LOGIN“เอเอฟเคแม่ง…” สบถคำหยาบใส่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเก็บมันยัดใส่กระเป๋ากางเกงยันกายขึ้นมานั่งรอเจ้าของห้อง ช้าขนาดนี้ ตกลงว่าหล่อนปิดแค่บ้านเขาหรือเดินข้ามรั้วไปปิดประตูให้บ้านหลังข้างๆ ด้วย กายกำยำหยัดกายขึ้นสูงคลานเข่าลงมาบนพื้นสวมรองเท้าเดินกระทืบเท้าปังๆ ตั้งใจจะลงไปตามทว่าในขณะเดียวกันเฟื่องลดาก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
“คุณภพ เข้ามาในนี้ทำไม”
เฟื่องลดาถามพลางปรับแววตาไม่ให้ดูตื่นตระหนกตกใจมากเกินไป มือเล็กจับขอบประตูไว้ไม่กล้าเดินเข้ามาแต่ก็ไม่รู้จะออกไปไหนเพราะในบ้านหลังนี้สถานที่เดียวที่หล่อนจะมีเวลาเป็นส่วนตัวก็คือห้องนอนห้องนี้ หล่อนมองใบหน้าคมแอบกลืนน้ำลายลงคอกลัวเขาจะหาเรื่องด่าต่อจากเมื่อตอนกลางวัน
“หายหัวไปไหนมานี่มันสองทุ่มครึ่งแล้ว กลับช้าขนาดนี้ทำไมไม่กลับพรุ่งนี้เลยล่ะจะได้แวะไปนอนบ้านผู้ชายหน้าโง่ของเธอ!”
“พูดอะไรของคุณ เฟื่องว่าคุณภพกลับห้องไปเถอะนะคะ เฟื่องจะอาบน้ำแล้วจะไปอุ้มลูกมานอน”
“ป่านนี้ลูกหลับจนตื่นได้สิบตื่นแล้วมั้งจะไปอุ้มมาทำไม ถ้ารักลูกอยากดูแลลูกจริงเธอคงจะกลับมาดูแลแกตั้งแต่เลิกงานแล้ว ไม่ใช่ลอยหน้าลอยตาอ่อยผู้ชายมั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าวันคนสองคน น่ารังเกียจ!” ตะคอกใส่ชี้หน้าด่าปาวๆ ด้วยน้ำเสียงกักขฬะ สายตาของเขาดูแคลนในตัวแม่ของลูกอย่างเห็นได้ชัดไม่มีสักเสี้ยวสายตาเลยที่จะเห็นอกเห็นใจ รณภพย่างสามขุมเข้าไปใกล้มากขึ้นตะปบมือจับต้นแขนบางผลักหล่อนให้เข้าไปข้างในเพื่อที่เขาจะได้ปิดประตูลงกลอนไม่ให้ใครเข้ามาช่วยปกป้องผู้หญิงหน้าไม่อายมั่วไม่เลือกอย่างเฟื่องลดา
“จะทำอะไรก็คิดถึงความรู้สึกคนอื่นบ้าง เฟื่องไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะมาจับเหวี่ยงจับโยนแบบนี้”
“เธอเป็นแค่คนมาขออาศัยฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ หรือถ้าฉันเผลอพลั้งมือฆ่าเธอตายฉันก็ไม่เดือดร้อน”
“ชีวิตเฟื่องมันไม่มีค่าบ้างเลยหรือไง เฟื่องสู้ชีวิตอดทนจนตัวเองมาถึงทุกวันนี้ได้มันยากลำบากมากแค่ไหนคุณไม่เคยรู้ก็อย่ามาพูด” แย้งกลับเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลบ่าลงอาบแก้มนวล เสียใจที่ถูกกระทำเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง เขาใจร้ายกับหล่อนมากทั้งด่าทอทั้งฉุดกระชากทำเหมือนเนื้อตัวหล่อนเป็นหินไม่เจ็บไม่ปวดจากแรงมือของเขา
“ไม่ต้องมาดึงดรามาใส่เพราะฉันไม่สงสาร! แล้วที่ฉันถ่อสังขารมาถึงที่นี่ก็ไม่ได้จะมาดูละครลิงหรือมาดูนางร้ายเล่นบทบีบน้ำตา! แต่จะมาถามอาการของเธอว่ามันเป็นหนักนักเหรอถึงเที่ยวไปอ่อยผู้ชายคนนั้นทีคนนี้ที กลางวันคนหนึ่งกลางคืนเปลี่ยนไปเป็นอีกคน หรือเคยชินกับการเปลี่ยนผู้ชายนั่งร้านนั่งบาร์! นั่งในตู้รอคนมาหิ้วขึ้นเตียง!”
“เฟื่องไม่เคยนั่งร้าน นั่งบาร์ หรือทำอะไรอย่างที่คุณพูด คุณกลับไปเถอะนะ ถ้าเฟื่องทำอะไรผิดเฟื่องขอโทษ เฟื่องเหนื่อย ขอร้อง กลับไปเถอะนะคะ” จำใจยอมยกมือไหว้ทั้งที่กำลังร้องไห้ ทะเลาะกับเขาไปก็ไม่ชนะรังแต่จะทำให้เขาโกรธแล้วมาทำรุนแรงกับตนเอง กายอรชรสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นร่ำไห้แต่เหมือนว่ารณภพจะไม่สนใจถึงหัวเราะเยาะ
“ไปทำอะไรมาล่ะถึงเหนื่อย ไหน! เข้ามาใกล้ๆ ให้ฉันดูหน่อยซิ” แววตาเขาเย้ยหยัน ก้าวเท้ายาวเข้ามาประชิดก่อนจะยกมือขึ้นกระชากคอเสื้อเชิ้ตให้เปิดออกกว้างมองหาร่องรอยแดงช้ำจากการซุกไซร้เวลามีเพศสัมพันธ์ ยังดูไม่ทั่วเลยเจ้าหล่อนกลับออกแรงต่อต้านตบตีตามร่างกายเขาชุดใหญ่หมัดสุดท้ายซัดมาชนปลายคางเจ็บจนสะเทือน
“ขอดูแค่นี้เองจะตายหรือไง อยู่เฉยๆ ไม่งั้นฉันฆ่าเธอตายแน่” รณภพข่มขู่ เขาโกรธมาก รวบข้อมือสองข้างหล่อนไว้แล้วกระชากคอเสื้อให้ตกลงมาอีกจนมองเห็นทรวงอกใต้ชั้นในเกินครึ่ง สายตาเขาเลื่อนลงต่ำทันทีลืมไปว่าจะเปิดเสื้อดูรอยแดงบนต้นคอ เพราะเผลอตัวไปช่วงเวลาหนึ่งเจ้าหล่อนถึงสะบัดจนหลุดแล้วตวัดฝ่ามือขึ้นตบหน้าเขาเต็มแรงรอยแดงขึ้นเป็นปื้น
“กล้าดียังไงถึงตบหน้าฉัน!”
“ทีคุณยังกระชากแขนเฟื่องได้ คุณบอกว่าเกลียดเฟื่องแต่มาทำแบบนี้กับเฟื่องทำไม ออกไปเลยนะ ไปให้พ้นหน้าเฟื่อง” ร้องไห้ ยกมือขึ้นกอดร่างกายไว้ มองเห็นอะไรใกล้มือก็จับมาโยนใส่
“โว้ย หยุดโยนของใส่ฉันสักที!” รณภพโกรธมาก ยกมือขึ้นปัดป้องหมอน ปัดกรอบรูปพลาสติกทิ้ง “ผู้หญิงเนื้อตัวสาธารณะอย่างเธอ ฉันไม่ลดตัวลงไปเอาให้เสี่ยงติดโรคหรอก แค่จะดูให้แน่ใจว่านอนกับมันมาแล้วหรือยังไอ้ผู้ชายคนที่เธออ่อยมันที่มหา’ลัย ได้ข่าวว่าเป็นอาจารย์ด้วยนี่ ท่าทางไม่รวยมาก แต่ก็น่าจะพอแล้วแหละ สำหรับผู้หญิงลูกติดไม่มีสมบัติอะไรเลยอย่างเธอ! พอสักที ฉันไปก็ได้! แต่อย่าให้เห็นว่านัดเจอมันหรือไอ้ฐานัสอีกไม่อย่างนั้นฉันจะตามราวีตามจองล้างจองผลาญเธอไปจนวันตาย” เอ่ยจบเขาก็กระทืบเท้าตึงๆ ออกไปจากห้องนอนเหวี่ยงประตูปิดลงสนั่นลั่นบ้าน คล้อยหลังประตูสีขาวบานนั้นปิดลงเฟื่องลดาก็ทิ้งกายนั่งลงบนพื้น ยกมือขึ้นกอดปลอบตัวเองไม่ให้ร้องไห้หนักไปมากกว่านี้ เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตีหนึ่งแล้วเฟื่องลดายังคงนั่งทำงานบนโต๊ะเล็กข้างเตียง เปิดเพียงโคมไฟอ่านหนังสือเท่านั้นเพราะไม่อยากให้แสงรบกวนลูกน้อย ดวงตาคู่บอบช้ำคล้ำปานหมีแพนด้าจ้องมองหน้าจอโน้ตบุ๊คต่อกันหลายชั่วโมงจนปวดร้าวจี๊ดขึ้นไปสู่สมอง
ข้างๆ มีกองรายงานมากกว่าห้าเล่มวางไว้พร้อมส่งเป็นงานของเด็กมหาวิทยาลัยที่ว่าจ้างให้ทำ ยังเหลืองานค้างเป็นรูปอีกเกือบยี่สิบที่ต้องรีทัชให้เสร็จภายในคืนนี้ แอบกลัวว่าตัวเองจะไม่ได้นอนเพราะเวลาว่างมีน้อยเสาร์อาทิตย์นี้จะต้องไปทำงานแทนคุณแขไข
‘แอะ’ เสียงเล็กของลูกชายร้องเบาแค่ไหนแม่คนนี้ก็ได้ยินชัดเจน เฟื่องลดารีบวางเม้าส์วางงานลุกจากเก้าอี้เร็วจนหน้ามืดแต่ก็ยังฝืนเดินไปถึงแปลนอนของลูกอุ้มร่างแกขึ้นมาปลอบประโลม
“ร้องไห้ทำไมครับคนเก่ง นอนต่อนะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว” กระซิบบอกลูกเบาๆ ดวงตาคู่เล็กก็เปิดขึ้นมามองจ้องหน้าแม่แต่แกตาปรือมากปากยังหาวนอน น่ารักเสียจนอดใจไม่ไหวต้องเม้มปากลงหอมแก้มลูก หล่อนเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องอย่างที่รณภพชอบด่าว่าจริงๆ นั่นแหละ มีอย่างที่ไหนไม่รีบกลับมาเลี้ยงลูกแถมยังเคยใจร้ายทิ้งลูกไปตั้งหลายเดือน แต่เขาจะรู้ไหมว่าทำไมหล่อนถึงทำอย่างนั้น
“อ้าปากกว้างจังเลย ถ้าง่วงก็นอนต่อนะคะ นอนซะนะกัปตัน คนเก่งของคุณแม่ เป็นเด็กดีต้องนอนเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ มาดูแลคุณปู่คุณย่าแล้วก็คุณพ่อ คุณแม่รักหนูมากนะลูก รักมากที่สุด”
“จ๋า… มองหน้าคุณแม่ทำไมเหรอครับ ไม่ได้เจอกันทั้งวันคิดถึงคุณแม่หรือเปล่า” น้ำตาหลายหยดหล่นลงบนแก้มลูก เฟื่องลดาใช้กระดาษทิชชูเช็ดออกให้อย่างทะนุถนอมมากที่สุด ไม่อยากให้ผิวพรรณของลูกเปื้อนสิ่งแปลกปลอมที่เสี่ยงทำให้แกระคายเคืองหรือไม่สบายตัว เด็กชายตัวน้อยยังคงมองมารดาตาแป๋ว ทว่าไม่ช้าแกก็เคลิ้มหลับภายในอ้อมแขนอบอุ่นและปลอดภัย เฟื่องลดาไม่เคยจินตนาการได้เลย ว่าถ้าหากย้ายออกจากบ้านหลังนี้แล้วเขาไม่ยอมให้มาเจอลูกอีกแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ถูกของเขา หล่อนไม่มีคุณค่า ไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีอะไรคู่ควรกับการเป็นแม่ เขามีทุกอย่างพร้อมให้ลูกหมดแล้วไม่จำเป็นต้องมีหล่อนก็ได้ แต่… เขาเคยสนใจหรือเปล่าว่าหล่อนขาดลูกไม่ได้
ชีวิตรณภพเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบทุกอย่างสะท้อนให้เห็นว่าอนาคตของลูกก็จะมีทุกอย่างเหมือนกันกับเขา ลูกจะภูมิฐาน มีงาน มีเงิน มีโอกาสเรียนจบสูงๆ จากต่างประเทศแล้วยังมีรถคันละยี่สิบสามสิบล้านขับ แล้วหล่อนล่ะ… วันนั้นจะมีอะไรให้ลูกกล้าเรียกว่า ‘แม่’ ต่อหน้าเพื่อนหรือคนในวงสังคมบ้าง
“แม่รักลูกนะ รักมาก โตขึ้นมาหนูไม่ต้องรักแม่ก็ได้แต่อย่าทิ้งแม่เลย ขอให้แม่ได้เป็นแม่ของลูกตลอดไป” เฟื่องลดาไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ได้อุ้มร่างเล็กกลับไปนอนที่เดิม ฟุบใบหน้าซบลงหัวเข่ากอดตัวเองร้องห่มร้องไห้คิดไม่ตกกับอนาคตตัวเองว่าจะดำเนินต่อไปในรูปแบบไหน แม้พ่อแม่เขาจะใจดีด้วยแต่การถูกเกลียดจากเขาแค่คนเดียวก็บั่นทอนความรู้สึกของหล่อนไปมาก
เฟื่องลดาเรียกความเข้มแข็งกลับมาคืนสู่จิตใจเดินกลางความมืดกลับไปนั่งเฝ้าหน้าจอโน้ตบุ๊คที่หน้ากลายเป็นสีดำไปแล้ว หล่อนหยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดหน้าล้างคราบน้ำตาออก วางปลายนิ้วกดลงบนแป้นพิมพ์ให้เครื่องกลับมาทำงานอีกครั้ง
ภาพบัณฑิตคนสวยในชุดครุยแสดงเต็มหน้าจอเฟื่องลดาจัดการรีทัชต่อให้รูปออกมาสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด ใกล้จะตีสองแล้วแต่งานยังไม่เสร็จโทรศัพท์ก็มีเสียงแจ้งเตือนสั่นเข้ามาหลายรอบ จึงมีโอกาสได้เปิดดู เฟื่องลดาตกใจที่ข้อความทั้งหมดถูกส่งมาจากรณภพจึงลองใส่รหัสกดเข้าไปดู ทำให้เห็นว่าภาพทั้งหมดถูกถ่ายจากกล้องของเขาและส่งมาโดยสติยังครบสมบูรณ์ทุกอย่าง มีตั้งแต่ภาพเซลฟี่กับผู้หญิงหน้าตาดีในสถานบันเทิงจนกระทั่งเลยเถิดไปล้มตัวลงนอนบนหมอนใบเดียวกัน
น้ำตาหยาดใสเอ่อคลอขึ้นมาเต็มเบ้าตาอีกหนไม่ใจกล้ามากพอจะกดดูวิดีโอว่าเขาถ่ายอะไรส่งมาให้ ใจร้าย… ทำไมถึงใจร้ายนัก มือของหล่อนสั่นระริก เสียใจจนไม่สามารถอดทนทำงานต่อให้เสร็จได้จึงปิดเครื่องแล้วนั่งร้องไห้กุมหัวใจไว้ไม่ให้เขาเหยียบย่ำได้อีก
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
นาฬิกาปลุกสองรอบไม่ตื่นเดือดร้อนน้องยมต้องขึ้นมาตามถึงบนห้องนอนเพราะตอนนี้หกโมงครึ่งเข้าไปแล้ว เฟื่องลดาตื่นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เอ่ยขอบคุณแล้วฝากน้องให้ช่วยดูแลลูก เมื่อวานรณภพเปลี่ยนใจอุ้มลูกไปนอนด้วย สลับกันดูแล ส่วนถ้าวันไหนเขาอยากออกไปเที่ยวกลางคืน ไปสนุกตามประสาผู้ชายเขาก็ม
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ
สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจหล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่นเฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาปร
เขาเกลียดที่สุดคือการเป็นผู้แพ้กับการถูกหักหลัง! รณภพมีปัญหาเรื่องงานหลายอย่าง ราวกับกำลังถูกคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง อย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่มีปัญหาก็คือโครงการใหม่แกะกล่องที่ยื่นเข้าที่ประชุมผ่านแล้วขั้นแรกเหลืออนุมัติวงเงินก้อนแรกมาใช้จ่าย เขาเล็งที่ดินแปล







