไกล ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้คนเช่นนางหลุดพ้นจากตำหนักหนาวมาได้ จากนี้เรื่องราวของตัวละครหลี่หลิ่งฟางจะพลิกผันไปตลอดกาล

ข่าวลือเรื่องราชโองการพ้นโทษของว่าที่พระชายาลือไปทั่ววังหลวง ณ หอศึกษาในเขตพระราชวังหลวงชั้นใน ชายหนุ่มอาภรณ์น้ำเงินที่กำลังนั่งอ่านตำรากลับไม่มีสมาธิจดจ่อ

เขาพยายามลูบฝ่ามือเพื่อคลายความสั่นกลัวอยู่ตลอดเวลา เหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผาก นัยน์ตาสั่นระริก

“องค์รัชทายาท พระองค์ทรงเป็นอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

เสียงจากราชครูเรียกสติของชายหนุ่มให้กลับคืนมา

“เปิ่นกงมิได้เป็นอันใด ท่านราชครูสอนต่อเถิด”

ราชครูลอบสังเกตพระพักตร์ของลูกศิษย์ตนด้วยความเป็นห่วง เขายังรู้สึกไม่สบายใจจึงกล่าวอีกครั้ง “ถ้าพระองค์รู้สึกประชวร ได้โปรดตรัสให้กระหม่อมทราบโดยทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”

ชายหนุ่มผงกศีรษะ เขาตั้งใจสงบสติอารมณ์อ่านตำราต่อ ทว่าเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งค่อย ๆ ดังเข้ามาใกล้ ๆ กับหอศึกษา

ในขณะที่หวังจิ้งเสวียนเบนหน้าออกไปนอกหอศึกษา สายพระเนตรของเขาสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบดุจฝันร้ายเมื่อคืนโผล่ขึ้นมา

เพล้ง!

แท่นฝนหมึกดำตกแตก สิ่งของบนโต๊ะเตี้ยกระจัดกระจาย ร่างขององค์รัชทายาทถอยกรูแทบชิดอีกมุมของห้อง ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“องค์รัชทายาททรงเป็นอันใดไปพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท องค์รัชทายาท!” ราชครูรีบวิ่งเข้ามาตรวจสอบอาการของลูกศิษย์ตน

กลุ่มคนที่เดินผ่านมาต่างหยุดมองเหตุการณ์ในหอศึกษา

“ว่าที่พระชายาเพคะ หม่อมฉันคิดว่าองค์รัชทายาทประชวรหนักเอาเรื่องเหมือนกันนะเพคะ” อันฉีกระซิบกระซาบกับผู้เป็นนาย หลังนางมองเห็นอาการประชวรขององค์รัชทายาท

หลี่หลิ่งฟางยืนนิ่งขณะจ้องมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า “ท่านจ้าวกงกงรีบไปตามหมอหลวงมาเถิด หากยังปล่อยเอาไว้เช่นนี้องค์รัชทายาทคงอาการทรุดหนักลงได้”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

หลี่หลิ่งฟางมองแผ่นหลังจ้าวกงกงวิ่งไปตามหมอหลวงอย่างร้อนรน ก่อนจะเบนหน้ากลับมามองตัวประกอบเช่นเดียวกันกับนาง

‘ขวัญหนีดีฝ่อของแท้’

หลี่หลิ่งฟางส่ายหน้าไปมา นางตัดสินใจเดินเข้าไปในหอศึกษา

“ว่าที่พระชายารอหม่อมฉันด้วยเพคะ!” อันฉีรีบเดินตามหลังผู้เป็นนายเข้าไปในหอศึกษาเช่นกัน

สภาพบรรยากาศในหอศึกษาตอนนี้ดูชุลมุนวุ่นวาย มีเหล่าคุณชายต่างยืนซุบซิบ เหล่าสหายขององค์รัชทายาทต่างช่วยกันจับรั้งองค์รัชทายาทเอาไว้ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มทำร้ายตนเอง ส่วนราชครูคอยเรียกสติอยู่ไม่ห่าง

หลี่หลิ่งฟางยืนจ้องมองสถานการณ์ ก่อนจะถอนหายใจออกมารีบเดินแทรกเข้าไปในวง

“นี่เจ้าเข้ามาได้อย่างไร!”

น้ำเสียงเอ่ยถามดูไร้มารยาท แต่หลี่หลิ่งฟางหาได้ใส่ใจที่จะตอบกลับ นางยอบกายนั่งยอง ๆ อยู่เบื้องหน้าของหวังจิ้งเสวียน

“องค์รัชทายาทเพคะ องค์รัชทายาทได้ยินหม่อมฉันหรือไม่เพคะ” หลี่หลิ่งฟางลองเรียกสติของชายหนุ่ม แต่ดูเหมือนสติของเขากระเจิดกระเจิงไปเสียแล้ว

‘อา...เจ้าลูกเจี๊ยบขี้ขลาดตัวนี้นี่ เวรกรรมของข้าจริง ๆ’

หลี่หลิ่งฟางตัดสินใจยื่นมือไปกอบกุมพระพักตร์ของหวังจิ้งเสวียน จนในที่สุดนัยน์ตาเฟิ่งหวงคู่นั้นแสดงปฏิกิริยาตอบกลับมาแล้ว

“องค์รัชทายาทได้ยินหม่อมฉันหรือไม่เพคะ”

หลี่หลิ่งฟางมองเห็นชายหนุ่มค่อย ๆ พยักหน้าให้กับตน นางรู้สึกโล่งใจที่ตนสามารถเรียกขวัญของชายหนุ่มกลับคืนมาได้

“องค์รัชทายาทค่อย ๆ หายใจเข้าออกช้า ๆ นะเพคะ ค่อย ๆ”

การกระทำของหญิงสาวตกอยู่ภายใต้สายตาบรรดาลูกศิษย์ของหอศึกษาและราชครู พวกเขาต่างแปลกใจที่หญิงสาวสามารถทำให้องค์รัชทายาทกลับคืนฟื้นสติได้อีกครั้ง

หวังจิ้งเสวียนที่ได้สติกลับคืนมา ภาพตรงหน้าของเขาปรากฏใบหน้าของพระชายา เขาเกือบจะถอยหลังหนี แต่ทว่าความรู้สึกแปลกประหลาดรอบ ๆ ตัวของนางทำให้เขาจิตใจสงบ ฝันร้ายในคืนนั้นมลายหายไปในสมอง

ความอบอุ่นที่สัมผัสได้จากฝ่ามืออันบอบบางทั้งสองข้างกำลังปลอบประโลมตัวเขา

หวังจิ้งเสวียนคิดว่าตอนนี้มีเพียงแค่นางเท่านั้น ที่สามารถช่วยเหลือเขาจากฝันร้ายเหล่านั้นได้

หมับ

หลี่หลิ่งฟางตกใจกับการกระทำที่กะทันหันของหวังจิ้งเสวียน ฝ่ามือหนาของเขายกขึ้นมากอบกุมบนหลังฝ่ามือของตน แถมยังซุกพระพักตร์เข้าหาฝ่ามือของตนเหมือนเด็กน้อยหาที่พึ่งก็มิปาน

หลี่หลิ่งฟางขมวดคิ้วกับปฏิกิริยาที่หวังจิ้งเสวียนแสดงออกมา นางกะว่าจะถามไถ่เสียหน่อย ทว่าเสียงของจ้าวกงกงตะโกนดังมาแต่ไกล

“ทางนี้ขอรับหัวหน้าหมอหลวง องค์รัชทายาทอยู่ทางนี้ขอรับ!”

หลี่หลิ่งฟางดึงฝ่ามือของตนกลับคืนมา นางรีบลุกถอยออกห่างไปยืนหลบมุม เพื่อปล่อยให้หัวหน้าหมอหลวงจัดการรักษาต่อ

“องค์รัชทายาททรงตรัสบอกอาการกับกระหม่อมทีพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าหมอหลวงวางสัมภาระที่ข้างในบรรจุอุปกรณ์รักษาเอาไว้

ระหว่างที่กำลังรักษาองค์รัชทายาท หลี่หลิ่งฟางเลือกที่จะเดินออกจากหอศึกษาเงียบ ๆ นางเดินไปหาจ้าวกงกงที่กำลังยืนวิตกกังวลเรื่องอาการประชวรขององค์รัชทายาท

“ท่านจ้าวกงกงอยู่เฝ้าดูพระอาการขององค์รัชทายาทที่นี่เถิด เดี๋ยวเปิ่นกงกลับตำหนักกับนางกำนัลรับใช้ของเปิ่นกงเองได้ เปิ่นกงมิรบกวนท่านจ้าวกงกงแล้ว”

“กระหม่อมต้องขอประทานอภัยที่ละเลยหน้าที่” จ้าวกงกงค้อมกายด้วยความรู้สึกผิด

“มิเป็นไร ท่านจ้าวกงกงมิได้ตั้งใจละเลยหน้าที่เสียหน่อย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ท่านจ้าวกงกงคอยเฝ้าดูพระอาการองค์รัชทายาทน่าจะดีกว่าพาเปิ่นกงไปส่งที่ตำหนัก”

“กระหม่อมต้องขอประทานอภัยว่าที่พระชายาอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะหันไปตรัสกับอาฉี “พวกเราก็กลับตำหนักกันเถอะ”

“เพคะ”

หญิงสาวทั้งสองเดินออกจากหอศึกษามุ่งหน้ากลับตำหนักของพวกเขา

-----

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตำหนักเฟิ่งอี๋

    ตำหนักเฟิ่งอี๋ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขตพระราชวังต้องห้าม ทุกย่างก้าวมั่นคงเสมอทำให้อากัปกิริยาอ่อนช้อย ราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ลงมาจุติยังโลกมนุษย์สายตานับหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่หญิงสาวอาภรณ์ชมพู เสียงพูดคุยดังคลอเบา ๆ ในมุมต่าง ๆ ตลอดเส้นทางสตรีมากมายที่หลี่หลิ่งฟางเห็น พวกนางล้วนคือเหล่าบรรดาพระสนมของฮ่องเต้ ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้เข้าวังหลวงมาเป็นพระสนมหลี่หลิ่งฟางที่เป็นคนยุคปัจจุบันยังเผลอตกใจกับจำนวนพระสนมเหล่านี้ หากจะให้นางนั่งไล่นับขึ้นมาจริง ๆ พระสนมก็คงมีไม่ต่ำไปกว่าสองพันกว่าคนได้กระมัง“เฮ้อ” หลี่หลิ่งฟางถอนหายใจออกมาปลงตก แอบนึกสงสารหลี่หลิ่งฟางตัวจริงขึ้นมาหากองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์สมัยถัดไป หลี่หลิ่งฟางอาจจะบอบช้ำทางจิตใจมากขึ้น เมื่อพระสวามีของตนต้องมีภรรยาเพิ่มเป็นพันกว่าคนขนาดมีเพียงแค่คนเดียว ในยุคปัจจุบันยังมีการนอกใจได้ แต่นี่ไม่มีการนอกกายนอกใจแต่อย่างใด มีเพียงกฎทางราชสำนักที่ฮ่องเต้ต้องมีพระสนมมากมายในประวัติศาสตร์น้อยครั้งที่จะมีฮองเฮาเพียงคนเดียว เพราะถ้าหากไม่รับพระสนมจากการคัดเลือก หรือจากบรรดาบุตรีของเหล่าขุนนางมา เกรงว่าอำนาจของฮ่อ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ปล่อยตัวว่าที่พระชายา

    วันที่สองในการทำงานหลี่หลิ่งฟางและอันฉีกำลังนั่งถอนหญ้าเฉกเช่นเดิม ทว่าจู่ ๆ ประตูบานใหญ่หน้าตำหนักเหลิ่งกงถูกเปิดออก หญิงสาวทั้งสองต่างลุกขึ้นยืนมองดูผู้มาเยือนหลี่หลิ่งฟางมีความสงสัยปรากฏอยู่บนดวงหน้างาม นางหันกลับมาตรัสถามกับนางกำนัลรับใช้ของตนว่า “อันฉีคนเหล่านี้เป็นใครกัน?”“ทูลว่าที่พระชายา ท่านที่กำลังเดินนำหน้าองครักษ์มาคือกงกงของฝ่าบาทเพคะ‘กงกง...อ้อ! ขันทีใกล้ชิดฮ่องเต้สินะ’“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวกงกงค้อมกายถวายบังคมสตรีเบื้องหน้าหลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะรับ “ท่านกงกงมาหาเปิ่นกงด้วยเรื่องอันใดงั้นหรือ?”“ทูลว่าที่พระชายา วันนี้กระหม่อมได้นำราชโองการจากฝ่าบาทมาถวายให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ”‘ราชโองการอะไรล่ะนั่น?’“ว่าที่พระชายารับราชโองการ”หลี่หลิ่งฟางยอบกายรับราชโองการที่ฮ่องเต้พระราชทานมาอย่างงุนงง“ราชโองการฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟาง จากเหตุการณ์ที่ถูกต้องโทษข้อหาวางยาพิษลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท ในวันนี้ความจริงได้ปรากฏออกมาแล้ว ซึ่งว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟางมิได้กระทำความผิด แต่กลับเป็นแพะรับบาปแทน เรารู้สึกเสียพระทัยกับเหตุการณ์ที

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ความสัมพันธ์แตกหัก

    อากาศยามค่ำคืนเย็นสะท้าน ขณะที่กำลังนอนขดตัวเร้นกายอยู่ภายใต้ผ้าห่ม หลี่หลิ่งฟางกลับนอนไม่หลับ เพราะอากาศภายในตำหนักหนาวเย็นเกินกว่าจะข่มตานอนได้แม้แต่อันฉียังต้องนอนขลุกตัวอยู่ในก้อนกลม ๆ เห็นแล้วก็อดนึกสงสารนางไม่ได้ในเมื่อนอนไม่หลับหลี่หลิ่งฟางจึงออกจากตำหนักไปสำรวจเมืองหลวงแทน ด้วยความสามารถที่ติดตัวมาทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถจับสังเกตได้หลี่หลิ่งฟางยืนอยู่เหนือหลังคาแต่ละตำหนัก มองดูเหล่าองครักษ์ตรวจตราทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้น ถึงจะไม่รู้ว่าตำหนักที่ตนยืนอยู่บนหลังคาเรียกว่าตำหนักอันใดก็ตามแต่หลี่หลิ่งฟางยอมรับเลยว่าวังหลวงใหญ่โตโอฬารอย่างมาก“อยู่ข้างนอกก็หนาว อยู่ข้างในก็หนาว งั้นคืนนี้ไปอยู่ที่ตำหนักตงกงดีกว่า” หลี่หลิ่งฟางตัดสินใจได้เช่นนั้น นางจึงมุ่งหน้าไปยังตำหนักตงกงที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกทันทีในช่วงเวลานั้นภายในห้องบรรทมตำหนักตงกงเกิดเหตุวุ่นวาย นักฆ่าชุดดำต่างกำลังพยายามจัดฉากการสวรรคตขององค์รัชทายาท เพื่อที่จะได้ไม่มีทางสืบหาต้นตอจนเจอ“นำร่างองค์รัชทายาทมาบรรทมได้แล้ว”นักฆ่าพากันแบกร่างองค์รัชทายาทมาที่เตียง“อือ! อื้อ!”“อย่าทรงดิ้นเลยพ่ะย่ะค่ะ มันก็แค่เจ็บนิดเดี

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หยกประจำกาย

    ณ ตำหนักตงกงภายในห้องบรรทม องค์รัชทายาทนอนนิ่งจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย ควันหลายสายลอยเอื่อย ๆ ผ่านไปอย่างเชื่องช้า กลิ่นสมุนไพรคละคลุ้งจนหายใจได้ยากลำบากแอ๊ดบานประตูห้องบรรทมถูกเปิดออก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเดินระรัวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้เตียง หวังจิ้งเสวียนเบนหน้าไปมองแขกผู้มาเยือนด้วยพระพักตร์เรียบเฉย“อาการดีขึ้นหรือยังพ่ะย่ะค่ะ?”“ท่านเห็นว่าเปิ่นกงอาการดีขึ้นหรือยังล่ะ” หวังจิ้งเสวียนตรัสกลับ ก่อนจะเบนหน้ากลับมามองจ้องเพดานตามเดิม“พระองค์กำลังคิดเรื่องอันใดอยู่ ทรงตรัสบอกกระหม่อมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หวังจิ้งเสวียนปรายตามองเรียบนิ่งตรัสกลับว่า “ถ้าเสด็จพี่จะซักถามเปิ่นกงขนาดนี้ ตรงโต๊ะมีเก้าอี้ว่างตั้งอยู่ เสด็จพี่สามารถยกมานั่งคุยกับเปิ่นกงได้”ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวยกยิ้มขบขัน เขาส่ายหน้าไปมาให้กับความประชดประชันของพระอนุชาตนเอง“อาเสวียนเจ้าโตจนอายุครบยี่สิบปีแล้ว แต่ยังคงชอบประชดประชันอยู่อีกงั้นหรือ” ชายหนุ่มเดินไปยกเก้าอี้ตามที่พระอนุชาบอกมาตั้งใกล้ ๆ เตียง“เปิ่นกงมิได้ประชดประชันเสด็จพี่ ก็ใครใช้ให้เสด็จพี่หายหน้าหายตาไปนาน มิคิดแวะมาเยี่ยมเยือนอนุชาอย่างเปิ่นกงบ้างล่ะ”ชายหนุ่ม

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บุกตำหนักบูรพา

    พระตำหนักเหลิ่งกงหรือที่คนในวังรู้จักกันในชื่อตำหนักหนาว เป็นตำหนักที่เอาไว้คุมขังเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่กระทำความผิด บ้างก็มีข่าวลือเรื่องคำสาปอาถรรพ์ บ้างก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนในยามค่ำคืน ข้าราชบริพารจึงให้สมญานามตำหนักเหลิ่งกงเอาไว้ว่า ‘ตำหนักผีสิง’..“เรื่องเล่าลือของตำหนักก็มีเพียงเท่านี้เพคะ”หลี่หลิ่งฟางนั่งฟังเรื่องเล่าที่ผู้คนแต่งแต้มใส่สีตีไข่มาครึ่งชั่วยาม ข้อมูลที่ได้มาไม่ต่างจากหนังสือประวัติศาสตร์ที่นางเคยนั่งเรียนมาเลยสักบรรทัดเดียวตำหนักเย็นมันก็แค่คุกดี ๆภายในตำหนักไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีของตกแต่งหรูหราราคาแพง มีเพียงเตียงนอน หมอน ผ้าห่ม ที่ยังพอมีคุณภาพอยู่บ้าง นอกนั้นไม่ต้องพูดถึง“อันฉี ก่อนหน้านี้ที่เจ้าบอกว่าข้าถูกลงโทษ เพราะตัวข้าวางยาพิษองค์รัชทายาท เรื่องนี้มีผู้ใดสืบหาความจริงให้ข้าบ้างหรือยัง?”“เรื่องนั้น...”หลี่หลิ่งฟางคล้ายจะเดาคำตอบออก นางจึงกลอกตาไปมาตอนอ่านถึงหน้าเฉลยความจริงที่หลี่หลิ่งฟางในนิยายโดนครหา แท้จริงแล้วมันเป็นฝีมือขององค์รัชทายาท เขาต้องการให้หลี่หลิ่งฟางไม่ได้เป็นพระชายาของเขา เหตุผลก็น่าจะรู้ ๆ กันอยู่แต่ทว่าเบื้องหลังกลับ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตำหนักเหลิ่งกง

    อัศนีบาตรฟาดคำรามดังสนั่นกึกก้องอยู่เหนือตำหนักเย็น เมฆฝนอึมครึมตั้งเค้ามาแต่ไกล ความเงียบงันและหนาวเหน็บคืบคลานไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าห่างจากจุดนี้ไปกลับสว่างไสวโชติช่วงภายในตำหนักเย็นที่ไร้ความสะดวกสบาย ลมเหมันต์พัดผ่านเข้ามาทำให้ทั่วสรรพางค์หนาวเหน็บสั่นสะท้านจนรู้สึกด้านชา ร่างบอบบางบนเตียงค่อย ๆ สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมา“ทำไมอากาศหนาวแบบนี้ เปิดแอร์สิบเก้าองศาหรือยังไงกันเนี่ย!”หญิงสาวบนเตียงนอนขลุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงียหาว–เสียงหาวหวอด ๆ ดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาเล็ดที่หางตาทั้งสองข้าง หญิงสาวพยายามนั่งบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยล้า นัยน์ตาทั้งสองหันมองสอดส่องไปทั่วห้องในความมืดมิด“ทำไมห้องนอนของฉันถึงดูแปลกตาจัง”นัยน์ตาดอกท้อกะพริบขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ไม่นานพลันเบิกกว้างเสียเบ้าตาแทบถลน หันซ้ายหันขวาตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น“ที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย!”เสียงตะโกนแหกปากดังลั่นไปทั่วห้อง ภายในอกหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งกลองศึก อีกนิดคงทะลุออกมาเต้นอยู่ด้านนอกพรึบหญิงสาวลุกออกมาจากเตียงวิ่งไปที่บานประตู แต่นางกลับเปิดไม่ออก แม้แต่บานหน้าต่างก็เช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status