หน้าหลัก / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / ปล่อยตัวว่าที่พระชายา

แชร์

ปล่อยตัวว่าที่พระชายา

last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-27 12:32:31

วันที่สองในการทำงานหลี่หลิ่งฟางและอันฉีกำลังนั่งถอนหญ้าเฉกเช่นเดิม ทว่าจู่ ๆ ประตูบานใหญ่หน้าตำหนักเหลิ่งกงถูกเปิดออก หญิงสาวทั้งสองต่างลุกขึ้นยืนมองดูผู้มาเยือน

หลี่หลิ่งฟางมีความสงสัยปรากฏอยู่บนดวงหน้างาม นางหันกลับมาตรัสถามกับนางกำนัลรับใช้ของตนว่า “อันฉีคนเหล่านี้เป็นใครกัน?”

“ทูลว่าที่พระชายา ท่านที่กำลังเดินนำหน้าองครักษ์มาคือกงกงของฝ่าบาทเพคะ

‘กงกง...อ้อ! ขันทีใกล้ชิดฮ่องเต้สินะ’

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวกงกงค้อมกายถวายบังคมสตรีเบื้องหน้า

หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะรับ “ท่านกงกงมาหาเปิ่นกงด้วยเรื่องอันใดงั้นหรือ?”

“ทูลว่าที่พระชายา วันนี้กระหม่อมได้นำราชโองการจากฝ่าบาทมาถวายให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ”

‘ราชโองการอะไรล่ะนั่น?’

“ว่าที่พระชายารับราชโองการ”

หลี่หลิ่งฟางยอบกายรับราชโองการที่ฮ่องเต้พระราชทานมาอย่างงุนงง

“ราชโองการฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟาง จากเหตุการณ์ที่ถูกต้องโทษข้อหาวางยาพิษลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท ในวันนี้ความจริงได้ปรากฏออกมาแล้ว ซึ่งว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟางมิได้กระทำความผิด แต่กลับเป็นแพะรับบาปแทน เรารู้สึกเสียพระทัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในครั้งนี้ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟางพ้นความผิดทุกคำครหา กลับคืนสู่ยศถาบรรดาศักดิ์ดั้งเดิม จบราชโองการ”

หลี่หลิ่งฟางสับสนปนงุนงง ซึ่งในนิยายตัวละครหลี่หลิ่งฟางไม่ได้รับความยุติธรรมแต่อย่างใด หรืออาจเป็นเพราะสวรรค์ได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตา คนที่สมควรตายไปแล้วกลับยังมีชีวิตอยู่ เช่น ตัวของนางและองค์รัชทายาท

“เชิญว่าที่พระชายารับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางโคลงศีรษะไล่ความคิดไร้สาระ ยื่นมือทั้งสองไปรับราชโองการมาจากจ้าวกงกง นางลุกขึ้นยืนสะบัดกระโปรง บนดวงหน้างามมีความสงสัยเต็มไปหมด

“ว่าที่พระชายาเพคะ หม่อมฉันขอแสดงความยินดีที่พระองค์พ้นโทษจากความผิดนะเพคะ” อันฉียิ้มแย้มกล่าวคำอวยพรแด่ผู้เป็นนายอย่างจริงใจ

“ว่าที่พระชายาพ้นโทษแล้ว กระหม่อมคิดว่าพระองค์กลับตำหนักเพื่อพักพระวรกายเถิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะนำทางพระองค์กลับตำหนักเองพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม”

หลี่หลิ่งฟางหันหลังไปมองตำหนักที่เคยอาศัยอยู่ร่วมสองเดือนกว่าเกือบสามเดือน ถึงแม้วิญญาณของนางเพิ่งจะมาอาศัยอยู่เพียงแค่สามวันก็ตาม

แอ๊ด แกรก

บานประตูใหญ่หน้าตำหนักเหลิ่งกงถูกปิดลงไร้ผู้อยู่อาศัย หลี่หลิ่งฟางรู้สึกใจหายไม่น้อยที่ตนได้ออกจากตำหนักหนาวนี้ขึ้นมาจริง ๆ

‘แสดงว่าหลังจากนี้หลี่หลิ่งฟางที่มีวิญญาณของข้ามาสิงร่าง คงต้องดำเนินชีวิตต่อเอาเองแล้วสินะ’

หลี่หลิ่งฟางคิดว่าบททดสอบยังอีกยาวไกล ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้คนเช่นนางหลุดพ้นจากตำหนักหนาวมาได้ จากนี้เรื่องราวของตัวละครหลี่หลิ่งฟางจะพลิกผันไปตลอดกาล

ข่าวลือเรื่องราชโองการพ้นโทษของว่าที่พระชายาลือไปทั่ววังหลวง ณ หอศึกษาในเขตพระราชวังหลวงชั้นใน ชายหนุ่มอาภรณ์น้ำเงินที่กำลังนั่งอ่านตำรากลับไม่มีสมาธิจดจ่อ

เขาพยายามลูบฝ่ามือเพื่อคลายความสั่นกลัวอยู่ตลอดเวลา เหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผาก นัยน์ตาสั่นระริก

“องค์รัชทายาท พระองค์ทรงเป็นอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

เสียงจากราชครูเรียกสติของชายหนุ่มให้กลับคืนมา

“เปิ่นกงมิได้เป็นอันใด ท่านราชครูสอนต่อเถิด”

ราชครูลอบสังเกตพระพักตร์ของลูกศิษย์ตนด้วยความเป็นห่วง เขายังรู้สึกไม่สบายใจจึงกล่าวอีกครั้ง “ถ้าพระองค์รู้สึกประชวร ได้โปรดตรัสให้กระหม่อมทราบโดยทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”

ชายหนุ่มผงกศีรษะ เขาตั้งใจสงบสติอารมณ์อ่านตำราต่อ ทว่าเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งค่อย ๆ ดังเข้ามาใกล้ ๆ กับหอศึกษา

ในขณะที่หวังจิ้งเสวียนเบนหน้าออกไปนอกหอศึกษา สายพระเนตรของเขาสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบดุจฝันร้ายเมื่อคืนโผล่ขึ้นมา

เพล้ง!

แท่นฝนหมึกดำตกแตก สิ่งของบนโต๊ะเตี้ยกระจัดกระจาย ร่างขององค์รัชทายาทถอยกรูแทบชิดอีกมุมของห้อง ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“องค์รัชทายาททรงเป็นอันใดไปพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท องค์รัชทายาท!” ราชครูรีบวิ่งเข้ามาตรวจสอบอาการของลูกศิษย์ตน

กลุ่มคนที่เดินผ่านมาต่างหยุดมองเหตุการณ์ในหอศึกษา

“ว่าที่พระชายาเพคะ หม่อมฉันคิดว่าองค์รัชทายาทประชวรหนักเอาเรื่องเหมือนกันนะเพคะ” อันฉีกระซิบกระซาบกับผู้เป็นนาย หลังนางมองเห็นอาการประชวรขององค์รัชทายาท

หลี่หลิ่งฟางยืนนิ่งขณะจ้องมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า “ท่านจ้าวกงกงรีบไปตามหมอหลวงมาเถิด หากยังปล่อยเอาไว้เช่นนี้องค์รัชทายาทคงอาการทรุดหนักลงได้”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

หลี่หลิ่งฟางมองแผ่นหลังจ้าวกงกงวิ่งไปตามหมอหลวงอย่างร้อนรน ก่อนจะเบนหน้ากลับมามองตัวประกอบเช่นเดียวกันกับนาง

‘ขวัญหนีดีฝ่อของแท้’

หลี่หลิ่งฟางส่ายหน้าไปมา นางตัดสินใจเดินเข้าไปในหอศึกษา

“ว่าที่พระชายารอหม่อมฉันด้วยเพคะ!” อันฉีรีบเดินตามหลังผู้เป็นนายเข้าไปในหอศึกษาเช่นกัน

สภาพบรรยากาศในหอศึกษาตอนนี้ดูชุลมุนวุ่นวาย มีเหล่าคุณชายต่างยืนซุบซิบ เหล่าสหายขององค์รัชทายาทต่างช่วยกันจับรั้งองค์รัชทายาทเอาไว้ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มทำร้ายตนเอง ส่วนราชครูคอยเรียกสติอยู่ไม่ห่าง

หลี่หลิ่งฟางยืนจ้องมองสถานการณ์ ก่อนจะถอนหายใจออกมารีบเดินแทรกเข้าไปในวง

“นี่เจ้าเข้ามาได้อย่างไร!”

น้ำเสียงเอ่ยถามดูไร้มารยาท แต่หลี่หลิ่งฟางหาได้ใส่ใจที่จะตอบกลับ นางยอบกายนั่งยอง ๆ อยู่เบื้องหน้าของหวังจิ้งเสวียน

“องค์รัชทายาทเพคะ องค์รัชทายาทได้ยินหม่อมฉันหรือไม่เพคะ” หลี่หลิ่งฟางลองเรียกสติของชายหนุ่ม แต่ดูเหมือนสติของเขากระเจิดกระเจิงไปเสียแล้ว

‘อา...เจ้าลูกเจี๊ยบขี้ขลาดตัวนี้นี่ เวรกรรมของข้าจริง ๆ’

หลี่หลิ่งฟางตัดสินใจยื่นมือไปกอบกุมพระพักตร์ของหวังจิ้งเสวียน จนในที่สุดนัยน์ตาเฟิ่งหวงคู่นั้นแสดงปฏิกิริยาตอบกลับมาแล้ว

“องค์รัชทายาทได้ยินหม่อมฉันหรือไม่เพคะ”

หลี่หลิ่งฟางมองเห็นชายหนุ่มค่อย ๆ พยักหน้าให้กับตน นางรู้สึกโล่งใจที่ตนสามารถเรียกขวัญของชายหนุ่มกลับคืนมาได้

“องค์รัชทายาทค่อย ๆ หายใจเข้าออกช้า ๆ นะเพคะ ค่อย ๆ”

การกระทำของหญิงสาวตกอยู่ภายใต้สายตาบรรดาลูกศิษย์ของหอศึกษาและราชครู พวกเขาต่างแปลกใจที่หญิงสาวสามารถทำให้องค์รัชทายาทกลับคืนฟื้นสติได้อีกครั้ง

หวังจิ้งเสวียนที่ได้สติกลับคืนมา ภาพตรงหน้าของเขาปรากฏใบหน้าของพระชายา เขาเกือบจะถอยหลังหนี แต่ทว่าความรู้สึกแปลกประหลาดรอบ ๆ ตัวของนางทำให้เขาจิตใจสงบ ฝันร้ายในคืนนั้นมลายหายไปในสมอง

ความอบอุ่นที่สัมผัสได้จากฝ่ามืออันบอบบางทั้งสองข้างกำลังปลอบประโลมตัวเขา

หวังจิ้งเสวียนคิดว่าตอนนี้มีเพียงแค่นางเท่านั้น ที่สามารถช่วยเหลือเขาจากฝันร้ายเหล่านั้นได้

หมับ

หลี่หลิ่งฟางตกใจกับการกระทำที่กะทันหันของหวังจิ้งเสวียน ฝ่ามือหนาของเขายกขึ้นมากอบกุมบนหลังฝ่ามือของตน แถมยังซุกพระพักตร์เข้าหาฝ่ามือของตนเหมือนเด็กน้อยหาที่พึ่งก็มิปาน

หลี่หลิ่งฟางขมวดคิ้วกับปฏิกิริยาที่หวังจิ้งเสวียนแสดงออกมา นางกะว่าจะถามไถ่เสียหน่อย ทว่าเสียงของจ้าวกงกงตะโกนดังมาแต่ไกล

“ทางนี้ขอรับหัวหน้าหมอหลวง องค์รัชทายาทอยู่ทางนี้ขอรับ!”

หลี่หลิ่งฟางดึงฝ่ามือของตนกลับคืนมา นางรีบลุกถอยออกห่างไปยืนหลบมุม เพื่อปล่อยให้หัวหน้าหมอหลวงจัดการรักษาต่อ

“องค์รัชทายาททรงตรัสบอกอาการกับกระหม่อมทีพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าหมอหลวงวางสัมภาระที่ข้างในบรรจุอุปกรณ์รักษาเอาไว้

ระหว่างที่กำลังรักษาองค์รัชทายาท หลี่หลิ่งฟางเลือกที่จะเดินออกจากหอศึกษาเงียบ ๆ นางเดินไปหาจ้าวกงกงที่กำลังยืนวิตกกังวลเรื่องอาการประชวรขององค์รัชทายาท

“ท่านจ้าวกงกงอยู่เฝ้าดูพระอาการขององค์รัชทายาทที่นี่เถิด เดี๋ยวเปิ่นกงกลับตำหนักกับนางกำนัลรับใช้ของเปิ่นกงเองได้ เปิ่นกงมิรบกวนท่านจ้าวกงกงแล้ว”

“กระหม่อมต้องขอประทานอภัยที่ละเลยหน้าที่” จ้าวกงกงค้อมกายด้วยความรู้สึกผิด

“มิเป็นไร ท่านจ้าวกงกงมิได้ตั้งใจละเลยหน้าที่เสียหน่อย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ท่านจ้าวกงกงคอยเฝ้าดูพระอาการองค์รัชทายาทน่าจะดีกว่าพาเปิ่นกงไปส่งที่ตำหนัก”

“กระหม่อมต้องขอประทานอภัยว่าที่พระชายาอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะหันไปตรัสกับอาฉี “พวกเราก็กลับตำหนักกันเถอะ”

“เพคะ”

หญิงสาวทั้งสองเดินออกจากหอศึกษามุ่งหน้ากลับตำหนักของพวกเขา

-----

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   นักฆ่าแฝงตัวเข้ามา

    เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขากลับมารวมตัวที่ห้องอาหารในยามเฉิน เหล่าบ่าวรับใช้ต่างทยอยยกสำรับอาหารมาจัดเรียงบนโต๊ะตามหน้าที่ หลี่หลิ่งฟางทอดมองชาร้อนที่กำลังถูกรินใส่จอกเรียบนิ่งก่อนที่จะเกิดเสียงดังท่ามกลางความเงียบสงบเพล้ง!จอกชาของหวังจิ้งเสวียนถูกปัดหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย บ่าว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แนะนำตัว

    เมื่อถึงช่วงเวลายามโหย่ว พวกเขาทั้งสิบหกได้กลับมารวมตัวกันที่ห้องอาหาร ซึ่งบนโต๊ะอาหารถูกแบ่งออกเป็นโต๊ะละสี่คน และแน่นอนว่าหลี่หลิ่งฟางกับหวังจิ้งเสวียนทั้งสองถูกจับให้อยู่โต๊ะเดียวกันกับองค์ชายและองค์หญิงแคว้นเซี่ยไม่นานอาหารยกมาจัดเรียงสองสามอย่างบนโต๊ะพร้อมถ้วยข้าวสี่ถ้วย หลี่หลิ่งฟางจ้องมองคอ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หมื่นตำราเฉิงหวู่

    เมื่อถึงวันที่องค์หญิงและองค์ชายจากแคว้นเซี่ยเดินทางมาถึง พวกเขาที่เป็นตัวแทนของเมืองหลวงได้ออกมายืนต้อนรับ“พวกเรายินดีอย่างยิ่งที่ได้พบเหล่าองค์ชาย และองค์หญิงแคว้นเซี่ยที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” ราชครูสำนักศึกษากล่าวต้อนรับ“พวกเราต่างหากที่รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ไ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เผชิญหน้ากับเนื้อเรื่องหลัก

    หลังวันที่หลี่หลิ่งฟางไปพบคุณชายไต้วันนั้นก็ผ่านมาได้สามวัน และวันนี้ดันเป็นวันที่หลี่หลิ่งฟางคิดว่าซวยที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ปึง!จอกสุราวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้ ภายในห้องรับรองแขกที่เหลาสุราชื่อดังของเมืองหลวง“เหตุใดพวกองค์ชายองค์หญิงจากแคว้นเซี่ยถึงได้มาศึกษาที่แคว้นข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status