ANMELDENเฟื่องลดาเดินตามหลังอาจารย์หนุ่มลงบันไดมายังชั้นล่างสุดเพื่อทำเรื่องขอยืมหนังสือ ตอนนี้หกโมงกว่าๆ แล้วผู้เข้ามาใช้บริการยังคงบางตาเช่นเดิม แต่ด้านนอกคึกคัก เพราะมีกิจกรรมมหาวิทยาลัยให้นักศึกษามาตั้งบูธขายของกัน
“เกือบลืมแนะนำตัวเลย ผมชื่อบอลนะครับ แล้วคุณชื่ออะไรเหรอครับ”
“เฟื่องลดาค่ะ เรียกเฟื่องเฉยๆ ก็ได้”
แสนจะเกรงใจก้มศีรษะให้เล็กน้อยเมื่อเขาเปิดประตูให้ตนเองเดินออกก่อน ลมเย็นๆ พัดมาปะทะใบหน้า จากจุดนี้ถือว่าไกลแต่ยังได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องขายของ เสียงเพลง เสียงดนตรีต่างๆ นานา บรรยากาศคึกคักชวนให้นึกถึงสมัยเรียนปริญญาตรีเพราะหล่อนเองก็เคยมาช่วยเพื่อนในสาขาขายของเหมือนน้องๆ ในวันนี้
“คุณเฟื่องเป็นศิษย์เก่าที่นี่ใช่ไหมครับ” เขาถามพลางเดินเคียงกันลงบันไดมายังลานกว้างหน้าห้องสมุด
“ใช่ค่ะ เรียนจบมาได้ประมาณสามปีแล้ว แล้วอาจารย์บอลจบจากที่นี่หรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับผมจบจากที่อื่นแต่มาบรรจุที่นี่ แล้วก็ได้ทุนจากมหา’ลัยไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ก็เพิ่งจะกลับมาวันเดียวกับที่เคยบอกว่าเจอคุณ”
“ดีจังเลยค่ะ เอ่อ… เราแยกกันตรงนี้เลยก็ได้นะคะเผื่อคุณบอลจะมีธุระ เฟื่องอยากเข้าไปเดินดูบรรยากาศด้านในสักหน่อย”
“ไปสิครับ ไปด้วยกัน ผมนัดลูกศิษย์ไว้เขาขายนมปั่นยูนิคอร์นที่เป็นสีๆ คุณเฟื่องเคยกินหรือเปล่าครับ”
“ไม่เคยค่ะ แต่แวะไปลองก็ได้เฟื่องอยากอุดหนุนน้องๆ”
ส่งยิ้มไปให้อาจารย์บอลด้วยความตื่นเต้นเพราะตั้งแต่มีลูกก็ไม่ค่อยได้มาเดินเที่ยวอะไรแบบนี้เลย ไกลสุดก็คงจะเป็นบิ๊กซีหน้าปากซอยซื้อของใช้จิปาถะส่วนตัว เฟื่องลดาเดินกับอาจารย์บอลลัดเลาะตึกห้องสมุดอ้อมมายังโซนที่น้องเขาจัดโต๊ะวางขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการต่างๆ เฟื่องลดาชอบบรรยากาศจึงถ่ายรูปส่งไลน์ไปอวดอาทิตยา อยากให้เพื่อนรักหวนคิดถึงวันเก่าๆ สมัยเรียนปริญญาตรีและเดินป่วนซุ้มของกันและกัน อาจารย์บอลเป็นที่เคารพของเด็กๆ หลายคนต่างมารุมเร้าอ้อนขอให้ช่วยอุดหนุนขนม เขาควักกระเป๋าจนร้อนฉ่าไปหมดได้ของกินมาเต็มมือเต็มไม้ ร่วมเล่นเกม ถ่ายรูปกับกลุ่มลูกศิษย์ทำให้บรรยากาศในงานยิ่งสนุกและคึกคักมากว่าเดิม
เฟื่องลดาแอบหลบมุมยืนดูอยู่ห่างๆ หัวเราะ ตลกตอนที่เขาถูกแกล้งให้กินเนื้อย่างโรยวาซาบิ ผิวหน้าขาวเปลี่ยนโทนสีเป็นแดงจนสังเกตเห็นได้ เขาติดอยู่ในช่วงถูกแกล้งนานเกือบสิบนาทีกว่าจะสามารถหลบหลีกจากเด็กๆ ได้ด้วยการควักตังค์หนึ่งพันให้ทิป เด็กๆ กลุ่มนั้นถึงยอมปล่อยและร่วมกันยกมือไหว้อย่างสวยงาม
“ไม่ไหว ผมเกลียดวาซาบิที่สุดเลย คุณเฟื่องขำใหญ่เลยไม่ยอมเข้ามาช่วยผม” ถึงจะบ่นแต่ปากกลับยิ้มกว้างมองใบหน้าสวยพลางดื่มน้ำปั่นยูนิคอร์น เราเดินเล่นซื้อของกินจนสุดถนนแล้วเขาจึงอาสาพาหล่อนมาส่งที่ป้ายรถเมล์หน้ามหา’ลัย ความจริงอยากเสนอตัวไปส่งมากแต่เพิ่งจะรู้จักกันจึงกลัวหล่อนจะไม่สะดวก
“เฟื่องช่วยได้ซะที่ไหนกัน วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยเลือกหนังสือ พามาเดินเที่ยวแล้วยังซื้อของกินให้ตั้งเยอะ”
“ไม่เป็นไรครับ ดีซะอีก ผมรู้สึกเหมือนมีเพื่อนมาเดินด้วยไม่ต้องเดินคนเดียวให้เด็กๆ รุมแกล้ง”
“รถเมล์มาพอดี เฟื่องขอกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ” เขารับไหว้ ส่งจนกระทั่งหญิงสาวขึ้นรถเมล์ ยืนชิลล์ข้างถนนล้วงมือใส่ในกระเป๋ากางเกงมองท้ายรถเมล์และแอบจดจำเบอร์รถไว้ ชื่อเฟื่องงั้นเหรอ น่ารักจัง บังเอิญเจอกันตั้งสามครั้งหวังว่าจะมีครั้งที่สี่ตามมา มุมปากเขาแอบมีรอยยิ้มบางๆ เพิ่งจะรู้ว่าการได้ตกหลุมรักใครสักคนตั้งแต่แรกเจอมันมีความสุขแบบนี้เอง วันนี้วันพฤหัสบดีดังนั้นกำหนดส่งหนังสือของหล่อนย่อมต้องเป็นวันพฤหัสบดีหน้า เห็นที… เขาคงต้องหาเวลาว่างมานั่งเล่นห้องสมุดบ่อยๆ ซะแล้ว นาทีนี้เรียวปากอาจารย์บอลคลี่รอยยิ้มออกมากว้างมากกว่าเดิม
“คุณเฟื่อง ทำไมเดินแบบนั้นล่ะครับหกล้มมาเหรอ” พนักงานรักษาความปลอดภัยเวรดึกเดินเข้ามาทักทายหลังจากเห็นเฟื่องลดาลงจากวินมอเตอร์ไซค์
“ช่วงบ่ายเผลอสะดุดล้มข้อเท้าคงจะพลิกน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะเฟื่องเดินไหว อยู่เวรดึกๆ เอาขนมไว้กินรองท้องหน่อยไหมคะ”
เฟื่องลดายิ้มรับ ข้อเท้าหล่อนเจ็บจากการทะเลาะกับรณภพช่วงบ่ายพี่จิ๊บช่วยประคบจนอาการดีขึ้น แต่เพราะเดินในงานแฟร์เยอะไปหน่อยก็เลยกลับมาเจ็บอีก ใบหน้านวลชื้นเหงื่อทรงผมก็หลุดลุ่ยจากการโดนลมบนรถเมล์รวมถึงลมเวลานั่งมอเตอร์ไซค์ตีแสกหน้า ก้มลงเลือกถุงขนมมากมายในมือส่งไปให้ลุงแกเกือบหมดเหลือเพียงไข่นกกระทาเอาไว้กินตอนกลางคืน
“โอ้โห ให้มาเยอะขนาดนี้จะกินคนเดียวหมดเหรอครับ แต่ไม่เป็นไรผมเก็บไว้ฝากหลานที่บ้านก็ได้หลานผมชอบโตเกียว ส่วนเนื้อย่างคืนนี้ผมจัดการเอง” แกพูดพลางเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้ง
แกอายุสี่สิบกว่าๆ แต่ร่างกายสมส่วนไม่อ้วนไม่ผอม ได้รับการเทรนด์จากบริษัทมาเป็นอย่างดีแต่ก็เริ่มอายุมากขึ้นแล้วไม่รู้ว่าบริษัทจะให้ทำงานต่ออีกนานแค่ไหน แกรับถุงขนมมากกว่าห้าอย่างมาถือไว้ด้วยมือเดียวจัดการปิดประตูทางเดินกลับลงที่เดิม ล็อก ใส่กุญแจไว้ป้องกันไม่ให้มีคนนอกลักลอบเข้ามาในคฤหาสน์ยามวิกาล
“กินให้อร่อยนะคะ” แกยิ้มรับ แล้วกลับไปนั่งประจำป้อมยาม
แบตโทรศัพท์หมดไปแล้วแต่เวลาล่าสุดที่เห็นคือเกือบสองทุ่ม ช่วงนั่งรถเมล์กลับบ้านใช้เวลานานเฟื่องลดาจึงโทรคุยกับอาทิตยาอัปเดตเรื่องฤกษ์แต่งงานแล้วก็พิธีทางนั้นด้วยว่าทำแบบไหน ยังไงก็ไม่มีทางพลาดงานแต่งเพื่อน หลังได้วันที่แน่นอนจะลงวันลาไว้แล้วจองตั๋วจองอะไรเนิ่นๆ ไม่ได้เจอเพื่อนหลายเดือนเฟื่องลดารู้สึกคิดถึง ตั้งแต่ลาออกจากงานย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดที่เชียงใหม่อาทิตยามีความสุขขึ้นมาก สดใส ร่าเริง ทุกอย่างลงตัวหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว หน้าที่การงาน รวมถึงเรื่องความรักกับหนุ่มหล่อเจ้าของไร่ส้ม
บางทีหล่อนก็แอบคิดนะว่าถ้าเพื่อนรักหลงคารมรณภพแล้วคบกับเขาป่านนี้ชีวิตจะเป็นยังไง คงจะร้องไห้เสียใจไม่เว้นวันเพราะแฟนนิสัยเสียแล้วก็เจ้าชู้มากๆ ถือเป็นบุญของอาทิตยาที่หลุดพ้นไปได้กรรมทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่หล่อน ต้องรับเคราะห์แล้วก็กลายเป็นจำเลยให้เขาตราหน้าด่าทอไม่เว้นวัน เขาเป็นคนปากเสีย พูดตรง พูดจี้ใจดำ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะเสียใจหรือรู้สึกยังไง ถูกด่าบ่อยๆ บางทีใจก็ท้อ หมดความอดทน ไม่อยากอยู่เป็นเบี้ยล่างของเขาอีกแต่จะให้ไปไหนได้ล่ะในเมื่อแก้วตาดวงใจของหล่อนกลายเป็นคนในตระกูลของเขาไปแล้ว
เฟื่องลดาหน้าเศร้า เดินลากเท้าลัดเลาะสวนหย่อมมาทางโรงจอดซุปเปอร์คาร์มูลค่ามากกว่าร้อยล้าน ลูกรักทั้งหลายของเขา
คุณท่านทั้งสองชอบนั่งโตโยต้าอัลพาร์ดเวลาไปทำงานหรือไปออกงานโดยมีคนขับให้นั่ง ไลฟ์สไตล์ต่างจากลูกชายอย่างเห็นได้ชัด ข้อดีของการเกิดมารวยแล้วยังโชคดีซ้ำสองอีกคือการเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน ช่างน่าหมั่นไส้เหลือเกิน รวยจนซื้อทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ เพราะแบบนี้ไงเขาถึงชอบดูถูกหาว่าหล่อนปล่อยท้องเพื่อจับเพื่ออยากมาดูดเลือดดูดเงิน หาว่านิสัยแรด ร่านผู้ชายอย่างนั้นอย่างนี้ เขาว่าได้ เนื่องจากไม่เคยต้องมาคิดหรือแคร์ว่าคนฟังจะรู้สึกยังไง
เขารวยมาก ส่วนหล่อนตรงข้ามกันคือจนมาก หล่อนกับเขาไม่มีตรงกลางที่พอดีต่อกันจึงเป็นได้แค่เส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ เฟื่องลดาสะบัดความคิดทุกสิ่งอย่างในหัวออกเมื่อเห็นเด็กรับใช้ที่ชื่อยมยืนรอรับอยู่ทางเข้าบ้าน ยมเป็นเด็กน่ารัก เห็นว่าตอนนี้กำลังเรียน มสท. อยู่ด้วย หลังเรียนจบมีใบปริญญาก็คงจะออกไปหางานอื่นที่มั่นคงทำ
“คุณเฟื่อง ทำไมวันนี้กลับบ้านช้าจังเลยคะสองทุ่มกว่าแล้ว มาค่ะ ยมช่วยถือกระเป๋า”
“พี่แวะห้องสมุดมาจ้ะ หนังสือกับเอกสารงานเต็มกระเป๋าไปหมด มันหนักเดี๋ยวพี่ถือเองดีกว่าจ้ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ มาค่ะยมช่วยถือ ยิ่งหนักยมก็ยิ่งอยากช่วยคุณเฟื่องคงจะสะพายมานานแล้ว จะปวดไหล่เอานะคะ”
เสียดายจังยกขนมให้ลุงยามไปหมดแล้วไข่นกกระทาก็ดันเหลือถุงเดียวตั้งใจจะเก็บไว้กินตอนนั่งปั่นงานกับอ่านหนังสือตอนกลางดึก ก็เลยไม่มีขนมให้น้องยมด้วยแต่เอาไว้วันหลังค่อยซื้อมาฝากก็แล้วกัน เฟื่องลดาสุดแสนจะเกรงใจแต่ก็ยอมทำตามเสียงรบเร้าของเด็กสาว
“ขอบใจมากนะจ๊ะ แล้วตอนนี้ยังมีใครอยู่ข้างล่างหรือเปล่า”
“ไม่มีแล้วค่ะ หลังกินข้าวเย็นคุณท่านทั้งสองพาคุณหนูขึ้นไปพักข้างบนแล้ว ส่วนคุณภพก็ขึ้นข้างบนแล้วเหมือนกันค่ะ”
ยมตอบด้วยรอยยิ้มสดใสถือกระเป๋าผ้าใบหนักตามเฟื่องลดาเข้ามาภายในคฤหาสน์ “คุณเฟื่องกินอะไรมาหรือยังคะยมเอากระเป๋าไปเก็บเสร็จจะลงมาอุ่นอาหารให้”
“กินมาแล้วจ้ะ ไม่เป็นไร ขอบใจมาก ยมเก็บกระเป๋าเสร็จก็ไปพักผ่อนได้เลยนะพี่จะช่วยปิดบ้านแล้วเดินดูหน้าต่างรอบๆ ให้”
“ได้ค่ะ ฝากด้วยนะคะ” ยมไม่ได้ปฏิเสธ เพราะปกติแล้วเฟื่องลดาก็ชอบเข้ามาช่วยงานบ้านเป็นประจำไม่เกี่ยงว่าตัวเองเป็นแขกของเจ้าของบ้าน บางวันก็เข้าครัวมาช่วยทำอาหาร ทำขนม ซักผ้า กวาดบ้าน แล้วก็ทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งที่ตัวเองก็รับจ็อบเพิ่มเยอะ ไหนจะต้องทำงานประจำแล้วก็ดูแลคุณหนูก่อนและหลังทำงาน ยมเดินภายในบ้านที่เงียบสงัดขึ้นบันไดหินอ่อนทอดยาวถึงชั้นสองผลักประตูห้องนอนเฟื่องลดาเข้าไปเบาๆ แปลกใจที่เห็นภายในห้องเปิดไฟสว่างและต้องแปลกใจซ้ำสองเมื่อเห็นคุณภพนอนเล่นเกมอยู่บนเตียง
“เอ่อ… ยมเอากระเป๋าของคุณเฟื่องมาเก็บค่ะ คุณเฟื่องกำลังปิดบ้านอีกสักพักคงจะตามขึ้นมา”
“อืม ออกไปได้แล้ว” ขานรับในลำคอ ไม่ใส่ใจยังคงเล่นเกมต่อกดๆ หยุดๆ ตีป้อมกันสนุกสนานไม่มีเบื่อ รณภพหน้าตึง ยังอารมณ์เสียค้างมาจากช่วงเที่ยงลากยาวมาถึงตอนนี้หลังได้เปิดดูคลิปจากน้องนักศึกษาที่เคยคุยกัน น้องบังเอิญเห็นเฟื่องลดาและจำได้ว่าเป็นแม่ของลูกเขาจึงส่งมาให้เป็นวิดีโอความยาวเกือบยี่สิบวินาทีแสดงภาพเฟื่องลดากำลังเดินกะหนุงกะหนิงกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง น้องเขาบอกต่อว่าไอ้หมอนั่นเป็นอาจารย์ประจำคณะบัญชี ดาวพระศุกร์หรือดาวพระเสาร์แทรกเขากันทำไมวันนี้ถึงมีแต่เรื่องแต่ราว ตั้งแต่ทะเลาะกับฐานัสมาจบที่มีปากเสียงกับเฟื่องลดา แล้วก็ไปอารมณ์เสียใส่พนักงานเพราะเห็นหน้านาตาลีแล้วแค้นที่หล่อนหยิกแขนลูกเขา พอตกเย็นก็วนกลับมาโกรธเฟื่องลดาหักหน้าเขาด้วยการหนีไปอ่อยผู้ชายคนอื่น แค่ไอ้ฐานัสคนเดียวสำหรับหล่อนยังไม่พอหรือไงทำไมถึงยังมีผู้ชายสำรองอีกเป็นเบือ ผู้หญิงอะไรหน้าไม่อายเอาซะเลย
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
นาฬิกาปลุกสองรอบไม่ตื่นเดือดร้อนน้องยมต้องขึ้นมาตามถึงบนห้องนอนเพราะตอนนี้หกโมงครึ่งเข้าไปแล้ว เฟื่องลดาตื่นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เอ่ยขอบคุณแล้วฝากน้องให้ช่วยดูแลลูก เมื่อวานรณภพเปลี่ยนใจอุ้มลูกไปนอนด้วย สลับกันดูแล ส่วนถ้าวันไหนเขาอยากออกไปเที่ยวกลางคืน ไปสนุกตามประสาผู้ชายเขาก็ม
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ
สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจหล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่นเฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาปร
เขาเกลียดที่สุดคือการเป็นผู้แพ้กับการถูกหักหลัง! รณภพมีปัญหาเรื่องงานหลายอย่าง ราวกับกำลังถูกคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง อย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่มีปัญหาก็คือโครงการใหม่แกะกล่องที่ยื่นเข้าที่ประชุมผ่านแล้วขั้นแรกเหลืออนุมัติวงเงินก้อนแรกมาใช้จ่าย เขาเล็งที่ดินแปล







